ตอนเย็นๆของวันที่สาม
ชาวบ้านหลายสิบคนตัดสินใจที่จะออกมายืนอยู่กับเฟร็ดดริกและเจ้าหน้าที่
จนกระทั้งถึงเช้าก็ไม่เกิดเรื่องอะไรขึ้น
เรื่องนี้ทำให้ชาวบ้านต่างก็รู้สึกตื่นเต้นที่จะได้ออกจากบ้านในยามค่ำคืน
กลางคืนของวันที่สี่
ชาวบ้านหลายคนในหลายๆพื้นที่ต่างๆก็ออกมายืนแถวบ้านของตัวเอง โดยที่แถวนั้นก็มีเจ้าหน้าที่ของเมืองคอยดูแลด้วยเหมือนกัน
ตอนเช้าก็ไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น
เมื่อชาวบ้านเห็นว่าไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นจริงๆก็ทำให้ชาวบ้านทั้งหลายพากันแสดงความตื่นเต้นยิ่งกว่าเก่า พวกเขาไม่ได้ออกมาเที่ยวเล่นยามค่ำคืนมานานกว่าสามปีแล้ว ทำให้พวกเขารู้สึกตื่นเต้นที่จะได้ท่องเที่ยวยามราตรีอีกครั้งหนึ่ง
เฟร็ดดริกในฐานะเจ้าเมืองจึงประกาศจัดงานเลี้ยงตอนค่ำเป็นเวลาสามวันสามคืน
ส่วนทางด้านของไลท์ พวกเขาออกเดินทางกันตั้งแต่คืนที่สองแล้ว เนื่องจากพวกเขาเสียเวลาที่เมืองเซเวย์ไปหลายวันทำให้พวกเขาต้องเร่งความเร็วในการเดินทางไปถึงที่เมืองวาร์บาเลียน
ทำให้พวกเขาใช้เวลาอีกประมาณสิบกว่าวันก็มาถึงเมืองวาร์บาเลียนแล้ว
ระหว่างทางพวกเขาได้ทำลายองค์กรมืดไปเป็นสององค์กร
เมืองวาร์บาเลียนเป็นเมืองขนาดกลางประชากรประมาณห้าแสนคน อาชีพของชาวบ้านส่วนมากคือการขุดเหมือง เนื่องจากมีเหมืองหินอยู่ไม่ไกลจากเมืองสักเท่าไหร่
ไลท์ได้ติดต่อกับคุณเฟลิกซ์แล้วก็พบว่าตอนนี้พวกคุณเฟลิกซ์อยู่ในเมืองวาร์บาเลียนแล้วและเตรียมพร้อมที่จะไปจัดการกับองค์กรพิษสังหารแล้ว
คุณเฟลิกซ์ได้จองห้องอาหารแห่งหนึ่งไว้รอไลท์เพื่อมาพูดคุยถึงข้อมูลขององค์กรพิษสังหาร
หลังจากที่รู้ชื่อของร้านอาหารแล้วเขาก็บอกให้ทุกคนแยกย้ายกันไปเที่ยวเล่นก่อน ส่วนเขากับเบเรียลก็ไปยังร้านอาหารที่พวกคุณเฟลิกซ์บอกเอาไว้
“ ไลก้าอย่าลืมจองห้องให้ฉันด้วยนะ ” ไลท์พูดขึ้น
“ รับทราบลูกพี่ ” ไลก้าพตอบรับ
หลังจากนั้นไลท์และเบเรียลก็มาถึงร้านอาหารที่คุณเฟลิกซ์บอก
ร้านอาหารแห่งนี้เป็นร้านอาหารที่หรูหราที่สุดในเมืองวาร์บาเลียน เป็นตึกสูงห้าชั้น ถูกสร้างขึ้นมาจากหินอ่อนทั้งอาคารเพียงแค่รอบๆร้านอาหารก็ดูสวยงามอย่างมากแล้ว ไม่ว่าจะเป็นสระน้ำขนาดเล็กและสวนดอกไม้หลากสีสัน
