บทที่ 28
หลงเฟยทรุดตัวลงนั่งตรงเก้าอี้ สำหรับนั่งลองรองเท้าภายในแผนกเสื้อผ้า ภาพในอดีตตอนที่เขายังเรียนสายอาชีพอยู่นั้น จู่ๆมันก็ผุดขึ้นมาอย่างชัดเจนภายในใจของเขา ภาพของการตกหลุมรักครั้งแรก แอบรักใครสักคนหนึ่ง ภาพของการสารภาพรัก การที่ได้ใช้เวลาร่วมกับผู้หญิงที่เขารัก การงอนที่คนต้องเป็นคนง้อ การทะเลาะกัน ความไม่เข้าใจกัน จนถึงการเลิกรา และจากกันไปในที่สุด สิ่งต่างๆมันยังวนเวียนอยู่ในความคิดของหลงเฟยไม่หยุด ตอนนี้ชายหนุ่มกำลังเหม่อลอยท่ามกลางสายตาของชาวบ้านที่เดินผ่านไปผ่านมา ไม่ได้มีแต่ภาพตอนที่อยู่กับฟ้าเพียงเท่านั้น แต่มันยังทำให้หลงเฟยคิดไปถึงเรื่องราวการใช้ชีวิตในวิทยาลัยเทคโนโลยีเถี่ยซาน (ประเทศไทย) วิทยาเขตภาคเหนือ เป็นชีวิตวัยรุ่นที่มีสีสันมากที่สุด มีทั้งความสุข และทุกข์ ตั้งแต่เรื่องสร้างสรรค์อย่างกีฬาสี กิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ การฝึกอาชีพ รวมถึงเรื่องร้ายๆอย่างการโดดเรียน ชกต่อยทะเลาะวิวาท สอบตก และมาจบที่การเข้าห้องปกครอง ‘โอ้ย!!! คิดถึงเรื่องเก่าๆอย่างกับคนแก่เลยเรา นี่เรายังอายุแค่ 20 อยู่เลยนะ’ หลงเฟยเตือนสติตัวเองภายในจิตใจ แล้วเขาก็สะบัดหน้าเพื่อเรียกสติ หลงเฟยลุกขึ้นยืน ตั้งใจว่าจะรีบจ่ายเงินแล้วไปให้พ้นๆจากที่นี่สักที เพื่อจะได้ไม่บังเอิญเจอแฟนเก่าของตัวเองอีกครั้ง แล้วสายตาของหลงเฟยก็ไปสะดุดเข้ากับของบางอย่าง มันคือเน็คไทต์ผืนสีแดง ที่เต็มไปด้วยลายรูปแมวตัวเล็กๆสีขาว เรียงสลับกันเป็นแถว เต็มทั้งชิ้น เน็กไทต์นั้นทำให้ชายหนุ่มนึกถึงคนคนหนึ่ง คนที่เขาค่อนข้างสนิทสนมในอดีต และสอนอยู่วิทยาลัยเดียวกัน นั่นก็คือคุณครูผู้มีพระคุณของหลงเฟย ผู้ที่เคยช่วยให้หลงเฟยกลับตัวได้ และมีทำให้เขามีหน้าที่การงานที่ดีได้ในทุกวันนี้ หลงเฟยเข้าไปดูเน็คไทต์อยู่สักครู่ เขาก็เลือกหยิบชิ้นเดิมที่เขาเห็นขึ้นมา ชายหนุ่มกะว่าจะเอาเน็คไทต์นี้ไปเป็นของฝากให้กับคุณครูท่านนั้น‘พรุ่งนี้ครูก็คงจะไปร่วมงานเลี้ยงรุ่นของเราด้วยซินะ เอาเจ้านี่ไปฝากก็คงเข้าจะท่าอยู่’ หลงเฟยจ่ายเงินค่าเสื้อผ้า รองเท้า เน็คไทต์ รวมเป็นเงิน 16,000 บาท และกดเงินออกมาเป็นเงินสดติดกระเป๋าไว้อีก 5,000 บาท เขาจึงเหลือเงินในบัญชีอีก 261,201.65 บาท“มีเงินนี่มันสบายใจดีจริงๆ ฮ่าๆๆ” หลงเฟยก็หัวเราะออกมาในระหว่างที่กำลังลงบันไดเลื่อน