บันทึกเฟิ่งเย่ (บันทึกใบเมเปิ้ล)

    บทที่27 เรียกท่านหญิงเข้าวัง(2)

    อวี้หลันนิ่งคิดถึงเหตุและผลครู่ใหญ่ก่อนจะหันไปมองหน้ากฎยางคุนด้วยสายตาที่ไร้กังวล “หยางคุนท่านไปรอข้าที่หน้าวังเถอะนะ ปิ่นหยกนั่นข้าจะนำมันกลับไปส่งคืนให้ท่านด้วยตัวเอง”

    กล่าวแล้วอวี้หลันจึงได้เดินตามขันทีน้อยไป เมื่อมาถึงยังตำหนักฮองเฮาขันทีน้อยได้เอ่ยให้อวี้หลันนั้นเดินเข้าไปด้วยตัวเอง นางจึงได้โค้งขอบคุณที่เขานำทางเล็กน้อยแล้วเดินเข้าไปย่างไม่หวั่นเกรง แม้ไม่รู้ว่าถูกเรียกพบด้วยเรื่องใดแต่ที่แน่ใจได้คงไม่ใช่เรื่องดีนัก ทั้งเรื่องของฮูหยินหยางและหยางคุณฮองเฮาที่เป็นพี่สาวป่านนี้คงได้รู้เรื่องแล้วตอนนี้คงทำได้แต่รับมือไปทีละก้าว

    เมื่อเข้ามาด้านในฮองเฮาได้นั่งรอนางอยู่แล้วอวี้หลันที่ไม่รู้กฎวังจึงได้แต่คารวะเหมือนคนทั่วไป หลิวมาม่าเผยยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมาก่อนตะโกนออกไปอย่างเสียงดัง

    “บังอาจ” แล้วเดินเข้าไปบังคับตัวของนางคุกเข่าลงอย่างแรง

    อวี้หลันที่ไม่ยากสร้างปัญหาจึงเพียงแต่ก้มหน้าทำตามเท่านั้น

    “ท่านหญิงเจียหนิงได้ยินชื่อเสียงมานานไม่คิดว่าจะไร้มารยาทเพียงนี้” ฮองเฮาเล่อคิ้วอย่างพอใจทั้งเอ่ยกล่าว

    “หม่อมชั้นเสียมารยาทจริงๆ ขอประทานอภัยเพคะ”

    “อวี้หลัน หลิน อวี้หลันอดีตสาวใช้ตระกูลหยาง ที่ทำให้น้องสาวข้าและบุตรชายถึงกับต้องตัดสัมพันธ์ เจ้าว่ามาสิเจ้าจะแก้ตัวอย่างไร”

    “คำแก้ตัวเป็นของผู้ที่กระทำผิด หม่อมชั้นมิได้กระทำผิดจึงไร้คำแก้ตัวเพคะ”

    ฮองเฮาแปลกใจกับคำกล่าวของนางที่กล้าเอ่ยออกมาอย่างไม่เกรงกลัวเช่นนั้น

    “เจ้านี่ชั่งไม่รู้ฟ้าสูงแผ่นดินต่ำคล้ายหญิงบ้านป่าคนหนึ่งที่ข้าเคยรู้จัก ข้าจะเล่าให้เจ้าฟังดีหรือไม่”

    อวี้หลันรู้ว่าฮองเฮานั้นต้องการกล่าวเสียดสีจึงไม่ได้ใส่ใจนักเพียงก้มหน้ารับฟัง ฮองเฮาเมื่อเห็นท่าทางเช่นนั้นจึงได้ยิ้มออกมาอย่างพอใจแล้วกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงที่พอใจ

