นักลวงจิต

    บทที่ 13 มัจจุราช (2)

    ธาราขมวดคิ้ว ข้องใจที่อีกฝ่ายพูดเรื่องฆ่ากันเป็นเรื่องปรกติ “เอะอะก็ต้องฆ่ากันอย่างเดียวเลยเหรอครับ เราคุยกันดีๆ ก่อนก็ได้”

    อลิสาหัวเราะหึๆ “ช่วงเวลาการเปลี่ยนสมดุลวนมาบรรจบเป็นระยะๆ น้องอยู่ในทีมเน้นสนับสนุนอย่าง ไซเรน ไร้ตะเข็บ หน้ากากแฟนซี คงไม่เข้าใจทัศนคติอย่างทีมของพี่ที่เป็นหน่วยรบแนวหน้าหรอก ถ้าน้องไปถาม อินทรีขาว สิงห์อมควัน ราชาเต่า ของฝ่ายน้อง คำตอบก็คงไม่ต่างจากพวกพี่หรอก … เปิดประตูคุยกันนานแล้ว พลังของพี่กันยุงไม่ได้นะ ถ้าน้องกับแฟนพร้อมแล้วขอเชิญที่ศาลาริมน้ำนะคะ พี่ขาลลงมือทำอาหารโปรดไว้ให้แล้ว”

    “เขาทำอาหารด้วยเหรอครับ” ธาราถามอย่างยากจะเชื่อ นึกภาพอีกฝ่ายฉีกเนื้อคนกินสดๆ แบบเสือยังง่ายกว่า

    อลิสาหัวเราะคิกคัก เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นสาวลูกครึ่งแสดงอารมณ์ขันออกมา “ฝีมือระดับเปิดร้านหรือไปแข่งรายการดังๆ ได้เลย พวกเราหลายคนก็เซอร์ไพรส์กับเรื่องนี้เหมือนกัน”

    อลิสาปิดประตูแล้วเดินลงไป ปล่อยให้ธารากับแฟนสาวได้เตรียมตัว เขาปลุกธันยาให้ตื่น อีกฝ่ายงัวเงียลืมตาขึ้นมาพร้อมกับรอยยิ้มราวกับตื่นมาพบกับยามเช้าที่สดใส ไม่มีเค้าอารมณ์หวาดกลัวหรือเจ็บปวดตกค้างอยู่เลยแม้แต่น้อย (ดูจะเคลิ้มสุขมากกว่าปรกติด้วยซ้ำ) ซึ่งน่าจะเป็นพลังจากผู้เยียวยาของอีกฝ่าย

    “เราถูกจับตัวมาเหรอ” ธันยาถาม แต่น้ำเสียงและสีหน้าไร้ซึ่งแววกังวล

    “เขาบอกว่าเราเป็นแขก” ธาราตอบ “เขายืนยันว่าเป็นพันธมิตรเราจริงๆ ไม่ต้องห่วง”

    “ยังไงเราก็วางใจอีกฝ่ายไม่ได้หรอก ฝ่ายเรากับฝ่ายเขาสงบศึกสลับกับทำสงครามมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว” ธันยาพูด ก่อนจะยักไหล่ “แต่ตอนนี้เราก็ได้แต่ตามน้ำล่ะเนาะ”

    “อื้ม” ธาราครางรับ แค่เห็นแฟนสาวสบายใจเขาก็คลายกังวลไปด้วย

     

    แสงจันทร์เต็มดวงฉายลงมายังริ้วน้ำกระเพื่อมระลอก โต๊ะที่ธันยาและธาราจับจองติดกับขอบรั้วริมน้ำ แสงจากหลอดไฟส่องสีแสดนวลลงมาจากเพดาน ส่วนของห้องครัวตั้งอยู่ด้านหลังเวทีขนาดย่อมที่ใช้ประกอบกิจพิธีต่างๆ ศาลารองรับแขกเหรื่อได้ราวๆ ร้อยที่นั่ง อลิสาไม่อยู่ แต่ที่โต๊ะกลับมีหญิงสาวอีกคนหนึ่งซึ่งอายุมากกว่าอลิสาราวสามถึงสี่ปี ร่างอวบแต่ยังไม่ถึงขึ้นอ้วน แม้จะมีเอวอยู่บ้างแต่หน้าอกใหญ่โดดเด่นราวกับแขวนลูกมะพร้าวซ่อนอยู่ในเชิ้ตแขนยาวสีขาวที่กระดุมใต้คอแทบจะปริกระเด็น ผมปล่อยสยายยาวลงมาเลยบ่าย้อมสีน้ำตาลเฮเซลนัท แก้มอวบอิ่มทำให้ผิวหน้าที่ขาวทวีความผ่อง ริมฝีปากบาง จมูกเล็ก ตาโตเปล่งประกายสุกใส และดูเป็นผู้หญิงที่ยิ้มง่ายเกือบทุกอิริยาบถไม่เหมือนอลิสา แม้จะอยู่ในถิ่นว่าที่ศัตรูในอนาคต แต่บุคลิกสดใสและใจดีของหญิงสาวคนนี้ทำให้ธันยาเปิดใจคุยกับอีกฝ่ายอย่างเป็นกันเอง เมื่อเห็นว่าแฟนสาวเปิดใจ ท่าทีของธาราก็ผ่อนคลายตามไปด้วย

