เรื่องสั้นทรมานพันธนาการ BDSM (รวม)

ศิลปะการมัดเชือก 7

อาจารย์มองมาทางผมพร้อมกับรอยยิ้มท้าทาย ความง่วงของเธอราวกับจะหายไปสิ้น เธอกอดอกมองผมและแสยะยิ้ม ในขณะเดียวกัน รุ่นพี่ก็มองทางผมแล้วส่งสายตาราวกับจะบอกว่า

...อย่ายอมแพ้นะเชน…

แต่เดี๋ยวก่อน ผมเพิ่งฝึกมัดเชือกวันนี้เอง แล้วตามที่อาจารย์คุยกับรุ่นพี่ เหมือนทั้งสองคนจะเป็นคู่ขาที่สลับกันมัดเชือกให้กันและกันมานานแล้ว นั่นหมายความว่าอาจารย์มีประสบการณ์มากกว่าผมไม่ใช่เหรอ

ดูยังไงก็ไม่มีทางชนะเลย แต่ว่า จะให้ผมยอมแพ้งั้นเหรอ ผมไม่ใช่คนแบบนั้น ผมก้าวเท้าไปข้างหน้าก้าวหนึ่งก่อนจะเอ่ย

“ได้สิครับ ผมรับคำท้า”

ผมว่าพร้อมกับหยิบเชือกออกมามัดหนึ่ง

“คนที่จะทำให้รุ่นพี่รู้สึกดีได้ ต้องเป็นผมแน่นอนครับ”

“หึ ฉันชอบสายตาแบบนั้นนะ แต่ก่อนอื่นเลย”

อาจารย์หันไปมองรุ่นพี่ก่อนจะถอนหายใจออกมา

“ย้ายที่กันก่อนเถอะ”

“ให้ตายสิ มานัดเล่นอะไรกันที่โรงเรียนเนี่ย ถ้าเกิดไม่ใช่ฉันแต่เป็นคนอื่นถูกจับได้ขึ้นมาจะเป็นยังไงรู้ไหม”

อาจารย์ถอนหายใจออกมาพร้อมกับส่งเสียงบ่น ตอนนี้ ผมกับรุ่นพี่กำลังเดินตามอาจารย์ลงจากอาคารเรียน โดยได้เก็บข้าวของทั้งหมดใส่กระเป๋าแล้วตามอาจารย์มา แต่ว่า ผมไม่ได้สนใจฟังคำพูดของอาจารย์สักเท่าไร

“รุ่นพี่ ไหวไหมครับ”

“ไหว… สิ”

“ไม่ไหวบอกไหว น้ำเสียงดูแย่เอามากๆ เลยนะครับ”

“น้ำเสียงดูแย่เหรอ พี่ว่าเธอชอบน้ำเสียงของพี่แบบนี้มากกว่านะ อ๊าง! ”

อยู่ๆ รุ่นพี่ก็ส่งเสียงร้องหวานใสออกมาทำเอาผมต้องหันไปมองรอบตัวว่ามีใครอยู่รึเปล่า

“ทำบ้าอะไรกันครับ ถ้ามีคนได้ยินขึ้นมาจะทำไง”

“นั่นสิน้า ถ้ามีคนได้ยินขึ้นมาคงแย่เลย แต่ว่า ถ้าจะโทษกันล่ะก็ ต้องไปโทษที่ตัวต้นเหตุไม่ใช่เหรอ!”

รุ่นพี่ว่าพร้อมกับส่งสายตาอาฆาตแค้นให้กับอาจารย์ ส่วนอาจารย์ก็หันมาก่อนจะยิ้มเยาะ

ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ ระหว่างที่ผมกำลังเก็บข้าวของอยู่นั้นเอง อาจารย์ก็พูดขึ้นมา

“ไหนๆ ก็มัดแล้ว เดินไปบ้านฉันในสภาพนี้เลยไหม”

อาจารย์พูดกับรุ่นพี่ ผมที่ได้ยินแบบนั้นก็หันขวับ หมายความว่ายังไง จะให้รุ่นพี่ในสภาพที่ถูกมัดแบบนี้เดินกลับบ้านไปงั้นเหรอ แบบนั้นก็สะดุดตาแย่สิ

“คงไม่ได้หรอกครับอาจารย์ แบบนั้นคงอื่นจะมองพวกเราแปลกๆ เอานะครับ”

ผมช่วยพูดค้านขึ้นมา ซึ่งรุ่นพี่ก็ยิ้มให้กับผมราวกับว่าผมเข้ามาช่วยเธอได้ทันเวลาพอดี แต่อาจารย์ก็ยักไหล่แล้วบอกว่า

