“คัมภีร์เต๋าเหนือโลกันตร์”

    บทที่ 44 ผู้ท้าชิงแห่งเมฆคราม


    ยามเช้า

    นครเมฆครามยังคงคึกคักดังเดิม

    แต่สำหรับผู้เข้าร่วมการคัดเลือกศิษย์พิเศษ

    วันนี้แตกต่างออกไป

    เพราะหลังจบรอบทดสอบมรรคา

    รายชื่อผู้ผ่านเข้าสู่รอบต่อไปถูกประกาศแล้ว

    จากผู้สมัครกว่าสามพันคน

    เหลือเพียงห้าร้อยคนเท่านั้น

    และชื่อของหลินเซวียน

    ยังคงอยู่ในรายชื่อนั้น

    แม้ผลการทดสอบของเขาจะสร้างความสับสนให้กับทุกคนก็ตาม

    ...

    บริเวณจัตุรัสกลางนคร

    แท่นประลองขนาดมหึมาถูกสร้างขึ้นชั่วคราว

    รอบด้านเต็มไปด้วยผู้คน

    ทั้งผู้ฝึกตน

    พ่อค้า

    สำนักต่าง ๆ

    และแม้แต่ตัวแทนจากตระกูลใหญ่

    ทุกคนต่างมารอชมการคัดเลือก

    เพราะอัจฉริยะหลายคนของภูมิภาค

    จะปรากฏตัวในงานนี้

    ...

    หลินเซวียนยืนอยู่ท่ามกลางผู้สมัคร

    พลางมองเวทีประลองเบื้องหน้า

    ลั่วชิงอวี่เดินเข้ามา

    พร้อมรอยยิ้มบาง

    "วันนี้เป็นรอบทดสอบพลังต่อสู้"

    "เจ้าพร้อมหรือยัง?"

    หลินเซวียนพยักหน้า

    แม้จะเข้าสู่ขั้นเปิดประตูมรรคาแล้ว

    แต่เขารู้ดี

    ว่าตนยังอ่อนแอมาก

    หากเทียบกับผู้ฝึกตนในนครแห่งนี้

    ...

    ทันใดนั้น

    เสียงระฆังดังขึ้น

    ก้องสะเทือนไปทั่วลาน

    ซ่งเหยียนก้าวขึ้นสู่แท่นสูงอีกครั้ง

    "รอบที่สอง"

    "การทดสอบความสามารถในการต่อสู้"

    สิ้นเสียง

    ผู้สมัครจำนวนมากเริ่มตื่นเต้น

    นี่คือเวทีที่อัจฉริยะจะได้แสดงฝีมือ

    และเป็นเวทีที่คนอ่อนแอจะถูกคัดออก

    ...

    ซ่งเหยียนสะบัดแขนเสื้อ

    ลำแสงจำนวนมากพุ่งขึ้นสู่ฟ้า

    ก่อนกลายเป็นชื่อผู้แข่งขัน

    เรียงรายอยู่กลางอากาศ

    หลินเซวียนเงยหน้ามอง

    ก่อนพบชื่อของตน

    คู่ต่อสู้คนแรก

    "เหอซาน"

    ขั้นที่ 2 หลอมกายเต๋า

    ...

    ไม่นานนัก

    ทั้งสองก็ขึ้นสู่เวทีประลอง

    เหอซานเป็นชายร่างใหญ่

    แขนขาเต็มไปด้วยมัดกล้าม

    เห็นได้ชัดว่าเป็นผู้ฝึกสายกายา

    ทันทีที่เริ่มการต่อสู้

    อีกฝ่ายพุ่งเข้ามาเหมือนพายุ

    หมัดขนาดใหญ่ซัดตรงเข้าหาหลินเซวียน

    เสียงลมหวีดหวิว

    รุนแรงเกินกว่าคนธรรมดาจะรับมือได้

    ...

    แต่ในวินาทีนั้น

    ดวงตาแห่งกรรมเปิดขึ้นเอง

    ภาพตรงหน้าของหลินเซวียนเปลี่ยนไป

    เขามองเห็นการไหลเวียนของปราณ

    เห็นแรงส่งของกล้ามเนื้อ

    เห็นจังหวะการเคลื่อนไหวล่วงหน้า

    เพียงก้าวเดียว

    เขาหลบหมัดนั้นไปได้

    ...

    เหอซานตกใจ

    ก่อนรีบโจมตีต่อเนื่อง

    หมัดแล้วหมัดเล่า

    ราวกับพายุคลั่ง

    แต่หลินเซวียนยังคงหลบหลีก

    อย่างแม่นยำ

    ราวกับมองเห็นอนาคต

    ...

