ระบบผู้นำตระกูลสุดแกร่ง 【จบ】

    เล่มที่ 3 บทที่ 78 จุดประกายไฟศักดิ์สิทธิ์! การลงทุนสีทองปรากฏอีกครั้ง!

            บนผืนแผ่นดินอันกว้างใหญ่ไพศาล

            เด็กหนุ่มผู้หนึ่งกำลังก้าวย่างด้วยท่วงท่าที่ไม่เร่งรีบแต่ก็ไม่เชื่องช้า ดูพลิ้วไหวประหนึ่งกลมกลืนเป็นส่วนหนึ่งของโลกใบนี้

            บางคราวขมวดคิ้ว บางคราวครุ่นคิดทันใดนั้นก็บังเกิดแสงเจิดจ้าบริเวณหว่างคิ้ว

            หากมีผู้ใดผ่านมาพบเห็นคงอุทานด้วยความตระหนก

            เด็กหนุ่มผู้นี้กำลังบ่มเพาะพลังไปพร้อมกับการเดินทางและสิ่งที่เขากำลังฝึกปรือนั้น มิใช่วิชาธรรมดาทั่วไปหากแต่เป็นเคล็ดวิชาอันล้ำลึกและพิสดารจนยากจะหยั่งถึง

            โดยปกติแล้วผู้ฝึกตนทั่วไปเมื่อต้องการทำความเข้าใจเคล็ดวิชาเช่นนี้ย่อมต้องหาที่สงบวิเวกและปราศจากสิ่งรบกวน

            หาใช่เป็นเช่นเขาที่ชอบทำทุกอย่างตามใจ

            จากทั้งหมดที่กล่าวมาย่อมบ่งบอกได้ว่าเด็กหนุ่มผู้นี้มิใช่คนธรรมดา

            ทันใดนั้นเอง เขาหันขวับไปมองทิศทางหนึ่งแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

            "ท่านมาเพื่อสังหารข้าหรือ?"

            ร่างของผู้คุ้มกันระดับธรรมกายจากสำนักเมฆาโลหิตค่อยๆปรากฏกายจากความว่างเปล่า

            ในดวงตาของเขาฉายแววพิศวงยิ่งกว่าและรู้สึกว่าเด็กหนุ่มผู้นี้ช่างไม่ธรรมดา

            แม้อยู่ห่างไกลเพียงนี้กลับสามารถจับสังเกตเขาได้

            พลังจิตอันแข็งแกร่งเช่นนี้แม้แต่เขายังมิอาจทัดเทียม!

            "เด็กน้อย ในแดนดินแห่งนี้การล่วงเกินคุณชายน้อยแห่งสำนักเมฆาโลหิต ย่อมมีจุดจบไม่ดี"

            "เรียกผู้คุ้มกันของเจ้าออกมาเถิด!"

            กระแสจิตของผู้ฝึกตนจากสำนักเมฆาโลหิตกวาดไปทั่วด้วยความระมัดระวัง

            "ข้าไม่มีผู้คุ้มกัน" มู่เสินฉวนเอ่ย "และไม่จำเป็นต้องมี"

            "ผู้นำตระกูลเฒ่ากล่าวว่าต้องผ่านการหล่อหลอมด้วยเลือดและไฟ จึงจะเติบใหญ่ได้"

            มู่ฮ่าวส่ายหน้าใบหน้าอ่อนเยาว์ของเขาดูสงบนิ่งราวกับผู้แข็งแกร่งที่ควบคุมได้ทุกสิ่ง

            ผู้ฝึกตนจากสำนักเมฆาโลหิตรู้สึกขุ่นเคืองเขาใช้ชีวิตมานาน กลับถูกเด็กหนุ่มดูแคลนเป็นครั้งแรก!

            "ถ้าเช่นนั้น…"

            "ก็อย่าหาว่าข้าลงมือสังหารผู้น้อยเลย!"

            สิ้นคำ ร่างของเขาทะยานออกไปอย่างรวดเร็วก่อให้เกิดกระแสลมแรงกล้า ฝ่ามือที่ห่อหุ้มด้วยแสงจากพลังปราณก็พลันก่อตัวขึ้นถาโถมใส่ศีรษะของมู่ฮ่าว!

            ฉัวะ!

            ฉึบ!