    “หญิงคนนี้เป็นชาวเมืองอี้เฉิงเกิดมาต่ำต้อยจึงได้คิดชุบตัวเปลี่ยนอีกาเป็นหงส์ ครั้งเมื่อสามีข้าเดินทางปราบกบฏได้รับบาดเจ็บนางยื่นมือเข้ารักษาสตรีคนนั้นไม่เพียงรักษาแต่กลับใช้กายบำเรอให้เขาลุ่มหลง สามีข้ามัวเมาอีกาจนลืมไปว่าตนเป็นใครนับว่ายังดีที่มีเหตุให้เดินทางกลับมาโดยด่วน เจ้าว่าข้าควรทำอย่างไรต่อ”

    อวี้หลันเมื่อได้ฟังก็กำมือแน่นที่ฮองเฮากล่าวถึงมารดานางเช่นนั้นแต่ยังต้องอดกลั้นความโกรธนั้นไว้แล้วเอ่ยอย่างเรียบเฉยไร้อารมณ์

    “ไม่รู้เพคะ”

    “ข้าต้องตัดรากถอนโคนนาง ข้าเลยส่งคนกลุ่มหนึ่งไปให้นางได้หายไปชั่วนิรันดร์ เดิมทีข้าคิดว่าข้าทำสำเร็จแล้วจนเจ้าโผล่มาจู่ๆ สาวใช้กลายเป็นท่านหญิง”

    “ที่แท้คนร้ายตัวจริงเป็นท่านไม่ใช่ผู้วายชนม์”

    “ใช่เป็นข้าเองเจ้าคงแค้นข้ามากอย่างนั้นสินะ”

    อวี้หลันเพียงยิ้มอ่อนออกมาทั้งมองฮองเฮาอย่างเยือกเย็นก่อนเอ่ยกล่าว

    “ความแค้นเป็นเพียงจิตของผู้ไม่รู้จักปล่อยวางถึงท่านจะเป็นคนร้ายตัวจริง แต่มารดาหม่อมชั้นก็รอดปลอดภัยจากอันตรายครั้งนั้นทั้งเป็นบิดาหม่อมชั้นที่ทำให้มารดาหม่อมชั้นต้องทุกข์จากความคะนึงหาหากข้าสามารถปล่อยวางจากบิดาได้กับท่านนั้นก็ไร้ความหมาย” นางเองเมื่อได้ยินถึงสิ่งที่ฮองเฮากล่าวทั้งเรื่องที่บิดาเคยเล่าให้ฟังเกี่ยวกับนางก็พอเข้าใจทั้งลึกๆ ก็สงสารที่นางนั้นต้องอยู่อย่างเดียวดายเช่นนี้

    “ฟังจากที่ท่านกล่าวแล้วไฟแค้นคงจะแผดเผาท่านมานานเต็มทีปล่อยวางเถอะเพคะ”

    ฮองเฮาแปลกใจกับสิ่งที่นางกล่าวทั้งที่แต่แรกนั้นคิดใช้วิธีนี้ยุยงให้นางแตกคอกับหลานชายตน แต่กลับเป็นอวี้หลันที่แก้ทางส่งความผิดหวังเจ็บปวดนั้นกลับไปหาผู้ที่ส่งมา

    “กล่าวได้ดี ข้าจะดูว่าหากเจ้าต้องรับการอบรมจากข้ายังจะปากดีเช่นนี้อยู่หรือไม่”

    อวี้หลันถูกฮองเฮากักตัวอบรมมารยาทด้วยเหตุว่านางนั้นเป็นถึงท่านหญิงที่ถูกแต่งตั้งขึ้น แต่กลับประพฤติตัวให้เสื่อมเสียทั้งกิริยาไม่ดี

    หยางคุนรู้ได้ทันทีว่านี่คงเป็นฝีมือของมารดาที่วางแผนแยกตัวทั้งสองให้ไกลห่าง เขานั้นไม่รีรอเดินทางไปคฤหาสน์ตระกูลหยางเพื่อกล่าวถามต่อมารดา

