ชะตาฟ้า ข้าลิขิต

    ตอนที่ 106 : หนึ่งกระบวนท่า

    หนี่ซุนฉิงเหลือบมองไปยังรายชื่อและขณะนี้เหลือเพียงแค่ผู้สมัครคนสุดท้ายเท่านั้น “หยุนเฟยหยาง ก้าวออกมาข้างหน้า”


    ดวงตาของจางหลินเบิกขึ้น พลางพึมพำกับตัวเอง “ในที่สุดก็ถึงตาข้าแล้ว”


    จากนั้นเขาก็เดินออกจากแถวและมายืนอยู่ต่อหน้าหนี่เหอพลางประสานมือ “หยุนเฟยหยาง ขอคำชี้แนะ”


    ฝูงชนแสดงสีหน้าเบื่อหน่าย และอยากจะให้การทดสอบจบลงเร็วๆ


    เพราะพวกเขามั่นใจว่าท้ายที่สุดสถานะผู้ติดตามจะต้องตกเป็นของหงเสี้ยวเทียนอยู่ดี


    แต่ชายชราหนี่หลงถิงที่ไม่ได้ตั้งใจมองการทดสอบตั้งแต่แรกกลับปิดตำราอย่างกะทันหัน และเงยหน้าขึ้นมาจ้องมองที่จางหลินด้วยรูม่านตาที่หรี่ลง


    ความเบื่อหน่ายบนใบหน้าของเขาหายไป แต่ถูกแทนที่ด้วยการแสดงออกที่ตั้งแต่รอบางสิ่งบางอย่าง


    หนี่เหอเองก็ยิ้มอย่างเป็นกันเอง “เจ้าสามารถใช้อาวุธที่ถนัดได้ตามใจชอบ”


    แม้ว่าชายตรงหน้าจะถูกนำตัวมาโดยคุณหนูน้อยของตระกูลหนี่ แต่เขาก็ไม่ได้คิดที่จะลำเอียง และออมมือให้แก่จางหลินแม้แต่น้อย


    สิ่งสำคัญที่สุดในการเฟ้นหาผู้ติดตามก็คือต้องเป็นผู้ที่สามารถปกป้องหนี่ซวงได้ในทุกสถานการณ์ 


    หากจางหลินไม่มีความสามารถ ก็คงต้องโทษความอ่อนแอของตนเองเท่านั้น!


    จางหลินที่กำลังประสานมือกลับส่ายหน้า “ข้าจะใช้มือเปล่าสู้ ท่านสามารถออกวรยุทธ์ได้โดยที่ไม่ต้องเกรงใจ”


    ความหยิ่งผยองที่แสดงออกมาโดยจางหลินทำให้รูม่านตาของหนี่เหอหดลีบลง แม้แต่หนี่ซุนฉิงก็มีการแสดงออกที่มืดมนเล็กน้อย


    คำพูดที่ทะนงตนของจางหลินทำให้ผู้คนในตระกูลหนี่เริ่มมีทัศนคติด้านลบกับเขาในทันที 


    แม้แต่หงเสี้ยวเทียนที่นั่งมองข้างสนามก็ยังแสดงออกถึงความเหยียดหยาม “หึ! รนหาที่ตาย!”


    กลับกันการแสดงออกของหนี่ซวงไม่ได้มีความวิตกกังวลเลย ราวกับนางมั่นใจว่าจางหลินจะสามารถผ่านการทดสอบครั้งนี้ไปได้


    ซึ่งนั่นทำให้หงเสี้ยวเทียนรู้สึกประหลาดใจ ‘เป็นไปได้ไหมว่าหยุนเฟยหยางผู้นี้จะแข็งแกร่งจริงๆ?’


    ‘ไม่! ไม่น่าจะเป็นไปได้!’


    ‘ต่อให้มันแข็งแกร่งแค่ไหน ก็มิอาจลบช่องว่างระหว่างผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตขัดเกลาและขอบเขตหลอมรวมได้อย่างแน่นอน!’


    การแสดงออกของจางหลินทำให้คิ้วของหนี่เหอย่นเข้าหากัน “หากเจ้าได้รับบาดเจ็บขึ้นมา ข้าจะไม่รับผิดชอบ”


    จางหลินวางมือลงและตั้งท่าเตรียมต่อสู้ “อะไรก็ได้ที่ท่านสะดวก”


    ใบหน้าของหนี่เหอเริ่มหมองคล้ำ


    [เจ้าหนุ่มนี่ชักจะเหิมเกริมเกินไปแล้ว!]


