ข้าเป็นเพียงอดีตฮูหยิน

    EP : 32 ไม่ยอมเลิกรา




    EP : 32 ไม่ยอมเลิกรา


    “ข้าไม่ยอมปล่อยเจ้าเอาไว้แน่” หลินปิงเอ่ยขึ้นนางมองเว่ยลู่เซียนอยู่อีกฝั่งหนึ่ง ชีวิตของนางพังหมดแล้ว พวกพี่ชายของนางบังคับให้โม่ฉิงหลานหย่ากับนางแถมยังทำให้ตระกูลของนางไล่นางออกจากตระกูลอีกต่างหาก ทำให้นางต้องเดินทางมาที่นี่เพื่อจะแก้แค้นเว่ยลู่เซียน
    “นางเองสินะ ที่เป็นเป้าหมายของเจ้า” ชายหนุ่มข้างกายเอ่ยถามด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์เมื่อเห็นใบหน้าของหญิงสาวที่เป็นเป้าหมาย
    ชายหนุ่มเลียริมฝีปากก่อนจะคิดว่าจะทำอย่างไรกับหญิงสาวคนนั้น
    “ทำให้มันตายทั้งเป็นเสีย หรือไม่ก็ทำให้มันเป็นของเจ้า” หลินปิงเอ่ยบอกอย่างคับแค้นใจ
    “แน่นอนอยู่แล้ว” ชายหนุ่มเอ่ยตอบก่อนจะคิดถึงเมื่อตอนที่หญิงสาวอยู่ใต้ร่างของเขา
    “มันแยกออกจากทุกคนแล้ว” หลินปิงร้องขึ้นเมื่อเห็นเว่ยลู่เซียนเดินออกไปจากที่นั่งคนเดียว และมันถือว่าเป็นโอกาสที่ดีมากที่จะลงมือกับนาง
    “หึ ข้าไปล่ะ” ชายหนุ่มบอกก่อนจะเดินหายไป
    “ทำให้ได้ล่ะ นั้นพวกนั้นจะไปไหนกัน” หลินปิงเอ่ยบอกชายหนุ่มก่อนจะเห็นว่าพวกที่นั่งกับเว่ยลู่เซียนพากันลุกขึ้นเหมือนกำลังออกไปไหน เมื่อเห็นว่าไปที่ทิศทางเดียวกับเว่ยลู่เซียนนางก็พลันขมวดคิ้วทันที
    หวังว่าพวกนั้นจะยังไม่รู้ตัวเลยนะ
     

