เวลาเช้าตรู่ของวันนัดรับตราประจำตัวนักเล่นแร่แปรธาตุผู้คนจำนวนมากต่างมารอดูว่าชายที่ชื่อเทียนคง ผู้ที่เป็นอัจฉริยะในรอบ 100ปีจะมีหน้าตาอย่างไร โดยมากันหลายตระกูลเลยทีเดียวเพราะการได้ผูกมิตรกับบุคคลแบบเทียนคงนั้นจะช่วยสร้างความมั่นคงและมั่งคั่งให้กับพวกเขาได้ไม่เว้นแม้กระทั่งเชื้อพระวงศ์
“นั่นใช่องครักษ์ขององค์ชายห้าไหมน่ะ”
“ยังต้องถามอีกเหรอสัญลักษณ์เด่นชัดขนาดนั้น”
“ขนาดองค์ชายยังให้เกียรติเขาโดยการมารอพบงั้นหรือ.... สะ สุดยอด”
เสียงของศิษย์สำนักและบุคคลทั่วไปพูดคุยกันเมื่อเห็นขบวนทหารกว่า 20 คน เดินล้อมคน ๆหนึ่งเข้ามาจนมองไม่เห็นว่ามีใครอยู่ด้านใน แต่ด้วยสัญลักษณ์ที่ติดอยู่บนเกราะของทหารแต่ละนายย่อมดูออกว่าเชื้อพระวงศ์คนนี้เป็นใคร
ไม่นานหลังจากนั้นคนที่ทุกคนรอคอยก็มาถึง โดยที่เจ้าตัวก็ประหลาดใจสุด ๆที่มีคนมากมายขนาดนี้และก็ไม่ได้รู้เลยว่าคนเหล่านี้มาเพื่อดูหน้าเขาโดยเฉพาะ
“เห้ยนั่นเขาล่ะ เทียนคงมาแล้ว”
“ไหนๆ ขอข้าดูหน้าเขาหน่อย”
“ว้ายยยยกรี๊ดดดดดด .... ขะ เขารูปงามมากเลยหล่ะ”
“อาข้าตกหลุมรักเขาเข้าแล้ว ....”
และทันทีเทียนคงปรากฏตัวคลื่นของฝูงขนก็ถาโถมใส่เขาทันที จนเทียนคงอึ้งจนทำอะไรไม่ถูกเพราะตลอดสามวันที่ผ่านมานี้ เทียนคงก็เอาแต่หมกตัวอยู่ในห้องที่โรงแรมไม่ได้ไปไหนเลย เขาง่วนอยู่กับการคิดวิเคราะห์งานต่าง ๆกับเอวันเรื่องโครงการขนาดใหญ่ที่กำลังดำเนินการอยู่ จนไม่ได้รับรู้ข่าวสารภายนอกเลยแม้จะมีจิ๋วหลิวอยู่มากมายในเมือง แต่พวกมันได้รับหน้าที่หลักในการสร้างแผนที่ เรื่องข่าวการประกาศผลสอบพวกมันก็ได้บันทึกไว้ แต่ไม่ได้รายงานต่อเทียนคงแต่อย่างใด
เทียนคงพอโดนคลื่นมนุษย์ถาโถมใส่ก็คิดจะใช้ท่าร่างอัสนีบาตหลบหนีออกไป แต่หากเขาใช้ทักษะพวกนี้ออกไปเกรงว่าเรื่องจะยิ่งแย่เข้าไปใหญ่แน่ ๆ จึงได้แต่พยายามเดินเบียดฝ่าฝูงชนออกไปอย่างกระเสือกกระสน
“พวกเจ้าหลีก หลีกทางให้หมด” เสียงแข็งกร้าวของทหารกว่า 10 นายพร้อมกระบี่ในมือที่ไม่ได้ดึงออกจากฝัก โบกไปมาเพื่อสร้างเส้นทางและล้อมเทียนคงไว้ “คุณชาย เชิญ” หนึ่งในทหารองครักษ์นี้ เดินเข้ามาหาเทียนคงโค้งคำนับให้แล้วกล่าวอย่างนอบน้อม