ที่หน้าประตูก็มีตัวตนระดับBสองคนยืนเฝ้าประตูเอาไว้
สำหรับเมืองขนาดกลาง การที่จะมีตัวตนBสองคนเฝ้าที่หน้าร้านอาหารก็นับว่าเป็นตัวตนระดับสูงของเมืองแล้ว เพราะระดับBบางคนก็เป็นถึงผู้นำตระกูลภายในเมืองเลยทีเดียว
หลังจากที่ไลท์และเบเรียลเข้ามาก็เป็นจุดสนใจทันทีเพราะชุดที่ทั้งสองคนใส่นั้นดูธรรมดามาก และคนที่มากินร้านอาหารแห่งนี้ส่วนใหญ่จะแต่งตัวหรูหราและดูดีเหมือนกับขุนนาง
ไม่นานพนักงานชายก็รีบวิ่งมาด้วยรอยยิ้มแต่สายตาของเขาดูถูกไลท์และเบเรียล แต่เมื่อเขามองมาที่เบเรียลก็ต้องทึ่งในความงดงามของเธอ
ไลท์และเบเรียลมองไปที่พนักงานชายคนนั้นก่อนที่จะลอบยิ้มเยาะออกมา เพราะไม่ว่าจะเป็นชายหนุ่มคนไหนเมื่อพวกเขาเห็นเบเรียลแล้วก็ต้องทึ่งในความงามของเธอ
“ ไม่ทราบว่าได้จองโต๊ะไว้ไหม? ” พนักงานชายถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแม้ว่าเขาจะอึ้งในความงามของเบเรียลก็ตาม
ยังไม่ทันที่ไลท์จะตอบก็มีเสียงเย็นชาดังขึ้นมาจากด้านหลังของพวกไลท์ก่อน
“ ให้ตายเถอะใครเป็นคนปล่อยให้ไอพวกคนชั้นต่ำเข้ามาในร้านนี้ได้ ” น้ำเสียงที่ดูหยิ่งผยองดังขึ้นมาจากด้านหลังของไลท์และเบเรียล
ทั้งสองหันกลับไปมองก็พบว่าเป็นชายหนุ่มในชุดหรูหราราคาแพงประมาณสี่คนและมีหญิงสาวที่น่ารักคนหนึ่งในชุดเดรชสีฟ้าอ่อน
ทั้งห้าคนต่างก็มีอายุไล่เลี่ยกัน โดยที่พวกเขาน่าจะมีอายุประมาณยี่สิบปี
ส่วนด้านหลังของกลุ่มวัยรุ่นนี้ก็มีชายชรา ชายวัยกลางคนและหญิงสาวที่อายุประมาณสามสิบปีเดินตามมาด้วย ซึ่งทั้งสามน่าจะเป็นผู้ติดตามของวัยรุ่นกลุ่มนี้ เพราะทั้งสามคนต่างก็มีออร่าในระดับAที่แผ่ออกมา
วัยรุ่นกลุ่มนี้คือลูกหลานของตระกูลระดับสูงของเมือง หรือแม้แต่ลูกของผู้นำกิลด์จอมเวทย์ของเมือง ด้วยความที่เป็นลูกหลานของกองกำลังระดับสูงของเมืองทำให้พวกเขามีนิสัยเอาแต่ใจและชอบเหยียดหยามคนธรรมดา
‘ ไอพวกนี้มักจะออกมาตามอีเว้นท์ร้านอาหารหรือไงกันว่ะ? ’ ไลท์ได้แต่สงสัย เพราะที่เขาถูกหาเรื่องถ้าไม่ใช่ร้านอาหารก็ต้องเป็นตามท้องถนน ซึ่งมันเหมือนกับพล็อตเรื่องในนิยายที่เจอได้บ่อยๆ
กลุ่มวัยรุ่นหัวเราะออกมาทันทีเมื่อได้ยินคำดูถูกจากเพื่อนของพวกเขา แต่เมื่อชายหนุ่มเหล่านั้นเห็นเบเรียลก็ต้องแสดงสีหน้าตกใจและกลายเป็นตื่นเต้น