            ดวงตาของมู่ฮ่าวหรี่ลงเล็กน้อยจากนั้นก็บังเกิดคลื่นพลังจิตอันแข็งแกร่งจากหว่างคิ้ว

            ในชั่วพริบตาร่างของผู้ฝึกตนจากสำนักเมฆาโลหิตก็ถูกตรึงไว้กลางอากาศราวกับมีมือที่มองไม่เห็นจับเขาไว้!

            "พลังจิตหรือ!"

            "เป็นไปได้อย่างไร!"

            ผู้ฝึกตนจากสำนักเมฆาโลหิตอุทานด้วยความตระหนก

            ในชั่วขณะก่อนหน้านี้เขาจับสังเกตระดับพลังของเด็กหนุ่มผู้นี้ได้ คือระดับธรรมกายขั้นหนึ่ง

            ถึงแม้พรสวรรค์เช่นนี้จะน่าตกตะลึงแต่ก็ไม่คาดคิดว่าพลังจิตของอีกฝ่ายจะแข็งแกร่งเพียงนี้ถึงขั้นสามารถตรึงผู้ฝึกตนระดับธรรมกายขั้นห้าเช่นเขาไว้กลางอากาศได้!

            ช่างเหลือเชื่อยิ่งนัก!

            ยังมิทันที่เขาจะได้คิดสิ่งใดมู่ฮ่าวก็เปล่งแสงเรืองรองออกมาจากหน้าอกมีอักขระโบราณที่ยากจะเข้าใจผุดขึ้นแวบหนึ่งจากนั้นพลังศักดิ์สิทธิ์สายหนึ่งก็พุ่งออกมาปะทะเข้ากับร่างของเขา!

            ฉัวะ!

            ภายใต้พลังนั้นร่างกายของผู้ฝึกตนจากสำนักเมฆาโลหิตเริ่มเสื่อมอย่างรวดเร็ว ตาสูญเสียประกายชีวิตกลับกลายเป็นเหมือนเปลือกไม้ที่แห้งกร้านเสมือนว่าชราลงนับพันปี

            "นี่มัน… วิชาอะไร..."

            เสียงของเขากลายเป็นแหบแห้งพลังศักดิ์สิทธิ์ในร่างกายแห้งเหือด ใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยย่นแฝงความหวาดกลัว

            "กระดูกของข้า เป็นวิชาแต่กำเนิด"

            "ข้าเรียกมันว่าเคล็ดวิชานิรันดร์"

            มู่ฮ่าวเอ่ยอย่างแผ่วเบาจากนั้นก็ก้าวเท้าออกไป ก่อนชกออกไปยังเบื้องหน้า

            หมัดนี้ทรงพลังอย่างยิ่งจนอากาศสั่นสะเทือน

            เขาเคยอาบโลหิตศักดิ์สิทธิ์บ่มเพาะด้วยโอสถศักดิ์สิทธิ์และเส้นชีพจรมังกรสวรรค์เลือดเนื้อจึงบริสุทธิ์ไร้ที่ติ เทียบได้ดั่งศัสตราวุธ

            ปึก

            "อั่ก!"

            ผู้ฝึกตนจากสำนักเมฆาโลหิตร้องโหยหวนร่างกายถูกกระแทกจนแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ สิ้นชีพทันใด

            มู่ฮ่าวเหลือบมองซากศพของเขาแล้วก็เบนสายตาเดินต่อไปในทิศทางเดิมราวกับไม่ได้ทำสิ่งใดสำคัญ

            หว่างคิ้วของเขาส่องแสงเขาเริ่มใคร่ครวญวิชาเมื่อครู่อีกครั้งแล้วบ่นพึมพำ

            "เคล็ดวิชาลับเบื้องหน้าหนึ่งในเก้าเคล็ดลับ ช่างมหัศจรรย์ยิ่งนัก"

            "มิเพียงแต่จะทำให้พลังจิตของข้าเพิ่มขึ้นอย่างมากเท่านั้นยังสามารถมองเห็นอนาคตอันใกล้ได้อีกด้วย"

            กล่าวจบเขาก็เงยหน้ามองท้องฟ้าราวกับกำลังคิดอะไรบางอย่าง

            รู้สึกได้ว่ามีพลังแห่งโชคชะตาลึกลับกำลังส่งผลต่อเขาอยู่

            ทุกครั้งที่เขาผ่านไปในที่ใดก็จะได้รับโอกาสมากมาย

            หรือเขาจะเป็นบุตรแห่งโชคชะตาที่เกิดมาเพื่อสิ่งนี้

            "บางทีอาจเกี่ยวข้องกับท่านผู้นำตระกูล..."

