เทพอสูรมังกรไร้ขอบเขต

    เสี่ยงทายศิลา

    หลังจากตกลงกันได้! เย่หยุนซีจึงพาภรรยาคนงามเดินไปยังสมาคมนักปรุงโอสถสาขาจักรวรรดิเมฆครามโดยมิคิดรอช้า แต่ทว่ายังเดินไม่ทันถึง! ดวงเนตรมังกรของเด็กหนุ่มก็เหลือบไปเห็นคฤหาสน์สีแดงที่ทั้งใหญ่โตและหรูหรา

     

    “ที่นั่นคือโรงพนันนภาฟ้ากระจ่าง เป็นหนึ่งในธุรกิจของจักรวรรดินภากระจ่างเช่นเดียวกับโรงประมูล” สุรเสียงอ่อนนุ่มของหงส์สาวดังขึ้นราวกับล่วงรู้ว่าเย่หยุนซีหนุ่มกำลังคิดอะไร

     

    “โอ้ ช่างเป็นสถานที่ๆน่าสนใจ พวกเราเข้าไปดูหน่อยดีหรือไม่?” ผู้เป็นสามีขอความเห็น แน่นอน! หยุนฉางเยว่เองก็มิได้คัดค้าน

     

    ทั้งสองหันขวับเดินตรงดิ่งไปยังคฤหาสน์สุดหรูนั้น เหล่าพนักงานเมื่อเห็นก็ให้การต้อนรับเป็นอย่างดี สมกับที่เป็นธุรกิจระดับจักรวรรดิ

     

    “ยินดีต้อนรับทั้งสองท่าน เข้าสู่โรงพนันนภากระจ่าง”

     

    พยักหน้าตอบรับคำเชื้อเชิญนั้น เย่หยุนซีและหยุนฉางเยว่เดินควงแขนกันเข้าไปด้านในร้านท่ามกลางผู้คนจำนวนมากที่กำลังสนุกสนานอยู่กับการเดิมพันเสี่ยงโชคของตนเอง

     

    “ว้าว ข้าเพิ่งเคยเห็นอะไรแบบนี้เป็นครั้งแรก” ความตื่นเต้นบังเกิดขึ้นในใจของเด็กหนุ่ม หลังจากได้ประสบพบเจอกับสิ่งแปลกใหม่

     

    “มันก็ไม่ใช่ร้านที่วิเศษวิโสอะไร ก็แค่แหล่งรวมของพวกคนมักง่ายที่หวังจะรวยทางลัด” ฝ่ายหงส์สาวดูไม่ค่อยชื่นชอบสถานที่แห่งนี้เท่าไรนัก

     

    เย่หยุนซีผงะ “ถ้าท่านไม่ชอบพวกเราออกไปกันเลยก็ได้”

     

    “ไม่ล่ะ ไม่เป็นไร ไหนๆก็มาแล้วลองเล่นดูเสียหน่อยก็แล้วกัน” นางเอ่ย ก่อนจะควงแขนสามีเดินไปยังจุดพนันจุดหนึ่งที่มีก้อนหินกลมๆกองกันอยู่เป็นภูเขา พนักงานสาวในชุดกี่เพ้าสีแดงรีบเดินมาอธิบายกติกาการเดิมพัน

     

    “ยินดีต้อนรับทั้งสองท่านเข้าสู่การเสี่ยงทายศิลา ซึ่งกติกานั้นง่ายมาก”

     

     “ด้านในหินแต่ละก้อนมีสมบัติระดับต่ำถึงระดับสูงซ่อนเอาไว้ ขอแค่พวกท่านวางเงิน 10,000 เหรียญปราณ ก็สามารถเลือกสรรได้ตามใจและสมบัติด้านในก็จะเป็นของพวกท่านทันที”

     

    เมื่อได้ฟังเช่นนี้ เย่หยุนซีก็ลอบยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ในใจ หากเป็นคนอื่น แน่นอน! มันคือการเสี่ยงทาย แต่สำหรับเขาที่มีราชสีห์ทองคำสามเนตรเป็นคู่พันธสัญญา นี่มันไม่ต่างอะไรจากขุมสมบัติ

     

    “นี่ที่รัก ข้าขอยืมเงินเจ้าสัก 200,000 เหรียญปราณได้หรือไม่?” เย่หยุนซีโอบเอวภรรยาสาวมาแนบชิดกายแล้วจึงเอ่ยถาม

     

    หยุนฉางเยว่แสร้งทำท่าทางแง่งอน “ฮื่ม!.......ไหนบอกจะไม่ใช้เงินข้า?”

     

    “แหะๆภรรยา ข้าแค่ขอยืมเป็นการชั่วคราว สัญญาจะคืนเจ้าในเร็ววัน” เย่หยุนซีทำท่าทางออดอ้อน ดูน่ารักน่าชัง หยุนฉางเยว่เมื่อเห็นเช่นนั้นมีหรือจะทนทานได้

     

    “ชิ! คนชั่วร้าย” ถึงแม้นางกล่าวเช่นนั้น แต่ก็ยังยื่นถุงเก็บของๆตัวเองให้อีกฝ่ายแต่โดยดี

     

    จุ๊บ!

