บทที่ 38 ล้มเหลว
ในขณะนั้นเอง เสียงสุภาพของผู้จัดการใหญ่หนิงก็ดังขึ้น
“คุณหนูท่านนี้อาจยังไม่ทราบ สมุนไพรที่ท่านเลือกส่วนใหญ่เป็นสมุนไพรขั้นห้าและมากกว่าครึ่งก็เป็นของที่อายุเกินร้อยปี ราคาย่อมสูงเป็นธรรมดา”
เซียวหลิงอวิ๋นกับเซียวหลิงเย่เพิ่งสังเกตว่ามีชายวัยกลางคนซึ่งแต่งกายภูมิฐานกับชายหนุ่มคนหนึ่งยืนอยู่หน้าโต๊ะบัญชี
ทันทีที่ชายหนุ่มผู้นั้นเห็นเซียวหลิงเย่กับเซียวหลิงอวิ๋นก็มีท่าทีตื่นเต้นรีบกล่าวว่า“ท่านคือปรมาจารย์เซียวหรือไม่ ข้าน้อยชื่อเหอจื่อชงไม่ทราบว่าท่านปรมาจารย์ยังจำข้าได้หรือไม่”
เหอจื่อชงจำเสียงของนางได้คลับคล้ายอยู่บ้างเมื่อเห็นเซียวหลิงเย่ยิ่งมั่นใจว่าคือคนเดียวกันแน่นอน
เขารู้สึกตื่นเต้นยิ่งนักหากไม่ใช่เพราะเซียวหลิงอวิ๋น ตอนนั้นเขาอาจตกอยู่ในอันตรายและกิจการของตระกูลก็คงไม่สามารถยืนหยัดได้มั่นคงเช่นวันนี้เขาคิดจะหาโอกาสไปขอบคุณนางอยู่แล้ว
เซียวหลิงอวิ๋นเห็นเหอจื่อชงก็ยิ้มพลางเอ่ย“ดูจากใบหน้าท่านแล้ว อีกไม่นานจะมั่งคั่งเหลือล้นเพียงแต่ในเรือนกลับมีคนร้ายแอบซ่อนอยู่ ท่านวางใจเถิด หากข้าพอมีเวลาจะไปตรวจดูฮวงจุ้ยให้ถึงเรือนเลย”
เหอจื่อชงรู้สึกเป็นเกียรติยิ่งรีบประสานมือกล่าวขอบคุณไม่หยุด “ขอบพระคุณปรมาจารย์เซียวท่านต้องการซื้อสมุนไพรหรือ ไม่ทราบว่าต้องการชนิดใดบ้าง หากไม่รังเกียจข้ายินดีมอบให้ท่านโดยไม่คิดเงิน ข้าเป็นทายาทตระกูลค้าสมุนไพรพอดี”
ผู้จัดการใหญ่หนิงกับพนักงานที่จัดยาอยู่ต่างก็ตกตะลึงสตรีสวมหน้ากากเด็กยิ้มคนนี้คือปรมาจารย์เซียวผู้โด่งดัง? ทั้งยังเป็นหญิงสนิทของอ๋องเก้าด้วย?!
เซียวหลิงอวิ๋นกล่าวตอบอย่างสุภาพ
“คุณชายเหออย่าได้เกรงใจ บุญคุณย่อมมีการตอบแทนคราวก่อนคุณชายชำระเงินหนึ่งแสนเหรียญทองแล้ว ข้าย่อมไม่อาจให้คุณต้องจ่ายอีก”
แม้เหอจื่อชงจะรู้สึกเสียดายอยู่บ้างแต่ก็ไม่กล้าฝืน ผู้จัดการใหญ่หนิงกลับฉีกยิ้มกว้างขึ้นกล่าวว่า “ที่แท้ท่านคือปรมาจารย์เซียวเช่นนั้นข้าขอเป็นเจ้าภาพมอบสมุนไพรทั้งหมดนี้ให้โดยไม่คิดเงินปรมาจารย์เซียวต้องการสมุนไพรเหล่านี้เพื่อหลอมโอสถใช่หรือไม่ข้ามีเรื่องหนึ่งอยากขอ หากท่านหลอมโอสถได้เกินจำนวนไม่ทราบว่าจะยินดีขายให้ข้าบ้างได้หรือเปล่า”
พนักงานที่อยู่ใกล้ถึงกับอึ้งเขาไม่เคยเห็นผู้จัดการใหญ่ยิ้มประจบใครเช่นนี้มาก่อน!
หากผู้จัดการใหญ่หนิงรู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่คงไม่ลังเลที่จะตบหัวสักฉาด
ไม่เห็นหรือว่าสตรีผู้นี้ซื้อแต่สมุนไพรขั้นห้า? นั่นมันโอสถขั้นห้าเชียวนะ!
