หลังจากชายหนุ่มที่ชนจางซวนล้มลงไปกระแทกกับพื้นก็ใแม้แต่ผู้ติดตามมาด้านหลังเองก็ยืนงงก่อนจะได้สติผู้ติดตามที่เป็ศิษย์ขั้นสร้างรากฐานเ่าั้ก็มองไปยังจางซวนก่อนจะร้องคำรามและโจมตี
“กล้าทำร้ายศิษย์พี่เหิงตายซะ” ขอบเขตสร้างรากฐานขั้นต้นสามคนพุ่งเข้าหาจางซวนและปลดปล่อยทักษะออกมาโจมตีไปที่จางซวนทันที
ร่างของจางซวนตอบสนองอย่างรวดเร็วโดยที่จางซวนไม่ต้องสั่งการร่างหมุนหลบการโจมตีฝ่ามือของอีกฝ่ายจากนั้นปล่อยหนึ่งหมัดสวนออกไปที่หน้าอกซัดร่างของอีกฝ่ายจนลอยออกไปไกลจากนั้นก็ทำแบบเดิมเคลื่อนไหวหลบการโจมตีของอีกสองคนและซัดฝ่ามือและหมัดออกไป
“อ๊ากกกกกกก”ขอบเขตสร้างรากฐานขั้นต้นถูกทำให้าเ็ในหมัดเดียวทั้งสามล้มไปนอนกับพื้นไม่อาจลุกขึ้นได้มีแต่เสียงโหยหวนด้วยความเ็ปดังขึ้น
“นี่มัน”หญิงสาวชุดแดงกำลังจะลงมือช่วยจางซวนก็ยืนอึ้งนางมองไปยังจางซวนอย่างไม่เชื่อสายตา
“เ้ากล้าทำร้ายคนของข้ากล้าท้าทายข้ารนหาที่ตาย” ชายหนุ่มที่มองเห็นคนของตนถูกเล่นงานก็ร้องคำรามะเิพลังขอบเขตสร้างรากฐานขั้นสูงออกมา
“หยุดนะลั่วเหิง หากเ้ากล้าลงมือกับเด็กคนนี้ข้าจะไม่ปล่อยเ้าไปแน่” หญิงสาวชุดแดงมายืนอยู่ตรงหน้าจางซวนแล้วปลดปล่อยพลังของนางออกมาไม่คิดเลยว่านางจะอยู่ขอบเขตสร้างรากฐานขั้นสมบูรณ์
“ศิษย์พี่เหม่ยท่านปกป้องมันงั้นเหรอ” ชายหนุ่มเห็นหญิงสาวชุดแดงปกป้องจางซวนก็ยิ่งโกรธเข้าไปใหญ่จ้องมองจางซวนด้วยความแค้น
“หยุดเดี๋ยวนี้”ทันใดนั้นเองชายชราที่อยู่ในร้านขายอุปกรณ์ก็ปรากฏตัวตรงกลางและกระแทกร่างของทั้งสองฝ่ายออกไป
“ผู้าุโ”
“ท่านลุง”
ทั้งสองไม่ได้ลงมืออีกและเก็บงำพลังของตนกลับไปแต่ลั่วเหิงยังมองจางซวนด้วยความโกรธแค้น นี่ทำให้จางซวนงุนงงเข้าไปอีกเขาไม่เข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นเลยว่าอีกฝ่ายมาเล่นงานตนทำไม
“ลั่วเหิงเหตุใดเ้าถึงทำร้ายเด็กคนนี้” ชายชรามองลั่วเหิงด้วยแววตาที่เ็าสายตานี้ทำให้ลั่วเหิงรู้สึกหนาวสั่นไปทั่วร่าง
“มันเป็ความเข้าใจผิด”ลั่งเหิงกล่าว
“เด็กน้อยบอกความจริงกับข้ามา”ชายชราหันไปทางจางซวน
“เอ่อข้าเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน อยู่ๆเขาก็เดินมาชนข้าและล้มลงไปเองจากนั้นคนพวกนั้นก็โจมตีข้าะโว่าจะฆ่าข้า ข้าเลยป้องกันตัวจากนั้นเขาก็บอกว่าข้าไปท้าทายเขา ข้าไปท้าทายเขาตอนไหนงั้นเหรอ” จางซวนเอียงคอกล่าวด้วยสีหน้าไร้เดียงสา
