รอบสองของงานประลองเริ่มต้นด้วยบรรยากาศที่หนักกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด
128 คู่ในรอบแรกกลายเป็ 64 คู่ที่ยังหลงเหลืออยู่ อัฒจันทร์ที่เต็มอยู่แล้วกลับยิ่งเต็มกว่าเดิม คนที่มาดูในรอบแรกกลับมาพร้อมกับคนอื่นที่ได้ยินต่อกันมา เสียงฝูงชนหนาขึ้น ความคาดหวังในอากาศหนักขึ้น และคู่ที่ยืนอยู่ในสนามก็ไม่ใช่มือใหม่อีกต่อไปแล้ว
เอสยืนอยู่ที่ขอบสนาม มองออกไปที่คู่ต่อสู้ที่กำลังรอในอีกฝั่ง ชายสองคนที่ตัวเล็กกว่าที่คิด ยืนอยู่ห่างกันในท่าที่บอกว่าเคยฝึกด้วยกันมานาน เท้าวางในจุดที่เตรียมพร้อมอยู่ตลอดเวลา ไม่มีท่าทางโอ้อวด ไม่มีการขยับที่ไม่จำเป็
ถ้ายังสู้แบบเดิม รอบลึกๆ ฉันจะแพ้
ความคิดนั้นผ่านมาแล้วก็หายไป เขาไม่ได้พยายามกดมันลง แค่รับไว้แล้วก็ปล่อยผ่าน เหมือนกับที่พ่อเคยสอนเื่การล่องหน อย่าบังคับ อย่าปฏิเสธ แค่รู้
ก่อนเดินเข้าสนาม เขาตัดสินใจ
"นายรู้จักคนที่สเตลล่าพามาด้วยหรอ?"
ชูการ์ถามขณะที่ทั้งสองยืนรอสัญญาณเริ่ม เธอถามแบบที่ไม่ใช่การซักไซ้ แค่สังเกตแล้วก็ถาม
"ใช่" เอสตอบ "ชื่อจิว เป็เพื่อนสนิทฉัน"
ชูการ์เงียบสักครู่
"เขาเป็คนที่คู่เก่าฉันพาไปเดทด้วย"
"รู้แล้ว" เอสพูด แล้วก็มองออกไปที่อัฒจันทร์
สายตาเขาเริ่มต้นที่ตำแหน่งที่จิวน่าจะนั่ง แต่กลับไปหยุดอยู่ที่ชายผมทองที่นั่งอยู่แถวกลางก่อน อาเรมองลงมาพอดี สองคนสบตากัน อาเรยกมือโบกเบาๆ เอสพยักหน้าตอบ แล้วจึงเลื่อนสายตาต่อไปจนพบจิวที่นั่งอยู่ข้างสเตลล่า
จิวไม่โบก แค่พยักหน้าเหมือนกัน
กรรมการยกธงแดง
คู่ต่อสู้รอบสองเร็วกว่าที่เขาประเมินไว้
คนซ้ายใช้ท่าสั้น ก้าวเล็ก เปลี่ยนทิศได้กลางก้าว คนขวาวิ่งวงกว้างเพื่อสร้างมุม ทั้งสองทำงานประสานกันโดยไม่ต้องสื่อสาร
เอสอ่านออกในสามวินาทีแรก
เขารู้ว่าคนซ้ายจะก้าวออกขวาก่อนที่จะหมุน รู้ว่าคนขวาจะเข้ามาในจังหวะที่เขาต้องบล็อก รู้ว่าถ้าถอยอีกครึ่งก้าวจะเปิดช่องให้ฟันได้
แต่ดาบไม่เคยไปถึงตรงนั้น
ทุกครั้งที่จังหวะเปิด มีเสียงในหัวที่พูดว่า ถ้าฟันแล้วเขาหมุนหนีทัน และมือก็ชะงักไปครึ่งวินาที ครึ่งวินาทีนั้นพอให้ช่องปิดลงได้
คนซ้ายเข้ามาในระยะและฟาดดาบที่ข้อมือเบาๆ ไม่ได้โดนแต่ทำให้เอสถอยสองก้าว
เขารู้ตัวว่ากำลังแพ้จังหวะ
ชูการ์อยู่อีกฝั่ง เธอบุกเข้าหาคนขวาโดยตรงด้วยแรงที่ทำให้อีกฝ่ายต้องใช้พลังทั้งหมดในการรับ ถูกผลักออกสองก้าวแต่ยังไม่ออกนอกสนาม ชูการ์ตามเข้าไปทันทีโดยไม่รอ
