บรรยากาศของโลกภายนอกสำนักกระบี่เมฆาคล้อยนั้นช่างแตกต่างจากสิ่งที่หลินเฟยเคยััมาตลอดสิบปีอย่างสิ้นเชิง ไม่มีกฎเกณฑ์ที่ถูกเขียนขึ้นโดยผู้าุโจอมปลอม ไม่มีคำสอนเื่คุณธรรมและจริยธรรมที่ถูกนำมาใช้บังหน้าเพื่อปกปิดความโสมม มีเพียงกฎแห่งธรรมชาติอันโหดร้าย กฎที่ผู้แข็งแกร่งกลืนกินผู้อ่อนแอ กฎที่ถูกจารึกไว้ด้วยเืและคมดาบ เมืองศิลาดำที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้าของเขานี้ คือตัวแทนที่สมบูรณ์แบบที่สุดของสัจธรรมข้อนั้น กำแพงเมืองที่ถูกสร้างขึ้นจากหินอัคนีสีดำทะมึนดูดกลืนแสงตะวันยามบ่ายจนดูมืดมิดและเ็า ความสูงของกำแพงทะลุขึ้นไปบนท้องฟ้ากว่าห้าสิบจั้ง บนยอดกำแพงมีร่องรอยของการต่อสู้ รอยไหม้จากเวทมนตร์ และคราบเืสีน้ำตาลเข้มที่ฝังรากลึกจนไม่อาจชะล้างออกได้ บ่งบอกถึงประวัติศาสตร์การนองเืที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่านับร้อยนับพันปี
หลินเฟยก้าวเดินผ่านประตูเหล็กกล้าขนาดั์ที่เปิดอ้าอยู่ตลอดเวลา ทันทีที่เท้าของเขาเหยียบลงบนถนนที่ปูด้วยหินขรุขระภายในเมือง กลิ่นอายของความวุ่นวายก็พุ่งเข้าปะทะประสาทััทันที ถนนหนทางคับคั่งไปด้วยผู้คนหลากหลายชนชั้นและเผ่าพันธุ์ มีั้แ่นักดาบพเนจรที่สวมชุดเกราะเต็มไปด้วยรอยขีดข่วน พ่อค้าที่สวมเสื้อผ้าหรูหราแต่แฝงไปด้วยความเ้าเล่ห์ นักบวชจากลัทธินอกรีตที่พึมพำคาถาประหลาดตลอดเวลา ไปจนถึงทาสที่ถูกล่ามโซ่ตรวนเดินตามหลังเ้านายอย่างสิ้นหวัง เสียงะโด่าทอ เสียงต่อรองราคาสินค้า และเสียงการปะทะกันด้วยอาวุธดังขึ้นเป็ระยะในตรอกซอกซอยที่มืดมิด ไม่มีใครสนใจความตายของผู้อื่น ศพที่ถูกทิ้งอยู่ริมถนนจะถูกสุนัขจรจัดหรือหน่วยเก็บกวาดของเมืองนำไปทิ้งอย่างไร้ค่า
หลินเฟยดึงฮู้ดของเสื้อคลุมสีดำขึ้นมาปิดบังใบหน้าครึ่งบนของตนเอง เขากลมกลืนไปกับฝูงชนได้อย่างแเี รังสีลมปราณระดับสร้างฐานขั้นต้นถูกสะกดและเก็บงำไว้อย่างมิดชิดภายในจุดตันเถียน หากมองจากภายนอก เขาดูเหมือนเด็กหนุ่มพเนจรธรรมดาที่ไม่มีพิษสงใดๆ ทว่าภายใต้ท่าทีที่เงียบสงบนั้น ประสาทััของเขาเปิดกว้างจนถึงขีดสุด เขาสามารถได้ยินเสียงหัวใจเต้นของคนที่เดินสวนทางมา สามารถดมกลิ่นยาพิษที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อของนักฆ่าที่ยืนพิงกำแพงอยู่ห่างออกไปสิบก้าว และสามารถประเมินระดับพลังของผู้คนรอบตัวได้อย่างรวดเร็ว