“เ้าไม่ได้ผิดหรอกผิดที่คนชั่วช้าอย่างลั่วเหิงต่างหาก เขานั้นเป็ผู้ชายใจแคบแม้แต่กับเด็กอายุ 10ปีก็ยังไม่เว้น” หญิงสาวชุดแดงกล่าว
“เป็ความจริงหรือไม่”ชายชราหรี่ตาลง
“......”ลั่วเหิงไม่ตอบ ทุกอย่างเป็อย่างที่จางซวนกล่าว
ที่เขาเล่นงานจางซวนก็เพราะเห็นจางซวนเดินจูงมือกับหญิงสาวชุดแดงลั่วเหิงนั้นตามจีบศิษย์พี่ผู้นี้มานานหลายปีแล้วแต่อีกฝ่ายไม่เคยแม้แต่จะยิ้มให้ตนดังนั้นลั่วเหิงจึงยอมไม่ได้ที่นางจะมอบรอบยิ้มให้ชายอื่นและยังเดินจับมืออีกต่อให้อีกฝ่ายเป็แค่เด็กก็ตาม
“เด็กน้อยเ้าไปได้แล้วที่เหลือเดี๋ยวข้าจัดการให้ไม่ต้องกังวลอะไรแล้วคราวหน้าหากเ้ามาซื้อของอีกข้าจะลดราคาให้กับเ้าเพื่อเป็การชดเชยในเื่นี้”ชายชรากล่าว
“ขอบคุณผู้าุโพี่สาวไว้พบกันใหม่” จางซวนถอนหายใจก่อนจะวิ่งลงจากไป
ชายชรามองไปยังร่างของคนสามคนที่นอนอยู่กับพื้นหน้าอกของพวกเขายุบลงไปเห็นได้ชัดว่าหมัดของจางซวนหนักหน่วงอย่างมาก
“ลั่วเหิงการกระทำนี้ของเ้าทำให้ข้าผิดหวังอย่างมากต่อให้เ้าเป็หลานชายของผู้าุโในฝ่ายก็ควรจะมีขอบเขตข้าไม่ได้ขวางที่เ้าตามจีบเหม่ยหนิง แต่เ้าก็ควรจะมีสติเสียบ้าง นั่นคือเด็กอายุ10 ปี เด็กที่ยังไม่รู้จักความรักเลยด้วยซ้ำแต่เ้ากลับไปหึงหวงเด็กตัวแค่นั้นเนี่ยนะเ้ามองดูรอบๆสิ ดูสายตาของพวกศิษย์พี่ศิษย์น้องที่มองมายังเ้าดูสายตาพวกเขาว่าเป็อย่างไร” ชายชรากล่าว
ลั่วเหิงสั่นสะท้านก่อนจะมองไปรอบๆก็พบว่าเื่เมื่อครู่มีคนเห็นไม่น้อยนี่ทำให้หลายคนมองลั่วเหิงอย่างดูแคลนอย่างน้อยหากเป็พวกเขาพวกเขาก็คงไม่ลงมือกับเด็กน้อยคนหนึ่งให้เสียหน้า แต่ลั่วเหิงลงมือไม่พอแต่ยังถูกเด็กตัวเล็กๆเล่นงานจนขายหน้าไปอีกนี่ทำให้ชื่อเสียงของฝ่ายหลอมอุปกรณ์ต้องขายหน้ามากแค่ไหน
“หลังจากนี้หนึ่งปีเ้าจะไม่ได้รับทรัพยากรที่ทางสำนักแจกให้ แน่นอนรวมถึงพวกเ้าสามคนที่นอนอยู่ด้วยใสหัวไปได้แล้ว” ชายชรากล่าว
ลั่วเหิงกัดฟันก่อนจะเดินจากไปโดยไม่สนใจผู้ติดตามของตนเลยทั้งสามต้องใช้ความพยายามอย่างมากกว่าจะลุกขึ้นได้และจากไปด้วยใบหน้าเ็ป
“ท่านลุงเด็กคนนั้น...”เหม่ยหนิงกำลังจะกล่าวแต่ชายชราโบกมือ
“ข้ารู้ว่าเ้าอยากจะดึงเด็กคนนั้นมาอยู่ฝ่ายเราข้าพอได้ยินว่าเด็กนั่นมีรากิญญาห้าสี ทำให้การบ่มเพาะนั้นยากลำบากไม่ง่ายเลยที่เข้าจะบ่มเพาะมาถึงขั้น6 ของขอบเขตกลั่นปราณ แต่ที่ทำให้ข้าใคือเรือนกายของเขาถึงกับแข็งแกร่งมากด้วยพลังของลั่วเหิงที่จกใจเดินชนเขากลับถูกทำให้ล้มเสียเองนี่ก็แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของเด็กคนนั้นแล้วและที่สำคัญเด็กคนนี้อายุ 10 ปีเท่านั้น” ชายชรากล่าว
