ข้าเป็นศิษย์ของพญายมราช

    ตอนที่ 54 หงส์อัคนีศักดิ์สิทธิ์

    ตอนที่ 54 หงส์อัคนีศักดิ์สิทธิ์

    พื้นฐานเดิมนั้น เฌอปรางติดอยู่ที่นักบำเพ็ญระดับ 10 บัดนี้เกรงว่า จะเลื่อนถึงระดับอภิญญาแล้ว อายุ 13 ปี ได้เลื่อนถึงขั้นอภิญญา ถ้าไม่เรียกว่าอัจฉริยะ แล้วจะเรียกว่าอะไร ทั้งสองสามีภรรยารีบปราดร่างเข้าไปในระยะปลอดภัย และไม่รบกวนลูกสาว เพราะในระหว่างที่เฌอปรางกำลังเลื่อนระดับอยู่นี้ หากมีการทำให้จิตใจไขว้เขว ย่อมเป็นการขัดขวาง เกิดพลังย้อนกลับได้ 

    ครู่หนึ่ง ขณะที่ทั้งสองกำลังดีใจ พลันเกิดรัศมีแสงประทุอีกสามระรอก ทั้งคู่ยิ่งลืมตาโพรง เมื่อแสงระรอกที่สี่ ผ่านไป ระรอกที่ห้า ยิ่งขับให้พลังของเธอระเบิดขึ้น เปลวไฟทั่วร่างไหลไปรวมกันที่เบื้องหลังอย่างรวดเร็ว ภาพเบื้องหลังนั้นเป็นกลุ่มไฟขนาดใหญ่ รูปพญาหงส์ สูงมหึมา ส่งเสียงคำรามดังกึกก้อง 

    การบรรลุถึงระดับอภิญญาของเฌอปราง ก็สร้างความประหลาดใจให้กับทุกคนอยู่แล้ว แต่การเลื่อนระดับอภิญญาต่อเนื่องอย่างรวดเร็วถึง 5 ขั้น เท่ากับว่าบัดนี้ เฌอปราง เป็นนักบำเพ็ญอภิญญาขั้นที่ 5 ยิ่งสร้างความโกลาหลเป็นอย่างมาก 

            โดยเฉพาะอภิญญาที่เกิดขึ้นนั้น เป็นอภิญญาอิทธิฤทธิ์ที่หายาก เหล่าบรรดานักสิทธิ์หากผ่านพ้นขั้นอภิญญาและไม่สามารถได้รับอิทธิฤทธิ์ใดๆ นอกจากเหาะได้ ก็มีอยู่มาก แต่ที่เฌอปรางได้รับ คืออภิญญาศักดิ์สิทธิ์ ที่หายากในบรรพพิภพ

    มีการเล่าขานกันว่า สิ่งนี้คือ พญาหงส์อัคนีศักดิ์สิทธิ์ ผู้ใดที่ครอบครองอภิญญานี้ ร่างกายจะไม่มีทางมอดไหม้ด้วยเปลวเพลิง หรือความร้อนใดๆ ไม่สามารถทำอันตรายได้

    นั่นหมายถึง แม้ว่าเฌอปราง จะมีร่างโอสถ แต่ในบรรพพิภพนี้ไม่มีผู้ใดสามารถสกัดเธอมาเป็นโอสถได้ 

    “นี่มันมหาโชค เทพเจ้าองค์ใดบันดาลกัน ลูกข้าถึงแข็งแกร่งเพียงนี้” ศิลายิ้มออกอาการตื่นเต้นอย่างเห็นได้ชัด พลันสวมกอดภรรยาอย่างแนบแน่น “ไม่คิดไม่ฝันว่าลูกของเรา จะมีอภิญญาพญาหงส์อัคนีศักดิ์สิทธิ์ แบบนี้ต่อให้ตายก็ตายตาหลับ”

    ทั้งสองมองร่างของลูกสาวที่กำลังเข้าฌาณอย่างสงบบนฟากฟ้า อย่างปราบปลื้ม

            แต่ไม่นานนัก เกิดแสงอีกสายหนึ่งพุ่งขึ้นมา แสงสีฟ้านวล พุ่งทะลุหลังตาขึ้นไปบนฟ้า นำทางร่างในชุดสีส้มอยู่ในท่าขัดสมาธิ ที่รายล้อมด้วยแสงเรืองรอง 

            “เอ๋ นั่นอชิรา เป็นนักศาสตราไม่ใช่รึ ทำไมถึงบรรลุฌาณได้” ผู้คนเบื้องล่างที่รู้จักเธอต่างโจษจัน แม้แต่ศิลาเองก็เอ่ยถามกับวานร

            “อ๋อ เท่าที่ข้าพอจะทราบ คือคุณชายคงครามเป็นผู้สอนคุณหนูอชิราให้บำเพ็ญเพียร” วานรเล่าอย่างราบเรียบ เพราะกำลังจับจ้องไปที่ร่างของอชิรา

            ห๊าาา จากนักศาสตรา เป็นนักบำเพ็ญ ใครเขาทำกันเล่า หากไม่มีทักษะคู่ตั้งแต่กำเนิดด้วยแล้ว ยิ่งยากที่จะพัฒนา!!!