“....”เทียนคงตอนนี้ยังไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น จึงเลยตามเลยไปก่อนและคิดว่านี่คงเป็นการต้อนรับนักเล่นแร่แปรธาตุใหม่ล่ะมั้ง เล่นใหญ่ใช่เล่นนะเขาโค้งคำนับตอบอย่างนอบน้อมเช่นกัน แต่ก็ยังไม่ได้พูดอะไรแล้วตั้งใจเดินไปที่ส่วนบริการของสำนัก แต่เส้นทางที่ทหารสร้างและนำทางไปดูเหมือนจะไม่ได้ไปทางนั้นนะ จนเทียนคงต้องเอ่ยขึ้นมาว่า “เอ่อ พี่ชายข้าก็ไม่รู้นะ ว่านี่มันเกิดอะไรขึ้น แต่ว่าข้าเพียงแค่จะมาเอาตราประจำตัวน่ะข้าว่าพวกท่านเข้าใจอะไรผิดไปแน่ ๆ”
หัวหน้าองครักษ์ยิ้มบางแล้วหันไปตอบว่า“ไม่ผิดหรอกคุณชาย ต้องขออภัยคุณชายด้วย ข้ากำลังพาท่านไปพบกับคนคนหนึ่งหวังว่าจะไม่ทำให้ท่านเสียเวลาเกินไป”
เมื่อได้ยินดังนั้นเทียนคงก็ชะงักฝีเท้าทันที สิ่งที่เทียนคงเกลียดที่สุดก็คือการถูกบังคับให้ทำตามโดยที่เขาไม่ยินยอมและนี่ทหารพวกนี้รู้อยู่แล้วว่าเขาเป็นใคร และมาทำอะไร แต่กลับพาตัวเขาไปหาใครคนหนึ่งโดยที่ไม่บอกกล่าวอะไรกันเลยงั้นหรือ
“เป็นอะไรไปหรือคุณชาย ...” หัวหน้าองครักษ์ หันมาถามอย่างใจเย็นด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแต่ภายในใจเริ่มหงุดหงิดนิด ๆแล้ว
“ข้าว่าข้าบอกพวกท่านชัดเจนแล้วว่าข้าแค่จะไปเอาตราประจำตัว และพวกท่านน่าจะเข้าใจผิดแล้วเพราะข้าไม่ได้นัดพบใครทั้งนั้น โปรดเปิดทางให้ข้าด้วย”เทียนคงตอบด้วยสีหน้าเคร่งครึม ทำเอาหัวหน้าองครักษ์รู้สึกเดือดดาลเป็นที่สุดแต่ก็ยังคงแสดงท่าทางออกไปได้อย่างปกติแล้วพูดว่า “คุณชายท่านไม่เห็นสัญลักษณ์บนเกราะข้าหรือ” แล้วก้มลงมองเครื่องหมาย V บนหน้าอกจากนั้นจึงจ้องไปที่เทียนคงด้วยสายตาเย็นชา
“ข้าเห็นแล้วมันเกี่ยวอะไรกับข้าด้วย .... ข้าไม่เสียเวลากับพวกท่านแล้ว ขอโทษด้วย”พูดจบเทียนคงก็หันหลังเดินจากไป แต่ก็ถุกขวางโดยทหารด้านหลังและตอนนี้พวกเขาได้ชักกระบี่ออกมาจากฝักแล้ว
เทียนคงเห็นดังนั้นก็ไม่คิดจะทนอยู่ให้ถูกคุกคามอีกต่อไปและเตรียมที่จะใช้ท่าร่างอัสนีบาตหลบหนีออกไปจากตรงนี้แต่เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นมาก่อนที่เขาจะได้ออกตัว