    “ช่วงหนึ่งพี่เคยฝึกเต้นโคเวอร์เพลง บูมบาย่าห์ของแบล็คพิงค์ ที่โรงยิมของรีสอร์ท” หญิงสาวอธิบาย “พี่ขาลมาออกกำลังกายพอดี แซวใหญ่เลยว่า อุ้ย!! นี่มันหมูดิ้นได้”

    ธันยาหลุดหัวเราะฮ่าๆ แล้วรีบเอามือป้องปากกลั้นหัวเราะ “ขอโทษค่ะพี่ทิชา หนูแค่หัวเราะคำพูดของพี่ขาลเขาน่ะค่ะ อย่างพี่ยังไม่อ้วนหรอกค่า”

    “พี่ซาบซึ้งนะ ที่น้องพยายามรักษาน้ำใจพี่” ทิชาหรือหญิงสาวร่างอวบทำท่าร้องไห้เช็ดน้ำตา ก่อนจะหัวเราะคิกคัก “ในสายตาผู้ชายไทยก็มองพี่อ้วนหมดแหละ”

    “ม่ายค่ะ ม่ายย” ธันยาพยายามปฏิเสธ “ของพี่ทิชาแค่ไซส์ฝรั่งเฉยๆ ค่ะ เนาะธารา...เนาะ”

    “ใช่ครับ” ธารารับคำตามแฟนสาวที่หันมามองหน้า

    “ใจดีกับพี่มาก เดี๋ยวพี่หลงตัวเองน้า” ทิชาหัวเราะคิกคัก “น้องธาราไปลองเล่นโรงยิมได้นะจ๊ะ เดี๋ยวพี่นำไป”

    “แฟนหนูขี้เกียจจะตายค่ะ” ธันยาทำท่าป้องปากกระซิบ “จะออกกำลังแต่ละทีต้องให้หนูเคี่ยวเข็ญ”

    ธาราเพียงแค่ยิ้มแล้วก็ยักคิ้วอย่างเซื่องๆ แต่ทันใดนั้นใบหน้าที่กำลังสนุกสนานยิ้มแย้มของธันยากลับเจื่อนลงแล้วปรากฎเค้าลางเศร้าเสียใจขึ้นมาแวบหนึ่ง “อาธีระ น้าทอฝัน แล้วก็พี่วิวัฒน์ ไม่รู้เป็นยังไงกันบ้าง พวกเขาคงไม่รอด”

    ทิชาสัมผัสได้ถึงอารมณ์ที่เปลี่ยนแปลง ลุกจากที่นั่งของตัวเอง เข้ามานั่งเก้าอี้ไม้ตัวเดียวกันข้างๆ กับธันยา (ธารานั่งด้านในสุดติดรั้วริมน้ำ ทำตัวไม่ค่อยถูก) ดึงอีกฝ่ายมากอดไว้ก่อนลูบอย่างปลอบประโลม ก่อนพูดขึ้น

    “ฤทธิ์ฝิ่นอารมณ์ที่ผู้เยียวยาให้ไว้คงอ่อนลงแล้ว เธอเจอเหตุการณ์มาหนักพอตัวเลย พี่เป็นนักอ่านความทรงจำ ขอพี่ดูได้มั้ย”

    ด้วยความเชื่อใจ ธันยาพยักหน้า ทิชาขออนุญาตจ้องสบตาอีกฝ่าย คลื่นพลังจิตเกิดความเคลื่อนไหวที่ดวงตากลมโตเปล่งประกาย ทิชาเอามือทาบอกหลังจากเห็นความทรงจำแล้ว

    “โอ้! เลวร้ายมากๆ เลย ถ้าไม่ได้ผู้เยียวยาใช้พลังช่วย เธอคงสาหัสมากแน่ๆ บางคนเสียสติหรือเป็นซึมเศร้าไปเลยนะ”