โอสถขั้นห้าหมายถึงอะไร!หากพวกเขาจี้เหรินถังมีโอสถขั้นห้าไว้เป็นสมบัติคู่ร้านต่อให้ซ่านเหรินถังจะพยายามตีตื้นแค่ไหนก็ไม่มีทางตามทัน
เซียวหลิงเย่ที่เงียบอยู่ด้านข้างแทบจะตกตะลึงกับคำพูดของผู้จัดการใหญ่หนิง
เขาจะมอบสมุนไพรราคากว่าแสนเหรียญให้พี่สาวไปทั้งอย่างนี้อย่างนั้นหรือ!
เขาแทบอยากบอกไปว่าพี่สาวของเขาอาจจะยังหลอมโอสถไม่ได้ด้วยซ้ำ!
ในขณะที่เซียวหลิงเย่ยังลังเลอยู่เซียวหลิงอวิ๋นก็กล่าวปฏิเสธด้วยน้ำเสียงสุภาพ
“ไม่ขอปิดบัง ข้าเองก็ไม่มั่นใจนักว่าจะสามารถหลอมโอสถขั้นห้าได้สำเร็จครานี้เป็นครั้งแรกของข้าด้วยซ้ำ ด้วยเหตุนี้จึงซื้อสมุนไพรเผื่อไว้ถึงสามชุดข้าเองก็มีเพียงเงินอยู่แค่หนึ่งแสนเหรียญทองหากผู้จัดการใหญ่เห็นชอบก็โปรดขายสมุนไพรทั้งสามชุดนี้ในราคาดังกล่าวให้ข้าเถิดหากวันหน้าข้าหลอมโอสถได้มากเกินใช้ ท่านจะเป็นผู้แรกที่ข้าพิจารณาขายโอสถให้จี้เหรินถังจะกลายเป็นร้านอันดับหนึ่งในเมืองนี้”
เซียวหลิงเย่อยากยกมือขึ้นปิดหน้าด้วยความสิ้นหวัง
พี่สาวเขาช่างพูดตรงเกินไปนางเพิ่งสารภาพต่อหน้าทุกคนว่าไม่เคยหลอมโอสถขั้นห้าแล้วจะยังมีโอสถเหลือให้ใครได้อีก!
แน่นอนว่าเด็กจัดยาสมุนไพรที่ชื่อเสี่ยวอู่ก็มีสีหน้าเหมือนเห็นผี
ยังไม่เคยหลอมโอสถขั้นห้าเลยสักครั้งแล้วคิดจะใช้สมุนไพรแค่สามสี่ชุดหลอมโอสถขั้นห้า?
อย่าว่าแต่สามชุดเลยต่อให้สามร้อยชุดก็อาจไม่สำเร็จด้วยซ้ำ หากการหลอมโอสถทำได้ง่ายดายนักเหตุใดทั้งแคว้นถึงแทบหาโอสถขั้นห้าไม่ได้แม้แต่เม็ดเดียว
ตอนนี้ในร้านจี้เหรินถังของพวกเขายังมีโอสถทะลวงขั้นขั้นห้าเพียงสองเม็ดเท่านั้นที่เป็นสมบัติคู่ร้าน
ผู้จัดการใหญ่หนิงเองก็ไม่คาดคิดว่าเซียวหลิงอวิ๋นจะลองหลอมโอสถขั้นห้าด้วยสมุนไพรเพียงสามชุด
แต่เมื่อได้ยินน้ำเสียงที่เปี่ยมด้วยความมั่นใจของนางเขาก็อดคิดไม่ได้ว่า หรือว่านางอาจจะทำได้จริงๆนางเป็นถึงปรมาจารย์สื่อวิญญาณเชียวนะ! ผู้ฝึกฝนที่รวมศาสตร์ทั้งการวางค่ายกลวาดยันต์ หลอมศาสตรา หลอมโอสถ ตรวจดวงชะตา เข้าไว้ด้วยกันเป็นตัวตนที่ผู้คนทั่วไปไม่อาจเอื้อมถึง!
“ได้ สมุนไพรทั้งสามชุดนี้ ข้าขายให้ท่านในราคาหนึ่งแสนเหรียญทองก็แล้วกัน”ผู้จัดการใหญ่หนิงตอบรับด้วยรอยยิ้ม
เสี่ยวอู่ถึงกับตะลึงจนเกือบกลายเป็นหินยังดีที่ผู้จัดการใหญ่หนิงเร่งเตือน จึงรีบจัดยาใส่ห่อส่งให้เซียวหลิงอวิ๋นทันที
ก่อนจากไปเหอจื่อชงยังกล่าวอย่างมีไมตรีว่าหากต้องการสมุนไพรเพิ่มเติมเมื่อใดให้มาหาเขาได้ทุกเมื่อ
เซียวหลิงอวิ๋นตอบกลับด้วยรอยยิ้มเช่นกันจากนั้นจึงออกจากจี้เหรินถังไปโดยมีผู้จัดการใหญ่หนิงและคนอื่นๆออกมาส่งถึงหน้าร้าน
เสี่ยวอู่ยังรู้สึกเหมือนตนกำลังฝันอยู่ไม่อย่างนั้นจะเห็นผู้จัดการใหญ่ยิ้มหน้าบานยอมขายสมุนไพรขาดทุนด้วยท่าทางยินดีขนาดนี้ได้อย่างไร!
