วรกานต์ ได้กลับมายังประเทศอิตาลีอีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้มาตั้งรกรากถิ่นฐานอย่างถาวรเลย
“พอดีมีงานด่วนเข้ามา เดี๋ยวเราไปบริษัทกันก่อนนะ กานต์พอไหวไหม?” โอดีน เอ่ยถามคนที่นั่งข้างกาย ซึ่งชายหนุ่มกำลังสวมกอดไว้แนบอกอยู่ ภายในรถยนต์คันหรู ที่บอดี้การ์ดของเขาได้มารอรับที่สนามบิน
“ไหวค่ะ สบายมาก” วรกานต์ กล่าวยิ้มๆ พร้อมซบหน้าแอบอิงลงไปที่อกแกร่ง โอดีน จึงก้มลงจุมพิตที่หน้าผากนูนเนียนใสนั้นหนึ่งที่ และกระชับอ้อมแขนแกร่งให้แน่นขึ้นอีก
รถยนต์คันหรูวิ่งเข้ามาจอดลงที่หน้าโรงแรมไดมอนแกรนด์ โทเทล สำนักงานใหญ่ พนักงานของโรงแรมวิ่งมาเปิดประตูรถให้ โอดีน และกานต์ออกมาจากในตัวรถ โอดีน ก็จับจูงมือเรียวเล็กของ วรกานต์ พาเดินเข้าไปในโรงแรม ตรงไปยังลิฟต์ เพื่อขึ้นไปยังชั้นบนสุดที่เป็นออฟฟิศทำงานของ โอดีน
“เหนื่อยไหม?” โอดีน ก้มหน้าลงมาถามคนตัวเล็กอย่างเป็นห่วงเป็นใย
“นิดหน่อยค่ะ” วรกานต์ เงยหน้าขึ้นไปกล่าวยิ้มๆ
“ผมจะรีบเคลียร์งานด่วนให้เสร็จ แล้วพากลับบ้านนะ” โอดีน กล่าวบอกให้คนตัวเล็กรับทราบ
“ไม่ต้องรีบก็ได้ค่ะ กานต์ไม่ได้เหนื่อยมากเท่าไร กานต์รอได้ค่ะ” เมื่อ วรกานต์ พูดจบประตูลิฟต์ก็เปิดออกพอดี ชายหนุ่มหญิงสาวและบอดี้การ์ดอีกสองคนก็ก้าวเดินออกมาจากในลิฟต์
โอดีน และวรกานต์ เดินผ่านโต๊ะทำงานของ ลอล่า เลขานุการ
“สวัสดีค่ะ คุณโอดีน คุณเอ่อ... ขอโทษทีค่ะฉันจำไม่ได้”
ลอล่า แสร้งทำเป็นจำ วรกานต์ ไม่ได้ แต่แท้ที่จริงแล้วจำขึ้นใจได้ดีทีเดียว ว่าผู้หญิงคนนี้เป็นใคร ซึ่งเธอนึกว่าผู้หญิงคนนี้คงจะหลุดพ้นไปจากวงโคจรการเป็นคู่ควงของ โอดีน ไปแล้ว แต่ไหงกลับมาอีกจนได้ และทำไมวันนี้ถึงมายืนจับมือคนที่เธอหมายปองอยู่อย่างนี้ได้อีกล่ะ คิดแล้วความโกรธเกรี้ยดมันเริ่มสุมขึ้นมาภายในจิตใจของเธออีกครั้ง
“นี้ วรกานต์ เขาคือคู่หมั้นผม และกำลังจะเป็นภรรยาของผม” โอดีน กล่าวย้ำชัดแจ้งให้ ลอล่า ได้รับทราบและไม่ลืม
“สวัสดีค่ะ คุณวรกานต์” ลอล่า ยิ้มทักทาย พยายามข่มความรู้สึกที่ ทั้งช็อค ทั้งตกใจ ทั้งอิจฉาริษยา ไม่ให้แสดงออกมาให้คนตรงหน้าได้เห็น