“ใส่เสื้อกันหนาวก็ไม่รู้ว่าถูกมัดแล้ว อีกอย่าง แจนน่าจะชอบไม่ใช่เหรอ ถูกมัดแล้วเดินในที่สาธารณะแบบนี้”

“ใครมันจะไปชอบกันล่ะคะ นั่นมันรสนิยมของอาจารย์ต่างหาก หนูแค่ชอบถูกมัดเฉยๆ ”

“เหรอ แค่อยากจะให้เธอลองเปิดโลกใหม่ดู เผื่อชอบน่ะ แต่ยังไงก็เถอะ”

อาจารย์หันมามองผมก่อนจะเอ่ยถาม

“ว่ายังไงพ่อหนุ่ม แฟนของเธอ จะแก้มัดแล้วเดินไปบ้านฉันด้วยกัน หรือว่าจะปล่อยแฟนเธอไว้สภาพนี้”

อาจารย์ถามคำถามที่ยากจะตัดสินใจให้กับผม ผมมองรุ่นพี่ที่ส่ายหน้าไปมา แต่ว่าสุดท้ายแล้วผมก็แพ้ด้านมืดในจิตใจของผม

รุ่นพี่ถูกมัดแล้วเดินในที่สาธารณะงั้นเหรอ อยากเห็นเหมือนกันว่าถ้าเป็นแบบนั้นรุ่นพี่จะแสดงอาการอะไรออกมา ด้วยความคิดนั้นผมจึงตอบกลับไป

“มัดรุ่นพี่ไว้ก็ดีเหมือนกันครับ”

“เชน! ”

และนั่นก็เป็นเหตุผลที่ทำให้รุ่นพี่ต้องมาใส่เสื้อกันหนาวแบบนี้ เพื่อปกปิดเชือกที่มัดตามร่างกายของเธอ และถ้าตามที่ผมถามเธอก่อนหน้านี้ เชือกที่เธอมัดกับร่างกายของเธอภายใต้ชุดนักเรียนนั้น เธอไม่ได้มัดแค่ช่วงอกของตัวเอง แต่มันลามไปถึงช่วงล่าง คำพูดนั้นทำให้ผมคิดไปไหนต่อไหน ก่อนที่รุ่นพี่จะส่งเสียงร้องออกมา

“อ่า…”

“ไหวไหมครับ”

“พอได้ แต่จำไว้เลยนะเชน แค้นนี้ต้องชำระ”

“อย่าทำหน้าน่ากลัวแบบนั้นสิครับ”

“คิกๆ ล้อเล่นน่า ถ้าเธอต้องการแบบนั้นพี่ก็ไม่ได้ว่าอะไรหรอก อีกอย่างหนึ่ง อยากจะเห็นใช่ม้า สภาพพี่ตอนที่ไม่สามารถดิ้นรนหนีเอาตัวรอดได้ ทำได้แค่เดินตามเธอไปเท่านั้น”

“รู้ด้วยเหรอครับ”

“รู้สิ ความต้องการของเธอมันออกมาทางสีหน้าหมดแล้ว ถ้าเป็นไปได้ก็อยากใส่ปลอกคอแล้วให้เธอจูงพี่ไปเหมือนกับน้องหมาเลยน้า”

ร่นพี่พูดอย่างนั้น ก่อนจะกระซิบมาที่ข้างหูของผม

“พี่พกถุงยางมาด้วยนะ ถ้าเธอต้องการละก็”

“ร เรายังไม่ถึงขั้นนั้นนะครับ”

ผมนี่โวยวายกลับทันที ทำเอาอาจารย์หันมามองผมพร้อมกับขมวดคิ้ว

“อย่าส่งเสียงดังสิ”

“ขอโทษครับ”

จากนั้นผมก็หันไปพูดคุยกับรุ่นพี่ต่อ

“ยังไงก็ไม่ได้ครับ ผมอยากจะถนอมรุ่นพี่เอาไว้”

“ถนอมพี่เหรอ เล่นมัดพี่แบบนี้ แถมพามาเดินข้างนอก เรียกว่าถนอมได้งั้นเหรอ”

“เรื่องนั้น...”

