"มีเรื่องอันใดให้เจ้าต้องทุกข์อีกเล่า ท่านพี่เขมทัตของเจ้ามิไยดีเจ้างั้นรึ" ทีปกรหยุดกึกเมื่อได้ยินชื่อคนรักของตน
‘เขมทัตเหรอ? ไม่ไยดีงั้นเหรอ? หรือว่าผู้หญิงคนนี้จะเป็นคนรักของเขมทัต' เพียงแค่คิดเท่านั้นก็ทำให้หัวใจดวงน้อยเต้นโครมครามไม่เป็นจังหวะเหงื่อเริ่มไหลออกจากมือทั้งสองข้าง ความรู้สึกนี้คือความโกรธไหมก็ไม่เชิง และยังคงยืนฟังทั้งสองพูดต่อไปด้วยความอยากรู้ว่าหญิงที่อยู่ตรงหน้านั้นเป็นใครกันแน่
“เรื่องของท่านพี่เขมทัตก็คงเป็นอีกเรื่องที่ทำให้ข้าทุกข์ใจ แต่ตอนนี้มีเรื่องที่ทำให้ข้าทุกข์ใจยิ่งกว่า…” รติรัตน์หยุดนิ่งไปครู่หนึ่งและเริ่มเล่าต่อด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
“ท่านพ่อจับได้ว่า ท่านพี่รัตมณีกับท่านเวทิศซึ่งเป็นทหารคู่ใจของท่านพี่เขมทัตมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกัน ท่านพ่อโกรธมาก และท่านมีรับสั่งให้ขังท่านเวทิศเพื่อรอการสำเร็จโทษ”
"เฮ้อ… ความรักต่างชนชั้นมักมีอุปสรรคขวางกั้นสินะ แล้วท่านรัตมณีเล่าเป็นเช่นไรบ้าง"
"เรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่างท่านพี่รัตมณีกับท่านเวทิศดังกระฉ่อนไปถึงหูของบุตรชายจ้าวผู้ปกครองนรกทางฝั่งใต้ มิรู้ว่าผู้ใดเป็นหนอนบ่อนไส้คาบข่าวไปบอกไกลถึงขนาดนั้น ซึ่งในเวลาไม่นานนักท่านผู้นั้นก็เข้ามาสู่ของท่านพี่รัตมณี เพื่อแสดงความปรารถนาดีหวังจะกลบข่าวเสียหายให้ เหล่าบริวารทั้งหลายต่างก็รู้กันดีว่าท่านอนล หมายใจในตัวท่านพี่รัตมณีมาเนิ่นนานนับร้อยปี ครั้งนี้จึงเป็นโอกาสอันดีที่เขาจะได้ครอบครองในตัวท่านพี่เสียที"
"เมื่อกี้เจ้าว่าใครนะ ท่านอนลงั้นรึ" ผกากรองถามย้ำเพื่อความแน่ใจ
"ใช่จ้ะ… ท่านอนล" เมื่อนางสวรรค์ได้คำตอบที่ชัดเจน ถึงกับใช้มือทาบอกแสดงออกถึงความตกใจ
"ท่านผู้ปกครองนรกก็เห็นดีเห็นงามด้วยงั้นรึ"
"ใช่แล้วจ้ะ… เมื่อท่านอนลเสนอตัวเช่นนั้น ท่านพ่อจึงมอบทางเลือกให้แก่ท่านพี่รัตมณี ว่าจะแต่งงานกับท่านอนล หรือเนรเทศท่านเวทิศออกจากดินแดน ซึ่งมีเวลาให้ท่านพี่ตัดสินใจเพียงหนึ่งชั่วยามเท่านั้น" รติรัตน์พูดไปใจก็นึกสงสารพี่สาวของตนจับใจ น้ำตาคลอรอบขอบตาทั้งสองข้าง แต่ยังพยายามข่มไว้ไม่ให้ไหลออกมา
"ท่านพ่อของเจ้ามิรู้หรอกหรือ ว่าท่านอนลผู้นั้นเจ้าชู้มักมากในอิสตรียิ่งนัก แม้กระทั่งนางสวรรค์ยังเด็ดลงไปเชยชมได้"
"ท่านพ่อมองว่ามิแปลกดอกที่บุรุษจะมีสตรีเคียงกายมากมาย ท่านอนลก็สัญญากับท่านพ่อเสียยกใหญ่ ว่าจะยกให้เป็นภรรยาเอกมีสิทธิ์เหนือสตรีทั้งปวง..." รติรัตน์พูดพลางถอนหายใจออกมา
"ท่านพ่อของเจ้าก็ยอมงั้นรึ"
"เหตุใดจะมิยอมเล่า เพราะท่านผู้นั้นมียศศักดิ์ใหญ่โตกว่าท่านเวทิศหลายเท่านัก ถ้าได้แต่งงานกันท่านพี่ก็ต้องย้ายไปอยู่ดินแดนทางฝั่งใต้ ก็จะสามารถกลบเรื่องราวต่าง ๆ ของท่านพี่ได้เป็นอย่างดี"
"แล้วท่านรัตมณีทำเช่นไรเล่า"
"ท่านพี่ร้องไห้เสียยกใหญ่เพราะมิได้รักใคร่ในตัวท่านอนลแม้แต่น้อย และข้าก็ไม่นึกมาก่อนว่าท่านพี่จะตัดสินใจเช่นนี้..." รติรัตน์พูดพลางปาดน้ำตาออกจากดวงตาทั้งสองข้างของตน เพราะไม่อาจกลั้นความเสียใจนี้ไปได้ หญิงสาวร้องไห้ครู่ใหญ่กว่าจะเอ่ยปากเล่าต่อด้วยน้ำเสียงสะอึกสะอื้น
"ทะ ท่านพี่บอกว่าถ้าจะต้องแต่งงานกับท่านอนลสู้ให้ตนไปเกิดเป็นมนุษย์เสียดีกว่า อย่างน้อยก็ทำให้ลืมเรื่องราวความเจ็บปวดที่ไม่สมหวังในความรักกับท่านเวทิศไปได้ ท่านพี่จึงขอท่านพ่อสำเร็จโทษตนเองโดยการขึ้นไปเกิดบนโลกมนุษย์ และสัญญาว่าจะช่วยเหลือชาวมนุษย์เพื่อลบล้างความผิดในครั้งนี้"
"แล้วท่านจ้าวผู้ครองนรกยอมหรือไม่" รติรัตน์พยักหน้าตอบรับในคำถามของผกากรอง
“ท่านพ่อยังคงเคารพการตัดสินใจของท่านพี่และปล่อยให้ท่านพี่ไป ซึ่งอีก 89 ปีกว่าท่านพี่จะหมดอายุขัยบนโลกมนุษย์…” หญิงสาวหยุดเล่าไปชั่วขณะเมื่อพูดถึงพี่สาวที่ต้องจากไปไกล
“ข้าจะทำเช่นไรดีผกากรอง หากมิมีท่านพี่ข้าจะอยู่เช่นไร” สาวน้อยร้องไห้คร่ำครวญเสียยกใหญ่ แต่ยังไม่ทิ้งความสวยบนใบหน้าเลยแม้แต่น้อย
“มีเพียงท่านพี่รัตมณีเท่านั้นที่คอยช่วยข้าในยามที่ท่านพี่รัตติกาลรังแกข้า ต่อไปนี้ข้าจะทำเช่นไรดี...” นางสวรรค์ได้แต่ลงไปนั่งกอดปลอบเพื่อนรักซึ่งเป็นบุตรสาวแห่งจ้าวผู้ครองนรกอยู่เนือย ๆ