“แม้ท่านจะเป็นองค์ชายแต่นึกจะพบใคร ก็ใช่ว่าจะบังคับพวกเขาให้ทำตามใจชอบได้นะ แถมนี่ยังเป็นพื้นที่ของข้าด้วย นี่ท่านไม่เห็นหัวข้าหรือพ่อข้าเลยหรือ ลู่จิว”
เทียนคงจำน้ำเสียงนี้ได้จึงหันไปมองยังต้นเสียงนั้น ซึ่งก็พบกับคุณหนูเหยา กำลังเดินตรงมาหาเขา และวันนี้นางก็แต่งตัวมาด้วยชุดผ้าไหมบางเบาคอกว้างเล็กน้อย ม้วนผมขึ้นมัดจนเผยให้เห็นต้นคอและไหปลาร้าขาวเนียน จนทำให้บุรุษทุกคนต่างพากันมองตาเป็นมันแต่ไม่ใช่กับองครักษ์ขององค์ชายห้า ที่ไม่ได้แสดงความหลงไหลคุณหนูเหยาเลยสักนิด
และพอได้ยินที่คุณหนูเหยาพูดจาไม่เคารพเจ้าเหนือหัวแบบนี้มีหรือพวกเขาจะทนได้ จึงพุ่งปลายกระบี่ไปที่คุณหนูเหยาทันที
“หยุดเดี๋ยวนี้ถอยออกมาให้หมด ......... คารวะคุณหนูเหยา ยินดีที่ได้พบท่านที่นี่เป็นข้าเองที่ใจร้อนอยากพบคุณชายเทียนคงจนเกินไป เสียมารยาทแล้ว ...”เป็นองค์ชายห้า ที่มองดูเหตุการณ์อยู่ตลอดซึ่งก่อนหน้านี้เขากำลังสนอกสนใจอยู่ว่าเทียนคงจะทำเช่นไร เมื่อถูกขู่บังคับแต่เมื่อคุณหนูเหยาเข้ามาแทรกแซงแล้วแบบนี้ ก็เป็นอันต้องพอเพียงเท่านี้เพราะแม้ตระกูลเหยา จะไม่ได้เป็นเชื้อพระวงศ์ แต่ศักดิ์ฐานะ ก็ใช่ว่าจะเป็นรองทหารองครักษ์แม้ในใจจะไม่พอใจคุณหนูเหยาเอามาก ๆแต่ก็รับฟังคำสั่งแล้วปฏิบัติตามทันที โดยถอยห่างออกมาจากคุณหนูเหยา ที่ตอนนี้ถึงตัวเทียนคงแล้ว
“หึก็ยังดีที่ท่านยังรู้ว่าอะไรควรไม่ควร ... คุณชายเทียนคง พวกเราไปกันเถอะ ...”เมื่อองค์ชายห้ายอมถอยแล้ว คุณหนูเหยาก็คว้ามือเทียนคงแล้วลากเขาออกไปทันทีโดยที่เทียนคงก็ได้แต่งุนงงแต่ก็นับว่าคุณหนูเหยาได้เข้ามาช่วยเขาไว้ได้ทันท่วงทีล่ะนะ
“เอ่อคุณหนูเหยา ท่านปล่อยข้าได้แล้วล่ะ ....”พอมาถึงในส่วนอาคารที่เป็นคนนอกไม่มีสิทธิ์เข้าไปโดยพลการเทียนคงก็เอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงกระอักกระอวน
คุณหนูเหยาได้ยินก็หยุดฝีเท้าแล้วหันมาพูดว่า“อะไร ข้าช่วยเจ้าออกมา ไม่ขอบคุณไม่พอ ยังมาพูดแบบนี้กับข้างั้นเหรอ เจ้านี่มัน......”
