“วันเสาร์ที่จะถึงนี้พี่ได้รับเชิญให้เดินโชว์ชุดไทยทางเหนือเป็นนายแบบกิตติมศักดิ์ ที่งานของคุณไอรดาจัดขึ้นซึ่งน้องก็รู้ว่าไอรดาเป็นเจ้าของโรงแรมและแบรนด์ห้องเสื้อชื่อดัง ง่ายๆ ก็คือคนมีเงินของพวกมนุษย์ในยุคนี้ตอนแรกพี่ปฏิเสธไปแล้วเพราะไม่ค่อยชอบเรื่องแบบนี้อีกอย่างทางนั้นก็บังคับว่าต้องให้พี่เดินแบบคู่กับไอรดาด้วยแต่ตอนนี้พี่เปลี่ยนใจ พี่โทรไปต่อรองเขาเรียบร้อยแล้ว พี่จะขึ้นโชว์ในงานแต่นางแบบที่ขึ้นโชว์กับพี่จะต้องเป็นผู้หญิงที่พี่เลือกเองเท่านั้น ถ้าไม่งั้นก็หาคนอื่นแทนพี่ได้เลย” อยู่ๆ เจ้าภูแสนก็บอกเรื่องนี้ให้นาคทิพย์ฟังซึ่งแน่นอนว่าไอรดาหญิงสาวไฮโซเอาแต่ใจตัวเองยังไงก็ต้องยอมแน่ๆเพราะเจ้าภูแสนไม่เคยออกงานอะไรง่ายๆนอกจากงานที่เป็นทางการไม่ใช่งานที่ล้นไปทางงานบันเทิงเช่นนี้และเพียงแค่มีชื่อเจ้าภูแสนปรากฏอยู่ในงาน ก็เหมือนกับว่างานนั้นจะถูกจับจ้องเป็นที่น่าสนใจเป็นพิเศษจากวงสังคมชั้นสูง
เพราะเจ้าภูแสนมักทำตัวลึกลับ บ้านเกิดอยู่เชียงราย แต่ไปอาศัยและทำธุรกิจอยู่ที่กรุงเทพฯเป็นส่วนใหญ่ ธุรกิจที่เจ้าภูแสนทำและสังคมรับรู้ก็จะมีเพียงการค้าของเก่าแต่เป็นของเก่าระดับประเทศ และธุรกิจส่งออกต่างประเทศ ยังไม่รวมพวกที่ดินอสังหาริมทรัพย์ต่างๆ ซึ่งโดยรวมก็เข้าขั้นเศรษฐีมหาศาลตั้งแต่อายุยังน้อยที่สำคัญการมาการไปก็ลับ ลวง พราง เหล่าสื่อมวลชนเป็นอย่างยิ่งนั่นจึงทำให้เจ้าภูแสนเป็นที่จับจ้องและน่าค้นหายิ่งนัก และส่วนหนึ่งก็คือหน้าตาที่หล่อเกินเบอร์พระเอกละครไปมากที่แม้แต่ผู้ชายด้วยกันยังต้องมองเหลียวหลัง แล้วมีหรือที่ไอรดาลูกสาวเศรษฐีระดับประเทศจะไม่อยากได้มาครอบครอง
ไอรดาเคยหมั้นกับพระเอกหนุ่มที่มีชื่อเสียงคนหนึ่งแต่ด้วยความที่ไอรดาเป็นลูกคุณหนู วีน เหวี่ยง เอาแต่ใจขั้นสุด จึงทำให้พระเอกคนนั้นทนไม่ได้กับความเจ้าอารมณ์ของเธอแม้แต่ตอนนี้จะเลิกกันไปแล้วแต่ไอรดายังคงแค้นฝังหุ่นและอยากจะทำให้อีตาพระเอกคนนั้นรับรู้ว่าเธอไม่ใช่หญิงของตายสำหรับเขา เขาจะต้องอกแตกตายที่ทิ้งเธอไปไอรดาจึงคิดจะจับเจ้าภูแสน โดยใช้ความรวย ความสวยของตัวเองเป็นใบเบิกทางเพื่อให้เจ้าภูแสนตกใจและต่อไปเธอก็จะควงเจ้าภูแสนออกหน้าออกตาเย้ยคนรักเก่าของเธอ