    [หากข้าไม่สั่งสอนเขาสักเล็กน้อย เขาคงไม่หลาบจำ!]


    ฝ่ามือที่พริ้วไหวของหนี่เหอถูกยกขึ้นมาในระนาบหน้าอก ก่อนที่เขาจะกล่าวเบาๆ “เตรียมรับมือ…”


    พรึ่บ!


    ด้วยการแตะปลายเท้าเข้ากับหินอ่อน ร่างของหนี่เหอก็หายไปจากสายตาของทุกคนอย่างกะทันหัน!


    ความเร็วที่หนี่เหอแสดงออกมา ทำให้หนี่หุนลั่วอดไม่ได้ที่จะส่ายหน้าอย่างเวทนา “ดูเหมือนว่าเจ้าหนูนั่นจะทำให้พี่เหอโกรธจริงๆ”


    แม้ว่าคนอื่นๆจะมองไม่เห็นความแตกต่างของความเร็วที่หนี่เหอแสดงออกมา แต่สำหรับผู้ที่มีพลังยุทธ์เหนือกว่าขอบเขตลึกซึ้งย่อมตระหนักได้ว่า ความเร็วที่หนี่เหอใช้ในตอนนี้ เป็นความเร็วที่สูงที่สุดที่ผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตลึกซึ้งจะทำได้


    คล้ายว่าหนี่เหอต้องการจะสอนบทเรียนครั้งใหญ่ให้แก่จางหลิน ว่าเขาไม่ควรจะเย่อหยิ่งจนเกินไป


    ดวงตาของหงเสี้ยวเทียนส่องประกายด้วยแสงเย็น มันกำลังจ้องมองอย่างไม่ละสายตา หมายจะจดจำความพ่ายแพ้ของจางหลินไว้ให้ขึ้นใจ!


    พรึ่บ!


    ชั่วอึดใจเดียวร่างของหนี่เหอก็ปรากฏขึ้นด้านหลังของจางหลินราวกับภูตผี พร้อมกับฝ่ามือที่ส่งออกไปเป็นเส้นตรงหมายจะบดขยี้ความมั่นใจของจางหลินให้หมดสิ้น!


    แต่ในเสี้ยววินาทีนั้น จางหลินได้พลิกตัวกลางอากาศ ทำให้ฝ่ามือของหนี่เหอพลาดเป้าไปอย่างไม่คาดคิด!


    “อะไร!?” หนี่หุนลั่วและเหล่าผู้อาวุโสที่เห็นปฏิกิริยาตอบสนองที่รวดเร็วของจางหลินก็อ้าปากค้างด้วยความตกใจ


    หากมองดูด้วยสายตาของพวกเขาจะเห็นได้ว่า ในช่วงเวลาที่จางหลินพลิกตัว เป็นเวลาเดียวกันกับที่หนี่เหอปรากฏตัวขึ้นอย่างพอดิบพอดี!


    นั่นหมายความว่าจางหลินสามารถคาดเดาการโจมตีของหนี่เหอได้อย่างแม่นยำ และเขาก็เคลื่อนไหวล่วงหน้าเพื่อเป็นการหลบหลีกกระบวนท่านั้นได้ดั่งใจนึก!


    สัญชาตญาณการต่อสู้ของเขาเฉียบคมมาก!


    ร่างของหนี่เหอที่กำลังลอยอยู่กลางอากาศและกำลังส่งฝ่ามือไปข้างหน้าก็มีการแสดงออกที่ตกตะลึงเช่นกัน


    แต่ก่อนที่เขาจะได้ปลดปล่อยกระบวนท่าต่อไป จู่ๆ จางหลินกลับใช้แขนซ้ายคว้าแขนที่ยื่นออกมาของหนี่เหอ เขาเหวี่ยงร่างของหนี่เหอด้วยพละกำลังอันดุร้าย ไปยังนอกขอบเขตวงกลมด้วยเสียงคำราม!


    ร่างของหนี่เหอถูกเหวี่ยงอย่างรุนแรงและมิอาจตอบโต้ได้! ราวกับว่าเขากำลังถูกกระชากด้วยพละกำลังอันครอบงำของสัตว์วิญญาณ!


    ปัง!


