“แกแน่ใจแล้วเหรอแจม ที่รับปากพ่อไปอย่างนั้น แต่งงานไม่ใช่เื่เล่นๆ ไม่ใช่เื่ช้อปปิ้งนะที่ไม่ถูกใจแล้วจะเอาไปคืนไปเปลี่ยนได้น่ะ”
ลดาลัยเพื่อนสนิทและเป็เพื่อนร่วมงานย้ำถามอีกครั้งอย่างคนไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง
“แกจะไปถามมันซ้ำๆ ทำไมล่ะยีน ก็รู้ๆ อยู่แล้วว่ามันตอบพ่อไปอย่างนั้นมาั้แ่อาทิตย์ก่อนแล้ว ย้ำคิดย้ำถามอยู่นั่นล่ะ น่ารำคาญ”
ทาริกาเพื่อนสนิทและเป็เพื่อนร่วมงานอีกคนรีบแย้ง ขณะทั้งสามนั่งอยู่ม้าหินอ่อนหน้าบริษัท เพื่อรอเกรียงไกรมารับวิวรรญา เพราะวันนี้เอารถไปทำธุระ
ครั้นเพื่อนทั้งสองจะไปส่ง บ้านก็อยู่คนละทิศละทาง คือวิวรรญาไปบ้านบึงระยะทางสี่สิบกว่ากิโลเมตร ส่วนเพื่อนไปฉะเชิงเทราสามสิบกว่ากิโลเมตร
“ถึงจะเปลี่ยนใจก็คงจะทำอะไรไม่ได้แล้วล่ะยีน เพราะคุณพ่อรับเงินมาจากเขาเอาไปหมุนในบริษัทแล้ว และวันนี้ลุงเจียงเอาเงินของเขาที่พ่อโอนมาให้ไปไถ่ที่สวนแล้วด้วย”
วิวรรญาเอ่ยเสียงอ่อย จนเพื่อนทั้งสองอดสงสารไม่ได้
“แล้วความสุขของแกล่ะแจม จะมีบ้างหรือเปล่า แต่งงานกับผู้ชายที่ยังไม่เคยเห็นหน้าด้วยซ้ำ นิสัยใจคอเป็ยังไงก็ไม่รู้ สูงต่ำดำขาว หล่อล่ำหรือขี้ริ้วขี้เหร่ยังไงก็เดายาก”
ลดาลัยถึงกับโอดครวญเพราะกลัวแทน วิวรรญาถอนหายใจออกมาน้อยๆ อย่างเหนื่อยหน่าย
“ความสุขของเราตอนนี้กับตอนที่จะต้องไปแต่งงานกับใครสักคนคงจะไม่แตกต่างกันเท่าไหร่นักหรอกนะยีน บางทีถ้าเราจะโชคดี คนที่เราไม่เคยเห็นหน้าอาจจะทำให้เรามีความสุขมากกว่าคนที่คบหากันมาหลายปีก็ได้นะ”
ด้วยหัวใจนั้นอดคิดถึงแฟนที่คบหากันมาตั้งสามปีไม่ได้ แต่จู่ๆ ก็เลิกกันไปทิ้งให้ตัวเองต้องพกพาแต่ความเจ็บช้ำมาเกือบจะสองปีแล้ว และยิ่งเจ็บหนักเข้าไปอีกเมื่อได้เห็นการ์ดแต่งงานของเขา
“ลุงเจียงมาแล้ว! กลับกันดีกว่าพวกเรา ขอบใจนะที่นั่งรอเป็เพื่อน ไว้เจอกันวันจันทร์นะ”
วิวรรญาโบกมือลาเพื่อนด้วยความเคยชินก่อนจะขึ้นรถที่ลุงเป็คนขับ โฉนดในซองพลาสติกถูกยื่นให้หลานสาวดูเป็ขวัญตาทันทีที่รถแล่นออกจากประตูนิคมฯ
“ได้คืนมาลุงก็ดีใจอยู่หรอกนะแจม แต่ลุงรู้สึกผิดจริงๆ เลยที่จะต้องเอาชีวิตของหลานสาวที่ลุงรักเหมือนลูกไปแลก”
เกรียงไกรเอ่ยขึ้นเบาๆ เมื่อหลานยัดโฉนดกลับเข้าซองแล้ว