จิติญญาแห่งศาสตราไร้ลักษณ์ส่งเสียงครางหึ่งๆ ในห้วงความคิดของเขา มันกำลังตื่นเต้นกับกลิ่นอายแห่งความตายและการเข่นฆ่าที่ลอยคลุ้งอยู่ในเมืองแห่งนี้ ช่างเป็สถานที่ที่น่ารื่นรมย์เสียนี่กระไร กลิ่นอายของความโลภและความสิ้นหวังช่างหอมหวาน เ้าควรจะใช้สถานที่แห่งนี้เป็โรงหลอมเพื่อขัดเกลาจิตสังหารของเ้าให้แหลมคมยิ่งขึ้นไปอีก เด็กน้อย
ข้าไม่ได้มาที่นี่เพื่อเข่นฆ่าอย่างไร้จุดหมาย หลินเฟยตอบกลับในใจด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็น ข้ามาที่นี่เพื่อค้นหาเส้นทางสู่ทะเลทรายโลหิต ข้า้าข้อมูล แผนที่ และเสบียงสำหรับการเดินทางที่ยาวนาน การฆ่าฟันจะเป็เพียงแค่ผลพลอยได้หากมีพวกสวะมารนหาที่ตายเอง
หลินเฟยเดินลัดเลาะไปตามถนนสายหลัก สองข้างทางเต็มไปด้วยร้านค้าและแผงลอยที่ขายของแปลกประหลาดมากมาย มีทั้งอาวุธที่อาบยาพิษ คัมภีร์ยุทธ์ที่เปื้อนเื ชิ้นส่วนของสัตว์อสูรระดับสูง และยาวิเศษที่ไม่ได้มาตรฐาน แต่เป้าหมายของเขาไม่ใช่ร้านค้าเหล่านี้ เขามองหาแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือที่สุดในเมืองคนบาป สถานที่ที่เป็ศูนย์รวมของเหล่านักล่าค่าหัว ทหารรับจ้าง และผู้สืบข่าว นั่นคือโรงเตี๊ยม
ในที่สุด เขาก็มาหยุดอยู่หน้าอาคารไม้สามชั้นที่ดูเก่าแก่และทรุดโทรม แต่กลับมีขนาดใหญ่โตกว่าอาคารหลังอื่นๆ ในละแวกนั้น ป้ายไม้หน้าร้านที่ถูกฟันจนบิ่นมีตัวอักษรสีแดงเืเขียนไว้ว่า โรงเตี๊ยมอสูรเมรัย เหนือประตูทางเข้ามีหัวกะโหลกของสัตว์อสูรระดับสี่ประดับอยู่ บ่งบอกถึงความเกรงขามของเ้าของสถานที่ เสียงหัวเราะที่หยาบคายและเสียงกระแทกจอกสุราดังทะลุออกมาถึงด้านนอก หลินเฟยผลักประตูไม้บานสวิงและก้าวเดินเข้าไปด้านใน
บรรยากาศภายในโรงเตี๊ยมมืดสลัว แสงสว่างมาจากตะเกียงน้ำมันที่แขวนอยู่ตามเสาไม้ซึ่งส่งกลิ่นเหม็นไหม้ของน้ำมันสัตว์ ควันไฟจากยาสูบและเตาย่างเนื้อคลุ้งไปทั่วบริเวณจนแสบตา โต๊ะไม้และเก้าอี้ถูกจัดวางอย่างระเกะระกะ ผู้คนนับร้อยชีวิตกำลังนั่งดื่มกินและพูดคุยกันเสียงดังลั่น ส่วนใหญ่เป็ชายฉกรรจ์ที่มีรอยแผลเป็เต็มใบหน้า อาวุธหนักเบาถูกวางไว้บนโต๊ะหรือพิงไว้ข้างตัวพร้อมใช้งานตลอดเวลา ทันทีที่หลินเฟยก้าวเข้ามา สายตาหลายสิบคู่ก็ตวัดมามองที่เขาทันที พวกมันประเมินผู้มาใหม่เหมือนฝูงหมาป่าประเมินเหยื่อ แต่เมื่อเห็นเพียงเด็กหนุ่มในชุดคลุมเก่าๆ ที่ดูไม่มีทรัพย์สินมีค่า พวกมันก็ละความสนใจและหันกลับไปสนใจสุราในจอกของตนเองต่อ
