ได้ยินคำขอโทษของไป๋เฉินฟางถงถึงกับนิ่งอึ้งไปพักใหญ่ นี่เธอไม่ได้ฟังผิดไปใช่หรือไม่ คนอย่างแม่ทัพเนตรสวรรค์เนี้ยนะจะเอ่ยปากขอโทษเธอ
"เหอะๆ! คราวนี้จะเล่นบทคนสำนึกผิดอย่างนั้นหรือ อย่าหวังว่าข้าจะหลงกลง่ายๆ นี่ก็ผ่านมาหลายพันปีแล้วหากเจ้าสำนึกผิดจริงคงไม่ปล่อยเวลาให้ล่วงเลยมาถึงทุกวันนี้"
ไป๋เฉินนิ่งเงียบและไม่คิดเอ่ยปากแก้ตัวเลยสักนิด บอกตามตรงหากไม่มีเรื่องของไป๋ฉีมาเกี่ยวข้อง ตัวเขาก็ไม่คิดจะมาเผชิญหน้ากับฟางถงด้วยซ้ำ เพราะรู้ดีว่าตัวเองทำผิดเกินกว่าที่ผู้หญิงคนนี้จะอภัยให้เขาได้
"หึ!"
เมื่อเห็นว่าไป๋เฉินไม่คิดจะตอบกลับ ฟางถงก็เค้นเสียงเย็นชาแล้วเบือนหน้าหนีไป เหตุการณ์ในตอนนั้นเรื่องที่พี่ชายของเธอถูกจับโดยเขาแน่นอนว่าเธอยอมรับได้ แต่ผู้ชายคนนี้ร้ายกาจเกินไป เขาหลอกใช้ความไว้ใจของเธอมาตั้งหลายปี แล้วจะให้เธออภัยให้เขาเพราะคำขอโทษเพียงคำเดียวได้อย่างไรกัน
"เห้อ บอกตามตรงในตอนแรกข้าไม่กล้าที่จะสู้หน้าเจ้าด้วยซ้ำ แต่ที่มาวันนี้เพราะมีเหตุผลบางอย่างแอบแฝงจริงๆ และเรื่องนี้เกี่ยวกับศิษย์ของเจ้าและลูกชายของข้า"
ได้ยินคำของไป๋เฉิน แววตาของฟางถงก็เบิกกว้างขึ้นมา "ที่แท้เจ้าก็มาเพราะเรื่องนี้! ข้ากำลังตามหาอยู่พอดีว่าใครเป็นพ่อของเด็กในท้องศิษย์ข้า!"
ใช่! ตั้งแต่เฟิ่งเจี่ยอินเข้ามารายงานตัว ฟางถงก็สัมผัสได้ว่าศิษย์ของตัวเองกำลังตั้งครรภ์ แต่ถึงแม้จะไถ่ถามไปมากเพียงใดเฟิ่งเจียอินก็ไม่ปริปากบอกว่าใครเป็นพ่อของเด็กในท้อง ฟางถงจึงตัดสินใจเลิกไถ่ถามแล้วส่งคนออกไปตามสืบเรื่องนี้ทว่าก็ไร้ซึ่งวี่แววของผู้ชายคนนั้น ใครจะคิดกันล่ะว่าผู้ชายที่เฟิ่งเจียอินพยายามปิดบังจะเป็นลูกของไป๋เฉินไปได้
"ฟางถง พวกเด็กไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องของเรา ดังนั้นอย่าทำให้พวกเขาต้องลำบากใจ"ไป๋เฉินกล่าว
ฟางถงที่ได้ยินก็ถลึงตาใส่ชายหนุ่มอย่างดุดัน "เจ้าเป็นแค่ผู้ชายหลอกลวงคนหนึ่งถือสิทธิ์อะไรมาสอนข้ากัน!"
