ตอนที่ 5 แค้นฝังกระดูก (1)
มุมกล้องกับเนื้อหาของข่าวนี้ค่อนข้างน่าสนใจ ท่าทีรำคาญใจของคนอื่นๆ ไม่เพียงสะท้อนถึงความมนุษยสัมพันธ์แย่ของเสิ่นมู่ชิง แต่ยังขับซ่งจื่อเซวียน ‘เพื่อนสนิท’ เพียงคนเดียวที่ร้องห่มร้องไห้ให้ดูมีเมตตาขึ้นมาด้วย
คนคนนี้ช่าง...ไม่เพียงแต่ใช้ชีวิตของเขามาแลกกับอนาคตอันกว้างไกล กระทั่งการตายของเขาก็ยังถูกนำไปใช้ประโยชน์อีกครั้ง!
ทันใดนั้นกล้องก็ขยับวูบ คล้ายกับคนบันทึกวิดีโอจะถูกเบียดจนเซ ภาพที่ฉายหันไปทางประตูห้องโถงไว้ทุกข์ บรรยากาศตรงกันข้ามกับภายในห้องที่วังเวงเงียบสงัด บริเวณประตูในตอนนี้รายล้อมไปด้วยนักข่าวบันเทิงกลุ่มใหญ่ แต่ละคนชูกล้องในมือขึ้นสูงเพื่อกดถ่ายภาพภายในห้อง กลัวว่าจะพลาดฉากไหนไป
ขณะมองเห็นใบหน้าที่คุ้นเคยสองสามหน้าโผล่มาในคลิปแวบหนึ่ง มู่ชิงก็แค่นเสียงในใจ ปาปารัสซีพวกนี้เพื่อชื่อเสียงแล้วถึงกับหาข่าวกันอย่างไม่คิดชีวิตจริงๆ ต่อหน้าสายตาฝูงชนยังกล้าโหวกเหวกโวยวายอยู่ตรงประตูห้องโถงไว้ทุกข์ของตน ไม่กลัวว่าดวงิญญาของเสิ่นมู่ชิงจะโกรธจนวิ่งมาหาพวกเขาตอนกลางค่ำกลางคืนเพื่อถกถามเื่ของศีลธรรมบ้างหรืออย่างไร
จากนั้นภาพก็หันไปที่อีกด้านหนึ่ง ดูเหมือนว่าในที่สุดก็ทนเสียงเอะอะโวยวายของพวกนักข่าวไม่ไหว ซ่งจื่อเซวียนจึงพาพนักงานที่อยู่ข้างๆ เดินไปที่ประตูห้องโถงด้วยท่าทางรีบร้อน ตอนนี้เขามีสีหน้าซีดเซียว สองตาบวมแดง ถ่ายทอดภาพลักษณ์ของลูกผู้ชายที่เศร้าโศกเสียใจจากการสูญเสียเพื่อนสนิทได้อย่างสมบูรณ์แบบ
เมื่อเผชิญหน้ากับเหล่าแฟนๆ และนักข่าวที่โถมเข้ามาราวกับผึ้งแตกรัง เขาชูมือขึ้นเป็เชิงให้ทุกคนเงียบก่อน จากนั้นใช้น้ำเสียงแหบต่ำกล่าวด้วยรอยยิ้มขมขื่นว่า “อันดับแรกต้องขอขอบคุณทุกท่านที่มาร่วมพิธีศพของเสิ่นมู่ชิง ทุกคนล้วนเป็เพื่อนเก่าเพื่อนแก่ คาดว่าคงจะรู้กันว่า เสิ่นมู่ชิงไม่เพียงแต่เป็ผู้ช่วยส่วนตัวของผม แต่ยังเป็เพื่อนร่วมชั้นและเพื่อนรักของผมมาหลายปี ผมวอนขอให้ทุกคนอย่าเอะอะโวยวายที่นี่ อย่าถ่ายรูป ขอให้ผมได้ส่งเพื่อนของผมในการเดินทางครั้งสุดท้ายอย่างสงบด้วยครับ” พูดจบก็โค้งคำนับให้เหล่านักข่าวที่รุมล้อมเขาอีกครั้ง “ขอบคุณสำหรับความร่วมมือของทุกท่านครับ!”