     

    หอมแก้มขอบคุณไปหนึ่งที ก่อนที่เย่หยุนซีจะรับถุงเก็บของและหันไปวางเดิมพัน จำนวน 200,000 เหรียญปราณถ้วนตามขอภรรยาสาวไว้

     

    “โอ้ คุณชายช่างใจป้ำเสียจริงๆ” พนักงานคนเดิมชื่นชมจากใจ เพราะตั้งแต่ตั้งโรงพนันมายังไม่มีใครกล้าเสี่ยงทายศิลาทีเดียว 20 ก้อนเฉกเช่นผู้ชายคนนี้

     

    ฝ่ายเย่หยุนซีมิได้ใส่ใจคำชื่นชม เดินไปเลือกสรรก้อนหินอย่างใจเย็น ไร้ซึ่งความกดดันในแววตาราวกับว่าเงิน200,000 เหรียญปราณไม่นับเป็นอะไรได้

     

    เมื่อเวลาผ่านไปหนึ่งก้านธูป ในที่สุดหินทั้งยี่สิบก้อนก็ถูกวางเรียงรายต่อหน้าพนักงาน ผู้คนรอบข้างต่างตะลึงงัน พวกเขาไม่คิดว่าจะมีคนกล้าเดิมพันเสี่ยงทายศิลาจำนวนมากปานนี้ สายตาแปลกประหลาดมากมายจับจ้องมายังเย่หยุนซีผู้ซึ่งเป็นคนเลือกสรร

     

    “คุณชาย ท่านต้องการให้ทางเราผ่ามันเลยหรือจะเก็บไว้ผ่าเองดีเจ้าคะ” พนักงานสาวถามไถ่

     

    “อืม......ผ่าเลยสิบก้อน เก็บเอาไว้สิบก้อนก็แล้วกัน” พูดจบ! เด็กหนุ่มก็เก็บหินเสี่ยงทายสิบก้อนเข้าถุงเก็บของแล้วยื่นให้ศรีภรรยา

     

    ฝ่ายพนักงานสาวไม่รอช้า เริ่มผ่าหินที่เหลืออยู่ 10 ก้อนในทันที แต่หลังจากผ่าจนเสร็จสิ้น! สิ่งที่เย่หยุนซีได้รับกลับมีแค่สมบัติระดับแก่นแท้ 3 ชิ้น ส่วนที่เหลือล้วนแต่เป็นสมบัติระดับก่อกำเนิด

     

    สามารถเอ่ยได้เต็มปากเลยว่า ‘ขาดทุนย่อยยับ’สำหรับหินทั้งสิบก้อนนี้ เหล่าผู้คนจำนวนมากที่กำลังมองดูอยู่ ต่างรู้สึกหมดความสนใจ

     

    “ไม่เป็นไรๆ การเสี่ยงดวงย่อมมีได้มีเสียเป็นธรรมดา” หยุนฉางเยว่เดินเข้ามาควงแขนสามีพลางกล่าวปลอบใจ

     

    “เห้อ.........ดูเหมือนข้าจะไม่มีดวงเกี่ยวกับอะไรแบบนี้จริงๆ พวกเราไปกันเถอะ” พูดจบ! เย่หยุนซีก็เดินคอตกออกไปจากโรงพนันพร้อมกับภรรยาสาว

     

    ภาพนี้ทำเอาเหล่านักเดิมพันทั้งหลายต่างรู้สึกเห็นใจอยู่บ้าง แต่เมื่อพวกเขามองเห็นร่างงามแสนเย้ายวนในชุดอาภรณ์สีเขียวอ่อนของหยุนฉางเยว่ ความรู้สึกเห็นใจนั้นก็แปรเปลี่ยนกลายเป็นความรู้สึกอิจฉาขึ้นมาทันตา

     

    ‘ไอ้เด็กบ้า! แม้เจ้าจะไร้ดวงพนัน แต่ดูเหมือนดวงนารีจะเปี่ยมล้นเกินพิกัดเลยไม่ใช่หรืออย่างไร หากมีดวงเช่นเจ้า ข้าไม่เล่นพนันตลอดชีวิตก็ย่อมได้’ หลากหลายความคิดเห็นเป็นไปในแนวทางคล้ายๆกัน

     

    ตัดกลับมาทางฝั่งของเย่หยุนซีกันบ้าง เมื่อเดินออกมาจากโรงพนันได้สักระยะ ใบหน้าอันห่อเหี่ยวของเขาก็กลับมาเป็นปกติราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

     

    “หืม นี่เจ้าไม่ได้กำลังจิตตกเพราะการเดิมพันผิดพลาดหรอกหรือ?” สังเกตเห็นความผิดปกติ หยุนฉางเยว่จึงหรี่ตามองสามีหนุ่มแล้วเอ่ยถาม

     

    เย่หยุนซีเผยยิ้มบาง “เสียเงินไปฟรีๆตั้งหนึ่งแสนมันก็น่าเสียดายจริงๆนั่นแหละ แต่เมื่อแลกกับการที่อีกฝ่ายไม่สงสัยพวกเรา มันก็นับว่าคุ้มค่า”

     

    “หือ เจ้าหมายความว่าอย่างไร?” หยุนฉางเยว่รู้สึกไม่ค่อยเข้าใจเท่าไรนัก

    คล้ายกับเรื่องเทพอสูรมังกรไร้ขอบเขต ที่คุณอ่าน