ราชันเพลิงผลาญพิภพ

    การฝึกเสี่ยงตาย

    หลังจากฟางเฉินซื้อเตาปรุงยาใหม่กลับมาที่พักแล้วใบหน้าของฟางเฉินก็ซีดลงและกระอักโลหิตทันที พลังของฟางเหิงและหลี่เฉิงนั้นแข็งแกร่งมากและพวกฟางเหิงและหลี่เฉิงนั้นยังไม่ได้เอาจริงด้วยซ้ำไม่อย่างงั้นฟางเฉินจะรอดกลับมาได้อย่างไร“นี่คือพลังของผู้มีจิตวิญญาณระดับศักดิ์สิทธิ์งั้นเหรอ” ฟางเฉินกล่าวพร้อมกับรีบนำเม็ดยารักษาเข้าปาก“มันไม่ได้มีแค่เจ้าที่สามารถต่อสู้ข้ามระดับได้เพราะว่าอีกฝ่ายเองก็มีจิตวิญญาณระดับศักดิ์สิทธิ์และพรสวรรค์ที่ไม่ธรรมดา เจ้าโชคดีแล้วที่พวกมันแค่ต้องการหยั่งเชิงเจ้าเฉยๆไม่อย่างงั้นเจ้าได้ตายตั้งแต่ที่ฟางเหิงออกกระบี่แล้ว” ความโลภกล่าว“นั่นสินะ ด้วยระดับพลังของข้าตอนนี้อาจจะต่อสู้ข้ามระดับกับพวกอัจฉริยะทั่วไปได้แต่ไม่สามารถต่อสู้ข้ามระดับกับพวกอัจฉริยะที่ทรงพลังได้” ฟางเฉิงพลันเข้าใจขึ้นมาตลอดมาฟางฉินพบแต่พวกความสามารถทั่วๆไปทำให้ฟางเฉินสามารถเอาชนะอีกฝ่ายแม้จะอยู่ระดับต่ำกว่าอีกฝ่ายแต่ว่าเมื่อต้องเจอกับอัจฉริยะที่แท้จริงฟางเฉินก็ไม่สามารถเอาชนะอีกฝ่ายได้ด้วยระดับบ่มเพาะที่น้อยกว่าอีกฝ่าย“เหลือเวลาแค่ 3 เดือน ซึ่งมันไม่เพียงพอที่จะให้ข้าแข็งแกร่งขึ้นได้แน่” ฟางเฉินกล่าว“ข้ามีวิธีอยู่ แต่มันค่อนข้างเสี่ยง แต่ว่ามันก็คุ้มเจ้าต้องการจะเสี่ยงหรือเปล่าละ” ความโลภกล่าว“วิธีใหน!!!!” ฟางเฉินกล่าวด้วยสีหน้าคาดหวัง“วิธีนี้เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการพัฒนาฝีมือของเจ้า และวิธีนั้นก็คือการต่อสู้เสี่ยงตายอย่างไม่หยุด ตัวเจ้าในตอนนี้มีทรัพยากรมากพอแล้วแต่ว่านั่นมันไม่ช่วยให้เจ้าแข็งแกร่งขึ้นได้ในเวลาอันสั้นได้เพราะงั้นมีทางเดียวคือบุกไปยังทวีประดับต่ำที่พวกอสูรครอบครองอยู่และต่อสู้ซะ” ความโลภกล่าว“วิธีนี้จะใช้ได้ผลงั้นเหรอ” ฟางเฉินมีสีหน้าลังเล“การจะดึงศักยภาพทั้งหมดออกมาได้จำเป็นต้องอยู่ในช่วงเวลาเป็นตายเท่านั้น” ความโลภกล่าว“ก็ได้ข้าจะเชื่อเจ้า” ฟางเฉินกล่าวจากนั้นความโลภก็ได้ส่งแผนที่ทวีปที่ฟางเฉินต้องไป และตอนนี้นิกายเองก็งดภารกิจให้เหล่าศิษย์เตรียมตัวประลองประจำปีอยู่พอดีฟางเฉินจึงมีเวลาในการเพิ่มความแข็งแกร่ง 