“แจมดีใจค่ะที่มีโอกาสได้ตอบแทนที่ลุงกับป้าเลี้ยงแจมมา”
น้ำเสียงที่แ่เบานั้นเกรียงไกรอ่านออกทันทีว่าหลานไม่อยากจะพูดถึงมัน เลยตัดสินใจขับรถไปเงียบๆ กระทั่งถึงบ้าน
“อ้าว! กำนันน่ะเอง สวัสดีครับ มาหาผมถึงบ้านมีอะไรให้รับใช้ครับ”
ลงรถได้ก็รีบตรงเข้าบ้านที่มีแขกรออยู่ถึงสามคน หนึ่งคือกำนันที่คุ้นหน้ากันดีอยู่แล้ว แต่อีกหนึ่งหนุ่มในชุดกะลาสีสีขาวนั้น เกรียงไกรกับวิวรรญาไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน
กระนั้นก็ยกมือรับไหว้ทหารหนุ่มที่รู้กาลเทศะยกมือไหว้เ้าของบ้านโดยไม่มีใครต้องบอก กำนันที่ดูจะอายุน้อยกว่าเองก็รีบยกมือไหว้ลูกบ้านก่อนเช่นกัน
“โถ! ใครจะกล้าใช้เฮียเจียงกันล่ะครับ”
เกรียงไกรรีบรับไหว้แล้วทรุดกายลงนั่งชุดรับแขกฝั่งตรงข้าม เองอรพินเห็นสามีกลับมาแล้วเลยรีบลุกขึ้น
“พี่เจียงมาแล้วงั้นเชิญพ่อกำนันคุยกันเอานะคะ พินขอไปทำมื้อเย็นก่อน ถ้าพ่อกำนันไม่รีบไปไหนก็เชิญรอกินมื้อเย็นด้วยกันนะคะ ไปกันเถอะแจม”
พยักหน้าชวนหลานสาวเดินไปหลังครัวอย่างรู้งาน กำนันเลยรีบบอกความจำนงทันทีเมื่อเดาได้ว่าเ้าของบ้านอยากรู้เต็มทน
“พอดีเพื่อนผมที่เป็ผู้พันนาวาอากาศเอกในฐานทัพเรือชื่อทรงพล พาทหารปลดประจำการสองหนุ่มนี้มาฝากให้ทำงานที่บ้าน แต่เมื่อเช้าผมดันได้คนมาแล้วสอง ก็เลยรับไว้ได้แค่หนึ่ง เหลืออีกหนึ่งไม่รู้จะให้ไปไหน ผู้ใหญ่เลยบอกผมให้มาหาเฮีย เห็นว่าคนเก่าลากลับบ้านไปเผื่อจะอยากได้มาแทนกัน เ้านี่มันชื่อลิน อยากจะทำสวนทำไร่ได้ความรู้แล้วจะได้กลับไปทำที่บ้านตัวเองบ้าง แม่มันตายไปั้แ่เด็กๆ พ่อก็มีเมียใหม่ เลยไม่ได้รีบร้อนจะไปไหน”
“ั้แ่คนเก่าออกไปเมื่อสองเดือนก่อน ผมก็ว่าจะไม่จ้างใครแล้วล่ะครับกำนัน ค่าแรงขั้นต่ำก็แพง ไหนจะข้าวปลาอาหารต้องหาให้อีก กะว่าจะทำกันไปเรื่อยๆ สองตายาย ถึงเวลาจะต้องใช้คนก็ค่อยจ้างเป็ครั้งๆ ไปครับ จ้างไว้ประจำไม่ไหวค่าแรงกินตายเลย”
เกรียงไกรบอกตามความจริงทุกอย่าง เพราะไม่อยากให้เสียเวลาทั้งสองฝ่าย กำนันได้ยินแบบนั้นก็ไม่รู้จะพูดอะไรได้นอกจากหันไปหาทหารหนุ่มที่นั่งเงียบๆ ฟังผู้ใหญ่ทั้งสองคนเท่านั้น
“ผมก็เข้าใจเฮียครับ ทุกวันนี้อะไรๆ ก็แพงทั้งนั้น เื่อย่างนี้ไม่ว่ากันอยู่แล้วครับเฮีย”