“รากิญญาห้าสีเป็ไปได้อย่างไร” เหม่ยหนิงที่ได้ยินก็ไม่อยากจะเชื่อ เพราะรากิญญาห้าสีคือผู้มีพร์ต่ำสุดที่แทบไม่อาจฝึกตนได้เพราะทรัพยากรที่ต้องใช้มากเกินไป
“หากเขาอยู่ฝ่ายของพวกเราเกรงว่าจะเป็การทำลายอนาคตของเขาให้เขาอยู่ฝ่ายปรุงยานั่นแหละดีแล้วอยู่ที่นั่นเขาจะมีทรัพยากรให้ใช้มากกว่าอยู่ที่นี่”ชายชรากล่าว
“ข้าเข้าใจแล้วเพียงแต่วรยุทธของเด็กน้อยคนนี้ไม่เลวเลยหนึ่งหมัดง่ายๆสามารถทำให้ขั้นสร้างรากฐานขั้นต้นต้องาเ็สาหัสได้หากเขาเอาจริงเกรงว่าคงใช้ไม่ถึง5 หมัดก็สังหารทั้งสามคนได้” เหม่ยหนิงกล่าว
“5หมัดงั้นเหรอ นั่นมากไป อย่างมากสุดไม่เกิน 3 หมัดทั้งสามคนจะตาย” ชายชราหัวเราะและกลับเข้าไปในร้านเหม่ยหนิงเองก็เดินตามอีกฝ่ายไป
จางซวนที่กลับมาโดยไม่สนใจเื่ราวอะไรราวกับว่าเื่ที่เกิดขึ้นไม่เกี่ยวกับตน
“เวลาใกล้จะหมดลงแล้วเหลืออีก1 ปีงานประลองฝ่ายก็จะเริ่มขึ้นถึงตอนนั้นข้าจะต้องลงประลองไม่ได้การข้าจะต้องใช้เวลาที่เหลือในการบ่มเพาะ” จางซวนกล่าว
“ศิษย์หลานอาซวนเ้ามาแล้ว” จางซวนที่พึ่งเดินผ่านหอปรุงยาก็เห็นว่ามีผู้าุโหลายคนกำลังยืนรอตนอยู่
“ผู้าุโพวกท่านเรียกข้าหรือ”จางซวนมองอีกฝ่ายด้วยความงุนงง
“แน่นอนตอนนี้ทางฝ่ายเลี้ยงสัตว์อสูรได้มีความ้าเกี่ยวกับเม็ดยาของเ้าค่อนข้างมากแต่ลำพังตัวเ้าคนเดียวคงตอบรับคำขอของพวกเขาไม่ไหวและอาจจะไปรบกวนการบ่มเพาะของเ้าพวกเราเลยรวมตัวกันและมีความคิดว่าจะขอซื้อสูตรยาของเ้าแน่นอนว่าราคาพวกเราไม่เอาเปรียบเ้าแน่”ผู้าุโฝ่ายปรุงยากล่าว
“เอ๋พวกท่านจะซื้อเหรอ” จางซวนแววตาเป็ประกายเขาพึ่งหมดตัวเพราะเตาปรุงยาหากขายสูตรยาปลุกอารมณ์ได้เขาก็ยินดีอย่างยิ่ง
“แน่นอนพวกเราจะเป็ตัวแทนของสำนักซื้อสูตรยานี้แทนเ้า แม้เม็ดยาปลุกอารมณ์จะไร้ประโยชน์ต่อผู้บ่มเพาะแต่สำหรับฝ่ายสัตว์อสูรมันจำเป็มากบวกกับมันเป็เม็ดยาระดับต่ำข้าเลยเสนอว่าจะซื้อสูตรยาในราคา 200 ศิลาปราณระดับต่ำ เ้าว่าอย่างไร” ผู้าุโฝ่ายปรุงยากล่าว
“ไม่มีปัญหา”จางซวนตื่นเต้น ศิลาปราณ 200 ก้อนก็เพียงพอให้เขาปิดด่านบ่มเพาะไปอีกนาน
“ในเมื่อศิษย์หลานเห็นดีด้วยก็ตกลงตามนี้”ผู้าุโคนอื่นๆถอนหายใจที่จริงราคาที่พวกเขาเสรอคือราคาสูงสุดที่พวกเขาให้ได้แล้ว
จางซวนส่งวิธีการปรุงยาให้กับพวกเขาและสอนพวกเขาถึงขั้นตอนยิบย่อยในการปรุงยารอบหนึ่งก่อนจะเดินกลับถ้ำของตนด้วยสีหน้าเบิกบาน
“ไปทดลองกันเถอะหากสำเร็จพวกเราก็ค่อยสอนให้พวกศิษย์อีกที” ผู้าุโคนอื่นๆพากันแยกย้ายไปทดลองปรุงยา
“ตูม!!!!!!!!!!!”ไม่นานเสียงเตาะเิก็ดังขึ้นอย่างต่อเนื่องแม้จางซวนจะบอกวิธีและข้อควรระวังแล้วแต่ว่ามันก็ยังยากอยู่ดีที่จะทำให้สำเร็จในครั้งแรก
“สำเร็จแล้วฮ่า ฮ่า ข้าทำสำเร็จแล้ว”
“ไหนเ้าทำสำเร็จในครั้งแรกเลยงั้นเหรอ” ผู้าุโคนอื่นที่เตาะเิพากันมารวมตัว
ผู้าุโที่ปรุงยาสำเร็จยิ้มอย่างมั่นใจก่อนจะเปิดฝาเตาปรุงยาออกมาแต่ทันใดนั้นเองสิ่งที่ออกมากลับไม่ใช้เม็ดยาแต่เป็ควันสีชมพูพุ่งออกมาจากเตาแทน
“แย่แล้วเม็ดยาในเตาะเิออกมาแล้ว” สีหน้าของเหล่าผู้าุโพากันซีดขาวทะยานร่างออกมาจากห้องปรุงยาทันที
“ปิดประตูเอาไว้”
“เดี๋ยวก่อนรอข้าด้วย” ผู้าุโที่เป็คนปรุงยายังไม่ทันได้สติก็ถูกขังอยู่ในห้องสูดดมควันสีชมพูเข้าไป
“ไม่ปล่อยข้าไป ข้าจะไม่ไหวแล้ว บัดซบเร็วๆเข้าข้ายังไม่อยากตาย” เสียงกรีดร้องดังออกมาจากในห้อง
พวกคนอื่นๆที่ได้ยินก็สั่นสะท้านไปทั่วร่างพวกเขาไม่อาจนึกภาพถึงสหายเฒ่าที่กำลังมีอารมณ์อยู่ในห้องคนเดียว
“เขาจะไม่เป็อะไรแน่เหรอหากธาตุไฟแตกจะว่าอย่างไร”
“หรือเ้าจะปล่อยให้ควันพวกนั้นลอยออกมากัน”
“จริงด้วยหากปล่อยให้ควันพวกนั้นลอยออกมาเ้าลองนึกสภาพฝ่ายปรุงยาดู”เหล่าผู้าุโสีหน้ามืดมน
“ต้องให้ศิษย์หลานมาปรุงยาให้พวกเราดูสักรอบไม่งั้นเกรงว่าจะเกิดอันตรายขึ้น”พวกผู้าุโมองหน้ากันด้วยสีหน้าจนใจ
“ผู้าุโเกิดอะไรขึ้นพวกท่านรวมตัวกันทำอะไรที่นี่” หวงติงเดินเข้ามาด้วยสีหน้าอยากรู้อยากเห็น
“หวงติงเ้ามาก็ดีแล้ว ช่วยไปตามศิษย์หลานอาซวนมาให้ดีพวกเราอยากจะขอคำชี้แนะเกี่ยวกับเม็ดยาที่เข้าคิดค้นขึ้น” ผู้าุโคนหนึ่งกล่าว
“ข้าพึ่งเห็นศิษย์น้องปิดประตูบ่มเพาะไปแล้วดังนั้นข้าเลยมาเดินเล่นที่นี่ว่าแต่เสียงนั่นมีคนอยู่ไม่ใช่เหรอ เสียงของเขาทรมานมากพวกท่านทำอะไรกับเขาอย่าบอกนะว่าพวกท่านคิดจะฆ่าคน ไม่ได้นะแบบนั้นมันผิดกฎ” หวงติงกล่าวด้วยสีหน้าตื่นตระหนก
“หยุดความคิดบ้าๆของเ้าเลยพวกเราไม่ได้ทำแบบนั้นเพียงแต่เขาถูกผลของยาทำให้ควบคุมสติไม่ได้”
“ควบคุมไม่ได้ก็รีบพาเขาออกมาแล้วช่วยกระตุ้นสติของเขาสิ”หวงติงเดินไปที่ประตูหินหมายจะเปิดออกแต่พวกชายชราก็รีบไปห้ามไว้สุดชีวิต