เซียนกระบี่จ้าวแห่งเทพยุทธ์

    ตอนที่ 36 ฝึกวิทยายุทธ

    หลังจากนั้นเทียนอี้ถึงได้พักผ่อนเล็กน้อยก่อนที่เช้าวันใหม่จะมาเยือนในที่สุด วันนี้เทียนอี้ตั้งใจว่าจะออกไปที่ป่าอสูรทิศใต้อีกครั้ง เพื่อไปฝึกฝน ทักษะวรยุทธที่ได้รับมาเมื่อวานทั้ง 3 เล่ม
    เช้าวันรุ่งขึ้นเทียนอี้ทำธุระส่วนตัวเสร็จเรียบร้อยก่อนที่จะออกจากโรงเตี๊ยม เพื่อเดินทางไปยังป่าอสูรที่อยู่ทางทิศใต้ของเมืองฟ้าคำรณ แต่วันนี้ก่อนที่จะออกจากโรงเตี๊ยม เทียนอี้สังเกตเห็นว่าในเมืองฟ้าคำรณมีความเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย
    โดยที่ไม่รู้ว่าผู้ที่ทำให้เมืองฟ้าคำรณวุ่นวายในตอนนี้คือตนเอง ว่าทั่วทั้งเมืองในตอนนี้ตระกูลฟาง กำลังส่งคนจำนวนมากออกไปสืบหาข่าวคราวที่เกี่ยวกับนายน้อยทั้งสองของตระกูลฟาง ที่หายตัวไปอย่างลึกลับ
    ก่อนที่เทียนอี้จะเดินทอดน่องไปทางทิศใต้เพื่อที่จะไปยังป่าอสูร หลังจากที่ใช้เวลาเดินทางมาสักพักใหญ่แล้วในที่สุดเทียนอี้ก็ได้มาถึงทางเข้าป่าอสูร และเดินเข้าไปด้านในป่าอสูรในที่สุดที่เทียนอี้ต้องมาฝึกถึงในป่าอสูรนั้นก็มีเหตุผลเช่นกัน
    นั้นเพราะไม่ว่าจะเป็นทักษะวรยุทธทักษะไหนร่วนแล้วแต่ต้องใช้พื้นที่ในการฝึกฝนทั้งสิ้น. โดยเฉพาะทักษะการเคลื่อนไหวอย่างท่าเท้าเงาจันทรา. เหลือเวลาอีกสามวันก่อนจะต้องไปรายงานตัวที่สำนักกระบี่ฟ้า เทียนอี้จึงตั้งใจจะใช้เวลาทั้งหมดสามวันนี้ในการฝึกวรยุทธ
    เทียนอี้เลือกที่จะฝึกทักษะท่าเท้าเงาจันทราก่อนเพราะทักษะด้านการเคลื่อนไหวนั้น จะช่วยในการในการควบคุมจังหวะของการใช้ออกของทักษะอื่นๆไดดีขึ้น และสามารถพลิกแพรงได้ตามสถานการณ์การต่อสู้จริงได้
    เทียนอี้ยืนหลับตาและนึกถึงทักษะท่าเท้าเงาจันทราที่ได้รับการแก้ไขด้วยตัวเองเมื่อคืนนี้ และเริ่มโคจรลมปราณจากจุดตันเถียนไปยังจุดต่างๆที่ขาตามแผนผัง ฝึบ! ฝึบ! ฝึบ! เทียนอี้เคลื่อนไหวไปข้างหน้าสามก้าวในพริบตา โดยที่เห็นเพียงเงาลางๆระหว่างการเคลื่อนไหวเท่านั้น
    ทักษะท่าเท้าเงาจันทรานั้นเมื่อฝึกฝนสำเร็จแล้ว ผู้ใช้ทักษะจะสามารถเคลื่อนไหว ไปได้ทุกที่โดยไร้เสียงและเหลือเพียงเงาที่อยู่ด้านหลัง เหมือนดั่งดวงจันทร์ที่หลงเหลือเอาไว้บนผิวน้ำ ถ้าฝึกฝนจนถึงขั้นสูงสุดจะสามารถสร้างภาพติดตาขึ้นมาเพื่อใช้สร้างความสับสนให้แก่ศัตรูได้
    เทียนอี้ใช้เวลาฝึกทักษะท่าเท้านี้เป็นเวลา 1 วัน 1 คืน ถึงสามารถใช้ออกได้ดั่งใจนึกจนสามารถเคลื่อนที่ไปที่ใดทิ้งไว้เพียงเอาไว้ด้านหลัง ในตอนนี้ไม่ว่าเทียนอี้จะเคลื่อนไหวไปที่ใดก็ดูพริ้วไหวสวยงามน่าหลงใหลดังภูติพรายใต้เงาจันทร์
    ในวันที่สองเทียนอี้เลือกที่จะฝึกเพลงกระบี่ทะนง กระบี่ทะนงนั้นทะนงสมชื่อ เรียบง่าย ทรงพลัง ดุดัน รุนแรง ไม่ว่าจะใช้ออกด้วยกระบวนท่าไดร่วนทรงอนุภาพเปี่ยมไปด้วยพลังการทำลายล้างยอมหักไม่ยอมงออย่างแท้จริง