“เอ่ออ... ขอบคุณที่พาข้าออกมานะคุณหนูเหยา” เมื่อโดนตำหนิในสิ่งที่เป็นความจริงเทียนคงก็ไม่โต้แย้งอันใด แล้วถอยหลังก้าวหนึ่งแล้วโค้งคำนับให้อย่างสุภาพ
คุณหนูเหยาเห็นเทียนคงรับคำอย่างไม่มีความลังเลก็พลันยิ้มออก แล้วพูดว่า “ช่างเถอะ ๆ ไปรายงานตัวให้เรียบร้อยแล้วไปพบท่านพ่อข้ากัน”
เทียนคงอึ้งไปอีกครั้งหนีออกมาจากคนหนึ่งได้ ก็ยังต้องมาเจอกับอีกคนหนึ่งงั้นหรือเนี่ย บ้าบอชะมัดแต่ในเมื่อบิดาของคุณหนูเหยาเป็นถึงเจ้าสำนัก เช่นนั้นก็คงมีเรื่องอะไร และอาจเป็นธรรมเนียมของนักเล่นแร่แปรธาตุหน้าใหม่ที่ต้องเข้าพบผู้ที่เป็นหัวหน้าของเหล่านักเล่นแร่แปรธาตุประจำดาวนี้ก็เป็นได้เทียนคงจึงเอ่ยถามอย่างนอบน้อมไปว่า
“เอ่อคุณหนูเหยา ไม่ทราบว่าท่านเจ้าสำนักต้องการพบข้าด้วยเรื่องอันใดหรือ”
“นี่เจ้าถ่อมตัวหรือว่าโง่เง่ากันแน่เนี่ย.... เจ้าเป็นถึงอัจฉริยะในรอบ 100 ปี เจ้าสำนักย่อมต้องมอบตระประจำตัวให้เจ้าด้วยตัวเองพร้อมกับรางวัลให้กับเจ้าอยู่แล้วสิ ............... เดี๋ยวนะหรือว่าเจ้าจะไม่รู้ว่าต้องเข้าพบท่านพ่อข้า และรับของรางวัลพวกนี้ตั้งแต่แรก”
“......”เทียนคงไม่มีคำพูดใด ๆให้ตอบคำ เพราะเขาเพิ่งจะรู้จากปากนางเมื่อครู่นี้เอง
“นี่เจ้าไม่รู้จริง ๆหรือ ...... อุ๊ปสสสสส์ ฮ่า ๆๆๆๆๆๆ เจ้านี่มันซื่อบื้อและบ้าบอจริงๆ ...... แต่ว่านะ เทียนคง ข้าไม่เคยเจอบุรุษเช่นเจ้ามาก่อนเลย และข้าว่าข้าชอบเจ้าจริงๆเข้าแล้วล่ะ เจ้าอยากคบหากับข้าไหม”คุณหนูเหยาเห็นเทียนคงแสดงสีหน้าเหลอหลาราวกับเด็กน้อยไร้เดียงสาคนหนึ่งก็ปล่อยเสียงหัวเราะออกมาอย่างชอบใจ เพราะนางกำลังคิดว่ามันมีคนแบบนี้ด้วยเหรอเนี่ยและในตอนนั้นเองที่นางเกิดความรู้สึกที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเลยในชีวิตนี้คือการชอบพอบุรุษสักคนหนึ่งอย่างจริงจัง จึงกล่าวความในใจออกไปอย่างรวดเร็วแต่คำตอบที่ได้นั้น
“ไม่ล่ะขอบคุณ ......” โดยไม่ต้องคิด เทียนคงตอบออกไปโดยใช้เวลาเพียงเสี้ยววินาที