            มู่ฮ่าวมิได้คิดมาก ย่ำหน้าเดินต่อไป

            ……

            ณ แคว้นตงฮวง ดินแดนทางใต้แห่งหนึ่ง

            นี่คือป่าโบราณที่เต็มไปด้วยพุ่มไม้รกชัฏและต้นไม้โบราณทำให้แสงอาทิตย์ที่สาดส่องลงมาถูกบดบังจนดูมืดมิดและชื้นแฉะ

            เบื้องหน้าไกลออกไปหลายร้อยจั้งมีหินแตกกระจายและต้นไม้ใบหญ้ากระจัดกระจายราวกับเพิ่งสิ้นสุดการต่อสู้ครั้งใหญ่

            ชายหนุ่มผู้หนึ่งยืนตระหง่านดวงตาของเขาเย็นชา แผ่รังสีแห่งความตายออกมาจากทั่วร่าง เขาคลายมือออกอย่างช้าๆพลันบังเกิดพลังลึกลับแล้วดูดซับพลังจากศพของผู้ฝึกตนที่อยู่ไม่ไกลออกไป

            ทันใดนั้นเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากป่าทึบอย่างช้าๆ

            "ดูดซับธาตุทั้งห้านี้เสร็จเจ้าก็น่าจะก้าวเข้าสู่ระดับธรรมกายได้แล้วสินะ"

            "ได้" ชายหนุ่มพยักหน้า

            "ดูเหมือนว่าพรสวรรค์ของเจ้าจะไม่เลว"

            "คนผู้นี้มาจากสำนักไท่เสวียนเขาว่ากันว่าศิษย์น้องร่วมสำนักของเขาก็เป็นร่างแห่งจิตวิญญาณเช่นกัน ไปต่อเถิด"เสียงจากความมืดดังขึ้น

            ชายหนุ่มเงียบ มิได้ตอบสิ่งใด

            "อ้อ ใช่แล้วช่วงนี้ราชวงศ์ต้าเยี่ยนมีเรื่องใหญ่เกิดขึ้น"

            ดวงตาของชายหนุ่มวูบไหวอารมณ์แปรปรวนเล็กน้อย เอ่ยอย่างเฉยเมย "ว่ามา"

            "ผู้นำตระกูลเล็กๆนามว่ามู่เสินฉวนโดดเด่นขึ้นมาในชั่วพริบตาเห็นว่าร่างแห่งธรรมกายนั้นสังหารผู้อาวุโสระดับไฟศักดิ์สิทธิ์ไปสิบสี่คนด้วยพลังต่อสู้ในขอบเขตเจ็ดต้องห้าม"

            "น่าจะเป็นร่างที่ไร้ผู้ใดเทียม"

            เงาดำหยุดชั่วครู่ แล้วหัวเราะเสียงเย็น"จะให้ข้าช่วยเจ้าสักหน่อยหรือไม่?"

            ชายหนุ่มหรี่ตาลงพลันบังเกิดจิตสังหารอันเย็นยะเยือกแผ่ซ่านจากร่างทำให้สัตว์ป่าในรัศมีหลายร้อยลี้แตกตื่น

            "เจ้ากำลังข่มขู่ข้า?"

            "โอ้? เจ้าที่เข้าสู่หนทางแห่งการฆ่าจะใส่ใจเรื่องพวกนี้ด้วยหรือ?"

            "ข้ามิได้มีเจตนาอื่นเพียงต้องการให้เจ้าเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วเท่านั้น"

            กล่าวจบ เงาดำก็มองขึ้นไปยังท้องฟ้าในดวงตาค่อยๆ ปรากฏความเร่าร้อน "ใกล้แล้วใกล้แล้ว วิถีของเขาใกล้จะสลายไปแล้ว"

            "เทพสวรรค์นับไม่ถ้วนกำลังจะถูกปลดปล่อยอัจฉริยะที่ถูกซุกซ่อนไว้จะปรากฏกายทีละคน!"

            "ฮ่าๆๆ ยุคทองมาถึงแล้ว!"

            ชายหนุ่มหลับตา ยืนนิ่งอยู่กับที่

            ครู่หนึ่งผ่านไป เขาก็ค่อยๆ ลืมตาขึ้นเอื้อมมือลูบใบหน้า หมอกดำแผ่ซ่าน กลับกลายเป็นใบหน้าอีกแบบหนึ่งเหมือนกับศพที่นอนอยู่บนพื้นไม่มีผิด!