“ สาวงาม!! ” ชายหนุ่มอีกคนพูดด้วยความตื่นเต้น เขาเป็นคนรูปร่างสูงใหญ่ ใบหน้าคมเข้ม เส้นผมสีเขียวอ่อน ชายหนุ่มคนนี้ชื่อคีรอส
“ อะไรกันคีรอส สามวันก่อนแกก็เพิ่งจะพาสาวสวยอีกคนไปไม่ใช่หรอ ครั้งนี้ตาฉันแล้ว ” ชายหนุ่มสวมแว่นตาใบหน้าหล่อเหลา เส้นผมสีเหลืองอ่อนดูมีสไตล์พูดขึ้นบ้าง ชื่อของเขาคือคาร์ดิช
“ เงียบไปเถอะคาร์ดิช เรื่องแบบนี้ใครดีใครได้เว้ย ” คีรอสหัวเราะออกมา
“ แล้วพวกแกจะเถียงกันทำไม ถ้าอยากได้ก็เข้าไปจีบซะเองสิ ” ชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงกลางใบหน้าดูธรรมดาไม่ได้หล่อเหลาแต่ดูแล้วอบอุ่น ผมสีฟ้าอ่อน พูดขึ้น ชื่อของเขาคือลองกินัส
“ ฉันเห็นด้วยกับลองกินัสนะ เรื่องแบบนี้ใครดีใครได้ ” ชายหนุ่มอีกคนที่ยิ้มอย่างละมุนหัวเราะออกมา ใบหน้าที่ดูเหมือนกับหญิงสาวพูดขึ้น ชื่อของเขาคือฟิคก้า
“ ฉันละเบื่อพวกแกจริงๆเลย วันๆไม่ทำอะไรเอาแต่จีบสาวๆไปทั่ว ว่าแต่ชายหนุ่มคนนี้ก็ดูดีอยู่นะแม้ว่าจะสวมขุดธรรมดาก็ตาม ” หญิงสาวเพียงคนเดียวในกลุ่มพูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม เธอมีใบน่าที่ดูน่ารักยิ้มง่าย เธอมีชื่อว่าเพย์น่า
เมื่อพวกลองกินัสได้ยินที่เพย์น่าพูดก็พากันกรอกตา เธอนั้นแหละที่หลอกกินชายหนุ่มนับไม่ถ้วน
ไลท์และเบเรียลที่ได้ยินที่พวกลองกินัสคุยก็ถอนหายใจออกมาและหันไปบอกกับพนักงานชายว่า “ พอดีว่าเพื่อนของฉันอยู่ที่ห้องดาราหมายเลขหนึ่งน่ะ ช่วยพาฉันไปหน่อยได้ไหม ”
เมื่อพนักงานชายได้ยินที่ไลท์พูดก็นิ่งอึ้ง ในฐานะของพนักงานร้านนี้เขาย่อมรู้ดีว่าห้องดารานั้นคือห้องส่วนตัวระดับสูง ซึ่งมีด้วยกันเพียงห้าห้องเท่านั้น การที่จะใช้ห้องดารานี้ได้จะต้องเป็นคนที่มีอำนาจมากๆหรือไม่ก็ต้องเป็นตัวตนที่แข็งแกร่งและทรงพลังในระดับSจึงจะสามารถใช้ห้องนี้ได้
การที่ชายหนุ่มด้านหน้าพูดว่าให้พาเขาไปที่ห้องดาราแสดงว่าเพื่อนของชายหนุ่มคนนี้จะต้องเป็นคนที่มีอำนาจหรือแข็งแกร่งแน่ๆ ทันใดนั้นดวงตาที่ดูเหยียดหยามในตอนแรกก็กลายเป็นสายตาของสุนัขขี้ประจบทันที
“ เชิญทางนี้เลยครับท่าน ” พนักงานชายพูดพร้อมกับผายมือเชิญไลท์ทันที
ส่วนทางด้านวัยรุ่นที่เห็นว่าเหยื่อของตังเองจะหนีไปแล้วก็รีบมาขวางทางทันที
“ นี้คุณผู้หญิงถ้าไม่รังเกียจ คุณผู้หญิงสามารถมารับประทานอาหารเที่ยงกับผมได้นะครับ ” คีรอสพูดด้วยรอยยิ้ม