            บัดนี้ร่างอชิรา อาบไปด้วยแสงที่มีลักษณะวูบไหว คล้ายเปลวเพลิงสีฟ้าที่ลุกโชน ครู่หนึ่งเกิดแรงประทุออกมาจากร่างกาย มวลอากาศบิดเบี้ยว เปลวเพลิงสีฟ้ารวมเป็นกลุ่มอยู่เบื้องหลัง ดึงดูดพยับเมฆ ให้มาก่อตัวรวมกันประหนึ่งกำลังจะเกิดพายุลูกใหญ่ มวลน้ำในอากาศถูกดึงมาจากพยับเมฆในอากาศที่เป็นรูปทรงคล้ายก้นหอยขนาดใหญ่ลอยอยู่เหนือน่านฟ้า 

            ร่างหญิงงามนางหนึ่งถูกสร้างจากมวลน้ำ  ใบหน้าละม้ายกับอชิรากำลังเริงระบำอยู่ข้างหลัง พลันมวลอากาศเกิดปริแตกออกอีกระลอก ทำให้เกิดแรงดันอากาศประทุออกเป็นสายพลังกระจายปกคลุมในวงกว้าง คลื่นพลังระเบิดขึ้นสองระลอกติดกัน ทุกผู้ที่ฝึกสายบำเพ็ญเพียรต่างรู้กันว่า อชิราในขณะนี้ ได้เลื่อนระดับขึ้นเป็นอภิญญาขั้นที่ 2 เสร็จสิ้นแล้ว 

            “นั่นคือเทพธิดาแห่งสายพิรุณ ไม่…นี่มันเหลือเชื่อเกินไป ทุกคนที่อยู่ในบริเวณนั้นกลับขยี้ตา

            ที่นครเนรดีมีกำเนิดทักษะคู่ตั้งแต่เมื่อไร ทำไมพวกเราถึงเพิ่งรู้กัน 

            ศิลาตบหน้าฝากตัวเองอย่างแรง นี่ข้าใกล้ชิดสองคนถึงเพียงนี้ทำไมไม่รู้ว่าก่อนเลยว่าทั้งสองมีพรสวรรค์ที่แข็งแกร่งอยู่ในตัว

            ไม่นานนัก พลังสายที่สามก็ได้พุ่งขึ้นมาบนฟ้า ครั้งนี้ไม่ได้เพียงทะลุฝ่าหลังคาออกมาเป็นวงแค่พอดีตัว แต่กลับทำลายหลังคาทั้งหลังจนระเบิดเป็นเสี่ยงๆ 

            คงครามพุ่งทะยานขึ้นไปเหนือฟากฟ้า เผยรัศมีสีครามพุ่งปกคลุม ดวงแสงจากตัวอ่อนธาตุบรรพกาลต้นกำเนิดผุดขึ้นมารอบตัวเขา 4 ดวง แทนสัญลักษณ์ ดิน น้ำ ลม ไฟ ไม่นานนักจตุรธาตุทั้ง 4 ก็แยกกันทำหน้าที่ ดูดพลังธรรมชาติรอบบริเวณให้มารวมกัน กลายเป็นลูกพลังสีเงินคล้ายหยดน้ำ ลอยอยู่เบื้องหน้าของคราม เรียกเสียงฮือฮาจากข้างล่างได้ราวกับเสียงผึ้ง

            นั่นมัน ลูกพลังอะไร !!!

            เดี๋ยวนะ!!! นั่นลูกพลังอะไรกัน ความงุนงงก่อตัวเป็นเสียงอึกทึกไม่ขาดสาย

            เด็กหนุ่มวัย 13 ปีผู้นี้ทำไมถึงได้มีวิชาพิสดารเช่นนี้ แม้แต่พ่อบ้านวานรยังแปลกใจ เพราะเมื่อไม่นานนี้ ครามยังเพิ่งอยู่ในขั้นอภิญญาขั้นต้น แล้วเหตุใด ตอนนี้เหมือนจะเรียกได้ว่าบรรลุขั้นปลายล่ะ

            ลูกพลังหลากสี ลอยคว้างในอากาศ พลันไม่นานนัก เกิดแรงปะทุขึ้น ลูกพลังวิ่งเข้าไปทางหน้าผากของคราม ร่างของเขามีอาการสะท้าน พลันเกิดแรงขับให้ทั่วร่างระเบิดสายพลังสีแดง สีคราม สีเหลือง และมวลอากาศที่บิดเบี้ยว จนทุกคนที่อยู่ทั่วบริเวณต้องยกแขนขึ้นบัง หรือหาที่ยึดเหนี่ยว

            หลังจากการระเบิดเมื่อครู่ ทำให้ผู้คนรับรู้ได้ว่าพลังของครามได้สูงขึ้น เขาบรรลุนักสิทธิ์ขั้นต้น หลังจากนั้นอีกไม่นาน เกิดแรงระเบิดออกจากร่างอีกสองระรอก สายตาหลายคู่จากเบื้องล่างต่างรอลุ้นว่าข้างหลังของครามจะปรากฏร่างทิพย์อันใด เฉกเช่นเดียวกับเฌอปราง และอชิรา แต่บัดนี้ยังไม่ปรากฏ กลับเป็นมวลอากาศที่ควบแน่น 

            ดวงไฟจากตัวอ่อนจตุรธาตุบรรพกาล วิ่งเคลื่อนตัวเป็นวงกลมอยู่ข้าหลังคราม หากผู้บำเพ็ญทั่วไป จะมองว่านี่เป็นเพียงการเลื่อนระดับธรรมดา แต่พลังธาตุทั้งสี่กลับวิ่งวนไม่หยุด มวลอากาศรายล้อมในรัศมีต่างถูกดูดเข้ามา 

            เฌอเอม พยายามรั้งร่างของนางเอาไว้ แต่ไม่เป็นผลร่างในชุดสีเขียวของนางลอยเข้าไป ในรัศมีดังกล่าว ศิลาและผู้คุ้มกันต่างพยายามปราดตัวเข้าไป แต่ถูกพลังมหาศาลจากตัวอ่อนธาตุบรรพกาลผลักออกมา

    คล้ายกับเรื่องข้าเป็นศิษย์ของพญายมราช ที่คุณอ่าน