“คิกๆ แต่พี่ก็ ไม่ได้รังเกียจหรอกนะ”

รุ่นพี่ว่าก่อนจะเดินนำผมไปอย่างอารมณ์นี้ แม้ว่าจังหวะการก้าวเดินของเธอจะดูลำบากเพราะเชือกเสียดสีตามร่างกายของเธอ มันคงสร้างอารมณ์บางอย่างสำหรับผู้หญิงที่ผมไม่มีทางเข้าใจ แต่รุ่นพี่ในสายตาผมตอนนี้ช่างมีเสน่ห์เหลือเกิน

ผม รุ่นพี่ และก็อาจารย์เดินออกมาจากโรงเรียน ใช้เวลาพักหนึ่งถึงจะเดินมาถึงบ้านของอาจารย์ นั่นทำให้ผมแปลกใจ เพราะตรงหน้าของผมนั้นคือบ้านหลังใหญ่ มีที่จอดรถ และตกแต่งไปด้วยสวน ดูไม่เหมือนบ้านสำหรับอยู่คนเดียวเลย

“นี่เป็นบ้าของครอบครัวอาจารย์เหรอครับ”

“ห๋า? พูดเป็นเล่น อาจารย์ของอยู่คนเดียว ไม่งั้นจะหนีมาปลูกบ้านที่นี่เหรอ ทำไม ถ้ามีอะไรก็พูดออกมาตามตรงเลยสิ”

“เอ่อ… ผมไม่คิดว่าเงินเดือนของอาจารย์จะผ่อนบ้านหลังนี้ไหวนะครับ”

“ใครว่าผ่อนกันล่ะ ซื้อสดต่างหาก”

“ซื้อสดเหรอ อาจารย์ไปเอาเงินมาจากไหนกันครับ เป็นครูไม่น่าจะได้เงินขนาดนี้นี่”

คำพูดของผมทำให้อาจารย์ยิ้มออกมา เธอเดินมาหาผมก่อนจะกระซิบข้างหู

“อยากรู้เหรอ ถ้าอยากรู้ก็ได้นะ แต่เธออาจจะไม่ได้กลับมาในโลกปกติอีกเลย”

“นี่อาจารย์เป็นมาเฟียรึไงกันครับ”

“คิกๆ ล้อเล่นน่า อาจารย์ทำธุรกิจควบคุมไปด้วย จำพวกซื้อมาขายไป เล่นหุ้น อะไรที่มันทำแล้วได้เงินอาจารย์ทำหมดล่ะ เพื่อเอามาใช้จ่ายกับงานอดิเรกของอาจารย์ล่ะนะ”

ปุก!

ระหว่างที่อาจารย์กำลังอธิบายอยู่นั้นเอง รุ่นพี่ก็เดินมาชมอาจารย์จนอาจารย์กระเด็นไปเล็กน้อย

“อย่ามาเข้าใกล้แฟนหนูมากเกินไปนะคะ”

ถึงแม้ว่ารุ่นพี่จะอยู่ในสภาพถูกมัดอยู่ แต่เธอก็แสดงความเป็นห่วงออกมาทำให้ผมรู้สึกใจเต้น แต่แล้วเธอก็หันมาพาลผมด้วย

“เธอก็ด้วยเชน”

“ครับ? ”

“เมื่อกี้มองหน้าอกอาจารย์ใช่ไหม ใช่สินะ ขอโทษด้วยแล้วกันที่ของพี่มันไม่ใหญ่จับไม่มันใช่ไหม”

“ยังไม่เคยจับเลยครับ แล้วรุ่นพี่พูดเรื่องอะไรกันเนี่ย เป็นสาวเป็นนางสงวนคำพูดหน่อยสิครับ”

“หรือว่า ไม่อยากจับเหรอ”

“อยากสิครับ ไม่สิ ประเด็นมันไม่ได้อยู่ตรงนั้นนะครับ”

“ของอาจารย์กับของพี่ เธออยากจับของใครมากกว่ากัน”

รุ่นพี่หันมาทางผมแล้วถามราวกับเป็นตำรวจที่ต้องการสอบสวนผู้ต้องหา ทางด้านอาจารย์ก็ยิ้มเยาะ ก่อนจะกอดอกทำให้หน้าอกของเธอดูเด่นขึ้นมาอีก

“เอ่อ…”

“ลังเลแบบนั้นหมายความว่าไง ตามปกติก็ต้องเลือกของแฟนเป็นอันดับแรกไม่ใช่เหรอ! ”

รุ่นพี่โวยวายออกมา เธอตอนโกรธก็ดูน่ารักไปอีกแบบแฮะ กระทืบเท้าปึงปังราวกับเด็กน้อยที่ไม่พอใจ ระหว่างนั้นเอง อาจารย์ก็เดินมาจับไหล่เธอไว้