“ ใช่ๆคุณผู้หญิง คุณผู้หญิงจะไปอยู่กับไอเจ้าคนจนๆทำไมกันมาอยู่กับพวกเราดีกว่านะครับ ” ดาร์ดิชเห็นด้วย
ส่วนทางด้านไลท์ที่ถูกพูดว่าเป็นคนจนๆก็มองชุดของตัวเองทันที
“ อื้ม เหมือนคนจนจริงด้วยแหะ ” ไลท์พึมพำออกมา
เบเรียลที่ได้ยินดังนั้นก็หัวเราะออกมทันที
“ ก็ฉันบอกแล้วไงว่านายน่ะควรเปลื่ยนสไตล์การแต่งตัวบ้าง เห็นไหมล่ะคนอื่นเขาหาว่านายเป็นคนจนๆแล้ว ” เบเรียลหัวเราะ
ไลท์เกาหัวเบาๆและพูดขึ้นว่า “ ก็ฉันขี้เกียจแต่งตัวดีๆนิ อีกอย่างถึงแต่งตัวดีไปก็คงเปื้อนเลือดอยู่ดี สู้ใส่แบบนี้แหละดีแล้ว ถ้ามันขาดก็โยนทิ้งไปเลยไม่ต้องเสียดายเงิน ”
“ เสียดายเงิน? พูดมาได้นะกับคนที่ประมูลของหลักพันล้านอย่างนายเนี้ย ” เบเรียลส่ายหน้า
เมื่อคนที่อยู่รอบข้างได้ยินว่าไลท์สามารถประมูลของในราคาหลักพันล้านก็หน้าเหวอกันเป็นแถว
“ เห้ยเพื่อนเมื่อกี้ฉันได้ยินไม่ผิดใช่ไหม คุณผู้หญิงคนนั้นบอกว่าไอคนที่แต่งตัวจนๆประมูลของราคาพันล้าน ” คีรอสพูดจบเขาก็หัวเราะออกมาทันที คนอื่นๆก็พากันหัวเราะออกมาด้วยเหมือนกัน
มีเพียงพนักงานชายเท่านั้นที่ไม่ได้หัวเราะ เขาถอนหายใจออกมาแทน เขาได้แต่เสียใจที่มองคนไม่ออก ใครจะไปคิดล่ะว่าชายหญิงที่แต่วตัวดูธรรมดาจะเป็นคนที่มีอำนาจเงินทองมากขนาดนี้ สาเหตุที่เขาคิดแบบนั้นก็เพราะทั้งสองมีเพื่อนที่สามารถเปิดห้องดาราได้นั้นเอง
ผู้คุ้มกันสามคนด้านหลังเมื่อได้ยินที่เบเรียลพูดพวกเขาก็เงยหน้าขึ้นมามอง ในตอนแรกพวกเขาไม่ได้สนใจชายหญิงคู่นี้แม้แต่น้อย แต่พอหญิงสาวคนนั้นบอกว่าชายหนุ่มประมูลของราคาพันล้านก็เลยให้ความสนใจ
ทันใดนั้นดวงตาของผู้ติดตามทั้งสามก็หดลงและเบิกกว้างด้วยความตกใจ
ผู้ติดตามทั้งสามคนมองหน้ากันก่อนที่จะเห็นแววตาหวาดกลัวของกันและกัน
“ ซวยแล้ว ” ชายชราพูดขึ้นก่อนที่จะรีบวิ่งไปหาลองกินัสและรีบปิดปากของเขาทันที
ชายวัยกลางคนก็รีบวิ่งไปปิดปากคาร์ดิช หญิงสาวรีบปิดปากเพย์น่า
ทางด้านคีรอสและฟิคก้าก็หยุดหัวเราะก่อนที่จะมองเพื่อนๆของเขาที่ถูกปิดปากเอาไว้ด้วยความตกใจ
ไลท์มองไปที่ผู้ติดตามทั้งสามด้วยความสนใจเพราะดูเหมือนว่าทั้งสามคนนั้นจะจำได้ว่าเขาคือใคร