กำนันยอมจำนนแต่โดยดี ก่อนจะหันไปหาทหารหนุ่มผิวคล้ำรูปงามนามสั้น
“แล้วจะเอายังไงต่อดีล่ะลิน หรือจะรอให้ฉันพาไปหานายจ้างที่อื่นก่อน หรือจะให้ส่งกลับไปหาท่านผู้พัน”
“ผมอยากทำไร่ทำสวนมากกว่าครับ ถ้าคุณลุงจะกรุณาสอนงานให้ ผมขอแค่ที่อยู่กับอาหารสามมื้อแลกกับงานก็พอครับ ผมจะรบกวนอยู่ด้วยไม่เกินหกเดือนหรอกครับ ได้ความรู้แล้วผมก็จะกลับไปทดลองทำที่บ้านผมครับ”
เกรียงไกรมองทหารหนุ่มที่รู้จักพูดและมีสัมมาคารวะแล้วครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนตัดสินใจเพียงคนเดียวโดยไม่รอถามเมีย
“ฉันคงจะทำอย่างนั้นกับนายไม่ได้หรอกนะ งั้นเอาเป็ว่าฉันให้วันละสองร้อยกับที่อยู่ที่กินก็แล้วกัน ฉันเองก็ไม่ได้ร่ำรวยอะไร งานสวน งานไร่ก็หนักอยู่นะ ไม่เป็เวล่ำเวลาเหมือนทำงานอย่างอื่น ต้องตื่นเช้านอนดึกเป็บางครั้ง ถ้านายรับตรงนี้ได้ฉันก็จะสอนวิชาความรู้ให้เท่าที่ฉันมี”
“ขอบพระคุณครับคุณลุง”
หทารหนุ่มยกมือไหว้อย่างนอบน้อม ซึ่งนั่นเป็อะไรที่เกรียงไกรชอบไม่น้อย เพราะรักคนว่านอนสอนง่าย พูดหรือเตือนอะไรให้เชื่อฟัง และที่สำคัญคงจะไม่เป็ภัยกับหลานสาวตัวเอง เหมือนคนงานคนก่อนที่ต้องหาเหตุให้ออกโทษฐานมีสายตาไม่น่าไว้วางใจเวลามองหลานสาว
“บ้านฉันกินกันง่ายๆ อยู่กันแค่สามคน แล้วก็นอนบนบ้านแค่สามคน ส่วนคนงานก็จะให้ไปนอนที่กระท่อมท้ายสวนโน่นแน่ะ ฉันจะพานายไปดูก่อน มีอะไรขาดเหลือจะได้มาเอาตอนมากินมื้อเย็นนะ”
เกรียงไกรเดินนำทหารหนุ่มไปยังท้ายสวนหลังจากส่งกำนันขึ้นรถเรียบร้อยแล้ว
“ครับคุณลุง”
คนเดินตามรับคำสั้นๆ ขณะหิ้วกระเป๋าเสื้อผ้าใบเล็กๆ เดินไปกระท่อมที่ห่างจากบ้านลึกเข้าไปเกือบสี่ร้อยเมตร สร้างจากไม้เนื้อดีหลังกะทัดรัดน่าอยู่ไม่น้อยถ้าไม่ติดตรงที่ฝุ่นเกาะอยู่เต็ม
“คงต้องปัดกวาดเอาหน่อยนะ อุปกรณ์ก็อยู่ในนี้ล่ะมีครบหมด เดี๋ยวตอนไปกินข้าวที่บ้านค่อยหอบเครื่องนอนลงมา ที่นี่จะกินมื้อเย็นกันประมาณทุ่มครึ่งนะ และมีป้าพินกับยัยแจมทำกับข้าว แต่มื้อเช้ากับเที่ยงส่วนใหญ่ก็ไม่ได้กินด้วยกัน นายต้องตื่นตอนตีสามไปช่วยขนของที่จะไปขายที่ตลาดใส่รถแล้วก็ขับมอเตอร์ไซคล์ตามไปช่วยจัดแผง กลับมาก็นอนพักชดเชยที่ให้ตื่นเช้า แล้วก็เริ่มงานสวนตามแต่จะมีอะไรให้ทำ สายๆ ฉันถึงจะกลับจากตลาด เอาคร่าวๆ แค่นี้ก่อนก็แล้วกัน อยู่ๆ ไปเดี๋ยวก็รู้งานเองล่ะ”