ทำให้คนรอบข้างของเขาต่างหันมามองเหมือนกับเขาเป็นคนบ้า แต่หลงเฟยก็ไม่สนใจยังยิ้มอย่างอารมณ์ดี ตอนนี้เขาคิดว่ามีเงินในบัญชี ไม่ต้องมีผู้หญิงมาอยู่ข้างกายเขาก็ได้ (เหรอ?) ขณะนี้เวลาบ่ายสามโมง หลงเฟยคิดว่าควรรีบกลับบ้านไปจัดสถานที่สำหรับวางของที่จะมาส่ง ซึ่งมันไม่ได้มีเพียงวัตถุดิบที่มาส่งประจำวันเท่านั้น แต่ยังมีเฟอร์นิเจอร์สำหรับแต่งร้านอีกมากมาย ลานบ้านเช่าที่ต้องใช้ร่วมกันกับลูกบ้านคนอื่นมันไม่ได้มีความเป็นส่วนตัวเลยสักนิด ชายหนุ่มไม่อยากให้ใครมาเห็นตอนที่เขากำลังจับพวกเครื่องเรือนนั้นยัดใส่ลงไปในย่ามวิเศษ หลงเฟยจึงเริ่มมีความคิดที่จะย้ายออกไปเช่าบ้านเดี่ยว หรือไม่ก็หาซื้อบ้านสักหลัง ถึงแม้มันจะต้องใช้เงินมากขึ้น แต่ตอนนี้เขาก็มีรายได้ที่มากขึ้นเช่นกัน เมื่อเดินกลับมาถึงบ้าน หลงเฟยกำลังคิดถึงเมนูที่จะทำเลี้ยงชาวเมืองในวันอื่นๆ เนื่องจากวันนี้เป็นวันหยุด เขาจึงไม่ได้ไปตลาด แต่เขาก็โทรศัพท์ไปบอกเจ้าของร้านขายไก่ร้านเดิมให้เคยมาส่ง เพราะเขาจะทำข้าวมันไก่เลี้ยงอีกรอบหนึ่ง หลงเฟยคิดว่าไม่ควรที่จะทำเมนูเดิมซ้ำๆ ถึงแม้มันจะเป็นของแจกฟรีก็ตาม ระหว่างที่หลงเฟยกำลังเดินไปเดินมา และใช้ความคิดอยู่ที่หน้าบ้าน เขาก็เหลือบไปเห็นป้าย ‘ร้านป้านาง สาขา 2’ เป็นร้านข้าวแกงฝั่งตรงข้ามถนนพอดี เขาเคยไปทานอยู่สองครั้ง ซึ่งเขาก็จำได้ว่ารสชาติค่อนข้างดีเลยทีเดียว หลงเฟยรีบเอาของที่เพิ่งซื้อมาเข้าไปเก็บภายในบ้านก่อน แล้วข้ามถนนไปที่ร้านข้าวแกงทันที ณ ร้านป้านาง สาขา 2“เงินมัดจำ 9,000 บาท ผมโอนไปแล้วนะครับ เงินเข้ารึยังครับ” หลงเฟยถามกับเจ้าของร้าน“เงินเข้าแล้วจ้ะ เดี๋ยวพี่จัดการให้ ไม่ต้องห่วง ขนมจีนแกงเขียวหวานร้านพี่ขึ้นชื่ออันดับหนึ่งในย่านนี้ ไม่ผิดหวังแน่นอนจ้า” เจ้าของร้านกล่าวออกมาอย่างมั่นใจ“พรุ่งนี้ 4 โมงเย็น พี่เอาไปส่งที่หน้าบ้านผมได้มั้ยครับ” หลงเฟยถามกับเจ้าของร้าน และเธอก็น่าจะชื่อพี่นางหรือป่าว แต่เขาก็เดาๆเอา“ได้จ้ะ ไม่มีปัญหา” เจ้าของร้านวัยกลางคนยังงงอยู่นิดหน่อย ว่าทำไมเขาไม่ให้ใครสักคนขับรถมารับอาหารที่ร้าน เพราะมันมีจำนวนค่อนข้างมาก จากการสั่งทำอาหาร 18,000 บาทของหลงเฟยในครั้งนี้ ตอนนี้หลงเฟยก็สบายใจไปอีกเปราะหนึ่ง แต่งานหนักมันกำลังเพิ่งจะเริ่มต้นเพียงเท่านั้น ชายหนุ่มรีบจัดย้ายข้าวของกลางห้องออกให้หมด เขาจัดห้องใหม่ให้แต่เหลือห้องนอน