หลินเฟยไม่ได้สนใจสายตาเ่าั้ เขาเดินตรงไปยังเคาน์เตอร์ไม้กระดานที่อยู่ลึกเข้าไปด้านในสุดของโรงเตี๊ยม ด้านหลังเคาน์เตอร์มีชายวัยกลางคนรูปร่างอ้วนท้วนสวมแว่นตาข้างเดียว กำลังใช้ผ้าขี้ริ้วเช็ดจอกสุราอย่างเกียจคร้าน ชายผู้นี้คือเถ้าแก่ของโรงเตี๊ยม ผู้ซึ่งเป็แหล่งข่าวที่กว้างขวางที่สุดในเมืองศิลาดำ
รับอะไรดีไอ้หนู สุรากลั่นราคาถูก หรือว่าน้ำเปล่า เถ้าแก่ถามโดยไม่เงยหน้าขึ้นมอง น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความดูแคลน
ข้า้าแผนที่ที่ละเอียดที่สุดของทะเลทรายโลหิต และข้อมูลเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวล่าสุดในพื้นที่นั้น หลินเฟยกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่หนักแน่น
เถ้าแก่ชะงักมือที่กำลังเช็ดจอกสุรา เขาเงยหน้าขึ้นมองหลินเฟยผ่านแว่นตาข้างเดียว แววตาของเขาเปลี่ยนจากความดูแคลนเป็ความประหลาดใจระคนสงสัย ทะเลทรายโลหิตงั้นรึ เ้าหนู เ้ารู้หรือไม่ว่าที่นั่นไม่ใช่สถานที่สำหรับเด็กวิ่งเล่น แม้แต่ทหารรับจ้างระดับแก่นแท้ยังต้องคิดให้ดีก่อนจะเหยียบย่างเข้าไป ยิ่ง่นี้มีข่าวลือว่าเกิดพายุโลหิตคลั่งที่ใจกลางทะเลทราย สัตว์อสูรดุร้ายมากมายพากันอพยพหนีตายออกมายังเขตรอบนอก หากเ้าเข้าไป ก็เท่ากับเอาชีวิตไปทิ้งเปล่าๆ
นั่นไม่ใช่กงการอะไรของท่าน ข้าถามหาแผนที่ หากท่านมีก็บอกราคามา หลินเฟยตัดบทอย่างไม่แยแส เขาล้วงมือเข้าไปในสาบเสื้อและหยิบเอาแก่นอสูรหมาป่าเงาทมิฬระดับสองที่เขาเก็บสะสมไว้ออกมาห้าเม็ด วางลงบนเคาน์เตอร์ไม้ แก่นอสูรเหล่านี้เปล่งประกายสีดำทึบและแฝงไปด้วยพลังิญญาบริสุทธิ์
ดวงตาของเถ้าแก่เบิกกว้างเมื่อเห็นแก่นอสูรระดับสองที่มีคุณภาพสูงเช่นนี้ ความโลภปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขาทันที แก่นอสูรหมาป่าเงาทมิฬระดับสอง แถมยังสมบูรณ์แบบขนาดนี้ ไม่เลวเลยไอ้หนู แต่แค่นี้ยังไม่พอหรอกนะ แผนที่ทะเลทรายโลหิตฉบับปรับปรุงใหม่ล่าสุดที่ระบุตำแหน่งของโอเอซิสและรังของสัตว์อสูร มีมูลค่ามากกว่านี้อย่างน้อยสามเท่า