    ธันยาเม้มปากสั่นระริก พยักหน้า น้ำตาคลอ ทิชาเองก็น้ำตาคลอคล้ายเข้าใจความรู้สึก ดึงอีกฝ่ายเข้ามากอด “พี่เข้าใจความรู้สึกเธอนะ ร้องไห้ออกมาเลย จะได้ดีขึ้น ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิคุ้มครองพวกเขาให้ปลอดภัยนะ พวกอาร์เคลาอาจแค่ทำร้ายเพื่อหาช่องลักพาตัวธาราก็ได้ คงไม่ถึงขั้นเป็นอะไรไป”

    ธันยากระซิกสะอื้นเบาๆ ทิชาลูบศีรษะ ใช้นิ้วสางผมพลางพูดต่อ “เธอเองก็ไม่มีเพื่อนสนิทผู้หญิงเลยสินะ ตัวติดกันกับแฟนตลอด บางทีการมีเพื่อนผู้หญิงสนิทกันมันก็เยียวยาความรู้สึกได้อีกแบบนะ”

    “ขอบคุณค่ะพี่ทิชา พี่เข้าใจความรู้สึกคนอื่นได้ดีมากเลย” ธันยาว่า ธาราเพียงนั่งข้างอย่างเงียบๆ

    “ก็เป็นพรสวรรค์เล็กๆ ชดเชยความสามารถอ่านความทรงจำที่ธรรมด๊าธรรมดาของพี่นั่นแหละ” ทิชาพูด ถอนหายใจ แต่เสียงนุ่มนวลชวนให้ผ่อนคลาย “นักอ่านความทรงจำทีมเดียวกับเธอ น้าทอฝันใช่มั้ย ฉายาไร้ตะเข็บ คนนั้นนี่ระดับตำนานเหมือนกันนะ อัจฉริยะจริงๆ ไม่มีกลิตช์ไหนเคยรอดพ้นสายตาเธอมาก่อน ฉันพยายามให้ตายก็ไม่ได้ครึ่งของพี่เขาเลย อย่างฉันไม่ถนัดเรื่องการจำแนกรายละเอียดเพื่อจับผิด เอาละ พี่ขาลออกมาแล้ว หยุดเศร้าเสียใจสักแป๊บแล้วมากินกันก่อนดีกว่า ฉันกล้าเอาชีวิตเป็นประกันเลย ฝีมือของพี่ขาลนี่ระดับเชฟกระทะเหล็ก ฉันอ้วนแบบนี้เพราะฝีมือพี่ขาลเลย”

    “พี่ทิชาไม่ได้อ้วนสักหน่อย” ธันยาหัวเราะ

    ไม่ทันขาดคำ ชายร่างยักษ์ในชุดพ่อครัวสวมผ้ากันเปื้อนพร้อมหมวกสีขาวล้วนก็ปรากฎกายพร้อมยกถาดอาหารเข้ามาเสิร์ฟ ท่วงท่าคล่องแคล่วดูดีราวกับฝึกอยู่ภัตตาคารมานาน จานแรกเป็นข้าวคลุกลาบคั่วแบบภาคเหนือโปะด้วยไข่ดาวที่ไข่แดงกึ่งดิบด้านบนของธารา จานที่สองเป็นสปาเกตตีเพรสโต้เบคอนเห็นอุดมด้วยสีเขียวในจานที่จัดวางอย่างสวยงามซึ่งเป็นของธันยา และจานที่สามเป็นผัดไทยวุ้นเส้นซึ่งตัวเส้นมีสีน้ำตาลกึ่งทองอร่าม กุ้งตัวพอเหมาะสี่ตัวสีแดงสดโดดเด่นวางประดับไว้ ต้นหอมมะนาววางไว้ข้างจานอย่างเพียบพร้อม ทิชาย้ายตัวเองกลับไปนั่งที่เดิมเพื่อประจำจานอาหารของตัวเอง ขาลในชุดพ่อครัวเต็มยศสร้างความประหลาดใจให้ธันยาและธาราอยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะธาราที่เพิ่งเห็นขาลจัดการอาร์เคลาสามคนอย่างเลือดเย็น ชายร่างยักษ์ถือถาดเหล็กในมือค้อมตัวอย่างสุภาพราวกับพ่อครัวที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ต่อหน้าลูกค้า

    “รสชาติดีไม่ดียังไงติชมได้นะครับ เดี๋ยวเอาเครื่องปรุงมาให้”

    ขาลค้อมตัวอย่างสุภาพอีกครั้งก่อนจะเดินหายเข้าไปในครัวอย่างว่องไว ธันยาอ้าปากค้างหันมามองทิชาอย่างไม่เชื่อสายตา ทิชาหัวเราะคิกคัก “ว่าแล้ว ตัวตนสองบุคลิกของพี่ขาลต้องทำเธอแปลกใจได้แน่นอน”

    คล้ายกับเรื่องนักลวงจิต ที่คุณอ่าน