            "ไปกันเถิด ไปสำนักไท่เสวียน"

            ……

            ดินแดนของตระกูลมู่ ยอดเขาหลัก

            ร่างในชุดคลุมสีเขียวนั่งขัดสมาธิล้อมรอบไปด้วยพลังปราณแห่งความโกลาหลที่ดำมืดและไร้ซึ่งผู้ใดเปรียบทำลายพลังปราณในรัศมีหลายจั้ง ความว่างเปล่าบิดเบือน ก่อให้เกิดเสียงคำรามก่อนจะกลายเป็นสุญญากาศโดยสมบูรณ์

            มินาน มู่เสินฉวนก็ค่อยๆ ลืมตาขึ้น

            ดวงตาของเขาลุ่มลึก เปล่งประกายและมีอักขระโบราณไขว้กัน ราวดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ดับสูญ จักรวาลล่มสลายช่างน่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง

            เมื่อมองเข้าไปด้านใน

            เปลวไฟแห่งความโกลาหลภายในถ้ำสวรรค์ขนาดใหญ่กำลังลุกโชนหนทางแห่งความโกลาหลแผ่ขยายออกไป

            ใต้ท้องมหาสมุทรสีทองกำลังปั่นป่วนคลื่นซัดสาด สายฟ้าที่ฟาดส่องแสงพร่างพราวบัวเขียวที่เปล่งประกายสีเขียวอ่อนเต็มไปด้วยพลังแห่งชีวิตปรากฏการณ์อันน่าทึ่งต่างๆ ผุดขึ้นในตันเถียนของเขาทำให้ต้นโพธิ์โบราณต้องหลบซ่อนอย่างไม่รู้จะไปอยู่ที่ใด

            จากนั้นมู่เสินฉวนก็เก็บพลังกลับคืนมารัศมีศักดิ์สิทธิ์จางหาย ปรากฏการณ์ทั้งหมดสงบลง

            เขาค่อยๆ พ่นลมหายใจออกมาบนใบหน้าระบายไปด้วยความปีติยินดี

            ในที่สุดก็ก้าวเข้าสู่ระดับไฟศักดิ์สิทธิ์แล้ว!

            ทว่าจิตวิญญาณของเขากลับแตกต่างจากผู้ทะลวงคนอื่นๆมิใช่เปลวไฟวิญญาณ หากแต่เป็นร่างทองคำขนาดเล็กที่เหมือนกับเขา

            ร่างวิญญาณทองคำขนาดเล็กเข้าสู่ตำหนักวิญญาณนั่งอยู่บนนั้น รวบรวมพลังจิตทั้งหมดของเขา ก่อนจะเปล่งประกายแสงศักดิ์สิทธิ์

            แต่มันกลับแข็งแกร่งกว่ากระแสจิตของผู้ฝึกตนทั่วไปกว่าสิบเท่าทั้งยังกลั่นตัวเป็นพลังที่จับต้องได้

            นี่คงเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของร่างศักดิ์สิทธิ์ยุคบรรพกาลแน่นอนว่าย่อมขาดเจตจำนงแห่งเซียนของน้ำอมฤตชำระล้างปราณเซียนที่ใช้ชำระล้างตำหนักวิญญาณไม่ได้

            มิเช่นนั้นเขาก็คงมิอาจมีพลังจิตที่แข็งแกร่งเช่นนี้ได้!

            จากนั้นร่างของมู่เสินฉวนพลันวูบไหวเมื่อมาถึงยอดเขาแล้วมองลงไปยังภูเขาและผืนแผ่นดินเบื้องล่าง

            คลื่นพลังจิตอันกว้างใหญ่ก็พุ่งออกมาครอบคลุมรัศมีหลายพันลี้ทันที

            ขณะนั้นเองเสียงกลไกของระบบก็ดังขึ้นในห้วงความคิดของมู่เสินฉวน

            [ติ๊งตรวจพบคนในตระกูลที่มีคุณสมบัติลงทุนสีทอง]

            "หืม?"

            "มีคุณสมบัติลงทุนสีทองปรากฏขึ้นอีกแล้ว?"

            "ดูเหมือนว่าพลังแห่งโชคชะตาที่เพิ่มมาจะได้ผล!"