ใช่ ทั้งสามคนจำได้ทันทีว่าชายหนุ่มที่คุณชายของพวกเขากำลังเหยียดหยามอยู่ก็คือไลท์ ยมฑูตสีทองไลท์ หัวหน้ากลุ่มนักผจญภัยเดธปาร์ตี้ ส่วนหญิงสาวที่งดงามที่อยู่ข้างๆก็คือเบเรียล เทพธิดาเหมันต์
เคยมีข่าวว่าไลท์เป็นคนที่นิสัยดี คุยง่ายและเป็นคนเฮฮา แต่เมื่อใดก็ตามที่มีคนมาทำร้ายเบเรียลเขาก็จะเปลื่ยนไปเป็นคนละคนทันที เขาจะกลายเป็นคนที่ฆ่าทุกคนที่เข้ามาทำร้ายเบเรียลโดยที่ไม่สนใจว่าจะเป็นใครหรือมีอำนาจมาจากไหน
ลองกินัส คาร์ดิชและเพย์น่าตะโกนออกมาด้วยความไม่พอใจแต่ในเมื่อทั้งสามถูกปิดปากอยู่ก็ทำให้ไม่มีใครฟังที่พวกเขาพูดได้
“ ปล่อยให้พวกมันพูดต่อสิ ” ไลท์พูดขึ้นด้วยรอยยิ้มขี้เล่น
ผู้ติดตามทั้งสามตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว เขาไม่กล้าที่จะเอามือออกจากปากของคุณชายและคุณหนูของพวกเขา
“ ไม่กล้าๆ ” ชายชราพูดด้วยน้ำเสียงหวาดกลัว แม้แต่เสียงของเขาก็ดูสั่นอย่างเห็นได้ชัด
ฟิคก้าและคีรอสมองหน้ากัน ทั้งสองมองไปที่ผู้ติดตามทั้งสามคนที่ตอนนี้กำลังสั่นด้วยความหวาดกลัวอยู่ รวมไปถึงท่าทีของเพอร์โน่ ที่เป็นผู้ติดตามของลองกินัสที่ตอนนี้กำลังสั่นกลัวอยู่
ทั้งสองคนรู้ดีว่าผู้ติดตามทั้งสามคนนี้ต่างก็อยู่ในระดับA มีเพียงไม่กี่คนในเมืองที่แข็งแกร่งกว่าพวกเขา แต่ก็ไม่เคยมีใครทำให้พวกเขามีท่าทีแบบนี้มาก่อนเลย ถ้าหากพวกเขาไม่รู้จักสามคนนี้มาก่อนก็คงคิดว่าสามคนนี้กำลังเล่นละครตบตาพวกเขาอยู่
ฟิคก้าและคีรอสมองหน้ากัน พวกเขาเป็นคนฉลาดจึงรู้ได้ทันทีว่ามีบางอย่างผิดปกติ แม้แต่พวกลองกินัสที่ถูกปิดปากอยู่ก็รู้สึกได้เหมือนกัน เพราะมือของเพอร์โน่ที่ปิดปากลองกินัสอยู่ก็สั่นราวกับอยู่ในช่วงฤดูหนาว
แม้แต่พนักงานชายที่ดูเหตุการณ์อยู่ก็อ้าปากค้างไปแล้ว เขารู้จักผู้ติดตามทั้งสามของกลุ่มวัยรุ่นกลุ่มนี้ เพราะผู้ติดตามทั้งสามนั้นมีชื่อเสียงโด่งดังมากๆภายในเมืองแห่งนี้
เพอร์โน่ จีนาสและเมล ทั้งสามคือตัวตนระดับAอันดับต้นๆของเมือง ไม่ว่าพวกเขาจะไปที่ไหนก็ได้คลรับความเคารพ แต่ตอนนี้ทั้งสามคนนี้กำลังหวาดกลัวชายหนุ่มที่อยู่ด้านหน้าราวกับหนูที่เจอแมว
ทั้งสองคนหยุดตะโกนก่อนที่จะยืนนิ่งๆแทน
“ ฉันบอกให้ปล่อยให้พวกมันพูด หรือว่าคำพูดของฉันไม่มีความหมายงั้นหรอ? ” ไลท์พูดขึ้นอีกครั้ง ครั้งนี้เขาใช้น้ำเสียงที่จริงจังขึ้นอีกเล็กน้อย