    “ฮูหยินหยาง” หยางคุนเอ่ยต่อผู้เป็นมารดา

    “เจ้าคงคิดว่าเจ้าตายไปแล้วจริงๆ ถึงได้เอ่ยเรียกข้าเช่นนั้น” ฮูหยินหยางแม้ภายนอกสงบนิ่งแต่เมื่อบุตรชายในสายเลือดเอ่ยเรียกนางเช่นนั้นในใจก็คล้ายถูกมีดกรีดลึก

    “อบรมมารยาทเป็นท่านอยู่เบื้องหลังใช่หรือไม่”

    “หากไม่ใช่เพราะเรื่องนางเจ้าคิดจะกลับมาบ้านบ้างหรือเปล่าอู๋เสิน”

    หยางคุนหันหลังจากใบหน้าของมารดาแล้วเอ่ยออกกึ่งผลักไสกึ่งน้อยใจ

    “วันนั้นเป็นท่านเองที่กล่าวตัดสัมพันธ์ ตลอดเวลาที่ผ่านมาท่านมองพวกเราพี่น้องเหมือนหมากในมือที่ใช้เดินเพื่อผลประโยชน์เท่านั้น ท่านแม่ท่านเป็นมารดาข้าไม่เคยไม่เคารพท่านเพียงแต่เรื่องคู่ครองข้าเองอยากมีความสุขเหมือนที่ท่านพ่อและท่านแม่มีก็เพียงเท่านั้น แต่ท่านกลับส่งคนที่ข้ารักและหวงแหนไปตายอยู่กลางทะเลทรายข้ารู้สึกตำหนิท่านในใจจริงๆ แต่เป็นอวี้หลันที่พูดให้ข้าไร้ทิฐิต่อท่านนางไม่เคยโกรธกับสิ่งที่ท่านทำกับนางแม้แต่น้อย ท่านแม่ขอท่านลดทิฐิที่มีต่อนางลงบ้างไม่ได้เลยหรือ”

    “ไม่คิดตำหนิตอนนี้ไม่ใช่เจ้ากำลังตำหนิข้าอยู่หรือ ข้าเลี้ยงพวกเจ้ามาเพียงคิดเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้พวกเจ้าเท่านั้น เจ้าเองเคยเข้าใจแม่คนนี้บ้างหรือไม่”

    พ่อบ้านหวงที่ฟังทั้งสองคุยกันอยู่เงียบๆ ก็รู้ได้ว่าทั้งสองนั้นยังคงมีทิฐิในใจตนนั้นรู้ดีว่าครั้งนี้ฮูหยินหยางนั้นได้ใจอ่อนแล้วจริงๆ เพียงแต่ไม่รู้ว่าควรพูดอย่างไรกับบุตรชาย จึงได้เอ่ยเพื่อให้ทั้งสองนั้นได้เข้าใจกันมากขึ้นเสียที

    “คุณชายใหญ่ครั้งนี้ฮูหยินหยางตั้งใจดีต่อท่านทั้งสองจริงๆ ท่านหญิงเจียหนิงผ่านเรื่องมากมายแต่ยังคงไร้สง่าของท่านหญิงอบรมครั้งนี้ก็เพื่อตัวนางเอง”

    หยางคุนเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็เกิดละอายขึ้นมาแต่อีกความรู้สึกก็ยังแคลงใจว่ามารดานั้นคิดเปลี่ยนไปแล้วจริงหรือ

    “จากนี้สองปีหากเจ้าทั้งสองยึดมั่นต่อกันจริงเวลาเท่านี้ต้องอดทนได้ อู๋เสินแม่รู้ดีว่าเจ้ายังไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยินเช่นนั้นก็ให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์เถิด” ฮูหยินหยางกล่าวออกมาอย่างจนใจที่จะให้บุตรชายเชื่อในตัวนาง