    ด้วยเทียนอี้ก่อเกิดจิตรกระบี่แล้วการฝึกกระบี่ทนงจึงเป็ไปอย่างเรื่นไหลและรวดเร็วใช้เวลาเพียงครึ่งวันเพลงกระบี่ทะนงจึงฝึกฝนจนชำนาญ ใช้ออกได้ดังใจนึกความคุมได้ดังนิ้วมือบนร่างกาย ไม่มีจุดบกพร่องแม้แต่อย่างเดียว
    ในคืนวันนั้นเองเทียนอี้เริ่มฝึกผ่ามือเพลิงตะวันต่อทันที ถึงจะเป็นมือกระบี่ยามไร้กระบี่ก็ต้องสามมรถต่อสู้ได้เช่นกัน ดังนั้นการต่อสู้ด้วยมือเปล่าจึงจำเป็นเสมอ ผ่ามือเพลิงตะวันจะใช้ลมปราณสร้างความร้อนขึ้นมาที่ผ่ามือทั้งสองข้างสร้างเป็นพลังทำลายอันน่ากลัว
    แต่เพลิงที่สร้างขึ้นก็ยังไม่ร้อนแรงเท่าไดทำได้เพียงทำร้ายผิวหนังด้านนอกเท่านั้น แต่ถ้าฝึกจนถึงขอบเขตราชันที่สามารถประสานธาตุเข้าไปแล้วนั้นพลังทำลายจะน่ากลัวกว่าวรยุทธไดๆอีกมากมาย สามารถใช้ผ่ามือหลอมทะลายอาวุธของผู้อื่นได้ทันที
    แต่สำหรับเทียนอี้ผู้ที่ได้ครอบครองเปลวเพลิงทมิฬ ของมังกรบรรพกาลนั้นการใช้ออกด้วยผ่ามือเพลิงตะวันที่มีพลังทำลายมหาศาลนั้นง่ายยิ่งกว่าการดื่มน้ำเสียอีก ตอนนี้ถ้าเทียนอี้ใช้พลังทั้งหมดออกไปด้วยผ่ามือเพลิงตะวันต่อให้เป็นขอบเขตราชันขั้นสูงสุดก็จะถูกแผดเผากลายเป็นเถ้าถ่านในพริบตาเดียวเท่านั้น
    ทั้งหมดนี้เป็นเพราะการหนุนเสริมของเปลวเพลิงทมิฬของมังกรบรรพกาลนั้นเอง เทียนอี้ใช้เวลาทั้งหมด 3 วันอย่างคุ้มค่าที่สุด 3 วันสามารถฝึกสำเร็จทั้ง 3 วิชายุทธ ความเร็วระดับนี้ต่อให้เอาไปป่าวประกาศข้างนอกย่อมถูกหาว่าฝันกลางวันอยู่เป็นแน่
    แต่เทียนอี้ชายหนุ่มวัย 15 คนนี้ก็ทำได้สำเร็จจริงๆ และยังยกระดับเป็นทักษะระดับราชันขั้นสูงอีกด้วย ช่างเป็นการทุบทำลายความเข้าใจของมนุษย์บนโลกใบนี้จนไม่หลงเหลือชิ้นดีเลยจริงๆนับว่าผิดมนุษย์ และฝ่ากฎสวรรค์จนน่ากลัวราวกับเป็นเทพเซียนมาจุติทั้งอย่างนั้น
    ทางด้านตระกูลฟางตอนนี้ได้รับข่าวมาจากหญิงสาวที่ไปกับพวกฟางจั่ววันนั้นที่โรงเตี๊ยม ว่าพวกของฟางจั่วนั้นกำลังมีปัญหาความขัดแย้งกับเทียนอี้ จึงมีความเป็นไปได้ที่พวกของฟางจั่วและฟางเล่ยจะถูกเทียนอี้ลงมือสังหารไปแล้ว ได้ทราบเช่นนั้นฟางหลงนั่งคิดไตร่ตรองอยู่สักพักจึงลุกขึ้นทันที
    "ข้าจะไปที่สำนักจันทรเสี้ยวไปขอความร่วมมือ จากสำนักจันทรเสี้ยว เพื่อบีบบังคับสำนักกระบี่ฟ้าให้ส่งตัวเจ้าเทียนอี้นั้นออกมา ข้าไม่เชื่อหรอกว่าสำนักกระบี่ฟ้าจะยอมแตกหักกับตระกูลฟางเรา และสำนักจันทรเสียวพร้อมกัน และฟางจั่วยังเป็นศิษย์ในของสำนักจันทรเสียวอีกด้วย" พูดเสร็จฟางหลงก็นำคน 4-5 ไปที่สำนักจันทรเสี้ยวทันที
    กลับมาที่ป่าอสูรสามวันผ่านไปอย่างรวดเร็วตอนนี้เทียนอี้ยืนอยู่ริมหน้าผาของหลุมไร้ก้น ความรู้สึกแบบเดิมยังคงอยู่เหมือนเดิม เทียนอี้มองลงไปหยังเหวที่มืดมิดและครุ่นคิดถึงอะไรบางอย่าง ก่อนจะถอดถอนใจออกมาก่อนจะหันหน้าออกจาป่าอสูร และตรงขึ้นเหนือไปทางสำนักกระบี่ฟ้าทันที....


    ????????????????????????????????????????????????????????????

    คล้ายกับเรื่องเซียนกระบี่จ้าวแห่งเทพยุทธ์ ที่คุณอ่าน