แต่สำหรับเจ้าภูแสนมีหรือแค่ความคิดไอรดา จะดูไม่ออกแม้ไอรดาจะไม่ค่อยพอใจนักที่เจ้าปฏิเสธการเดินแบบคู่กับเธอ แต่กระนั้นไอรดาก็ไม่ยกเลิกการให้เจ้ามาเดินแบบบนเวทีงานของเธอแต่ไอรดาคิดจะจับตามองผู้หญิงที่เจ้าภูแสน จะนำมาเดินแบบคู่กับเจ้า ว่าเป็นใครมาจากไหน มีดีกว่าเธอหรือไม่
ทว่าในส่วนของนาคทิพย์เมื่อได้ยินว่าเจ้าภูแสนจะหาผู้หญิงมาเดินแบบคู่กันเธอก็ชะงักไปนิดพยายามนิ่ง เพื่อฟังว่าเจ้าภูแสนคนที่เธอนับถือว่าเป็นพี่ชายแต่ใจแอบคิดเกินพี่ชายนั้นจะเอ่ยปากชวนหรือไม่ทางด้านเจ้าภูแสนเห็นนาคทิพย์นิ่งก็เอ่ยปาก
“ ถ้าว่างก็ไปร่วมงานนะ..”นาคทิพย์ยิ้มแก้มแทบปริ หายแง่งอนด้วยประการทั้งปวง
“อยู่ๆ ทำไมพี่ถึงอยากไปงานนั่นคะ?”นาคทิพย์ออกจะปลื้ม และแอบคิดไปว่า พี่ชายของเธอคงจะอยากให้เธอขึ้นเวทีเดินแบบด้วยเพราะอยากกันยัยไฮโซไอรดานั่น แต่ไม่ว่าจะเหตุผลอะไรขอแค่เธอได้อยู่ข้างๆกับเจ้าพี่ภูแสนก็เพียงพอแล้ว
“พี่เข้าบ้านก่อนดึกมากแล้ว” เจ้าภูแสนไม่ตอบคำถามนาคทิพย์เขาตัดบทดื้อๆ นาคทิพย์ไม่กล้าถามต่อเตรียมหมุนตัวจะกลับเพราะคิดว่าจะไปค้นชุดไทยภาคเหนือที่เก็บไว้เสียหน่อยแต่เจ้าภูแสนก็เรียกเอาไว้เสียก่อน
“เดี๋ยว..”นาคทิพย์ยิ้มนึกว่าพี่ชายเธอจะพูดอะไร รีบหันกลับมามองเจ้าภูแสนเอ่ยน้ำเสียงนิ่มๆ
“ทีหลังอย่าไปว่ายน้ำเล่นกลางแจ้งแบบนั้นพวกมนุษย์มักแตกตื่นกันง่าย ถึงจะโทสะแรง แต่เราก็อยู่สูงกว่าพวกเขาสติควรมีให้มากกว่านี้” นาคทิพย์หุบยิ้มทันทีเพราะตัวเธอนั้นใช้โทสะไปโวยวายอยู่ในแม่น้ำนั้นจริง และไม่คิดว่าเจ้าภูแสนจะรู้ก็จะไม่รู้ได้ยังไง คลิปถ่ายติดพญานาคเล่นน้ำทางภาคเหนือโผล่ว่อนทั่วโซเชียลทำให้ดังไปทั่วประเทศชาวบ้านตีเป็นเลขเด็ด หนำซ้ำยังออกรายการข่าวขนาดนั้น นาคทิพย์หน้าถอดสีก่อนจะเอ่ยเบาๆ
“น้องขอโทษค่ะ”เจ้าภูแสนไม่ว่าอะไร ได้แต่พยักหน้ารับคำขอโทษก่อนจะเดินเข้าคฤหาสน์หลังใหญ่ไปอย่างรวดเร็วถึงแม้นาคทิพย์จะขอโทษแต่เจ้าหล่อนก็หาได้รู้สึกผิดดั่งคำขอโทษไม่เมื่อเจ้าภูแสนเดินจากไปแล้วหญิงสาวก็หมุนตัวกลับก่อนจะพูดกับตัวเอง
“ชุดไหนดีน้า..จะเลอค่าเหมาะกับเจ้าพี่ภูแสนของเรา...” พูดแล้วก็แปลงกายเป็นพญานาคฉับพลันเลื้อยออกจากคฤหาสน์ของเจ้าภูแสนไปอย่างรวดเร็ว
ขณะเดียวกันเจ้าภูแสนก้าวเข้ามาในบ้านพบกับ ชัยยันต์และอวยชัย ยืนรออยู่หน้าบันไดที่เชื่อมต่อขึ้นด้านบนเจ้าภูแสนเดินมาหาองครักษ์ทั้งสอง ที่ยืนนิ่งก้มหน้าพร้อมรอรับคำสั่งจากเจ้านาย
