ตอนที่สามสิบเจ็ด Phantom Pain
ความเจ็บปวดของอวัยวะที่ไม่มีอยู่แล้ว Phantom Pain นั้นคือเรื่องที่คนที่เจ็บปวดจากการสูญเสียอวัยวะหลายเคสกล่าวไว้ตรงกัน ตอนแรกคาดการณ์ว่าคือผลจากทางจิตวิทยาแต่ตอนหลังที่ความรู้เรื่องประสาทวิทยา neurology พัฒนามากขึ้น ทำให้เราทราบมากขึ้นว่า ระบบประสาทที่สร้างความรู้สึกเกี่ยวกับอวัยวะที่ขาดหายไปนั้นยังอยู่ในสมองของเรา
แม้อวัยวะจะขาดหายไปแล้ว
อดีตจะผ่านไปแล้ว
ความเจ็บปวดของเราก็ยังคงอยู่ในสมอง
และมันยังคงเป็นของจริง
มันเกิดขึ้นในหัวของเธอนะแฮร์รี่ แต่ทำไมมันถึงจะไม่ใช่เรื่องจริงล่ะ?
ดั่งที่ดัมเบิ้ลดอร์กล่าวไว้นั่นเอง
เห็นคานาเอะอีกครั้ง ความทรงจำหลายอย่างของโอตะก็พรั่งพรูออกมา
เรื่องราวที่ไม่อยากนึกถึง ความรู้สึกที่ยากจะลืม
เสียงสะท้อนของโอตะยังอยู่ในตัวผมนั่นเองแม้คานาเอะจะร้องไห้สะอื้น
แม้ผมจะไม่สะอื้นก็มีน้ำตาไหลออกมาเช่นกัน
เอ๊ะ
ทำไมผมไม่ไปหาคานาเอะ ทั้งที่เธอน่าจะเป็นหนึ่งในตัวละครที่ชวนเข้าปาร์ตี้ได้ง่ายที่สุด
เรื่องปัญหาที่ตามมากับพวกพี่สูทดำงั้นหรือ?
ก็เป็นไปได้ ที่ว่าผมไม่ไปหาตอนที่ยังไม่มีพลังของ The Strength
ก็จะเจอปัญหาที่แก้ยาก
แต่พอมีพลังแล้วในฐานะนักเล่นเกมส์ ผมมองว่าแค่พี่สูทดำเป็นแค่ exp ฟรีๆเท่านั้นล่ะ
เราคำนวณอันตรายกับผลประโยชน์เสมอ หากมองในแง่หนึ่ง สู้กับพี่สูทดำยังอันตรายน้อยกว่าไปสู้กับพวกเงาชาโด้วในดันเจี้ยนวิญญาณต่างๆเสียอีก
ผมควรจะมองพวกพี่สูทดำหรือหัวโมฮอว์กเป็นแหล่งฟาร์มexpชั้นดีในการสู้ด้วย การโดนนักเลงหรือบอร์ดี้การ์ดอัดแม้จะแพ้ก็ยังปลอดภัยกว่าไปโดนชาโด้วโจมตีในดันเจี้ยนของมิติเบื้องหลัง
ทำไมผมถึงคิดหลีกเลี่ยงสถานที่แถวนี้ในตอนแรก..
ผมตัวชาวาบขึ้นมา
มันไม่ใช่ความคิดของผม
มันคือความคิดของโอตะ
อะไรที่ผมลังเล โอตะสามารถผลักไปในทางที่เขาต้องการได้ ในด้านความรู้สึกของเขาเองที่รุนแรงกว่าผม
ผมเปลี่ยนใจมาที่ตรงนี้เพราะผมตั้งมั่นแน่วแน่จากการที่อาจารย์บอกว่าต้องมาเกี่ยวพันกับพวกสี่ตระกูล
ผมถึงมองว่าเป็นเรื่องที่ควรทำ ตามเนื้อเรื่องของเกมส์และนี่คือเควสต์ธรรมดา
ตอนที่ผมลังเล ความรู้สึกของโอตะจะมีผลมากกว่าหรือนี่?