“สวัสดีค่ะ คุณลอล่า ฉันจำคุณได้ ยินดีที่ได้เจอกันอีกครั้งนะคะ” วรกานต์ กล่าวทักทายยิ้มๆ และไม่ได้หวนคิดไปถึงเรื่องราวเก่าๆ ที่เคยโต้เถียงกับเจ้าหล่อน เพราะไม่ได้เก็บเอามาใส่ใจอะไร
“ผมขอกาแฟนะ และขอนมร้อนกับอาหารว่างสำหรับคู่หมั้นผมด้วยนะ” โอดีน กล่าวสั่งการเลขานุการทันที ก่อนจะจับจูงมือเรียวเล็กของ วรกานต์ พาเดินเข้าไปในห้องทำงาน
“นั่งลงที่นี่รอนะที่รัก ถ้าง่วงก็นอนได้เลยนะ ไม่ต้องฝืน” โอดีน บอกคนตัวเล็กพร้อมกับจับไหล่ของหญิงสาว ให้นั่งลงไปที่โซฟารับแขก
“เจ้าค่ะ คุณโอดีนเจ้าขา” วรกานต์ เงยหน้าบอกคนตรงหน้ายิ้มๆ จึงถูกชายหนุ่มก้มลงมาจูบที่ปากอวบอิ่มจิ้มลิ้มเข้าให้อย่างหมั่นเขี้ยว แล้ว โอดีน จึงค่อยเดินไปนั่งลงที่โต๊ะทำงานของเขา ก้มหน้าก้มตาดูเอกสารด่วนนั้นทันที
ประมาณ 15 นาทีน่าจะได้ ลอล่า ก็เข้ามาในห้องทำงานของ โอดีน พร้อมกับในมือได้ถือถาดใส่กาแฟ นมร้อนและอาหารว่าง มาให้ทั้งสองหนุ่มสาวที่อยู่ในห้อง
“กาแฟค่ะ” ลอล่า วางถ้วยกาแฟลงวางไว้ให้ โอดีน ที่โต๊ะทำงาน ก่อนจะเอ่ยบอกให้ชายหนุ่มได้รับทราบ
“ขอบใจมาก” โอดีน กล่าวทั้งที่ไม่มองหน้าเลขาเลยสักนิด ซึ่งปฏิกิริยานั้นยิ่งทำให้ ลอล่า หงุดหงิดใจมากขึ้นกว่าเดิมอีก แต่ก็ทำอะไรออกมาไม่ได้ ต้องเก็บความหงุดหงิดใจนั้นเอาไว้แต่ภายในอก
จากนั้น ลอล่า จึงเดินเอานมร้อนกับอาหารว่างมาวางที่โต๊ะตรงหน้า วรกานต์
“ขอบคุณค่ะ” วรกานต์ กล่าวขอบคุณยิ้มๆ แต่ปฏิกิริยาของเลขานี้สิไม่ยิ้มตอบเลย เจ้าหล่อนทำหน้านิ่งๆ และเดินกลับออกไปจากห้องทำงานของ โอดีน ทันที
“อะไรของเขานะ” วรกานต์ กล่าวพึมพำกับตัวเอง พร้อมกับส่ายหน้าให้กับปฏิกิริยาของเลขาของ โอดีน ไปมา แต่ก็ไม่คิดจะใส่ใจ
เมื่อ ลอล่า เดินเข้ามาในห้องครัวแล้ว วางถาดลงไว้ที่โต๊ะ กำมือเข้าหากันจนแน่น มองจ้องไปข้างหน้าด้วยสายตาดุดันแข็งกร้าว ราวกับโกรธเกลียดใครมาเป็นร้อยชาติพันชาติ
“ฉันนึกว่าแกไปแล้วไปลับไม่กลับมาอีกแล้วเชียว ทำไมถึงได้หวนกลับมาอีกล่ะเนี้ย และแถมยังจะมาเป็นเมีย คุณโอดีน ด้วย ฉันไม่ยอมหรอกนะ ฉันต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว ต้องจัดการให้มันเด็ดขาด” ลอล่า กล่าวพึมพำกับตัวเองด้วยอารมณ์ที่โกรธเกรี้ยว อิจฉาริษยา และชิงชังเป็นที่สุด
๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