“ครับคุณลุง”
แม้นายจ้างจะอธิบายยืดยาว แต่ลูกจ้างก็รับคำสั้นๆ พร้อมกับถลกขากางเกงขึ้นเพื่อทำการปัดกวาดเช็ดถูกกระท่อมน้อย เกรียงไกรเห็นท่าทางแล้วก็ยิ้มน้อยๆ อย่างพึงพอใจก่อนจะเดินกลับบ้าน ทุ่มกว่าๆ คือเวลาที่ทหารหนุ่มเดินมาด้อมๆ มองๆ อยู่ประตูหลังครัว เหมือนจะเกรงกลัวเ้านายอยู่กลายๆ
“เข้ามาสิจ๊ะ แกงเพิ่งจะเสร็จกำลังจะตักพอดีเลย”
อรพินเห็นเข้าเลยกวักมือเรียกอย่างเป็กันเอง หลังจากที่สามีบอกรายละเอียดให้รับรู้แล้ว
“มีอะไรให้ผมช่วยหรือเปล่าครับ”
ทหารหนุ่มที่อยู่ในชุดเสื้อยืดกางเกงวอร์ม เอื้อนเอ่ยอย่างนอบน้อมถ่อมเนื้อถ่อมตัว และจ้องมองอรพินเพียงคนเดียว ไม่แม้แต่จะชายตาไปหาหลานสาวคนสวยของเ้านายที่กำลังตักข้าวใส่จานอยู่ไม่ห่างแม้แต่นิดเดียว ผิดจากคนงานคนก่อนหลายเท่านัก อรพินจึงพึงใจนิดๆ ขึ้นมา
“ยกชามแกงไปที่โต๊ะเลยก็ได้ ว่าแต่ชื่ออะไรนะเราน่ะ เมื่อกี้ก็ลืมถามลุง”
“ลินครับคุณป้า”
อรพินยิ้มออกมาด้วยความขำ
“ทีหลังเรียกฉันว่าป้าพินก็ได้ ไม่ต้องคุณเคินอะไรหรอก คนบ้านสวนบ้านไร่ไม่ใช่คุณนงคุณนายที่ไหน ส่วนนั่นก็ยัยแจมหลานคนเดียวของฉัน”
****** ขออนุญาตแจ้งอีกทีนะคะ ว่านิยายทุกเื่จะลงให้อ่านได้ราว 70% เท่านั้นค่ะ ต้องขอโทษด้วยนะคะถ้าทำให้ค้างคา แต่กันเกราเชื่อว่านักอ่านที่น่ารักทุกท่านจะเป็กำลังใจต่อให้ด้วยการตามหาหนังสือมาไว้ในอยู่แล้วค่ะ ******
ยิ้มมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม
และหนึ่งคอมเม้นต์ของท่าน คือหนึ่งแรกผลักดันและกำลังใจของคนเขียนนะคะ แต่ก็ยินดีต้อนรับและขอบคุณนักอ่านเงาทุกท่านด้วยค่ะ
รู้งี้แล้วอย่าลืมเม้นท์ให้เค๊าหลังอ่านด้วยนะตะเอง
เข้าไปทักทาย พูดคุย หรือติชมผลงานได้
ตามเพจด้านล่างนี้เลยนะคะ
ยินดีต้อนรับทุกๆ ท่านค่ะ และยินดีรับฟังทุกความคิดเห็นค่ะ
สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗
ห้ามหยิบยก คัดลอก หรือดัดแปลงส่วนใดส่วนหนึ่งของหนังสือเล่มนี้ รวมทั้งถ่ายทอด ถ่ายเอกสาร สแกน ในรูปแบบใดๆ ทั้งสิ้น เว้นเสียแต่จะได้รับอนุญาตจากผู้ประพันธ์เป็ลายลักษณ์อักษร ยกเว้นเพื่อการประชาสัมพันธ์อันเป็ประโยชน์แก่หนังสือเล่มนี้เท่านั้น