หลินเฟยรู้ดีว่าเถ้าแก่กำลังพยายามจะขูดรีดเขา สันดานของพ่อค้าในเมืองคนบาปย่อมไม่ยอมเสียเปรียบผู้ใด หลินเฟยไม่ได้โต้เถียง เขาเพียงแค่ขยับปลายนิ้วชี้ขวาเบาๆ โคจรพลังปราณสีทองแดงที่ซ่อนอยู่ในจุดตันเถียนให้ไหลทะลักออกมาเพียงเสี้ยวเดียว พลังปราณนั้นถูกควบแน่นและส่งผ่านอากาศไปกดทับที่หน้าอกของเถ้าแก่อย่างรวดเร็วและแม่นยำ
อึก เถ้าแก่สะดุ้งเฮือก ใบหน้าอ้วนท้วนเปลี่ยนเป็สีซีดเผือด เขารู้สึกราวกับมีเข็มเหล็กนับหมื่นเล่มจ่ออยู่ที่ขั้วหัวใจ ความกดดันที่เย็นเยียบและเต็มไปด้วยกลิ่นอายของการสังหารทำให้เขาสั่นสะท้านไปทั้งตัว เขาตระหนักได้ในทันทีว่าเด็กหนุ่มเบื้องหน้าไม่ใช่หมูให้เชือด แต่เป็มัจจุราชที่พร้อมจะปลิดชีพเขาได้เพียงแค่พลิกฝ่ามือ
ห้าเม็ด สำหรับแผนที่ และข้อมูลทั้งหมดที่ท่านรู้เกี่ยวกับพายุโลหิตคลั่ง หลินเฟยกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เ็าจนบาดลึกถึงกระดูก ท่านคิดว่าราคานี้ยุติธรรมหรือไม่ เถ้าแก่
ยุ ยุติธรรม ยุติธรรมที่สุดขอรับนายท่าน เถ้าแก่ละล่ำละลักตอบ เหงื่อเย็นไหลแตกพลั่กเต็มหน้าผาก เขารีบกวาดเอาแก่นอสูรทั้งห้าเม็ดเก็บใส่ลิ้นชักด้วยมือที่สั่นเทา ก่อนจะก้มลงไปรื้อค้นใต้เคาน์เตอร์และหยิบเอาม้วนหนังแกะที่เก่าคร่ำคร่าออกมาม้วนหนึ่ง พร้อมกับกระดาษบันทึกอีกสองสามแผ่น
นี่คือแผนที่ที่ละเอียดที่สุดที่ข้ามีขอรับ ส่วนเื่พายุโลหิตคลั่ง ข่าวลือบอกว่ามันเริ่มก่อตัวขึ้นเมื่อประมาณครึ่งเดือนก่อน ใจกลางทะเลทรายมีแสงสีแดงประหลาดสว่างวาบขึ้นมา จากนั้นพายุทรายสีเืก็พัดกระหน่ำทำลายทุกสิ่ง ผู้คนที่รอดชีวิตกลับมาเล่าว่า พวกเขาได้ยินเสียงคำรามของบางสิ่งที่เก่าแก่และทรงพลังยิ่งกว่าสัตว์อสูรใดๆ ที่เคยพบเจอ บางคนถึงกับอ้างว่าเห็นเงาของดาบขนาดั์ตกลงมาจากฟากฟ้า แต่ก็ไม่มีใครกล้าเข้าไปพิสูจน์ความจริง
หลินเฟยรับม้วนแผนที่และกระดาษบันทึกมาเก็บไว้ในสาบเสื้อ แววตาของเขาทอประกายความตื่นเต้นอย่างปิดไม่มิด เสียงคำรามเก่าแก่ เงาของดาบขนาดั์ สิ่งเหล่านี้สอดคล้องกับลักษณะของชิ้นส่วนศาสตราไร้ลักษณ์อย่างไม่มีผิดเพี้ยน ดูเหมือนว่าการเดินทางครั้งนี้จะน่าสนใจกว่าที่เขาคิดไว้มาก เขาหันหลังเตรียมจะเดินออกจากโรงเตี๊ยมเพื่อเตรียมเสบียงสำหรับการเดินทางในวันรุ่งขึ้น
