การกลับมาของวายร้ายรุ่นที่ 2

    บทที่ 54 ฉันอยากกินไก่

    บทที่ 54 ฉันอยากกินไก่

     

    เหลิ่งชิงชิวสวยเหมือนนางฟ้าในห้วงแห่งความฝัน หญิงสาวสมบูรณ์แบบซะจนรู้สึกว่าเธอต่างไปจากคนธรรมดาทั่วไป

     

    และเรื่องนี้เป็นเพียงใบหน้าเท่านั้น

     

    ทรวดทรงยิ่งไม่มีใครกล้าเทียบเคียง!

     

    หุ่นของเหลิ่งชิงชิวไม่เหมือนกับหุ่นของพวกนางแบบในโทรทัศน์ที่มีขาตรงเป็นตะเกียบ ไหปลาร้าแทบจะแทงทะลุคอ ผอมซะจนร่างกายคล้ายจะมีเพียงหนังติดกระดูกเท่านั้น ทว่าเธอก็ไม่ได้ดูอ้วน หญิงสาวไม่มีไขมันส่วนเกินพอกที่หน้าท้องและต้นขา

     

    รูปร่างของเธอเหมือนกับใบหน้าของเธอ สวยไร้ที่ติ

     

    หุ่นดีได้รูป สะโพกกลม ขาเรียว น่องสวย ข้อเท้าเล็กกำลังพอดี ผู้ชายที่ได้เห็นล้วนต้องเลือดกำเดาไหล

     

    แต่ในขณะเดียวกันยังดูมีเนื้อมีหนัง... มีเสน่ห์ในแบบที่ผู้หญิงควรจะมี อีกทั้งเต็มไปด้วยความเร้นลับน่าค้นหา อยากจะครอบครอง และอยากจะสัมผัส

     

    ราวกับว่าหากผอมกว่านี้หรืออ้วนกว่านี้สักหน่อย ความรู้สึกแบบนี้ก็จะหายไป

     

    หุ่นสมบูรณ์แบบเช่นนี้ของเธอราวกับได้รับการออกแบบจากศิลปิน หญิงสาวที่สามารถมีรูปร่างแบบนี้ได้ ช่างเหลือเชื่อยิ่งนัก!

     

    แต่จุดที่ไม่เหมือนใครคือบุคลิกของเธอ

     

    บุคลิกของเธอ เป็นสิ่งที่สวีเสวี่ยเจียวไม่มี เฉินเมิ่งอวิ๋นไม่มี และเจี่ยงซือหานก็ไม่มี ...กระทั่งดาราที่ลู่เฉิงเหวินรู้จัก ไม่ว่าดาราฝรั่ง ดาราในประเทศ หรือดาราเกาหลีหรือญี่ปุ่น... ล้วนไม่มี

     

    นั่นคือบุคลิกของราชินีที่แท้จริง

     

    บุคลิกของชนชั้นสูงที่ฝั่งลึกอยู่ในกระดูก

     

    สุดยอด!

     

    เขามีความทรงจำของ ‘ลู่เฉิงเหวิน’ อยู่ หากจะบอกว่าไม่มีใจให้อีกฝ่ายคงเป็นเรื่องโกหก

     

    ต่อให้ไม่มีความทรงจำของ ‘ลู่เฉิงเหวินในอดีต’ ก็ไม่เป็นปัญหา เพราะหากจะให้ผู้ชายมีใจให้เหลิ่งชิงชิว ก็มีเพียงแค่เงื่อนไขเดียวเท่านั้น นั่นคือทำให้เขาได้พบกับเธอเอง

     

    ถ้าได้เจอเหลิ่งชิงชิวแล้วยังสามารถตั้งสติอยู่ได้ ...มันไม่ใช่ผู้ชายแน่ หรือไม่งั้นสมองก็ต้องมีปัญหา!

     

    ยกเว้นการบริจาคดวงตาหรือโดนคนอื่นอัดจนกลายเป็นอัมพาต หรือไม่เช่นนั้นก็เคยทำศัลยกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งทำศัลยกรรมในเมืองไทย ...การผ่าจนถึงต้นตอแบบนั้น

     

    นอกจากเหตุผลพวกนี้ก็คงเป็นไปไม่ได้ที่จะไม่หวั่นไหว

     

    เหลิ่งชิงชิวที่เห็นลู่เฉิงเหวินก็รู้สึกดีใจมาก

     

    เธอหัวเราะอย่างเบิกบาน “พี่เฉิงเหวินมาแล้ว!”