“แจน”

“อ๊ะ… ขอโทษค่ะที่ส่งเสียงดังในบ้านอาจารย์”

“เปล่า ไม่ใช่เรื่องนั้น”

และอาจารย์ก็ส่งรอยยิ้มออกมาราวกับพระโพธิสัตว์

“สักวันมันจะโตขึ้นเอง อย่าเพิ่งกังวลเรื่องนั้นไปเลยนะ”

“อย่ามาเห็นใจหนูนะคะ! ”

หลังจากพูดคุยเรื่องไร้สาระกันพักหนึ่ง อาจารย์ก็เชิญให้ผมกับรุ่นพี่เข้าไปในบ้าน พวกเราเข้าไปในห้องรับแขกที่ได้รับการตกแต่งอย่างเรียบงาน และสะอาดเสียจนแทบจะหาฝุ่นไม่เจอ ระหว่างนั้นอาจารย์ก็ขอตัวไปเตรียมเครื่องดื่มมา ทำให้ผมมีเวลาได้คุยกับรุ่นพี่ ซึ่งรุ่นพี่ก็บอกให้ผมอย่าเสียเวลาเปล่า รีบหยิบหนังสือเกี่ยวกับการมัดเชือกมาอ่าน เพื่อจะได้ไม่แพ้อาจารย์ จนกระทั่งอาจารย์มาถึง

“หืม มีไฟน่าดูเลยนี่ แต่คิดว่าจะสู้ฉันที่มีประสบการณ์มาเกือบปีได้เหรอ”

“ถ้าไม่ลองก็ไม่รู้นี่ครับ”

“หึ เอาเถอะ ยังไงก็กินน้ำส้มก่อนแล้วกันนะ ส่วนแจน เธอถูกมัดอยู่ จะให้ฉันหรือว่าแฟนของเธอป้อนดีล่ะ”

อาจารย์หันไปถามกับรุ่นพี่ ซึ่งรุ่นพี่ก็ตอบอย่างไม่ลังเล

“ก็ต้องเป็นเชนอยู่แล้วไม่ใช่เหรอคะ”

“ความจริง แก้มัดมันไม่ง่ายกว่าเหรอครับ...”

ถึงจะพูดแบบนั้น แต่สุดท้ายผมก็ตามน้ำพวกเธอสองคนไป ผมน้ำแก้วไปป้อนน้ำให้กับเธอ แต่เหมือนรุ่นพี่จะขยับตัวไม่ถนัดนัก เธอจึงสำลักออกมา ทำให้น้ำส้มเปื้อนเสื้อนักเรียนของเธอ และเมื่อเสื้อสีขาวเจอกับน้ำ ก็ทำให้เห็นชุดว่ายน้ำที่รุ่นพี่ใส่อยู่ด้านในล่างๆ

“เชน คนลามก”

“รุ่นพี่… ตั้งใจใช่ไหมครับ”

“รู้ทันด้วยเหรอ”

“อ่อยเต็มที่แบบนี้ กลัวผมโดนอาจารย์แย่งตัวไปเหรอครับ”

“แน่นอนสิ! ”

รุ่นพี่ส่งเสียงดังฟังชัด หลังจากที่ดื่มน้ำกันเสร็จแล้ว อาจารย์ก็พาพวกเราเดินไปยังประตูห้องหนึ่งที่เมื่อเปิดไปแล้วเป็นห้องใต้ดิน ภายในห้องนั้นเป็นผนังกำมะหยี่สีแดง และมีอุปกรณ์มากมายที่ผมไม่รู้จัก แต่ดูแล้วน่าจะเป็นอุปกรณ์สำหรับพันธนาการ

“ถ้างั้น ใครจะเริ่มก่อนล่ะ ระหว่างฉันกับเธอ ส่วนคนตัดสินก็เป็นแจน ใครมัดเธอได้รู้สึกดีกว่ากัน คนนั้นก็ชนะ ตกลงไหม”

“ตามนั้นก็ได้ครับ”

“เฮ้อ… เธอยังไม่วางหนังสือเลย ถ้างั้นฉันจะมัดแจนก่อนแล้วกัน ระหว่างนั้น ใช้เวลาให้เต็มที่เพื่อศึกษาเงื่อนต่างๆ ซะล่ะ ถือเป็นความเมตตาของคนที่มีฝีมือเหนือกว่าล่ะนะ”