ทว่าโชคชะตามักจะไม่ยอมให้ผู้แข็งแกร่งได้จากไปอย่างเงียบๆ ทันทีที่หลินเฟยหันหลังกลับ ร่างของชายฉกรรจ์สามคนก็เดินเข้ามาขวางทางของเขาเอาไว้ ชายที่เป็หัวหน้ากลุ่มมีรูปร่างสูงใหญ่กำยำ ผิวสีทองแดงเต็มไปด้วยมัดกล้าม ใบหน้าของมันมีรอยแผลเป็ยาวั้แ่หางตาซ้ายพาดผ่านสันจมูกลงมาถึงมุมปากขวา ดูน่าเกรงขามและดุร้าย มันสวมเกราะหนังที่ทำจากเกล็ดสัตว์อสูร ในมือถือดาบใหญ่ใบกว้างที่เปื้อนคราบเืแห้งกรัง มันคือ กู่หน้าบาก หัวหน้ากลุ่มทหารรับจ้างหมาป่าทราย ผู้มีระดับพลังอยู่ในขอบเขตสร้างฐานขั้นกลาง และเป็หนึ่งในผู้มีอิทธิพลของย่านนี้
เดี๋ยวก่อนไอ้หนู กู่หน้าบากเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแหบพร่าและก้าวร้าว มันใช้สายตาหยาบคายกวาดมองหลินเฟยั้แ่หัวจรดเท้า เมื่อครู่ข้าเห็นเ้าควักแก่นอสูรระดับสองออกมาจ่ายค่าแผนที่อย่างหน้าตาเฉย ดูเหมือนว่าเ้าจะร่ำรวยไม่เบาเลยนะ สำหรับคนแปลกหน้าที่เพิ่งเข้ามาในเมืองศิลาดำ เ้าควรรู้กฎของที่นี่ การจะเดินถนนได้อย่างปลอดภัย เ้าต้องจ่ายค่าคุ้มครองให้แก่กลุ่มหมาป่าทรายของข้า ส่งแก่นอสูรทั้งหมดที่เ้ามีในตัวมาให้ข้า พร้อมกับแผนที่ม้วนนั้นด้วย แล้วข้าจะอนุญาตให้เ้าเดินออกจากโรงเตี๊ยมนี้แบบมีลมหายใจ
บรรยากาศภายในโรงเตี๊ยมเงียบสงบลงในพริบตา ผู้คนรอบด้านต่างหยุดการสนทนาและหันมามองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยความสนใจ หลายคนแสยะยิ้มเยาะเย้ย พวกเขาคิดว่าเด็กหนุ่มต่างถิ่นคนนี้คงต้องจบชีวิตลงอย่างน่าสมเพช หรือไม่ก็ถูกปล้นจนหมดตัว ไม่มีใครกล้าสอดมือเข้ายุ่งเื่ของกู่หน้าบาก เพราะกลุ่มหมาป่าทรายมีสมาชิกนับร้อยคนและมีความโเี้เป็ที่เลื่องลือ
หลินเฟยหยุดยืนนิ่ง เขามองหน้ากู่หน้าบากด้วยสายตาที่ว่างเปล่า ไร้ซึ่งความหวาดกลัวหรือความโกรธเคือง ราวกับกำลังมองก้อนหินที่ขวางทางเดิน ข้าไม่มีเวลามาเล่นสนุกกับพวกสวะ ถอยไปซะ ก่อนที่ข้าจะเปลี่ยนใจ หลินเฟยกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ แต่แฝงไปด้วยแรงกดดันที่ทำให้ก้อนอากาศรอบๆ ตัวเริ่มสั่นไหว