“ฮิฮิยอดเยี่ยม และแน่นอนว่า เจ้าจะกลายเป็นเจ้าสำนักคนตะ .........” คุณหนูเหยาพลันจินตนาการไปไกลแล้วและจับมือเทียนคง ตั้งใจจะลากเขาเดินไปต่อแต่พลันตระหนักได้ว่าเทียนคงเพิ่งจะปฏิเสธนางไป จึงหันขวับกลับมา สองมือจับไหล่ของเทียนคงไว้แล้วค่อย ๆเงยหน้าขึ้นมาด้วยใบหน้าโกรธเคือง ก่อนจะพูดเสียงสั่นว่า “เดี๋ยวก่อน.... เมื่อครู่เจ้าตอบข้าว่าไงนะ”
“ไม่ล่ะขอบคุณไง คุณหนูเหยา” เทียนคงไม่ได้คิดอะไรเลยขณะตอบและพอโดนถามอีกครั้งก็เอียงคอตอบด้วยความงุนงงว่าเมื่อครู่เขาพูดไม่ชัดหรืออย่างไร
“จะจะ จะ เจ้า .......... เจ้า ..........” เมื่อได้ยินอีกครั้งชัดเจนเต็มสองรูหูนางอึ้งจนปากสั่นและไม่สามารถพูดออกมาเป็นประโยคได้ จากนั้นก็บีบไหล่เทียนคงแน่นหน้าขาวใสเริ่มมีสีแดงระเรื่อขึ้นมาจนถึงใบหู เนื้อตัวสั่นเทา ไม่ใช่เพราะว่าโกรธที่ถูกปฏิเสธแต่ว่านางรู้สึกขายหน้าเอามาก ๆ จนอยากจะมุดรูหนีไปเดี๋ยวนั้นและพลันคิดในใจว่า
“ข้าเป็นใครกันบุตรีเพียงคนเดียวของเจ้าสำนักนพเก้าแห่งดาววิหคคราม หนึ่งในสามหญิงงามแห่งดวงดาวตลอดชีวิตที่ผ่านมา มีแต่คนตามข้าต้อย ๆ เพียงข้าโปรยคำหวาน หว่านเสน่ห์เสียหน่อยก็หลงข้ากันหัวปักหัวปำ พากันขอข้าคบหาและขอแต่งงานกันไม่เว้นวัน แล้วเจ้าเจ้าเป็นใครกัน ทำไมถึงได้ทำกับข้าแบบนี้ ทำไมถึงปฏิเสธข้าได้ แถมยังตอบแบบไม่ต้องคิดเสียด้วยนี่มันเกิดอะไรขึ้นกัน .....”
ความคิดในหัวของคุณหนูเหยาตอนนี้สับสนวุ่นวายจนไม่ได้สนใจเทียนคงที่ยืนงงอยู่ตรงหน้าเลยสักนิด เทียนคงเห็นดังนั้นจึงตัดสินใจสะกิดเรียก
“เอ่อคุณหนูเหยา ...... คุณหนูเหยา ...” เทียนคงจับสองมือของคุณหนูเหยาออกแล้วเรียกหา พร้อมกับเขย่าสองมือทที่จับข้อมือของคุณหนูเหยาไปด้วย และต้องเรียกถึงสองครั้งนางถึงจะเงยหน้าขึ้นมา
“หืออออ.... อึกกกกก ....” แต่พอเงยหน้าขึ้นมาเจอเทียนคงส่งสายตากลมโตสุดซื่อบื้อนางก็หน้าแดงขึ้นมาอีกครั้ง ดึงมือกลับ แล้วรีบหันหลังให้ก่อนจะกล่าวว่า
“พ่อข้าคงรอแย่แล้วไปกันเถอะ” คุณหนูเหยาตอนนี้ไม่กล้าสู้หน้าเทียนคงเลยแม้แต่นิดเดียวแล้วจึงทำเป็นว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นเมื่อครู่แล้วเดินนำทางต่อไปด้วยตัวที่ยังคงสั่นระริกอยู่เนืองๆ
เทียนคงเห็นดังนั้นจึงไม่ได้คิดอะไรต่อแล้วเดินตามไปอย่างว่าง่าย โดยที่ระหว่างทางไม่มีการพูดคุยกันระหว่างพวกเขาอีกเลย.....