และจัดการพื้นที่ให้มันโล่งที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อรองรับเฟอร์นิเจอร์ที่กำลังจะมาถึง และเขายังใช้พื้นที่ระเบียงด้านหลังห้องเป็นที่เตรียมอาหาร สำหรับที่จะนำไปขายในคืนวันนี้อีกนิดหน่อย เวลาผ่านไปจนถึงช่วงสี่โมเย็น เฟอร์นิเจอร์บางอย่างก็เริ่มที่จะมาส่งแล้ว หลงเฟยให้เจ้าหน้าที่ยกของทั้งหมดเข้าไปเก็บไว้ในห้อง แม้แต่ม้านั่งหินอ่อนสำหรับตั้งกลางแจ้งก็ยังถูกขนเข้ามาไว้ภายในบ้าน เขาได้แต่บอกเจ้าหน้าที่เพียงแค่ว่า เดี๋ยวพวกมันก็จะมีคนมารับขนต่อไปไว้อีกสถานที่หนึ่งเอง จนถึงช่วงห้าโมงเย็น รถบรรทุกส่งอาหารก็มาถึง ยิ่งทำให้เขตบ้านเช่านี้ดูวุ่นวายยิ่งขึ้น แม้แต่เพื่อนบ้านของหลงเฟยก็ยังต้องออกมาดูว่าเขาได้สั่งของอะไรมามากมาย แต่หลงเฟยก็ไม่สนใจอะไร เขาพยายามตอบเลี่ยงๆ และทำตัวให้ยุ่งเข้าไว้ เพื่อที่จะได้ไม่ต้องตอบคำถามใดๆ หลงเฟยจัดการกับทุกอย่างเหมือนเช่นทุกๆครั้ง คือ ทำแป้งสำหรับชุบไก่ทอด, หมักไก่, ทำน้ำจิ้ม, เทน้ำที่แช่ข้าวเหนียวทิ้ง และหุงข้าวมันสำหรับข้าวมันไก่ จัดการนำทุกอย่างลงภาชะบรรจุ ก่อนจะเก็บลงย่ามใหม่เอี่ยมของเขา ซึ่งกว่าจะเสร็จก็ดึกมาก เขาคิดว่าจะไม่ทำข้าวมันไก่อีกแล้ว มันใช้เวลามากเกินไป หลังจากจัดการกับพวกอาหารเสร็จ หลงเฟยก็รีบเก็บพวกเฟอร์นิเจอร์เข้าย่ามแล้วไปอาบน้ำแต่งตัวให้พร้อมสำหรับการข้ามไปอีกโลกในตอนเที่ยงคืน แล้วเวลาเที่ยงคืนของวันก็มาถึง แสงสว่างเกิดขึ้นไปทั่วห้องของเขาอย่างรวดเร็ว แล้วมันหายไปเหลือไว้เพียงแต่ความมืด ที่ไม่มีใครอยู่เลยในเสี้ยววินาทีนี้“สวัสดีค่ะคุณหลงเฟย วันนี้ดูเหนื่อยๆนะคะ” เสียงของรีเอลทักทายกับหลงเฟย“ครับ พอดีวันนี้ผมต้องออกไปทำธุระหลายอย่าง ยังไม่ได้พักผ่อนเลย ผมขอเอาย่ามใหม่เอี่ยมติดตัวไปด้วยเหมือนเดิมครับ แล้วก็ยืนยันเรื่องการเดินทางด้วยครับ” หลงเฟยที่อยากจะรีบๆทำอะไรให้เสร็จๆไป จึงเอ่ยออกมาเพื่อตัดบทอะไรหลายๆอย่าง“เรียบร้อยค่ะ คุณสามารถนำถุงย่ามใหม่เอี่ยม ติดตัวไปได้ แล้วพบกันใหม่ในวันพรุ่งนี้ค่ะ เริ่มส่งคุณหลงเฟยไปยังโลก Magic ในอีก 3....2...1” แสงสว่างจ้าค่อยๆลดลง หลงเฟยยืนอยู่ในห้องนอนใหม่ของเขา บนเตียงนอนปูไว้ด้วยฟางข้าว มันให้ความรู้สึกที่ไม่ได้นอนสบายสักนิดเลย แต่เวลานี้หลงเฟยเหนื่อยสุดๆ เขาอยากขอนอนเอาแรงไว้ก่อน เพราะงานหนักกำลังรอเขาอยู่ในตอนเช้า‘ตอนเช้าค่อยว่ากันใหม่’ หลงเฟยกล่าว