กู่หน้าบากชะงักไปชั่วครู่ มันรู้สึกถึงรังสีอำมหิตที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวเด็กหนุ่ม แต่มันก็ปัดความรู้สึกนั้นทิ้งไปอย่างรวดเร็ว ความเย่อหยิ่งและประสบการณ์การเป็อันธพาลมาหลายสิบปีทำให้มันเชื่อมั่นในพลังระดับสร้างฐานขั้นกลางของตนเอง สามหาว ไอ้เด็กไม่สิ้นกลิ่นน้ำ แกกล้าลองดีกับข้า กู่หน้าบากงั้นรึ สงสัยวันนี้ข้าคงต้องสับร่างแกเป็ชิ้นๆ แล้วเอาไปโยนให้สุนัขกินเสียแล้ว พวกเรา สั่งสอนมัน
ลูกสมุนสองคนที่ขนาบข้างกู่หน้าบากชักอาวุธของตนเองออกมา คนหนึ่งถือดาบคู่ อีกคนถือขวานั์ พวกมันพุ่งตัวเข้าหาหลินเฟยพร้อมกัน โคจรพลังลมปราณระดับรวมปราณขั้นที่เก้า หมายจะสับเด็กหนุ่มให้แหลกคาที่
หลินเฟยถอนหายใจเบาๆ เขาไม่ได้ชักอาวุธ และไม่ได้ก้าวถอยหลัง เขาเพียงแค่ยกมือขวาขึ้นมา โคจรพลังปราณสีทองแดงในจุดตันเถียนให้ไหลเวียนไปยังปลายนิ้ว ปราณสีเืที่เข้มข้นและทรงอำนาจทะลักออกมา ควบแน่นเป็ใบมีดสั้นสีแดงสดใสที่ปลายนิ้วชี้และนิ้วกลาง การควบคุมพลังปราณให้เป็รูปธรรมขนาดเล็กและมีความหนาแน่นสูงเช่นนี้ เป็สิ่งที่ผู้ฝึกยตนระดับแก่นแท้ยังทำได้ยาก แต่หลินเฟยกลับทำได้อย่างเป็ธรรมชาติ
ฉึบ ฉึบ
เสียงแหวกอากาศดังขึ้นเพียงสองครั้งเบาๆ ร่างของลูกสมุนทั้งสองที่กำลังพุ่งเข้ามาหยุดชะงักกลางอากาศ อาวุธในมือของพวกมันร่วงหล่นลงพื้นเสียงดังเคร้ง ก่อนที่ร่างของพวกมันจะล้มตึงลงไปกองกับพื้น เืสีแดงสดพุ่งทะลักออกมาจากรอยแผลที่ถูกตัดขั้วหัวใจอย่างแม่นยำและไร้ร่องรอย หลินเฟยใช้ใบมีดปราณสีเืที่ปลายนิ้วตัดขั้วหัวใจของพวกมันผ่านช่องว่างของเกราะหนังในชั่วพริบตา ความเร็วและความเด็ดขาดของการลงมือนั้นเหนือกว่าที่ใครจะคาดคิด
โรงเตี๊ยมทั้งหลังตกอยู่ในความเงียบงันที่น่าสะพรึงกลัว ไม่มีใครมองเห็นการลงมือของหลินเฟยอย่างชัดเจน พวกเขาเห็นเพียงลูกสมุนของกู่หน้าบากล้มลงตายราวกับใบไม้ร่วง กู่หน้าบากเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง ความหวาดกลัวเริ่มกัดกินจิตใจของมัน มันตระหนักได้ในทันทีว่าเด็กหนุ่มเบื้องหน้าไม่ใช่คนธรรมดา แต่เป็ยอดฝีมือที่ปกปิดพลังที่แท้จริงเอาไว้
กะ แกเป็ใครกันแน่ วิชาที่แกใช้มันคืออะไร กู่หน้าบากถอยหลังไปหนึ่งก้าว มันกระชับดาบใหญ่ในมือแน่น โคจรพลังปราณระดับสร้างฐานขั้นกลางจนสุดกำลัง ปราณสีเหลืองหม่นซึ่งเป็ธาตุดินทะลักออกมาคลุมร่างของมันเอาไว้ราวกับชุดเกราะศิลา ดาบใหญ่ในมือเปล่งประกายแสงสีเหลือง มันง้างดาบขึ้นสูง หมายจะใช้กระบวนท่าที่ทรงพลังที่สุดของมัน