“อวยชัย..”เจ้าภูแสนเรียกอวยชัยเสียงเข้ม อวยชัยค้อมศีรษะด้วยความเคารพนอบน้อม
“กลับคุ้มเชียงภูแสนไปรายงานเจ้าหลวงอีกสิบวันซึ่งตรงกับวันเดือนดับ ข้าจะกลับไปที่คุ้มพร้อมกับแพงอร และเจ้าก็อยู่รอข้าที่นั่นทางนี้ไม่น่าจะมีอะไรมาก ชัยยันต์คนเดียวก็พอ” องครักษ์นามว่าอวยชัยค้อมหัวรับคำสั่งไม่มีปากเสียงและไม่มีคำถามใดๆ
“ชัยยันต์ พรุ่งนี้ออกเดินทางกลับกรุงเทพพร้อมข้า”ด้านชัยยันต์ก็ไม่มีคำถามใดๆ นอกจากเอ่ยรับคำสั่งพร้อมกันกับอวยชัย
“เจ้า...” จากนั้นทั้งสองก็เดินขึ้นบันไดแต่แยกกันไปคนละฝั่งซ้ายขวา เมื่อชัยยันตร์และอวยชัยแยกออกไปแล้วเจ้าภูแสนก็หยิบโทรศัพท์มือถือจากในกระเป๋ากางเกงออกมาแต่หาได้กดเบอร์อย่างที่เราๆ ท่านๆ เคยใช้โทรศัพท์กันทั่วไปไม่ เจ้าภูแสนยืนเพ่งโทรศัพท์อยู่สักครู่ไม่นาน
“ฮัลโหล..” เจ้าภูแสนยิ้ม เมื่อได้ยินเสียงอลินตาตอบกลับ ก่อนที่จะพูดขึ้นโดยที่ไม่ได้ยกโทรศัพท์ขึ้นแนบหูแม้แต่น้อย
“นี่เบอร์ฉันเองเมมเอาไว้ด้วย” แต่เจ้าภูแสนต้องยิ้มค้างเมื่อปลายสายตอบกลับด้วยความหงุดหงิด
“เจ้าคะเวลานี้แถวบ้านเจ้าไม่หลับไม่นอนกันเหรอคะ..?” แทนที่เจ้าภูแสนจะรู้สึกไม่ชอบใจที่อลินตาตอบกลับมาด้วยความหัวเสียเจ้าหล่อนจะรู้หรือไม่หนอว่าเจ้าภูแสนยืนเอามือไพล่หลังยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ เดินวนไปวนมาตรงโถงชั้นล่างทำท่าราวกับเดินจงกลมกระนั้น
“วันเสาร์ที่จะถึงนี้จะนัดเธอมาคุยเรื่องที่เธออยากรู้ที่โรงแรมไอรดา แอนด์ ไอดิน ในช่วงค่ำ แต่งตัวแบบชาวเหนือไทยๆ ขอให้สวยงามอย่าฉูดฉาด ฉันชอบอะไรที่น้อยๆ แต่ตราตรึง ไม่ชอบเยอะ แล้วดูตลก คิดว่าเรื่องแค่นี้เธอคงทำได้ถ้าเธอทำตามที่ฉันบอก ฉันจะเล่าทุกอย่างให้ฟัง เข้าใจนะ” กริบ...อ้าวเงียบ... เงียบฉี่... เงียบจนน่าแปลกใจ
“อลินตา ได้ยินไหม?”
“ฮืมมมม... ยิน.....”และสักพัก
“ฟี้... คร่อกๆๆขากกกกๆๆ... ฟี้...” เจ้าภูแสนยืนนิ่งกลอกลูกตาไปมาผู้หญิงบ้าอะไร นั่นเสียงกรนรึเสียงเครื่องบดหมูกันแน่ น่าเกลียดเสียจริงนี่ถ้ากลับไปคุ้มเชียงภูแสนคงต้องอบรมกันยาวแน่แล้วนี่จะนั่งพับเพียบเป็นหรือเปล่าก็ไม่รู้ เฮ้อ..กิริยาแบบนี้จะปิดบังได้นานเท่าไหร่... เจ้าหลวงแสนยาศักดิ์หาใช่คนโง่ไม่ จะตบตาได้นานสักแค่ไหนเชียว!!เจ้าภูแสนยืนคิดหนักพลางเดินไปเดินมาอยู่ลำพังกลางโถงห้องรับแขกขนาดใหญ่...