    หยางคุนหลับตาลงอย่างเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งใจอยากหันกลับไปหามารดาแต่ก็กลัวว่าหากตนโอนอ่อนอวี้หลันอาจมีภัยอีกครั้ง นึกได้เช่นนั้นจึงเพียงกล่าวลาแล้วเดินออกไป

    ฮูหยินหยางนั่งลงอย่างทุกข์ใจคิดย้อนถึงเวลาที่ผ่านมาว่านางนั้นเข้มงวดกับบุตรชายเช่นเขามากไปหรือไม่

    “นายหญิงใหญ่ท่านวางใจเถอะขอรับ คุณชายใหญ่ต้องคิดได้แน่” พ่อบ้านหวงเอ่ยปลอบผู้เป็นนาย

    “คงมีแต่ท่านที่เข้าใจในเจตนาแท้จริงของข้า”

    วังหลวงตำหนักฮองเฮา

    “ท่านหญิงพรุ่งนี้ยามเหม่าตรงเวลานะเพคะ” หลิวมามากล่าวบอกต่ออวี้หลัน

    “ข้าทราบแล้วเจ้าค่ะ”

    “ท่านหญิง กับบ่าวท่านต้องไม่กล่าวคำว่าเจ้าค่ะกับหม่อมชั้นเพคะ” หลิวมามามองทั้งกล่าวอย่างตำหนิ

    “ข้าทราบแล้ว” อวี้หลันเอ่ยทั้งทำหน้ารู้ดีก่อนกล่าวต่อเพื่อเหย้าแย่ท่าทางตำหนิติเตียนของหลิวมามา

    “ข้าแค่ลืมไปขอบคุณหลิวมามาที่ตักเตือน”

    หลิวมามาโค้งคารวะนางแล้วเดินจากไปคล้ายจะอารมณ์เสียอยู่บ้างที่อวี้หลันนั้นกล่าวเป็นเล่นกับนาง แต่ท่าทางเช่นนั้นกับทำให้อวี้หลันยิ้มออกมาอย่างเข้าใจว่าการกักตัวครั้งนี้คงลำบากไม่น้อยเลยแต่นี่ก็มิใช่การลงโทษหรือตั้งใจหาเรื่องนาง

    “ห้องนี้ถูกจัดเตรียมไว้ดีจริงๆ” อวี้หลันพึมพำเมื่อเข้ามาในห้องที่ถูกจัดเตรียมไว้รอนางอยู่แล้วภายในห้องถูกตกแต่งตามสมควรของฐานะนาง

    อวี้หลันหลังจากเก็บข้าวของเข้าที่แล้วจึงได้เอนหลังนอนลงอย่างเหนื่อยอ่อน จากมุมตรงนั้นทำให้นางสามารถมองเห็นดวงจันทร์ที่เด่นตระง่า

    “ท่านแม่หากข้าทำดีต่อฮองเฮาท่านจะโกรธข้ามั้ย แต่ข้าว่าท่านคงไม่โกรธท่านพร่ำสอนข้าเสมอให้รู้จักอภัย ข้าอภัยต่อท่านพ่อที่หายไปหลายปี ข้าอภัยฝูเหนียงต่อความจำเป็นของนาง ข้าอภัยต่อฮองเฮาเพราะนางนั้นก็เป็นเพียงสตรีน่าสงสารผู้หนึ่ง”

    อวี้หลันที่กำลังจะคล้อยหลับไปจู่ๆ ปิ่นที่นางเก็บไว้ในเสื้อของนางก็หลุดออกมา นางหยิบปิ่นนั้นขึ้นมองในสายตาและความคิดทั้งคะนึงหาทั้งรู้สึกผิด

    “หยางคุนท่านจะรอข้าได้นานเท่าใดนะ”

    “คุณชายฟงหากข้าออกไปแล้วข้าจะไปขอโทษท่านด้วยตัวเอง”



    คล้ายกับเรื่องบันทึกเฟิ่งเย่ (บันทึกใบเมเปิ้ล) ที่คุณอ่าน