วิชาที่จะส่งแกไปลงนรก หลินเฟยไม่ได้รอให้กู่หน้าบากโจมตีก่อน เขาใช้วิชาก้าวพริบตาอสรพิษ ร่างของเขาเลือนหายไปจากจุดเดิม ทิ้งไว้เพียงภาพติดตา กู่หน้าบากฟันดาบลงมาอย่างสุดแรง แต่กลับฟันโดนเพียงอากาศธาตุ พื้นกระดานไม้ของโรงเตี๊ยมถูกผ่าออกเป็รอยแตกลึก
หลินเฟยปรากฏตัวขึ้นทางด้านซ้ายของกู่หน้าบาก เขาไม่ได้ใช้ใบมีดปราณที่ปลายนิ้วอีกต่อไป แต่เขากำหมัดขวาแน่น ปราณสีทองแดงที่ดุดันและกระหายเืปะทุขึ้นห่อหุ้มกำปั้นของเขาราวกับหัวกะโหลกอสูรสีเื เขาชกหมัดออกไปข้างหน้าตรงๆ เข้าใส่ซี่โครงด้านซ้ายของกู่หน้าบาก
หมัดทะลวงไร้ลักษณ์
เปรี้ยงงงงงงงงงงงงง
เสียงปะทะดังสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าผ่ากลางโรงเตี๊ยม พลังปราณธาตุดินที่เคลือบเป็เกราะป้องกันของกู่หน้าบากถูกหมัดของหลินเฟยเจาะทะลุและบดขยี้อย่างง่ายดายราวกับเศษกระจก หมัดสีเืกระแทกเข้ากับซี่โครงของมันอย่างจัง เสียงกระดูกหักดังกร๊อบ ร่างของกู่หน้าบากที่มีน้ำหนักเกือบสามร้อยชั่ง ปลิวลอยละลิ่วกระเด็นทะลุกำแพงไม้ของโรงเตี๊ยมออกไปด้านนอก กระแทกเข้ากับกำแพงหินของอาคารฝั่งตรงข้ามจนกำแพงพังทลายลงมาทับร่างของมัน
ฝุ่นควันและเศษไม้ปลิวว่อนไปทั่วโรงเตี๊ยม ผู้คนนับร้อยที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างอ้าปากค้าง ตัวสั่นงันงก ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะสูดลมหายใจแรงๆ หัวหน้ากลุ่มหมาป่าทรายผู้ยิ่งใหญ่ ผู้มีพลังระดับสร้างฐานขั้นกลาง กลับถูกเด็กหนุ่มลึกลับต่อยกระเด็นทะลุกำแพงไปด้วยหมัดเดียว นี่มันสัตว์ประหลาดจากขุมนรกขุมไหนกัน
หลินเฟยค่อยๆ ลดหมัดลง ปราณสีทองแดงสลายหายไปกลับคืนสู่จุดตันเถียน เขาไม่แม้แต่จะปรายตามองผลงานการทำลายล้างของตนเอง เขาเดินก้าวข้ามซากปรักหักพังของกำแพงโรงเตี๊ยมออกไปด้านนอก กู่หน้าบากนอนจมกองเือยู่ใต้เศษหิน มันกระอักเืสีคล้ำออกมาไม่หยุด ซี่โครงด้านซ้ายแหลกละเอียด อวัยวะภายในบอบช้ำอย่างหนัก มันพยายามจะเงยหน้าขึ้นมองหลินเฟยด้วยสายตาที่หวาดกลัวและอ้อนวอน
ยะ อย่าฆ่าข้า ข้ายอมแล้ว ข้ามีหินิญญา ข้ามีทุกอย่างที่เ้า้า กู่หน้าบากละล่ำละลักด้วยเสียงที่แ่เบา