อาจารย์พูดออกมาพร้อมกับยิ้มราวกับผู้เหนือกว่า นั้นทำให้ผมเจ็บใจไม่นอน

จากนั้น การมัดเชือกของอาจารย์ก็เริ่มต้นขึ้น อาจารย์ทำการคลายเชือกของรุ่นพี่ออกก่อน เธอตอนนี้เหลือเพียงแค่ชุดนักเรียนเท่านั้น ส่วนเชือกที่มัดอยู่เหนือชุดว่ายน้ำ อาจารย์ก็แกะมัดออกอย่างง่ายดาย บ่งบอกว่าเธอมีความสามารถแค่ไหน

ระหว่างนั้นเอง เธอก็หันมายักคิ้วให้กับผมอย่างท้าทาย ทำเอาผมหงุดหงิดแล้วก้มไปอ่านหนังสือต่อ แต่ผ่านไปเพียงไม่กี่นาที เมื่อผมเงยหน้าขึ้นมาจากหนังสือ ผมก็ได้ยินเสียงร้องของรุ่นพี่ร้องออกมา

“อ๊าง…”

รุ่นพี่ที่เคยยืนอยู่กับพื้นตอนนี้ได้เปลี่ยนไปแล้ว เธอถูกเชือกสีแดงมัดอยู่ตรงช่วงอก มือและแขนของเธอถูกมัดเอาไว้ด้านหลัง เข่าสองข้างของเธอถูกมัดให้พับติดกัน และที่ทำให้ผมตกใจยิ่งกว่านั้นคือ อาจารย์ได้มัดเชือกด้านหลังเชื่อมกับห่วงที่ห้อยมาจากเพดาน เพื่อดึงตัวรุ่นพี่ขึ้น

ร่างกายของรุ่นพี่ตอนนี้ อยู่ในสภาพลอยอยู่กลางอากาศ อาจารย์ออกแรงผลักเพียงเล็กน้อยรุ่นพี่ก็ไหวไปมาราวกับยอดหญ้า สีหน้าของรุ่นพี่นั้นแดงระเรื่อ และเมื่อเธอหันมามองผม เธอก็หลบสายตา

“อย่ามองนะเชน”

“หืม? ไม่อยากให้มองงั้นเหรอ ได้ อาจารย์มีตัวช่วย”

อาจารย์หยิบผ้าสีดำออกมา ลักษณะของมันทึบแสง อาจารย์ใช้มัดปิดตาของรุ่นพี่แล้วมัดเอาไว้ด้านหลัง ปล่อยให้รุ่นพี่อยู่ในความมืดคนเดียว

“เอาล่ะแจน ไหนลองบอกความรู้สึกตอนนี้สิ”

“ไม่ได้รู้สึกดีสักนิดเลยค่ะ”

“เป็นกรรมการที่ขี้โกงจังเลยนะ ถ้างั้นต้องเชิญแขกพิเศษมาแล้วสิ”

“แขกพิเศษเหรอ? ”

รุ่นพี่ไม่เข้าใจความหมายของคำพูดนั้น ผมก็เช่นกัน และทันใดนั้น อาจารย์ก็ล้วงเข้าไปใต้กระโปรงของรุ่นพี่ ก่อนจะทำอะไรบางอย่างที่ทำให้ความคิดของผมเตลิดไปไกล

“อาจารย์ ทำอะไรน่ะคะ อ๊าย”

“ก็แค่จะแสดงอะไรให้เห็นเอง”

อาจารย์ว่าพร้อมกับละมือออกจากใต้กระโปรงของรุ่นพี่ ตอนนี้ ที่มือของอาจารย์มีของเหลวสีใสเหนียวหนืดเปรอะอยู่ ผมเคยเห็นมันมาก่อน ในหนังผู้ใหญ่ เวลาผู้หญิงมีอารมณ์ มันจะหลั่งออกมาจากตรงนั้น

หรือก็คือ รุ่นพี่รู้สึกดี รู้สึกมีอารมณ์กับเชือกที่อาจารย์กำลังมัดเธออยู่งั้นเหรอ

“เอาล่ะพ่อหนุ่ม ตาเธอแล้ว ทำให้แฟนพอใจให้ได้ คงไม่ใช่เรื่องยากเกินไปใช่ไหม”

-----------------------------------------

ถ้าสนุกอย่าลืมคอมเม้นกันด้วยนะครับ

รักคนอ่านยิ่งกว่าอาหารสามมื้อ #ฝนเล็บ

คล้ายกับเรื่องเรื่องสั้นทรมานพันธนาการ BDSM (รวม) ที่คุณอ่าน