ในอาณาจักรที่เป็ที่ตั้งของตระกูลคาแป มีชื่อว่า อาณาจักรแซเชียน ซึ่งอาณาจักรนี้มีทั้งหมด 3 ตระกูลใหญ่ที่ดูแลแต่ละอาณาเขต ได้แก่ ตระกูลคาแป ตระกูลวารา และตระกูลจากัง
โดยตระกูลคาแปจะเป็ผู้เชี่ยวชาญทางด้านเวทมนตร์ ผู้นำตระกูลทุกรุ่นจึงเป็จอมเวท
ส่วนตระกูลจากังจะเป็ตระกูลของเหล่านักปราชน์ ซึ่งเป็ตระกูลที่มีความจงรักภักดีต่อราชวงศ์มากที่สุดใน 3 ตระกูล
ต่อมาจะเป็ตระกูลวารา ตระกูลนี้จะเป็ผู้เชี่ยวชาญในวิชาฟันดาบ ผู้นำตระกูลทุกรุ่นจึงเป็อัศวิน
ตระกูลคาแปกับตระกูลวารานั้นจะไม่ค่อยลงรอยกันด้วยผู้นำที่มีนิสัยต่างกัน ผู้นำของตระกูลวาราจะเป็คนซื้อตรงจึงไม่ค่อยถูกกับอเล็กที่เป็ผู้นำของตระกูลคาแปที่มีนิสัยเ้าเลห์เพทุบายสักเท่าไหร่ ทั้งสองตระกูลจึงหลีกเลี่ยงกันมาโดยตลอด
ในขณะที่เท็ดคุยกับแคเซียร์ในห้องใต้ดินในคืนนั้น อเล็กที่มาตามการรายงานของหัวหน้าอัศวิน มาตามเบาะแสจนมาถึงอาณาเขตของตระกูลวาราที่เป็ตระกูลที่ไม่ลงรอยกัน
เบาะแสที่จะบ่งบอกถึงที่อยู่ของคาตันซึ่งเป็น้องชายของแคเซียร์ได้หายไปในอาณาเขตของตระกูลวารา หากจะตามต่อก็อาจจะสร้างความเป็ปะติปักกับตระกูลวาราได้ อเล็กจึงเลือกสั่งให้ทหารถอยกลับ เพื่อหาวิธีอื่นในการจับคาตัน
ห้องใต้ดิน ณ คฤหาสคาแป อเล็กได้เดินเข้าไปใกล้ลูกกรงด้วยท่าทางสนุก"ท่าทางแกดูมีความสุขดีนิ"
"แกนี้เข้ามาแต่ละครั้งก็ขยันหาคำทักทายมาใหม่ตลอดเลยนะ"แคเซียร์พูดด้วยรอยยิ้มขำๆเหมือน้าจะล้อเลียนอเล็ก
"เฮอออ ช่างเถอะวันนี้ฉันมีข่าวมาบอกแกละนะ ดีหรือร้ายคิดเองแล้วกัน"อเล็กทำท่าไม่รู้ไม่ชี้ แล้วก็พูดในสิ่งที่ตนเอง้า
"คาตัน..."อเล็กเอ่ยออกมาด้วยรอยยิ้มเ้าเลห์
เมื่อแคเซียร์ได้ยินทำให้ชะงักไปครู่ หายใจไม่เป็จังหวะ เหงื่อออกทั่วใบหน้าและมือทั้งสอง ก่อนจะตั้งสติได้แล้วถามกลับไปด้วยด้วยท่าทางฝืนยิ้มและเสียงที่สั่นเครือ"ทำไม เขาเป็ใคร ญาติแกหรือไง"
อเล็กเอาหน้าเข้าไปใกล้ลูกกรงในท่าที่โชว์ความมีอำนาจที่สามารถบีบมดตัวเล็กอย่างเธอให้ตายได้อย่างง่ายดาย จากนั้นก็หลี่ตาลงต่ำมองเธอพร้อมกับยกยิ้มอย่างผู้ชนะ"ก็น้องชายแกไม่ใช่หรือไง"