หลินเฟยเดินเข้าไปหยุดยืนอยู่ตรงหน้ามัน เขาก้มมองลงมาด้วยสายตาที่เยียบเย็นดุจมองดูแมลงชั้นต่ำ ข้าบอกเ้าแล้วว่าข้าไม่มีเวลาเล่นสนุกกับพวกสวะ และค่าผ่านทางของข้า ต้องจ่ายด้วยเื หลินเฟยยกเท้าขวาขึ้นและกระทืบลงไปที่กลางหน้าอกของกู่หน้าบากอย่างแรง
พลั่ก
เสียงกระดูกหน้าอกยุบตัวลง ทรวงอกของกู่หน้าบากถูกบดขยี้จนแบนราบ มันกระตุกเพียงครั้งเดียวก่อนจะสิ้นใจตายคาที่ หลินเฟยจัดการสลายพลังปราณและเดินจากร่างไร้ิญญานั้นไปอย่างสงบ ทิ้งความเงียบงันและความหวาดกลัวอย่างถึงที่สุดไว้ให้แก่ผู้คนในเมืองศิลาดำ ข่าวการปรากฏตัวของปีศาจหนุ่มในชุดดำที่สามารถสังหารยอดฝีมือระดับสร้างฐานขั้นกลางด้วยหมัดเดียว จะต้องแพร่กระจายไปทั่วเมืองในคืนนี้อย่างแน่นอน แต่นั่นก็ไม่ใช่สิ่งที่หลินเฟยสนใจ
หลินเฟยเดินกลับมาเช่าห้องพักที่สะอาดที่สุดในโรงเตี๊ยมอีกแห่งหนึ่งที่อยู่ห่างออกไป เมื่อปิดประตูห้องและลงค่ายกลป้องกันง่ายๆ เสร็จสิ้น เขาก็นั่งลงบนเตียงไม้ นำม้วนแผนที่และกระดาษบันทึกออกมาศึกษาภายใต้แสงตะเกียง แผนที่ระบุเส้นทางผ่านทะเลทรายโลหิตที่เต็มไปด้วยจุดอันตราย รังของอสรพิษทราย และโอเอซิสที่มีน้ำปนเปื้อนพิษ การเดินทางครั้งนี้จะเป็การทดสอบความแข็งแกร่งของร่างกายและจิตใจอย่างแท้จริง
เขาเก็บแผนที่ลงและหยิบเอาแก่นอสูรของอสรพิษเกล็ดเหล็กสีเืระดับสามที่ล่ามาได้จากช่องเขาออกมา แก่นอสูรขนาดเท่ากำปั้นนี้เปล่งประกายสีแดงสดและอัดแน่นไปด้วยพลังงานธรรมชาติที่รุนแรง หลินเฟยหลับตาลง นำแก่นอสูรวางไว้ที่จุดตันเถียน และเริ่มโคจรเคล็ดวิถีแห่งศาสตราไร้ลักษณ์ พลังปราณสีทองแดงพุ่งทะลักออกมากระโจนเข้าใส่แก่นอสูรและเริ่มกระบวนการดูดซับและกลั่นกรองพลังงานอย่างบ้าคลั่ง
คืนนี้ เขาจะใช้พลังงานจากแก่นอสูรระดับสามเพื่อเสริมสร้างความเสถียรให้กับขอบเขตสร้างฐานขั้นต้นของเขา และเตรียมพร้อมร่างกายให้ถึงขีดสุด การเดินทางสู่ใจกลางพายุโลหิตคลั่งเพื่อตามหาชิ้นส่วนที่สองของศาสตราไร้ลักษณ์ กำลังจะเริ่มต้นขึ้นในวันรุ่งขึ้น และเขาจะต้องเผชิญหน้ากับสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่ามนุษย์หน้าบากหรือสัตว์อสูรใดๆ ที่เคยพบเจอ พายุแห่งโชคชะตากำลังจะพัดกระหน่ำ และหลินเฟยพร้อมแล้วที่จะใช้คมกระบี่ของเขาทะลวงผ่านมันไป!