     

    “อ้อ! ครับ ...ใช่ ผมมาแล้ว”

     

    ลู่เฉิงเหวินไม่คิดว่าตนเองจะมองเธอจนตาค้างแบบนี้

     

    ‘แย่แล้ว สองถึงสามวันมานี้ไม่กล้ามองหน้าเธอชัด ๆ แต่ตอนนี้เริ่มมั่นใจว่าปลอดภัยแล้วเลยประมาทขึ้นมาซะได้’

     

    ‘ผู้หญิงคนนี้จะมองบ่อย ๆ ไม่ได้ ถ้ามองแล้วจะเบนสายตาไปทางอื่นไม่ได้เลย’

     

    ‘เวรกรรม! เธอสวยขนาดนี้จะไม่ทำให้ผู้หญิงคนอื่น ๆ บนโลกโกรธแค้นเหรอ? เลือดกำเดาของฉันไม่ได้ไหลออกมาใช่ไหม?’

     

    เมื่อได้ยินลู่เฉิงเหวินชื่นชมความสวยของตัวเองในใจแล้ว เหลิ่งชิงชิวก็ทั้งดีใจและพึงพอใจมาก

     

    หลังเหลิ่งเทียนหาวเห็นท่าทีเช่นนั้นแล้วก็คิดในใจ แบบนี้เห็น ๆ กันอยู่ว่ามีหนทาง! ลู่เฉิงเหวินมองลูกสาวฉันจนตาเยิ้มหมดแล้ว ดูอาการเจ้าชู้ของเขาสิ ถ้าฉันกับแม่ของเหลิ่งชิงชิวไม่ได้อยู่ตรงนี้ ไอ้หมอนี่คงจะกระโจนเข้าใส่เธอแล้ว ทำไมเหลิ่งชิงชิวถึงได้ไม่ยอมหมั้นนะ? หรือว่าไอ้เด็กนี่อยากจะได้ตัวลูกสาวฉัน แต่ไม่อยากควักกระเป๋าเงิน?

     

    เมื่อ ‘สี่คนในครอบครัว’ นั่งประจำที่กันแล้ว คนทั้งหมดก็เริ่มพูดคุยและรับประทานอาหาร

     

    ตอนแรกพวกเขาเริ่มถามลู่เฉิงเหวินด้วยคำถามง่าย ๆ เช่น งานที่บริษัทเป็นยังไงบ้าง? ช่วงนี้ได้ยินมาว่าซื้อบริษัทอื่นเข้ามาดูแลงั้นเหรอ? คงได้กำไรเยอะเลยใช่ไหม? คุณพ่อคุณแม่สบายดีรึเปล่า? ...อะไรทำนองนี้

     

    ระหว่างที่พูดคุยกัน เหลิ่งเทียนหาวแอบสังเกตลู่เฉิงเหวิน เขามั่นใจมากว่าตัวเองมองอีกฝ่ายไม่ผิด

     

    ไอ้หมอนี่เป็นผู้ชายลามก!

     

    รับรองว่าใช่แน่ ๆ!

     

    ไอ้เปรตนี่หาโอกาสมองลูกสาวฉันอยู่บ่อย ๆ แล้วยังมีหน้ามาบอกว่าไม่หวั่นไหว? โกหกใครอยู่ไม่ทราบ?

     

    ฉันอายุขนาดไหนแล้วฮะ? มากสุดนายมันก็แค่เคยใช้มือเขย่าเท่านั้นแหละ? ฉันจะดูความเก่งกาจในการควบคุมของนายไม่ออกอีกรึไง?

     

    เหลิ่งเทียนหาวยิ้มพลางถาม “เฉิงเหวิน เดือนหน้าวันที่สิบก็เป็นวันหมั้นแล้ว พวกเธอเตรียมตัวกันไปถึงไหนแล้วงั้นเหรอ?”

     

    ลู่เฉิงเหวินตกใจ ความคิดทั้งหมดถูกเก็บกลับมา

     

    เวรแล้วไง!

