ปะทะเฟิงหวู่
“เอาละ อีก 3 วันทางสำนักจะเปิดสถานที่บ่มเพาะระดับสูงให้กับศิษย์ที่มีพรสวรรค์ได้เข้าไปบ่มเพาะซึ่งที่นั่นถูกเรียกว่าทะเลสาบจู่หลง ที่นั่นคือรากฐานของสำนักจู่หลงของพวกเรา แต่ศิษย์สายนอกนั้นได้รับสิทธิ์มาแค่ 3 สิทธิ์เท่านั้นเพราะงั้นจากนี้ข้าจะให้พวกเจ้าทั้งหมดประลองกันกฎการประลองง่ายๆห้ามสังหารอีกฝ่ายและต้องรักษาเก้าอี้ทั้งสามที่พวกเจ้าเห็นอยู่เอาไว้ได้ได้จนกว่าเวลาจะหมดลง กฎมีเพียงแค่นี้” ผู้อาวุโสคงกล่าว“แบบน้นี่เอง แสดงว่าใครก็ตามที่ขึ้นไปบนเก้าอี้นั่นได้ก็จะถูกผู้คนจำนวนมากรุมโจมตีสินะ” ฟางเฉินกล่าว“ข้าคงไม่มีหวังหรอก” ต้าเยี๋ยนกล่าว ต้าเยี๋ยนและซือถูยังอยู่ระดับจิตวิญญาณขั้นที่ 6 อยู่ พวกเขาทั้งสองจึงรู้ดีว่าตนเองไม่สามารถต่อกรกับศิษย์ที่แข็งแกร่งได้“หืม ฟางเฉินเจ้าอยู่ขั้นที่ 7 แล้วงั้นเหรอไม่น่าเชื่อ” ซือถูสังเกตุเห็นถึงระดับพลังบ่มเพาะของฟางเฉินทำให้พวกซือถูแสดงสีหน้าตกใจออกมา“เพราะข้าไม่หยุดบ่มเพาะยังไงละ” ฟางเฉินยกยิ้มออกมาพวกผู้อาวุโสไคที่เห็นว่าฟางเฉินยังสบายดีก็ยิ้มออกมาถึงแม้พวกเขาจะเสียดายที่จิตวิญญาณของฟางเฉินนั้นอยู่ระดับต่ำทำให้พวกเขาคิดว่าอนาคตของฟางเฉินนั้นมีขีดจำกัด“เอาละเริ่มการประลองได้” ผู้อาวุโสคงคำรามออกมาเมื่อเห็นว่าเหล่าศิษย์พร้อมแล้วเฟิงหวู่และเหยียนมี่พุ่งข้นไปบนเก้าอี้ด้วยความมั่นในทันที ศิษย์คนอื่น ๆกลายเป็นหวาดกลัวและตรงไปยังเก้าอี้ตัวสุดท้ายทันที พวกเขาไม่อยากเสี่ยงไปต่อสู้กับทั้งสองคนเพราะทั้งสองคนนั้นใกล้จะทะลวงระดับเต็มทีแล้ว“เก้าอี้ตัวนี้เป็นของข้า” ศิษย์สายนนอกลำดับที่ 3 คำรามออกมาพร้อมกับชกหมัดออกไปศิษย์คนอื่น ๆทันที“หู่เฉียง อันดับสามงั้นเหรอ ไม่ต้องกลัวพวกเรารุมโจมตีออกไปเลย” ศิษย์สายนอกคนอื่น ๆคำรามออกมาและพุ่งโจมตีใส่หงเฉียงทันที“พวกมดปลวก!!!!” หงเฉียงคำรามออกมาและชกมัดราชสีห์ออกไป“ตูม!!!!!!!!!”“อ๊ากกกกกกกก”“ฮ่า ฮ่า พวกเจ้าคิดเหรอว่าจะเทียบข้าได้” หงเฉียงกล่าว“เรื่องนั้นก็ไม่แน่ ฝ่ามือหยก!!!!!!” ในตอนนั้นเองฟางเฉินก็เคลื่อนใหวฝ่ามือหยกถูกตบออกไปทันทีฝ่ามือของฟางเฉินกลายเป็นสีหยกพร้อมกับพลังปราณระเบิดออกมา หงเฉียงยิ้มเหยียดหยามออกมาและชกหมัดราชสีห์สวนออกไป เพียงแต่ในตอนนั้นเองเส้นด้ายจำนวนมากก็ปรากฎและพันธนาการร่างของหงเฉียงเอาไว้“ลาก่อน” ฟางเฉินยิ้มเย็น“ตูม!!!!!!!!!!!”