เขาในตอนนี้น้ำตาคลอหน่วย ขณะพูดก็ส่งเสียงสะอื้นไปด้วยหลายครั้ง ความโศกเศร้ายิ่งฉายชัดบนใบหน้าหนักกว่าเก่า ฉากนี้อย่าว่าแต่นักข่าวหรือแฟนๆ เลย แม้แต่คนที่ผ่านมาเห็นยังรู้สึกปวดใจอย่างยิ่ง
ช่างเป็ความสัมพันธ์พี่น้องที่น่าซาบซึ้งมาก! เป็บุคคลที่มีน้ำใจหนักแน่นเสียจริง!
แต่ซาบซึ้งก็ส่วนซาบซึ้ง เื่งานจะทิ้งขว้างไม่ได้...ถึงยังไงก็มากันแล้ว ซ่งจื่อเซวียนาาภาพยนตร์หน้าใหม่โค้งคำนับให้สื่อทั้งน้ำตาเนื่องด้วยการจากไปของเพื่อนที่คบมาหลายปี ฉากแบบนี้จะพลาดได้เหรอ
นั่นต้องไม่ได้อยู่แล้ว!
ดังนั้น ไม่ว่าซ่งจื่อเซวียนจะพูดถ้อยคำที่ทำให้คนซาบซึ้งแค่ไหน สะอึกสะอื้นเพียงใด คำพูดเปิดใจของเขาก็ยังคงถูกคนละเลยโดยสิ้นเชิงอยู่ดี...เหล่าแฟนคลับที่อยู่แถวหลังต่างก็ชูกล้องเอสแอลอาร์[1]ในมือขึ้นโดยไม่สนใจรอบข้าง ภายในงานมีแสงแฟลชสว่างวาบไม่หยุด นักข่าวที่อยู่แถวหน้าก็ถือโอกาสยกไมโครโฟนถามซ่งจื่อเซวียน ทันใดนั้นทั้งงานก็เต็มไปด้วยเสียงดังวุ่นวาย ทำเอางานศพราวกับเป็งานแถลงข่าว
ขณะมองซ่งจื่อเซวียนแสดงอย่างยอดเยี่ยมต่อหน้าสื่อ ความแค้นในดวงตาของมู่ชิงยิ่งทวีความเข้มข้น เขาปิดคลิป ถือโอกาสเปิดดูกระทู้อื่นๆ เป็ดังคาด บนเว็บไซต์หลายแห่ง เื่เก่าระหว่างเสิ่นมู่ชิงกับซ่งจื่อเซวียนถูกขุดขึ้นมาพูดถึงอีกครั้ง
ทั้งสองคนเป็เพื่อนสมัยเรียนมหาวิทยาลัย หลังเรียนจบได้เซ็นสัญญากับบริษัทภาพยนตร์ที่เดียวกัน แม้ว่าเสิ่นมู่ชิงจะเดบิวต์ก่อน แต่กลับต้องมาเสียโฉมตอนกำลังมีชื่อเสียง ขณะใกล้จะถูกบริษัททอดทิ้ง ซ่งจื่อเซวียนได้ก้าวออกมาช่วยสนับสนุนค่ารักษาพยาบาลจำนวนมหาศาลให้แก่เขา และพอเขาออกจากโรงพยาบาลก็จ้างให้มาเป็ผู้ช่วยส่วนตัวโดยที่แบกรับแรงกดดันจากบริษัทไว้
เชิงอรรถ
^ กล้องเอสแอลอาร์ หรือกล้องสะท้อนภาพเลนส์เดี่ยว (SLR ย่อมาจาก Single-lens reflex camera) เป็นกล้องถ่ายภาพชนิดหนึ่งมีการทำงานจะต่างจากกล้องธรรมดาทั่วไป นั่นคือ ภาพที่เห็นจะถูกบันทึกลงบนแผ่นฟิล์มโดยตรง ต่างจากกล้องคอมแพคที่เห็นภาพจากช่องมองภาพ