ทางด้านเซียวหลิงเย่ก็ตกตะลึงจนสมองมึนงงเงินหนึ่งแสนเหรียญทองซื้อสมุนไพรได้เพียงสามชุด และเขาก็มองเห็นอนาคตได้เลยว่าทั้งสามชุดนั้นคงไม่มีทางหลอมโอสถสำเร็จทว่ากลับต้องยืนดูพี่สาวใช้เงินจำนวนมากเท่านั้นหมดไปต่อหน้าต่อตา
เมื่อกลับถึงเรือนเย่ว์หยาเซียวหลิงอวิ๋นก็ปลีกตัวไปยังห้องหนังสือตามลำพังบอกเพียงว่าต้องการศึกษาตำรับโอสถ ขอให้ทุกคนอย่าได้รบกวน
เซียวหลิงเย่มองสีหน้าเปี่ยมความมั่นใจของพี่สาวคำพูดใดที่เป็นการดูแคลน เขาพูดไม่ออกจริงๆ
ช่างเถิดเงินหมื่นเหรียญทองนั้นพี่สาวเป็นคนหาเอง นางจะใช้จ่ายอย่างไรข้าไม่มีสิทธิ์ไปยุ่งเกี่ยว
เซียวหลิงเฟิงเองก็เช่นกันเขายอมรับในความสามารถของน้องสาวตั้งแต่วันพิธีบูชาฟ้าดิน จนบัดนี้ยังคงรู้สึกคล้ายฝันไปพอนึกว่าน้องสาวของตนได้รับพระราชทานสมรสกับอ๋องเก้าแล้วพรุ่งนี้เช้าก็จะมีราชโองการมาส่งถึงจวน
ถ้าไม่ใช่เพราะเซียวหลิงอวิ๋นยืนยันหนักแน่นในฐานะปรมาจารย์สื่อวิญญาณว่านางไม่เพียงไม่ถูกพลังชะตามงคลของหลีเย่หานทำร้ายหากยังได้รับคุณประโยชน์จากการอยู่ใกล้อีกด้วยเขาก็คงไม่มีวันยอมให้การแต่งงานครั้งนี้เกิดขึ้น
น้องสาวของเขายังบอกอีกว่าพวกเขาสองพี่น้องเองก็ควรหาโอกาสใกล้ชิดกับหลีเย่หานมากขึ้นเพราะจะเป็นผลดีอย่างยิ่งต่อพวกเขาเช่นกัน
ระหว่างที่เซียวหลิงเฟิงกับเซียวหลิงเย่ต่างจมอยู่กับความรู้สึกกระวนกระวายเวลาก็ล่วงเลยผ่านไปอีกหนึ่งวันกับอีกหนึ่งคืนทว่าห้องหนังสือของเซียวหลิงอวิ๋นยังคงปิดเงียบ
วันนี้เป็นวันที่สามแล้วหากไม่มีโอสถฟื้นปราณและโอสถถอนพิษมาช่วยได้อีกละก็ มารดาของพวกเขาก็คง...
มองดูผิวกายของมารดาซึ่งซูบซีดและหมองคล้ำความเจ็บปวดก็ก่อตัวขึ้นในใจอย่างไม่รู้ตัว
ในใจของพวกเขาต่างยังมีความหวังแม้จะริบหรี่ก็ตามว่าเซียวหลิงอวิ๋นอาจจะสร้างปาฏิหาริย์ได้จริง นางจะสามารถหลอมโอสถฟื้นปราณได้และช่วยชีวิตมารดาไว้
เซียวหลิงอวิ๋นย่อมไม่รู้ถึงความคิดของสองพี่น้องตอนนี้นางกำลังจ้องเตาหลอมตรงหน้าอย่างตั้งอกตั้งใจเปลวเพลิงภายในเตาหลอมสะท้อนผิวกายซึ่งมีหยาดเหงื่อผุดพรายให้แลดูสว่างวาบสลับมืดมัว
นางใส่สมุนไพรแต่ละชนิดลงในเตาหลอมอย่างระมัดระวังจดจ่อกับการควบคุมอุณหภูมิของเปลวเพลิง
แต่แล้วเมื่อใส่สมุนไพรตัวสุดท้ายลงไปเปลวไฟพลันปะทุขึ้นชั่วพริบตา เสียง ‘พรึ่บ’ ดังขึ้น พร้อมกลุ่มควันสีดำพวยพุ่งออกมาจากเตาหลอม
เซียวหลิงอวิ๋นขมวดคิ้วแน่นเพียงเพราะพลังวิญญาณของนางควบคุมเปลวไฟได้ไม่คงที่ ทำให้เกิดการเผาไหม้เกินกำลัง
การหลอมโอสถฟื้นปราณครั้งแรก...ล้มเหลว