สตรีในอาภรณ์สีชมพูถูกพามายังโถงใหญ่ของจวนอ๋องหุ้ย บุรุษในอาภรณ์ดำนั่งอยู่ข้างพระสนมฮั่วและอ๋องสามทั้งสามนั่งดูหญิงสาวถูกบ่าวในจวนพามายังโถงของจวน ด้านข้างมีโถเหล้าวางอยู่ หญิงสาวมองโถเหล้านั้นด้วยใบหน้าซีดขาว
"มาแล้วหรือนังตัวดี"
"พระสนมฮั่ว ท่านพี่ ท่านอ๋องสาม เกิดอะไรขึ้นเพคะ"
"ยังมีหน้าทำไขสือ เจ้าทำอะไรลงไป"
"พระสนมพูดถึงเรื่องอันใดกันเพคะ หม่อมฉันไม่รู้เรื่องจริง ๆ "
"เจ้าบอกว่าเจ้าไม่รู้เรื่องเช่นนั้นหรือ ลากตัวบ่าวรับใช้คนสนิทของนางมาสิ"
พระสนมฮั่วเอ่ยด้วยเสียงที่แฝงความโกรธเกรี้ยวอยู่หลายส่วน 'ตั้งแต่แต่งนางเข้าจวนมา ก็มีแต่เรื่องปวดหัวทุกวันจริง ๆ' บ่าวรับใช้คนสนิทของจิ่งรั่วถูกลากเข้ามา สภาพของนางถูกโบยจนเลือดซึมไปทั้งตัว ใบหน้าซีดเซียวเพราะถูกทรมานมาอย่างหนัก
"ทูลพระสนม บ่าวรับใช้คนสนิทของพระชายารองได้เปิดปากแล้วพะยะค่ะ นางบอกว่าได้ใส่หญ้ารัญจวนลงในเหล้าของท่านอ๋องเพื่อให้ท่านอ๋องมีใจเสน่หาในตัวพระชายารองพะยะค่ะ"
"ไม่จริงนะเพคะ หม่อมฉันถูกใส่ร้าย"
"นางยังบอกอีกว่่า เรื่องที่พระชายารองทำลายข้าวของก็เพื่อให้ท่านอ๋องมาหานาง เพื่อให้นางได้มีโอกาสสับเปลี่ยนเหล้าที่ผสมหญ้ารัญจวนในห้องพะยะค่ะ"
"ไม่จริง เจ้าอย่ามาใส่ร้ายข้า"
จิ่งรั่วตะโกนขึ้น
"เด็ก ๆ ปิดปากนาง ข้าได้ยินเสียงนางแล้วรู้สึกปวดหัวเสียจริง"
"ช้าก่อนท่านแม่ ข้ามีเรื่องที่ยังอยากจะถามนาง"
อ๋องหุ้ยเอ่ยขึ้น ชายหนุ่มมองไปยังจิ่งรั่วที่นั่งอยู่บนพื้นข้าง ๆ บ่าวรับใช้คนสนิทของตน แต่นางกลับมิได้สนใจในบ่าวรับใช้คนสนิทของตนแม้แต่น้อย แม้ว่าบ่าวรับใช้ของนางจะได้รับบาดเจ็บจนมิสามารถครองสติไว้ได้
"หากมิใช่เจ้าที่ใส่หญ้ารัญจวนให้ข้า เช่นนั้นจะเป็นใครกัน"
"เป็นนางที่คิดอยากปีนเตียงท่านพี่แน่นอนเพคะ นางคงอยากให้ท่านพี่..."
"เหลวไหล บ่าวที่ไหนจะอาจหาญถึงเพียงนั้นหากไม่มีนายคอยให้ท้าย"
"หม่อมฉัน...."
"เจ้ามิรู้หรือว่า ผู้ที่เสพหญ้ารัญจวนไม่ว่าทางใดก็ตามจะมีผลอย่างไร"
"หม่อมฉันไม่ทราบเพคะ"
จิ่วรั่วเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเบาจนแทบจะไม่ได้ยิน
"แล้วคนที่อยู่ในห้องข้าล่ะ"
"นังแพศยาคนนั้นน่ะเหรอ หม่อมฉันใช้มีดแทงมันก่อนที่มันจะหนีไป..."
"เจ้ามิรู้หรือว่านางเป็นใคร"
จิ่งรั่วเงียบไปก่อนจะส่ายหัวไปมาช้า ๆ เมื่อคืนนั้นกว่าที่นางจะทราบว่าอ๋องหุ้ยพาสตรีมานอนในห้องของเขาก็นานพอควร ตอนที่นางเข้าไปในห้องนั้นกลิ่นหญ้ารัญจวนได้ลอยคลุ้งแล้วซึ่งหญิงสาวคิดเอาเองว่าอ๋องหุ้ยน่าจะได้ดื่มเหล้านั้นไปเรียบร้อยแล้ว และคงกำลังรุ่มร้อนตามหาตัวนาง แต่เมื่อเข้าไปบนด้านในกลับพบเงาคนที่นอนอยู่บนเตียงรูปร่างดั่งสตรีนางจึงคว้ามีดที่อยู่แถวนั้นเดินเข้าไปแทงร่างนั้นทันที ร่างที่ถูกแทงผุดลุกขึ้นวิ่งหนีออกไปอย่างรวดเร็ว ด้วยห้องที่ไร้ซึ่งแสงเทียนและแสงจันทร์จึงทำให้หญิงสาวไม่สามารถมองเห็นเจ้าของร่างนั้นได้อย่างชัดเจน
"นางเป็นใครกัน"
พระสนมฮั่วเอ่ยถามอ๋องหุ้ย
"...."
ชายหนุ่มมิได้ตอบสิ่งใด คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันดั่งกำลังจมดิ่งอยู่ในความคิดของตนเอง เมื่อเห็นว่าบุตรชายมิต้องการให้ทราบว่าสตรีที่พามาคือใคร พระสนมฮั่วจึงมิได้สนใจถามต่อ
"พวกเจ้าจงฟัง ให้พระชายารองอยู่แต่ในเรือน หากมิได้รับคำสั่งจากข้าหรือท่านอ๋อง ห้ามมิให้นางก้าวออกจากเรือนแม้เพียงก้าวเดียว ใครละเลยหน้าที่จับขายให้หมด"
"เพคะ/พะยะค่ะ"
เมื่อบ่าวไพร่พาจิ่งรั่วและบ่าวรับใช้คนสนิทของนางออกไปแล้ว พระสนมฮั่วที่ยังคงกลุ้มใจเรื่องของบุตรชายได้หันไปหาอ๋องสามที่ยังคงนั่งอยู่ตรงนั้น"
"เจ้าสาม จะทำอย่างไรดี ตอนนี้เรื่่องนี้คงถูกเล่าลือไปทั่วเมืองแล้ว"
"เรื่องนั้นพระสนมอย่าได้ทรงกังวลไป พรุ่งนี้ก็จะเป็นวันมงคลของอ๋องสี่แล้ว รอให้ถึงพรุ่งนี้พวกเขาคงจะมีเรื่องอื่นให้พูดแทนแล้วพะยะค่ะ"
อ๋องหุ้ยที่ได้ยินพลันใช้กำปั้นทุบเก้าอี้ก่อนจะขอตัวกลับเรือน พระสนมฮั่วและอ๋องสามมองตามอ๋องหุ้ยที่เดินออกไปโดยคิดว่าเขาคงจะไม่พอใจที่กลายเป็นตัวตลกของชาวเมืองอย่างแน่นอน