มองไปยังหญิงสาวที่แสนจะดื้อด้าน ไป๋เฉินก็ถอนหายใจออกมาอย่างช่วยไม่ได้ "ข้าต้องทำอย่างไร เจ้าถึงจะหายแค้นเคืองสำหรับเรื่องในตอนนั้น"
หญิงงามแสดงสีหน้าที่โกรธเคืองออกมา "ไปตายซะ! แล้วข้าจะยกโทษให้"
ไป๋เฉินยิ้ม "ตามที่เจ้าต้องการ"
"สวบ"
ว่าแล้วก็จับมือที่ถือกระบี่สีทองของฟางถงแทงทะลุหน้าอกของตัวเองในทันทีทันใด กระบี่นี้แทงเข้าที่หัวใจของไป๋เฉินเข้าอย่างจัง ฟางถงดวงตาเบิกกว้าง มือที่จับกระบี่อยู่ถึงกับสั่นเทาอย่างช่วยไม่ได้
"นะ นี่ เจ้าทำบ้าอะไรกัน ปล่อยมือข้าเดี๋ยวนี้ "เธอพยายามดึงกระบี่ออกพร้อมกับถ่ายปราณจักรวาลเพื่อรักษาบาดแผลให้กับชายหนุ่มที่อยู่เบื้องหน้า น้ำตาไหลรินจากดวงตาทั้งสองข้างโดยมิอาจหยุดยั้งมันได้ ทันทีที่กระบี่แทงทะลุร่างของไป๋เฉินไป หัวใจของฟางถงก็ราวกับถูกแทงเช่นเดียวกัน
"ข้าทำในสิ่งที่เจ้าต้องการแล้ว ฟางถง! เจ้าจะยกโทษให้ข้าได้หรือไม่"ไป๋เฉินเอ่ยปากกล่าว
ฟางถงที่ได้ยินก็หันมองชายหนุ่มที่อยู่เบื้องหน้าแล้วตอบอย่างฉับไว "อภัย ข้าให้อภัยเจ้า แต่ตอนนี้เจ้าปล่อยมือข้าก่อน ข้าจะดึกกระบี่ออกแล้วจะรักษาให้"
ไป๋เฉินยิ้มจากนั้นปล่อยมือของตัวเอง ปล่อยให้เธอดึงกระบี่ออกมาและรักษาเขาโดยง่าย
เขารู้อยู่แล้วว่าแท้จริงฟางถงไม่ได้ใจร้ายใจดำอะไร จากการกระทำของหญิงงามในตอนนี้เห็นได้ชัดเลยว่าเธอเพียงแค่โกรธเขาเท่านั้นไม่ได้แค้นเคืองถึงขนาดอยากให้เขาตาย
แต่ถึงอย่างไรนี่ก็ถือว่าเป็นการเดิมพันครั้งใหญ่ของไป๋เฉินอย่างแท้จริง เพราะถ้าหากพลาดไปแม้แต่นิดเดียวแม้เขาจะไม่ตายจริงแต่ก็คงต้องบาดเจ็บสาหัสไปอีกนาน
"เจ้ามันคนโง่เง่า เสียแรงที่เป็นถึงแม่ทัพใหญ่ ฟังไม่ออกหรือไงว่าอันไหนพูดเล่นพูดจริง"หลังจากที่รักษาบาดแผลจนเสร็จสิ้น มืออันเรียวงามของหญิงสาวก็ทุบไปที่ชายหนุ่มอยู่หลายครั้งหลายครา
ไป๋เฉินใช้มือข้างหนึ่งจับมือของเธอเอาไว้ส่วนมืออีกข้างก็รวบเอาร่างในชุดเกราะเข้ามาสวมกอดโดยไม่รอช้า "ก็เจ้าชอบด่าว่าข้าเป็นคนหลอกลวงนี่ ข้าย่อมต้องแสดงความจริงใจให้เจ้าเห็น ว่าข้าสำนึกผิดแล้วจริงๆ"
"หึ! เจ้ากล้ามากที่คิดเอาความตายมาต่อรองกับข้าเช่นนี้"
ได้ยินที่เธอพูด ไป๋เฉินก็ยิ้มออกมา "ถึงจะเสี่ยงไปบ้างแต่สิ่งที่ได้กลับมาก็นับว่าคุ้มค่า"