    ผู้ชมเริ่มส่งเสียงฮือฮา

    "เด็กคนนั้นทำได้อย่างไร?"

    "ระดับพลังต่ำกว่าแท้ ๆ"

    "แต่กลับอ่านการเคลื่อนไหวได้หมด"

    ...

    ในที่สุด

    หลังผ่านไปกว่าสิบกระบวนท่า

    หลินเซวียนพบช่องโหว่

    เขาใช้ปราณเพียงเล็กน้อย

    ดีดนิ้วใส่จุดรวมพลังของอีกฝ่าย

    เหอซานเสียสมดุลทันที

    ก่อนล้มออกนอกเวที

    ...

    ทั้งลานเงียบไปชั่วขณะ

    ก่อนเสียงฮือฮาจะดังขึ้น

    หลินเซวียนชนะแล้ว

    และเป็นชัยชนะครั้งแรก

    ของเขาในโลกผู้ฝึกตน

    ...

    บนอัฒจันทร์

    ชายหนุ่มชุดขาวคนหนึ่งกำลังมองอยู่เงียบ ๆ

    เซียวอวี่เฟิง

    ดวงตาของเขาหรี่ลงเล็กน้อย

    "น่าสนใจ"

    เขาพึมพำ

    แม้หลินเซวียนจะยังอ่อนแอ

    แต่ความสามารถในการอ่านการต่อสู้

    กลับผิดปกติอย่างยิ่ง

    ...

    การแข่งขันดำเนินต่อไป

    อัจฉริยะหลายคนเริ่มเผยฝีมือ

    บางคนใช้กระบี่บิน

    บางคนใช้เพลิง

    บางคนใช้สายฟ้า

    โลกผู้ฝึกตนที่แท้จริง

    ค่อย ๆ เปิดเผยต่อหน้าหลินเซวียน

    ...

    แต่สิ่งที่ดึงดูดสายตาทุกคนที่สุด

    กลับเป็นการต่อสู้ของเซียวอวี่เฟิง

    คู่ต่อสู้ของเขา

    เป็นผู้ฝึกตนขั้น 3 สร้างชีพจรมรรคาเช่นกัน

    ทว่าผลลัพธ์กลับจบลงในสามกระบวนท่า

    กระบี่สีฟ้าพุ่งออกจากฝัก

    เกิดแสงเย็นยะเยือกวาดผ่านเวที

    คู่ต่อสู้ถูกส่งกระเด็นออกไปทันที

    ทั้งลานตกอยู่ในความเงียบ

    ...

    "แข็งแกร่งมาก"

    ลั่วชิงอวี่กล่าว

    "เขาเป็นหนึ่งในตัวเต็งอันดับต้น ๆ"

    หลินเซวียนพยักหน้า

    เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกถึงช่องว่าง

    ระหว่างตนกับอัจฉริยะตัวจริง

    ...

    ช่วงเย็น

    รายชื่อผู้ผ่านเข้ารอบต่อไปถูกประกาศ

    จากห้าร้อยคน

    เหลือเพียงหนึ่งร้อยคน

    และชื่อของหลินเซวียน

    ยังคงอยู่ในนั้น

    ...

    ขณะที่ทุกคนกำลังทยอยกลับ

    ทันใดนั้น

    ดวงตาแห่งกรรมของหลินเซวียนกลับสั่นไหว

    เขาหันไปทางหอคัมภีร์เมฆครามโดยไม่รู้ตัว

    ก่อนจะเห็นบางอย่าง

    บนยอดหอคัมภีร์

    มีเงาคนผู้หนึ่งยืนอยู่

    ในมือถือโคมโบราณ

    แม้จะอยู่ไกลมาก

    แต่เขามั่นใจ

    ว่าเป็นชายถือโคมที่เห็นในนิมิต

    ...

    เพียงพริบตาเดียว

    เงาร่างนั้นก็หายไป

    ราวกับไม่เคยปรากฏตัวมาก่อน

    ...

    หลินเซวียนยืนนิ่งอยู่กับที่

    หัวใจเต้นแรงขึ้นเล็กน้อย

    เพราะครั้งนี้

    มันไม่ใช่ความฝัน

    ไม่ใช่นิมิต

    แต่เป็นสิ่งที่เขาเห็นด้วยตาของตนเอง

    "นครเมฆครามเต็มไปด้วยอัจฉริยะ"

    "เต็มไปด้วยผู้แข็งแกร่ง"

    "แต่ดูเหมือนว่า..."

    "บางสิ่งที่ตามหาเขามาตลอด กำลังอยู่ที่นี่เช่นกัน"

    คล้ายกับเรื่อง“คัมภีร์เต๋าเหนือโลกันตร์” ที่คุณอ่าน