เอสมองดูชั่วครู่แล้วก็นึกถึงคำพูดที่ได้ยินในห้องพักระหว่างรอบ
เพลงดาบที่สอนให้ฟัน โดยไม่กลัวผล
เขาลองปล่อยความคิดนั้นทิ้งไปในวินาทีถัดมาเมื่อคนซ้ายเข้ามาอีกครั้ง แทนที่จะอ่านและรอ เขาก้าวเข้าหาแทน ฟันก่อนที่จะเห็นช่องชัดเจน
คนซ้ายแปลกใจพอที่จะถอยแทนการโต้ ดาบของเอสเฉียดไหล่ เอสตามด้วยก้าวอีกก้าวและกดดาบของอีกฝ่ายลงด้วยน้ำหนักข้อมือ
ชายคนนั้นยกมือยอมแพ้
เอสหันมาดูชูการ์ที่กำลังผลักคนขวาออกนอกสนามด้วยการฟาดดาบที่ด้ามจับกระทบข้อมือ ชายคนนั้นปล่อยดาบและออกนอกเส้น
ธงขาวขึ้น
เอสถอนหายใจออก ชนะ แต่ไม่ใช่แบบที่ควรเป็ เขาและชูการ์ไม่ได้สู้เป็ทีม แค่สู้คนละคู่ในสนามเดียวกัน ถ้าเจอคู่ที่แข็งกว่านี้และ้าให้ครอบคลุมกัน วิธีแบบนี้จะไม่พอ
กรรมการประกาศปิดวันแรกหลังจากสองรอบ เหลือ 32 คู่ที่ผ่านเข้ารอบสาม พักสองสัปดาห์แล้วค่อยกลับมา
เอสนั่งอยู่ที่ม้านั่งริมสนามในขณะที่คนอื่นๆ เริ่มทยอยออกไป
ชายในชุดน้ำตาลเข้มเดินเข้ามาและนั่งลงข้างๆ โดยไม่ถาม
"รอบสอง ดีขึ้นนิดหน่อย" เขาพูด
"ยังไม่พอ" เอสตอบตรงๆ
ชายคนนั้นพยักหน้า ราวกับว่านั่นคือคำตอบที่ถูกต้อง แล้วก็แนะนำตัว
"เรเวน โซลวิน"
เขาพูดชื่อตัวเองเงียบๆ ไม่มีการประกาศ แต่คนสองสามคนที่เดินผ่านไปชะงักเล็กน้อย บางคนหันมามองก่อนจะเดินต่อ ชื่อนั้นมีน้ำหนักในแบบที่ไม่ต้องอธิบายเพิ่ม
"เอส คราฟ" เอสตอบ
"รู้แล้ว" เรเวนพูด "เรียนวันไหนได้บ้าง?"
"วันเสาร์อาทิตย์หน้า วันหยุดเรียน"
เรเวนคิดสักครู่ "ได้ แต่อาจต้องขาดเรียนวันหนึ่ง"
เอสมองเขา "ขาดเรียนเพื่ออะไร?"
"รู้เองตอนไปถึง" เรเวนพูด แล้วก็ลุกขึ้น "เจอกันเช้าวันเสาร์ ออกจากเมืองทางประตูเหนือ เดินต่อไปในป่าสักชั่วโมง จะเห็นต้นไม้สองต้นที่โน้มหากัน หยุดตรงนั้น"
เขาเดินออกไปโดยไม่รอคำตอบ ราวกับรู้อยู่แล้วว่าเอสจะมา
อาเรเดินมาหาก่อนใคร ตามด้วยจิวและสเตลล่า ชูการ์เดินตามมาห่างๆ มือในกระเป๋า
"ไม่บอกกันเลยว่ามีงานประลอง" อาเรพูดทันทีที่เข้ามาถึง "ฉันจะได้มาดูั้แ่รอบแรก"
"รอบแรกๆ ไม่มีอะไรน่าดู" เอสตอบ "น่าจะเจอมือใหม่ที่ไม่เคยลงแข่งเลยเป็ส่วนใหญ่"
จิวได้บอกว่า "ผมรู้สึกว่าคุณเอสดูลังเลน้อยลงนะครับ" ส่วนสเต่ล่าได้พูดต่อว่า "ในะเนี่ยที่นายได้คู่กับสเตล่านะ "
เอสรับคำชมโดยไม่แก้ตัว
"เมื่อกี้นายคุยกับใครอยู่?" ชูการ์ถามด้วยความสงสัย
"เรเวน โซลวิน" เอสตอบ "เขามาชวนฉันเรียนวิชาเพลงดาบไร้เทียมทาน ฉันตอบตกลงแล้ว"
อาเรหยุดนิ่ง