ร่างของฟงเฉียงกระเด็นออกไปจากสนามประลองในทันที และไม่ใช่แค่นั้นหงเฉียงยังได้รับบาดเจ็บสาหัสอีกด้วย“เกิดอะไรขึ้น!!!!!!!” ศิษย์คนอื่น ๆตื่นตระหนกพวกเขาไม่คิดว่าฟางเฉินจะจัดการฟงเฉียงได้ในพริบตาและหงเฉียงยังไม่ทันได้ปลดปล่อยจิตวิญญาณออกมาด้วยซ้ำ“หืม เวลาแค่เดือนเดียวเขาแข็งแกร่งขึ้นขนาดนี้เลยงั้นเหรอ” เฟิงหวู่กล่าว“เรื่องนี้ไม่แปลกเพราะ เขานั้นฝึกฝนเหมือนกับคนบ้าในทุก ๆวัน” เหยียนมี่กล่าวนางนั้นรู้ดีว่าฟางเฉินนั้นฝึกฝนหนักกว่าตัวนางหลายเท่าซึ่งการจะทำแบบนั้นได้จำเป็นต้องมีจิตใจที่อดทนและแข็งแกร่งอย่างมาก“นี่มันยออดเยี่ยมเจ้านั่นเป็นแค่สวะจิตวิญญาณระดับต่ำพวกเราจัดการมันเลย” ลูกน้องของหม่าจิ้งคำรามออกมาถึงหม่าจิ้งจะตายไปแล้วแต่ลูกน้องของหม่าจิ้งก็ยังทำงานให้กับหม่ากู่อยู่ดังนั้นพวกเขาจึงต้องการทำให้ฟางเฉินนั้นอับอาย“ถ้าพวกเจ้าทำได้ละก็นะ” ฟางเฉินคำรามออกมาเส้นด้ายที่อ่อนนุ่มอยู่ ๆก็คมกริบเหมือนกับกระบี่เส้นด้ายนับร้อยเส้นพุ่งโจมตีใส่สิทธิ์ที่พุ่งเข้ามาอย่างไร้ความปราณี หลายๆคนได้รับบาดเจ็บสาหัสในทันทีและคนที่ได้รับบาดเจ็บมากที่สุดคือลูกน้องของหม่าจิ้งทั้งสองทั่วร่างของทั้งสองปรากฎรอยแผลเหมือนกับคมกระบี่“ไว้ชีวิตด้วย” ทั้งสองกลายเป็นหวาดกลัวเพราะคมด้ายนั้นแทบจะไม่สามารถมองเห็นหรือป้องกันได้เลย“หึ!!!” ฟางเฉินเดินขึ้นไปบนเก้าอี้ด้วยสีหน้าสงบนิ่ง“แข็งแกร่ง เจ้านั่นไม่ได้ใช้จิตวิญญาณเลยด้วยซ้ำ” ศิษย์สายนอกกล่าวขึ้นด้วยสีหน้าไม่อยากเชื่อ“น่าสนใจข้าเองก็ชักอย่างจะประลองกับเจ้าบ้างซะแล้วสิ” เฟิงหวู่กล่าวด้วยสีหน้าตื่นเต้น“คิดเหมือนกันเลย” ฟางเฉินพร้อมกับจิตต่อสู้ปะทุ“ถ้างั้นใหนๆหลังจากเข้าไปในทะเลสาบจู่หลงข้าก็ต้องเป็นศิษย์สายในแล้วเพราะงั้นเรามาต่อสู้กันดีกว่า” เฟิงหวู่คำรามออกมาและพุ่งเข้าหาฟางเฉิน“เข้ามา!!!!!!” ฟางเฉินคำรามย่างก้าวกระเรียนเริ่มร่ายรำจากนั้นเส้นดายกฌพุ่งออกไป เฟิงหวู่ไม่ประมาทจิตวิญญาณ วิหคอสนีปรากฏออกมาด้านหลังของเฟิงหวู่ปรากฏปีกอสนีขึ้นมา“อสนีไล่ล่า” เฟิงหวู่ใช้อสนีที่รุนแรงทำลายเส้นดายของฟางเฉินทันที“ถ้าอย่างงั้นต้องเจอนี่” ฟางเฉินเคลื่อนใหวด้วยความเร็วและปลดปล่อยจิตวิญญาณเพลิงของตัวเองออกมาเช่นกันจิตวิญญาณเพลิงของฟางเฉินตอนนี้อยู่ระดับกลางแล้วฟางเฉินใช้จิตวิญญาณเพลิงควบคู่กับการโจมตีของเส้นด้ายพร้อม ๆกันได้อย่างชำนาญ จนแม้แต่เหล่าผู้อาวุโสก็ต้องยอมรับว่าพวกเขาไม่มีทางทำแบบเดียวกันกับฟางเฉินได้อย่างเด็ดขาด“มีบางอย่างแปลกๆ อสนีของข้าไม่สามรถโจมตีฟางเฉินได้เลยราวกับว่าเขาอ่านการเคลื่อนใหวของข้าออกอย่างทะลุปรุโปร่งเลย” เฟิงหวู่เริ่มรู้สึกแปลกใจเพราะเมื่อเขาโจมตีออกไปฟางเฉินก็สามารถเคลื่อนใหวหลบได้อย่างรวดเร็ว“พันธนาการสังหาร” ฟางเฉินขยับมือด้วยความเร็วสูงเส้นด้ายเองก็ถักทอเป็นตาข่ายหมายจะผนึกการเคลื่อนใหวของเฟิงหวู่เอาไว้ เฟิงหวู่ระเบิดพลังออกมาหมายจะทำลายเส้นด้ายแต่ว่าครั้งนี้เส้นด้ายของฟางเฉินกลับไม่ถูกทำลายด้วยพลังของอสนี“ใช้พลังปราณเคลือบเอาไว้ที่เส้นด้ายงั้นเหรอ เป็นไปไม่ได้ เจ้าสามารถควบคุมพลังปราณที่ละเอียดอ่อนแบบนี้ได้อย่างไร” เฟิงหวู่กลายเป็นตื่นตระหนกทันที“พายุสังหาร” ฟางเฉินไม่ตอบแต่ขยับมืออีกครั้งครั้งนี้เส้ยด้ายกลายเป็นคมกระบี่และโจมตีเฟิงหวู่อย่างบ้าคลั่งจนแม้แต่เฟิงหวู่ก็ไม่สามารถป้องกันเอาไว้ได้หมดและเริ่มได้รับบาดเจ็บทันที“ข้าขอยอมแพ้!!!!” เฟิงหวู่กล่าวออกมาทันทีเมื่อเห็นว่าตัวเองไม่สามารถทำอะไรฟางเฉินได้“อะไรกันอันดับ 1 อย่างเฟิงหวู่แพ้” ศิษย์คนหนึ่งกล่าว“จิตวิญญาณของเฟิงหวู่เป็นจิตวิญญาณระดับพิภพเลยนะแต่ทำไมถึงแพ้ละ” ผู้คนแสดงสีหน้าไม่เข้าใจ“พวกเจ้าไม่เข้าใจงั้นหรือ นี่แสดงให้เห็นว่าขีดจำกัดของพวกเจ้าไม่ได้ขึ้นอยู่กับระดับของจิตวิญญาณเพียงอย่างเดียว จากการต่อสู้นี้สามารถเห็นได้อย่างชัดเจนว่าพลังของเฟิงหวู่เหนือกว่าฟางเฉินทั้งพลังโจมตีและป้องกันต่างก็เหนือกว่าทั้งหมด ต่างเฉินที่มีพลังด้อยกว่ากลับใช้ประโยชน์จากจุดด้อยของตัวเองฝึกฝนอย่างหนักและเชี่ยวชาญทักษะมากกว่าเฟิงหวู่ด้วยทักษะด้ายที่ยากที่จะฝึกฝนได้แต่ฟางเฉินกลับพยายามจนฝึกฝนสำเร็จบวกกับความสามารถในการเคลื่อนที่ทำให้เฟิงหวู่ไม่สามารถแตะต้องฟางเฉินได้เลยกลับกันเฟิงหวู่กลายเป็นฝ่ายถูกไล่ต้อนเสียเอง” ผู้อาวุโสไคกล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น