    “แม่นางนี่ของเจ้าใช่หรือไม่”
    เว่ยลู่เซียนที่รู้อยู่แล้วว่าเป็นแผนการก็หันไปมองอีกฝ่ายพลางมองไปที่ผ้าเช็ดหน้าที่ชายหนุ่มถืออยู่
    “ไม่ใช่” เว่ยลู่เซียนเอ่ยบอกก่อนจะเดินหนีไปในทางที่ไม่มีคนเท่าไร
    “นี่แม่นางเจ้ามาที่แบบนี้มันอันตรายนะรู้หรือไม่” ชายหนุ่มเอ่ยบอกพลางเดินตามหญิงสาวไปด้วย
    “งั้นหรือ” เว่ยเซี่ยวป้อเอ่ยถามชายหนุ่มที่ตามน้องสาวเขามา
    “เจ้าเป็นใคร” ชายหนุ่มถามเพราะไม่รู้ว่าชายหนุ่มคนนี้ตามเขามาตอนไหนแถมยังมายืนอยู่ข้างหลังของเขาโดยที่เขาไม่รู้สึกตัวอีกด้วย
    “มันสำคัญด้วยหรือ” เว่ยเซี่ยวป้อเอ่ยถามจับพลางหัวของอีกฝ่ายแล้วกระแทกกับกำแพงอย่างอย่างแรง
    “กล้าดีอย่างไรถึงได้ใช้สายตาน่ารังเกียจนั้นมองน้องสาวข้า” เว่ยเซี่ยวป้อกล่าวเสียงเหี้ยมไม่ได้สนใจอีกฝ่ายที่พยายามดันตัวเองออกจากกำแพง
    “แค่ก” ชายหนุ่มไอออกมาเป็นเลือดพลางคิดว่านี่มันเกินความคาดหมายของเขามากนักไม่คิดว่าชายหนุ่มคนนี้จะเก่งกาจถึงเพียงนี้
    “ข้าเสนอทางรอดให้เจ้าได้นะ” เว่ยเฉินเทียนเอ่ยบอกพลางยิ้มเหี้ยมเมื่อครู่นี้ทำไมเขาจะไม่รู้ว่ามีคนแอบมองน้องสาวของเขาอยู่
    “ข้าให้เจ้าทำกับนางแบบที่เจ้าคิดจะทำกับน้องสาวของข้า” เว่ยเฉินเทียนเดินเข้าไปใกล้ก่อนจะกระซิบบอกชายหนุ่มอย่างรู้ในความหมายที่เขาต้องการ
    “ดะ…ได้” ชายหนุ่มยอมรับอย่างว่าง่าย เพราะรู้ดีว่าตัวเองสู้กับคนพวกนี้ไม่ได้แน่นอน
    “ดี งั้นคืนนี้ข้าจะไปดูให้เห็นกับตา” เว่ยเซี่ยวป้อเอ่ยพลางยอมปล่อยตัวอีกฝ่ายง่ายๆ ซึ่งอันที่จริงเขาไม่คิดจะปล่อยให้ชายหนุ่มมีชีวิตอยู่หรอก แต่ต้องใช้อีกฝ่ายอยู่เลยต้องปล่อยไป
    “ขอรับๆ” ชายหนุ่มเอ่ยบอกก่อนจะวิ่งออกไปทันที
    “แค่ระดับลมปราณจักรพรรดิคิดจะมายุ่งกับน้องสาวของข้างั้นหรือ” เว่ยเฉินเทียนเอ่ยพลางมองแผ่นหลังของอีกฝ่ายที่วิ่งหนีไป
    “ข้าจะควักลูกตาของมันออก” เว่ยเซี่ยวป้อเอ่ยบังอาจมาใช้สายตานั้นมองน้องสาวของเขาได้อย่างไรกัน
    “น้องจะไม่เข้าไปดูนะเจ้าคะ เดี๋ยวนางจะรู้เรื่องเสียก่อนพวกท่านพี่กลับไปนั่งตามเดิมนะเจ้าคะ นางจะได้ไม่สงสัย” เว่ยลู่เซียนเอ่ยบอกพลางมองหลงเทียนที่นอนหลับอยู่ในอ้อมกอดของนาง
    “แล้วเจ้าจะไปไหน” เว่ยเซี่ยวป้อเอ่ยถามแม้จะเห็นด้วยกับแผนการของเว่ยลู่เซียนแต่เขาก็ไม่อยากให้นางต้องอยู่คนเดียว
    “ข้าจะไปเดินเล่นข้างนอกเสียหน่อยเจ้าค่ะ” เว่ยลู่เซียนเอ่ยบอกก่อนจะเดินจากไป
    “เราตามนางไปดีหรือไม่ขอรับท่านตา” หลิ่วหมิงจื่อถามด้วยความเป็นห่วงหญิงสาว
    “ไม่ต้องเลยเจ้ามากับข้า” เว่ยเซี่ยวป้อเอ่ยบอกพลางลากหลิ่วหมิงจื่อกลับไปนั่งที่เดิมทันที
    “จะโทษข้าไม่ได้นะหลินปิง เจ้าทำตัวเอง” เว่ยลู่เซียนเอ่ยพลางมองไปที่หลินปิงที่ตอนนี้นั่งไม่ติดที่นั่ง
    ก่อนจะเดินจากไปทันที นางเดินไปเรื่อยๆ จนถึงโรงเตี๊ยมหนึ่งก็พลันคิดได้ว่านี่ก็เที่ยงแล้วไปหาอะไรทานเสียหน่อยก็ดี
    “หลงเทียนถ้าเจ้าไม่ตื่นตอนนี้จะไม่ได้ทานอาหารนะ” เว่ยลู่เซียนเอ่ยบอกพลางเดินเข้าไปในโรงเตี๊ยมที่เงียบนิดหน่อยเนื่องจากผู้คนพากันไปดูการประลองกันหมด
    “เชิญขอรับๆ” ชายวัยกลางคนเอ่ยบอกเมื่อมีลูกค้าเข้ามา
    “ขอเมนูขึ้นชื่อของร้านแล้วก็...อืม น้ำชาดอกท้อหนึ่งกาเจ้าค่ะ” เว่ยลู่เซียนเอ่ยบอกก่อนจะยิ้มให้อีกฝ่ายที่มีท่าทางเกรงใจ
    “ขอรับรอสักครู่ขอรับ” ชายวัยกลางคนเอ่ยบอกก่อนจะไปหลังร้านเพื่อไปทำอาหารให้กับลูกค้าทันที
    เว่ยลู่เซียนวางหลงเทียนไว้บนโต๊ะก่อนจะมองไปรอบๆ ร้านที่มีลูกค้าที่นั่งอยู่อีกสองโต๊ะ
    “เฮ้ย!! ไอ้แก่!! โผล่หัวออกมาเดี๋ยวนี้!!”
    เว่ยลู่เซียนที่นั่งหันไปที่ประตูทางเข้าพอดีก็มองนักเลงห้าคนที่เดินเข้ามาด้านในก็ร้องโวยวายจนลูกค้าอีกสองโต๊ะตกใจ
    “เอ่อ คุณลูกค้าต้องการอะไรหรือขอรับ” ชายวัยกลางคนที่เพิ่งไปทำอาหารเมื่อครู่ก็ออกมาก่อนจะเอ่ยถามด้วยท่าทีหวาดกลัวเพราะคนกลุ่มนี้มาทานอาหารทีไรไม่จ่ายเงินทุกที
    “เอาอาหารมาเร็วๆ พวกข้าหิว” ชายอีกคนที่ตัดผมสั้นเคียงบ่าเอ่ยบอกด้วยท่าทีนักเลง แถมยังยกเท้าเหยียบเก้าอี้อีกด้วย
    “ลูกพี่ๆหญิงสาวคนนั้นงามยิ่งนัก” ชายที่อยู่หลังกลุ่มร้องขึ้นพลางชี้ไปที่หญิงสาวที่นั่งอยู่คนเดียวที่โต๊ะ
    “ไอ้แก่รีบไปทำอาหารมาให้ข้าซะ แล้วเอาไปส่งข้าที่โต๊ะนั้น” หัวหน้านักเลงเอ่ยบอกพลางชี้ไปที่โต๊ะที่มีหญิงสาวนั่งอยู่กับสัตว์เลี้ยง ก่อนจะพากันเดินไปหาหญิงสาวคนนั้น
    “แม่นางถ้าไม่รังเกียจทานอาหารกับพวกข้าได้หรือไม่” ถามไปก็นั่งลงกับเก้าอี้ตัวข้างๆ ไปด้วย ส่วนคนอื่นก็นั่งล้อมหญิงสาวเอาไว้