มันเป็นอะไรที่ซับซ้อนที่ผมคิดว่าหากผมไม่ได้สู้กับเขาก่อนหน้านี้ ในการต่อสู้ของจิตใจ ท่าทางบุคลิกผมคงจะมีปัญหามากกว่านี้แน่ๆ
เมื่อคุณเดินทางเข้าไปในถนนแห่งจิตใจและความทรงจำ
When you walk down the memory lanes.
มันมีความทรงจำมากมายและความรู้สึกมากมายที่คอยหลอกหลอนคุณ
“ฮือออ”
คานาเอะยังร้องไห้ข้างๆผม
ผมต้องควักน้ำอัดลมออกมาดื่มย้อมใจอีกครั้งและถอนหายใจ
“เฮ้อ คานาเอะจัง เธอนี่เข้มแข็งมากๆเลยนะ ในการที่มาร้องไห้กับผู้ชายที่เธอปฏิเสธไปแล้วนี่”
มันคือความทรงจำของโอตะ ผมพยายามเคารพความเป็นส่วนตัวของเขาแม้พยายามจะรับจิตใจและวิญญาณของเขามา
ผมคิดว่าอาจจะต้องนั่งสมาธิในภายหลังเพื่อรวมสมาธิและความทรงจำต่างๆให้เป็นหนึ่งเดียวอย่างแท้จริง
ความรู้สึกจากอดีตมันกดทับเรามาจนถึงปัจจุบันและจะมีอีกต่อไปในอนาคต
หากเรายังไม่สามารถหาจุดสิ้นสุดให้กับมันได้
นี่คือสาเหตุที่ผมและโอตะคิดตรงกันสินะ ว่าไปผจญภัยในดันเจี้ยนมิติเบื้องหลังดีกว่าที่จะมาเพิ่มโซเชี่ยลลิงก์ Social Link ค่าความสัมพันธ์กับตัวละครอื่นๆ
ผมคิดว่าเธอไม่ได้แกล้งร้องไห้ก่อนหน้านี้
หรือแม้จะแกล้งร้องไห้ก็ไม่น่าจะพ้นสายตาของผมได้
แต่เธอหยุดชะงักทันทีเมื่อได้ยินประโยคที่ผมพูดหรือประโยคที่โอตะค้างคาในใจมานาน
“ชิสึกะจัง เธอพูดอะไรน่ะ เธอต่างหากที่ไม่ติดต่อมา ฮึบ” จมูกของเธอแดงเล็กน้อยแต่ถามผมอย่างสงสัย
น๊านิ๊ นี่มัน
มุกความเข้าใจผิดสมัยเด็กที่ส่งผลมาถึงปัจจุบันหรือนี่?
ผมพยายามใช้พลังจิตผสานกับการฟังเสียงหัวใจประกอบการพิจารณา..เธอ...ไม่ได้โกหก
หรือไม่ก็โกหกเก่งมากจนสามารถหลอกพลังจิตจับความรู้สึกและประสาทสัมผัสของผมได้ อย่างใดอย่างหนึ่งนี่ล่ะ
คนเราต้องมีจิตใจเปิดกว้าง ผมเองก็ไม่ใช่ว่าเป็นคนที่ไม่เคยทำเรื่องผิดพลาด
นี่ผมต้องเคลียร์ปัญหาเพื่อนสมัยเด็กที่จากกันมานานและทะเลาะกันเพราะความเข้าใจผิดหรือนี่?
ไม่เอานะ
ผมอยากจะไปผจญภัยในดันเจี้ยนมากกว่า มันเรียบง่ายกว่าเยอะ
พี่สูทดำหรือโมฮอว์กก็ได้มาขัดจังหวะตอนนี้ที

โอตะตอนเด็ก

โอตะตอนโต