3 เดือนเต็มฟางเฉินเก็บของและออกไปจากยอดเขาเต้าจีอย่างเงียบๆ จากนั้นฟางเฉินก็ได้ซื้ออสูรบินคัวนึ่งซึ่งคือเหยี่ยวเวหาระดับ 6 ฟางเฉินเดินทางด้วยความเร็วและตรงไปยังเกาะขนาดเล็กแทนที่จะเรียกว่าทวีป เกาะแห่งนี้มีอสูรอยู่มากมายและอสูรในเกาะแห่งนี้ส่วนใหญ่อยู่ระดับ 5-7 ขึ้นไปแม้แต่อสูรระดับ 8 ก็ยังมีเพราะงั้นสามารถบอกได้ว่าเกาะแห่งนี้อันตรายอย่างมากและไม่มีใครกล้าเข้าใกล้เลยก็ว่าได้แต่ว่าเพราะฟางเฉินในตอนนี้ไม่มีทางเลือก ฟางเหิงนั้นแข็งแกร่งเกินไปสำหรับฟางเฉินในตอนนี้ดังนั้นฟางเฉินจึงต้องเพิ่มความแข็งแกร่งของตัวเองให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ฟางเฉินใช้เวลาครึ่งเดือนก็มาถึงเกาะขนาดเล็กแห่งนี้ เมื่อฟางเฉินมาถึงฟางเฉินก็รับรู้ได้ถึงแรงกดดันอันหนักหน่วง“ก่อนอื่นเจ้าต้องฝึกลบกลิ่นอายของตัวเองให้ชำนาญเพราะถ้าพวกอสูรรับรู้ได้ถึงกลิ่นอายของเจ้าละก็เจ้าตายแน่” ความโลภกล่าวฟางเฉินทำตามคำแนะนำของความโลภทุกอย่าง ฟางเฉินใช้เวลา 5 วันฝึกลบกลิ่นอายของตัวเองด้วยความเร็ว เมื่อชำนานแล้วฟางเฉินก็เริ่มเข้าไปในเกาะทันที แต่เมื่อฟางเฉินเข้าไปในเกาะได้ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงตรงหน้าฟางเฉินก็มีอสูรมศิลานับ 10 ตัวล้อมรอบฟางเฉินอยู่“มันเป็นแบบนี้ได้อย่างไร” ฟางเฉินกล่าวด้วยสีหน้าตื่นตระหนกเพราะอสูรศิลาพวกนี้ล้วนอยู่ระดับขั้นสูงทั้งสิ้น“อย่าหนีนะฟางเฉิน เจ้าจะต้องเอาชนะพวกมันทั้งหมดให้ได้” ความโลภกล่าว“ก็ได้ข้าฟางเฉินจะต้องอยู่รอดในเกาะแห่งนี้ก็ได้” ฟางเฉินนำดาบออกมาและพุ่งเข้าหาอสูรศิลาทันทีอสูรศิลานั้นมีการคเลื่อนใหวที่ช้าแต่พวกมันกลับมีพลังป้องกันที่แข็งแกร่งมาก ๆ จนแม้แต่การโจมตีของฟางเฉินก็แทบไม่สามารถสร้างรอบข่วนให้พวกมันได้“อย่าได้คิดว่าจะจบแค่นี้” ฟางเฉินแทงดาบไปที่อกของอสูรศิลาก่อนจะบีบอัดเปลวเพลิงและระเบิดร่างของอสูรศิลาทันทีแต่ทันทีที่อสูรศิลา 1 