เพอร์โน่และคนอื่นๆรีบเอามือออกจากปากของพวกลองกินัสทันที
พวกลองกินัสพากันงุนงง ทั้งสามคนนี้แทบจะไม่ฟังคำสั่งใครถ้าหากไม่ใช่พ่อแม่ของพวกเขาที่เป็นตัวตนระดับS แสดงให้เห็นว่าชายหนุ่มด้านหน้าจะต้องมาจากขุมพลังอำนาจพอไดัหรืออาจจะเหนือกว่าด้วยซ้ำ
“ เอาล่ะ เมื่อกี้พวกแกหัวเราะเยาะฉันสินะ ” ไลท์พูดด้วยรอยยิ้ม
พวกลองกินัสมองหน้ากันก่อนที่จะเห็นสีหน้าลังเลของกันและกัน พวกเขาไม่รู้ว่าพวกไลท์คือใคร แต่การที่ทำให้พวกเพอร์โน่หวาดกลัวได้จะต้องไม่ใช่คนธรรมดาอย่างแน่นอน
เพอร์โน่ที่ยืนด้านหลังก็รีบกระซิบบอกอะไรบางอย่างกับลองกินัส แต่จู่ๆร่างกายของเขาก็ไม่สามารถขยับได้ ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความตกใจ
“ ฉันบอกให้นายทำอะไรแล้วงั้นหรอ? ” ไลท์พูดด้วยรอยยิ้มขี้เล่น
ลองกินัสเห็นท่าทีของเพอร์โน่ก็ต้องตกใจ เพราะเขาเห็นเพอร์โน่ยืนโค้งตัวมาเล็กน้อยเพราะต้องการที่จะกระซิบบอกบางอย่างกับเขา แต่ตอนนี้เพอร์โน่กับยืนนิ่งเป็นรูปปั้นและไม่สามารถขยับตัวได้
จีโน่และเมลมองไปที่เพอร์โน่ก่อนที่จะมองไปที่ไลท์ด้วยแววตาหวาดกลัวยิ่งกว่าเก่า
‘ สามารถทำให้ปู่เพอร์โน่เป็นแบบนี้ได้แสดงว่าชายหนุ่มคนนี้จะต้องแข็งแกร่งกว่าปู่เพอร์โน่แน่ๆ ’ ลองกินัสครุ่นคิดอย่างรวดเร็ว เขาเป็นคนฉลาดจึงทำให้สามารถมองสถานการณ์ออกทันที
ลองกินัสสูดลมหายใจเข้าลึกและพูดขึ้นว่า “ ผมต้องขอโทษพวกคุณทั้งสองคนด้วยครับ ”
“ อื้ม ไม่เลว ทำผิดก็รู้จักขอโทษๆ นับว่ายังพอมีคุณสมบัติของผู้ดีอยู่ ” ไลท์พยักหน้ารับเบาๆจากนั้นสายตาของเขาก็มองไปที่คนอื่นๆ
เมื่อคาร์ดิชและคนอื่นๆถูกสายตาของไลท์มองก็พากันตัวสั่นขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้
“ ผมต้องขอโทษด้วยครับ ” ฟิคก้าเป็นครฉลาดเขาจึงตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว จากนั้นคนอื่นๆก็พากันพูดขอโทษ
“ ไม่เลวๆ ” ไลท์ยิ้มออกมา
เวลานี้พวกไลท์กลายเป็นจุดสนใจของทุกๆคนในร้านทันที ถ้าหากเป็นคนที่อยู่ในเมืองวาร์บาเลียนย่อมรู้จักพวกลองกินัสเป็นอย่างดี พวกนี้เป็นอันธพาลที่ชอบก่อเรื่องไปทั่ว ทุกคนในเมืองต่างก็รู้จักและจำหน้าตาได้อย่างดี แต่ตอนนี้พวกอันธพาลเหล่านี้กำลังโค้งตัวขอโทษต่อชายหนุ่มคนหนึ่ง เรื่องนี้ทำให้พวกเขาเปิดหูเปิดตาอย่างมาก