"เรเวนงั้นหรอ" เขาพูดเบาๆ ราวกับนึกถึงบางอย่าง "ฉันเคยได้ยินชื่อ รู้สึกว่าเขามีฉายาว่า ดาบไร้เงา"
ทุกคนเงียบลงเล็กน้อย
"แต่นายแน่ใจนะ" อาเรพูดต่อ น้ำเสียงระมัดระวังขึ้น "ฉันได้ยินว่ามีคนผิดหวังกับวิชานี้เยอะ บอกว่าเรียนไปแล้วไม่ได้อะไร เขาไม่มีลูกศิษย์มาสามปีแล้ว"
"ฉันก็ไม่รู้ว่าเขาเก่งจริงหรือเปล่า" เอสตอบ ไม่รีบ ไม่แก้ตัว "แต่เขาเห็นจุดบกพร่องของฉันและมาบอกตรงๆ แปลว่าเขาดูออก ดีกว่าฟันมั่วๆ ไปวันๆ อย่างน้อยก็มีคนสอน มีคนคอยดูว่าควรปรับตรงไหน"
อาเรไม่โต้แย้งต่อ แค่พยักหน้าแบบที่บอกว่ายอมรับเหตุผลนั้นได้
"แต่เื่ที่คนผิดหวังนั้น" สเตลล่าพูดขึ้นมาเงียบๆ "ไม่ได้แปลว่าวิชาไม่ดี อาจแปลแค่ว่าคนส่วนใหญ่ยังไม่พร้อมรับมัน"
ชูการ์มองสเตลล่าแล้วก็มองเอส ไม่พูดอะไร แต่สีหน้าบอกว่าเธอยังไม่ตัดสินใจว่าจะเชื่อหรือไม่เชื่อ
จิวเงียบมาตลอด จนกระทั่งทุกคนเริ่มทยอยกระจาย
"ผมจะไปดูด้วยครับ" เขาพูดกับเอสเบาๆ
"ตามสบาย" เอสตอบ
เช้าวันเสาร์อากาศเย็น
ประตูเหนือของเมือง Arcanum เปิดออกสู่ถนนดินแคบที่ค่อยๆ กลืนตัวเองเข้าไปในป่าหนาสีเขียวเข้ม เสียงตลาดและเสียงเมืองค่อยๆ หายไปข้างหลังทีละชั้น แทนที่ด้วยเสียงลมและเสียงใบไม้กระทบกันเบาๆ
เอสและจิวเดินเคียงกันโดยไม่พูดมาก
ป่าของ Arcanum ต่างจากป่าที่เอสเคยเดินผ่านในทางไปเมือง ต้นไม้ที่นี่สูงกว่า รากใหญ่กว่า และมีบางอย่างในอากาศที่หนักและเงียบในแบบที่ไม่ใช่แค่เพราะไม่มีเสียง แต่เหมือนว่าเสียงที่ควรมีถูกดูดซับไว้ที่ไหนสักที่
"นายรู้จักชื่อดาบไร้เงาไหม?" เอสถามระหว่างเดิน
"ไม่รู้จักครับ" จิวตอบ "แต่ถ้าอาเรบอกว่าได้ยินชื่อมา ก็น่าจะมีตัวตนจริง"
"อาเรบอกว่าไม่มีลูกศิษย์มาสามปีเพราะคนผิดหวัง"
"หรือเปล่า" จิวพูดเงียบๆ
เอสมองเขา
ป่าลึกขึ้น แสงที่ส่องผ่านใบไม้บางลงทีละน้อย จนกระทั่งทางแคบลงจนแทบไม่เห็นว่าเป็ทาง และต้นไม้สองต้นที่โน้มหากันจนกิ่งพาดทับกันเป็ซุ้มก็ปรากฏอยู่ข้างหน้า
เอสหยุดตรงนั้น
ใต้ซุ้มต้นไม้ เรเวนยืนอยู่โดยหันหลังให้ มือพักอยู่บนฝักดาบข้างเอว สายตามองออกไปที่พื้นที่เปิดโล่งเล็กๆ ที่อยู่เลยต้นไม้ออกไป
เขาไม่หันมา แต่ก็รู้ว่ามีคนมาถึง
"มาสองคน" เรเวนพูดเงียบๆ ไม่ใช่คำถาม
"คนที่สองมาดู" เอสตอบ
เรเวนหันมาในที่สุด สายตากวาดไปที่จิวสักครู่ ไม่มีอารมณ์ แค่ประเมิน
แล้วก็หันกลับมาที่เอส
"ก่อนจะเริ่ม" เขาพูด "ฉันจะถามอยู่คำถามเดียว"
เขาหยุด
"นายจุดไฟโดยใช้น้ำได้ไหม"