     

    ตอนนี้เขาตัดใจไม่ลงและทำใจไม่ได้ซะแล้ว

     

    ถ้าต้องมอบผู้หญิงที่สวยขนาดนี้ให้หลงอ้าวเทียน สู้ฆ่าฉันให้ตายซะยังจะง่ายกว่า!

     

    แต่ไม่มีทางเลือกอีกแล้ว เขารู้ดีว่าตัวเองมาที่นี่เพื่อจุดประสงค์ใด

     

    ที่นี่ไม่ใช่เกมสร้างสัมพันธ์รัก แต่เป็นเกมหาทางรอดชีวิต!

     

    สิ่งที่เขาต้องทำไม่ใช่การเพิ่มความใกล้ชิดและสนิทสนมกับนางเอกจนสุดท้ายได้ตัวมา และไขกุญแจเพื่อเพิ่มลีลากับลวดลายไปทีละขั้น

     

    แต่ต้องทำทุกวิถีทางเพื่อให้ตนเองมีชีวิตอยู่ต่อ ทำให้ตนเองอยู่รอดจนถึงตอนสุดท้าย จนได้ไก่*[1] ไปกิน!

     

    สำหรับเกมนี้ ตนไม่ใช่ศูนย์กลาง เพราะเกมนี้มีพี่ใหญ่อยู่แล้ว อีกทั้งยังเป็นฝ่ายตรงข้ามซะด้วย

     

    เขาต้องมั่นใจว่าเวลาที่พี่ใหญ่อยู่ด้านบน ตนเองจะอยู่ด้านล่าง ส่วนตอนที่อีกฝ่ายอยู่ด้านล่าง ตนจะต้องเอาพวกทหาร สัตว์ประหลาดมาให้พี่ใหญ่คนนั้นกิน!

     

    พี่ใหญ่เก่งสุดยอดนั้นเป็นเรื่องที่แน่นอนอยู่แล้ว ทว่าเขาไม่ได้มีบทบาทอะไรในหนทางความเก่งกาจและสุดยอดของพี่ใหญ่ และตนก็ไม่ได้มีความสำคัญอะไรกับอีกฝ่ายมากนักด้วย!

     

    แต่การมีชีวิตอยู่สำคัญต่อเขามาก!

     

    ดังนั้นวิธีการอันชาญฉลาดก็คือเดินท่องเข้าไปในเขตป่า และฆ่าสัตว์ประหลาดเพื่อฆ่าเวลา!

     

    เวลาที่พรรคพวกบ่นใส่ก็อย่าไปสนใจ เพราะมีแต่ตนเองเท่านั้นที่รู้ว่าเกมที่เล่นเป็นคนละเกมกับพวกเขา!

     

    เมื่อพี่ใหญ่เก่งกาจขึ้นมา ตนเองก็จะต้องคอยปรบมือให้เขา และอ้อนวอนขอให้อีกฝ่ายสอนเล่นบ้างก็พอแล้ว

     

    ส่วนเรื่องอื่น ๆ ไม่ต้องไปทำ เพราะหากทำเกินหน้าที่ พี่ใหญ่อาจจะเอาหัวของเขาไปแลกกับอาวุธดี ๆ ก็ได้

     

    ลู่เฉิงเหวินถอนใจ

     

    ชีวิตของฉัน ...ช่างรันทดดีจริง ๆ

     

    ตอนนี้เองพ่อบ้านก็เข้ามารายงาน “นายท่านครับ คุณชายหลงมาขอพบครับ”

     

    “คุณชายหลง?”

     

    “ใช่ครับ ชื่อว่าหลงอ้าวเทียน เขาบอกว่า ...มีข่าวภายในที่เกี่ยวข้องกับเงินมูลค่าสองพันกว่าล้านมาบอกท่านครับ”

     

    ลู่เฉิงเหวินปวดจี๊ดขึ้นมาในสมอง

     

    พี่ใหญ่... แบบนี้ไม่เรียกว่าแอบบุกแล้ว มันเรียกว่าฆ่าไม่ให้เหลือซากมากกว่า!

     

     

    [1] กินไก่ หมายถึงประสบความสำเร็จหรือเป็นผู้ชนะในตอนสุดท้าย


    คล้ายกับเรื่องการกลับมาของวายร้ายรุ่นที่ 2 ที่คุณอ่าน