    แผ่นหลังของหนี่เหอกระแทกเข้ากับพื้นหินอ่อนอย่างแรงจนเกิดรอยร้าว! เขาสำลักน้ำลายออกมาเต็มปากด้วยเสียงครวญครางในลำคอ!


    ฉากที่น่าเหลือเชื่อนี้ทำให้บรรยากาศโดยรอบเงียบสงัด ดวงตาของทุกคนแข็งค้างด้วยความตกใจราวกับว่าวิญญาณหลุดออกจากร่างไป


    จางหลินที่ยังอยู่ในขอบเขตวงกลมเพียงประสานมือไปที่ร่างของหนี่เหอ “ออมมือแล้ว”


    เมื่อกล่าวจบเขาก็ก้าวออกจากขอบเขตวงกลมในทันทีภายใต้สายตาที่ตกตะลึงของทุกคน


    “ยอดเยี่ยม!” หนี่ซวงก็กระโดดโลดเต้นที่เห็นว่าจางหลินสามารถทำให้หนี่เหอพ่ายแพ้ได้ในกระบวนท่าเดียว


    สายตาของนางไม่ผิดพลาด!


    หยุนเฟยหยางผู้นี้มีพรสวรรค์ที่ไม่ธรรมดา!


    หนี่หุนลั่วที่กำลังอ้าปากค้างทำได้เพียงกระพริบตาปริบๆด้วยความไม่เชื่อ “จะ-เจ้าหนูนั่น...ฝึกฝนมาอย่างไรกันแน่?”


    จากความคาดหวังก็ค่อยๆแปรเปลี่ยนเป็นความประหลาดใจ จากความประหลาดใจก็ค่อยๆแปรเปลี่ยนเป็นความปิติยินดี


    หยุนเฟยหยางคือชายหนุ่มที่มีพรสวรรค์ที่สุดที่เขาพบเจอมา


    หนี่เหิงเหยียนเองก็ไม่คาดคิดว่าจะได้เห็นผลลัพธ์นี้กับตา ว่าผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตขัดเกลาสามารถเหวี่ยงร่างของผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตหลอมรวมให้ออกจากขอบเขตได้ในกระบวนท่าเดียว


    “ปะ-เป็นไปไม่ได้! มันจะเป็นไปได้อย่างไร!?” ดวงตาของหงเสี้ยวเทียนเบิกกว้างด้วยความไม่เชื่อ ริมฝีปากของมันสั่นเครืออย่างตื่นตระหนก


    ในขณะที่คนอื่นๆกำลังตกตะลึงอยู่กับผลลัพธ์ มีเพียงแค่หนี่หลงถิงเท่านั้นที่กำลังลูบเคราและพยักหน้าเบาๆกับตนเอง “ดูเหมือนว่าสัญชาตญาณของข้ายังคงเฉียบแหลมอยู่ เจ้าหนูนั่นเกิดมาเพื่อเป็นนักฝึกฝนศิลปะการต่อสู้อย่างแท้จริง”


    หนี่ซุนฉิงที่ตั้งสติได้ก็รีบวิ่งเข้าไปประคองหนี่เหอขึ้นมาอย่างตื่นตูม “น้องเหอ”


    หนี่เหอที่ลุกขึ้นมาได้ก็สำลักเล็กน้อย เขาหันไปหาจางหลินและเอ่ยถามด้วยสีหน้าที่ยังงุนงงไม่หาย “เจ้า...เจ้าทำได้อย่างไร?”


    จางหลินที่ยืนมองในระยะไกลเพียงแค่ประสานมือ “หากท่านไม่ออมมือ ข้าคงจะทำเช่นนั้นไม่ได้ ทั้งหมดนี้ต้องขอบคุณที่ท่านยังปรานีข้าอยู่”


    หนี่เหอเกือบจะอาเจียนเป็นเลือดกับคำพูดของจางหลิน


    เขาย่อมรู้ตนเองดีว่า ความเร็วที่เขาใช้เมื่อครู่นี้ต่อให้เป็นผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตลึกซึ้ง 9 ดาวก็ยังยากที่จะมองทัน ไม่จำเป็นต้องพูดถึงการสวนกลับเลย 


    นั่นเรียกว่าออมมือหรือไม่?

    คล้ายกับเรื่องชะตาฟ้า ข้าลิขิต ที่คุณอ่าน