ตัวถูกสังหารอสูรศิลาที่เหลือก็ระดมโจมตีใส่ฟางเฉินจากทุกทิศทาง“หลบไม่พ้น!!!!!!!” ฟางเฉินใช้ดาบมากันหมัดของอสูรศิลา“ตูม!!!!!!!!” ร่างของฟางเฉินลอยออกไปเหมือนกับปืนใหญ่กระแทกเข้ากับก้อนหินเข้าอย่างจังและได้รับบาดเจ็บทันที“แม้จะมีกายามังกรก็ยังได้รับบาดเจ็บขนาดนี้เลยงั้นเหรอ” ฟางเฉินกล่าวและไอออกมาเป็นเลือด“ด้วยจัวเจ้าเป็นนักปรุงยาเจ้าจึงไม่ต้องกลัวเรื่องอาการบาดเจ็บและต่อสู้ซะต่อสู้ด้วยพลังทั้งหมดที่เจ้ามีจนกว่าพลังในร่างของเจ้าจะถูกผลาญไปจนหมด” ความโลภกระตุ้น“ย๊ากกกกกกกกกกกก” ฟางเฉินระเบิดพลังและเข้าดจมตีอสูรศิลาอย่างบ้าคลั่ง“ต้องขอโทษด้วยฟางเฉินมีทางนี้ทางเดียวเท่านั้นที่จะดึงศักยภาพของเจ้าออกมาได้ถึงแม้วิธีนี้จะเสี่ยงและเจ้าอาจจะต้องตาย แต่ข้าก็ไม่เสียใจเพราะข้าเชื่อว่าผู้ที่จะเป็นนายของข้านั้นจะไม่มาพบจุดจบอยู่แค่นี้” ความโลภคิดในใจตลอดมาถึงฟางเฉินจะต่อสู้หนักมาตลอดแต่ฟางเฉินก็ไม่เคยพบกับความเป็นความตายและความสิ้นหวังที่แท้จริง ดังนั้นความโลภจึงแนะนฟางเฉินให้มาที่เกาะแห่งนี้เพื่อที่จะขัดเกลาฟางเฉินขึ้นมาใหม่“ดวงตาบรรพชน ข้ารู้ว่าเจ้ายังไม่ได้ยอมรับฟางเฉินอย่างเต็มที่เพราะไม่งั้นด้วยอำนาจของเจ้าภายในตระกูลฟางจะมีใครกล้าต่อต้านเขากัน” ความโลภกล่าว“........”ถึงแม้จะไม่มีเสียงตอบรับแต่ความโลภรู้ดีว่าเนตรบรรพชนนั้นรับรู้ได้ถึงคำพูดของความโลภและอีกฝ่ายเองก็เป็นถึงจิตวิญญาณระดับเทวะย่อมีความนึกคิดเป็นของตัวเองอยู่แล้วหลังจากผ่านไปครึ่งวันฟางเฉินก็สามารถเอาชนะอสูรศิลาทั้ง 10 ตัวได้แต่ฟางเฉินก็ต้องแรกมาด้วยสภาพที่ปางตาย แขนขวาหักลงกระดูกซีกโครงแตกร้าว ฟางเฉินรากสังขารของตัวเองเข้ามาอยู่ในต้นไม้จ้นหนึ่งซึ่งต้นไม้ต้นนี้มีขนาดใหญ่มากและมีโพงขนาดพอให้ฟางเฉินนั่งนอนได้อย่างไม่มีปัญหาฟางเฉินรีบกินยารักษาและฟื้นฟูพลังต่อไป หลังจากที่บาดแผลเริ่มหายฟางเฉินก็ออกไปหาอสูรและต่อสู้อีก ฟางเฉินทำแบบนี้อย่างต่อเนื่อง ต่อสู้ บาดเจ็บเจียนตาย รักษา จนกระทั้งเวลาผ่านไป 1 เดือน ฟางเฉินก็เริ่มชินกับการใช้ชีวิตข้างในเกาะแห่งนี้เสียแล้ว ถึงแม้ฟางเฉินจะทำได้แค่อยู่รอบนอกของเกาะเท่านั้นแต่นั่นก็คือขีดจำกัดของฟางเฉินในตอนนี้ 

    คล้ายกับเรื่องราชันเพลิงผลาญพิภพ ที่คุณอ่าน