"ฟางถง ที่ข้ามาที่นี่ไม่ได้มาเพื่อลูกของข้าและลูกศิษย์ของเจ้าเท่านั้น แต่ยังมาเพื่อตัวของข้าเองด้วย ในตอนนั้นเป็นข้าเองที่ผิดต่อเจ้า ข้าอยากขอโทษเจ้าจริงๆ"
ฟางถงที่ได้ยินก็หรี่ตามองไปยังชายหนุ่ม หากสังเกตุดีๆจะเห็นว่าใบหน้าอันงดงามของเธอเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตาที่หลั่งไหลอยู่เมื่อครู่
"หึ เจ้ารู้ตัวก็ดี จำไว้ข้าจะให้โอกาสเจ้าครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย หากมีครั้งต่อไปข้าจะไม่ให้อภัยเจ้าเป็นอันขาด"
ไป๋เฉินพยักหน้าตอบรับโดยฉับไว จากนั้นก็ทำการอุ้มฟางถงขึ้นมาในทันที
"นะ นี่เจ้า!" หญิงสาวอุทานพลางถลึงตาใส่
"คุณหนูของข้าในเมื่อเจ้าให้อภัยข้าแล้ว งั้นพวกเรามาสะสางเรื่องที่ยังไม่ได้ทำเมื่อหลายพันปีก่อนกันดีหรือไม่"ใบหน้าของไป๋เฉินอยู่ๆก็เผยรอยยิ้มที่เจ้าเล่ห์ขึ้นมา ทว่าใบหน้าของฟางถงกลับแดงกล่ำด้วยความอับอาย
ว่าแล้วไป๋เฉินก็ไม่คิดรอช้าพาฟางถงลงไปยังเบื้องล่าง ส่วนทางด้านฟางถงก็ไม่ได้ดิ้นรนอะไร เพราะต้องบอกตามตรงว่าในใจลึกๆเธอเองก็ต้องการชายหนุ่มคนนี้เช่นเดียวกัน
ส่วนทางฝั่งของฟางหลินและเจี่ยอี้ ในตอนนี้เป็นเจี่ยอี้ที่รั้งฟางหลินเอาไว้ไม่ให้ตามทั้งสองคนไปได้ "เจี่ยอี้ ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้นะ ข้าจะไปหาท่านพี่"
"เหอะ เจ้าจะไปเป็นก้างขวางคอพวกเขาทำไมกัน เจ้าน่ะมีกับข้าดีกว่า"ว่าแล้วเจียอี้ก็โอบร่างบางของฟางหลินเอาไว้ และพาพุ่งทะยานไปคนละทางกับพวกไป๋เฉิน แม้ฟางหลินจะดิ้นรนขัดขืนอยู่บ้างแต่เจี่ยอี้ก็กำราบเธอได้อย่างไม่ยากเย็น
ตัดกลับมาทางด้านไป๋ฉีและเฟิ่งเจียอินเมื่อพวกเขาเห็นเส้นแสงสองเส้นที่บินแยกกันไป ชายหนุ่มก็ใช้ดวงเนตรจุติจักรวาลเพื่อตรวจสอบโดยไม่รอช้า ต่อมาใบหน้าของชายหนุ่มก็ประดับไปด้วยรอยยิ้มที่สดใส
"ที่รัก ดูเหมือนพวกเราจะไม่ต้องกังวลเรื่องแต่งงานอีกต่อไป อาจารย์ของเจ้าถูกท่านพ่อของข้าอุ้มไปไหนก็ไม่รู้ ส่วนอาจารย์เจี่ยอี้ก็อุ้มรองคณบดีฟางหลินบินแยกออกไปเช่นเดียวกัน"
ได้ยินคำพูดของไป๋ฉี เฟิ่งเจียอินก็เผยรอยยิ้มออกมาอย่างช่วยไม่ได้ เพราะเธอรู้สึกโล้งใจเป็นอย่างมากในตอนนี้
ไป๋ฉีประคองเฟิ่งเจียอินลุกขึ้น "ที่รัก พวกเราไปพักผ่อนกันดีกว่า"
หญิงงามที่ได้ยินก็พยักหน้า ทั้งสองพากันกลับไปยังห้องพักของไป๋ฉีเพื่อพักผ่อนในทันที และเตรียมตัวรอฟังข่าวดีที่กำลังจะเกิดขึ้นในไม่ช้า