คำพูดนั้นทำให้แคเซียร์ตาสั่นละรั่วและเกิดโทษะขึ้น พุ้งตัวยืนนำมือไปจับลูกกรงดัง "เกร็ง" กัดฟันดัง "กรอด" หากเธอชกหน้าอเล็กได้คงทำไปแล้ว"แก หากแกทำอะไรน้องฉัน ฉันจะไม่ปล่อยแกไว้แน่"
ยิ่งแคเซียร์โมโหอเล็กก็ยิ่งนึกสนุกมากยิ่งขึ้น เขาจึงขำออกมาด้วยความสะใจ"แกจะทำอะไรได้ รอฉันจับน้องแกให้ได้ก่อนเถอะ555"
พอพูดจบอเล็กจึงเดินขึ้นบันไดออกไปจากห้องใต้ดิน ด้วยท่าทางที่สะใจของผู้ที่ชนะ
เมื่ออเล็กออกไปจากห้อง แคเซียร์จึงทิ้งตัวลงนั่งด้วยความหมดแรง แล้วน้ำตาก็ซึมออกมาจากดวงตาของเธอ เธอก้มหน้ารับชะตาอย่างไม่มีแรงเหลือที่จะเสียใจกับอะไรอีกแล้ว แม้แต่น้องชายเพียงคนเดียวของเธอก็ยังมีภัยเพราะเธอ
แล้วเธอก็ปลอบใจตัวด้วยความคิดที่ว่ามันอาจจะเป็ข่าวดีด้วยก็ได้ เพราะอย่างน้อยตอนนี้น้องของเธอก็ยังปลอดภัย เธอจึงเงยหน้าขึ้นเพื่อให้น้ำตาที่ซึมออกมาไม่ไหลออกมาอีก กำลังใจของเธอจึงกลับมาบ้าง
เท็ดที่กำลังเดินบริเวณทางเดินที่มีแสงสว่างจากแสงจันทร์ซึ่งทำให้เขาพอมองเห็นทางอยู่บ้างโดยไม่ต้องพึ่งแสงเทียน เพื่อไปหาแคเซียร์อย่างอารมณ์ดี ก็เห็นอเล็กที่ออกมาจากประตูที่จะไปห้องใต้ดินพอดี จึงใ และหลบเข้าไปในห้องที่อยู่ใกล้ๆได้ทัน อเล็กจึงยังไม่ทันเห็นเท็ดแล้วเดินผ่านไป
เมื่ออเล็กเดินผ่านไป เท็ดจึงรีบออกมาจากห้องที่เขาไปซ้อนตัวแล้วเดินลงบันไดไปห้องใต้ดินเพื่อไปพบแคเซียร์
"พี่สาวเป็อะไรไหมครับ เมื่อกี่ผมเห็นท่านพ่อ"
แคเซียร์ได้ยินเสียงเท็ดก็รู้สึกโล่งใจเป็อย่างมากและยิ้มให้เท็ดเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น"ไม่นะ ฉันสบายดี"
เท็ดมองแคเซียร์อย่างพินิจพิเคราะห์ก็สังเกตเห็นขอบตาที่บวมของเธอ จึงรู้ได้ทันทีว่าเธอพึ่งร้องไห้ไป"พี่สาวมีอะไรไม่สบายใจบอกผมได้นะครับ"
เมื่อเท็ดถามมาอย่างนั้นก็ทำให้น้ำตาของแคเซียร์ที่ไม่เคยให้ใครเห็นไหลออกมาอีกครั้ง ด้วยความโล่งใจเหมือนได้ปลดปล่อย เพราะความเหนื่อยล้าที่สะสมมาหลายปีและไม่มีใครที่เธอจะสามารถร้องไห้ด้วยได้
นางร้องไห้อยู่สักพักพร้อมกับที่เท็ดคอยอยู่ข้างๆตลอดเวลา จนนางใจเย็นลง "นายก็รู้ใช่ไหมว่าฉันมีน้องชาย ฉันก็แค่คิดถึงนะ ั้แ่ถูกจับมาฉันก็ไม่ได้พบหน้าน้องอีกเลย"
เท็ดได้ยินอย่างนั้นก็รู้สึกเจ็บแปล๊ปๆที่หน้าอกเหมือนใครเอาเข็มนับพันมาปักไว้ เขาก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงรู้สึกอย่างนั้น แต่ที่เขารู้คือเขาไม่้าเห็นหญิงสาวตรงเสียใจ
เขาจึงรีบพูดเปลี่ยนเื่เพราะไม่อย่างให้แคเซียร์นึกถึงน้องชายไปมากกว่านั้น เพราะมันจะยิ่งทำให้เธอเสียใจ"อืม จริงสิ ผมเอาพวกของกินเล็กๆน้อย มาด้วยนะครับ" พูดจบเท็ดก็ยื่นตระกล้าของกินให้แคเซียร์
เมื่อเท็ดยื่นตระกล้าให้แคเซี่ยร์จึงมองไปที่ตระกล้าและเหลือบไปมองที่เท็ดเหมือนสงสัยอะไรสักอย่าง ทำให้เท็ดที่เห็นท่าทางเช่นนั้นของเธอต้องถามเธอไปด้วยความสงสัย"มีอะไรหรือเปล่าครับ มันกินได้ครับ ไม่มีพิษ ถ้าไม่เชื่อผมกินให้ดูก็ได้นะ"
"เปล่าๆ ฉันแค่กำลังคิดว่านายกินข้าวหรือยังนะ"แคเซียร์ตอบด้วยความลุกลี้ลุกลนพร้อมกับเอามือสายไปมา เหมือนกำลังจะบอกว่าสิ่งที่เท็ดกำลังเข้าใจนั้นผิด
เมื่อเท็ดได้ยินดังนั้นก็เกิดความลังเลห์ขึ้นในใจ "เราจะตอบยังไงดี จริงๆก็กินมาแล้ว แต่ก็อยากกินข้าวกับพี่สาวจัง"
แคเซียร์เห็นท่าทางลังเลห์ของเท็ดจึงแกล้งพูดไปว่า"อืม กินมาแล้วงั้นก็ไม่เป็ไร ฉันกินคนเดียวก็ได้นะ"
แคเซียร์กำลังจะดึงตระกล้าของกินไปเท็ดก็ดึงกลับมา ทำให้ทั้งสองชะงักไป"ไม่ครับ ผมยังไม่ได้กิน ผมกินด้วยนะครับ" เท็ดพูดด้วยน้ำเสียงออดอ้อนและสายตาเว้าวอน
ทำให้แคเซียร์ที่เห็นหน้าเท็ดอย่างงั้นถึงกับหน้าแดงขึ้นมาจนเห็นได้ชัดและรีบดึงมือออกมาจากตระกล้าของกินอย่างรีบๆ และหันหน้าหนีเท็ดทำให้เธอถึงกับคิดว่า นี้เราเป็อะไรใจเรามันไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเลย หรือเราจะหัวใจวายกัน
ในขณะนั้นชายหนุ่มเ้าของเสียงออดอ้อนนั้นก็เรียกแคเซียร์ที่กำลังคิดกับตัวเองอยู่ "พี่สาว!พี่สาวเป็อะไรไหมครับ"
"ฉันไม่เป็ไร เรามากินด้วยกันเถอะ"แคเซียร์ตอบไปด้วยใบหน้าที่ยังไม่หายแดงและท่าทางที่เหมือนสาวน้อยใสซื่อพบรักแรกที่โชคชะตานำมา
แคเซียร์ได้แต่แอบคิดในส่วนลึกของจิตใจ "ถ้าหยุดเวลาไว้ใน่เวลานี้ได้ก็คงจะดี แต่มันก็เป็เพียงความฝันที่ไม่มีวันเป็จริง สักวันความสุขที่อยู่ตรงหน้าก็จะเป็เพียงความทรงจำ"
่เวลานี้เปรียบได้กับลมสงบก่อนที่พายุลูกใหญ่จะเข้าในอีกไม่นาน
จบ บทที่ 7 เจ็บแปล๊บที่อก
โปรดติดตามตอนต่อไป