            ดวงตาของมู่เสินฉวนวาววับแต่เมื่อกำลังจะขยับตัว ก็พบว่ามีกลิ่นอายของผู้ฝึกตนiระดับถ้ำสวรรค์ขั้นหกพุ่งตรงมายังยอดเขาหลัก

            นั่นคือ มู่ผิงหยางผู้อาวุโสสามของตระกูลมู่ และยังเป็นผู้อาวุโสสายตรงของเขา

            "ผู้นำตระกูล!"

            มู่ผิงหยางยังมิทันมาถึงเสียงร้อนรนก็มาถึงก่อน

            มู่เสินฉวนที่รู้สึกฉงนเอ่ยถาม"ท่านผู้อาวุโสสาม เกิดอะไรขึ้น?"

            "ผู้นำตระกูลหลานชายสายตรงของข้าดูเหมือนจะไปยุ่งเกี่ยวกับสิ่งอัปมงคลหรืออาจเป็นอาการเพ้อคลั่ง!"

            "จิตใจของเขาสับสน พูดจาก็เลอะเทอะหวังว่าท่านผู้นำตระกูลจะเสียสละเวลาไปดูว่ามีหนทางแก้ไขใดหรือไม่?"

            มู่ผิงหยางร้อนรนจนเหงื่อท่วมตัวกล่าวจบก็เพิ่งรู้สึกตัว รีบประสานมือคำนับมู่เสินฉวน

            "อาการเพ้อคลั่ง?"

            "เพ้อคลั่ง? เขาพูดว่าอะไร?"มู่เสินฉวนขมวดคิ้วเล็กน้อย

            "พูดว่า...พูดว่ามีพายุสีแดงพัดอยู่หน้าต่าง มีสัตว์อสูรขนสีแดงปรากฏตัว"

            "ช่างน่าขนลุกยิ่งนัก!"

            มู่ผิงหยางคิดดู แล้วกล่าวด้วยความหวาดกลัว

            "อสูรขนสีแดง..."

            "ไปกันเถิด ข้าจะไปดู"

            มู่เสินฉวนจนปัญญาติดตามอีกฝ่ายไปทางยอดเขาศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่อาศัย

            ระหว่างทาง เขาถึงเพิ่งรู้ว่ามู่ผิงหยางกำลังพาเขาไปยังตำแหน่งของคนในตระกูลที่อยู่ในการลงทุนสีทอง

            มู่เสินฉวนที่ประหลาดใจจึงเปรยถาม"หลานชายสายตรงของเจ้าปกติมิได้อยู่ในดินแดนของตระกูลหรือ?"

            "อืม เจ้าเด็กคนนี้ไม่ชอบฝึกตนเอาแต่ขลุกอยู่กับเรื่องแปลกประหลาดอย่างค่ายกลและฮวงจุ้ย"

            "ข้าทนไม่ไหวเลยไล่เขาไปอยู่บ้านภรรยาข้าไม่อยากเห็นหน้าด้วย"

            "แต่ช่วงสองสามวันที่ผ่านมาอาการป่วยประหลาดกำเริบคนที่นั่นจนปัญญา ข้าเลยรับเขากลับมา!"

            มู่ผิงหยางรีบอธิบาย

            "เป็นเช่นนี้นี่เอง" มู่เสินฉวนพยักหน้า

            ในไม่ช้าทั้งสองก็มาถึงห้องกว้างห้องหนึ่ง

            บนเตียงนอนมีเด็กหนุ่มอายุสิบหกสิบเจ็ดปีนอนอยู่ใบหน้าซีดเผือด มองเพดานด้วยแววตาว่างเปล่าราวกับถูกปีศาจสิง

            เขามักจะบ่นงึมงำ"อสูรขนสีแดง..."

            "สัตว์อสูรขนสีแดง!"

            "เอาอีกแล้ว..." บนใบหน้าของมู่ผิงหยางปรากฏสีหน้าขมขื่นมองไปที่มู่เสินฉวนด้วยสายตาที่คล้ายจะขอความช่วยเหลือ

            หลานชายสายตรงของเขาก็คือลูกหลานสายตรงของมู่เสินฉวนสายเลือดจึงใกล้ชิดกันมาก

            มู่เสินฉวนขมวดคิ้ว ใช้ดวงตาแห่งสัจธรรม

            [ชื่อ: มู่อวี่เซิง]

            [ระดับพลัง: รากฐาน ขั้นสาม]

            [คุณสมบัติ: ปานกลาง]

            [ความเข้าใจ: เลิศล้ำ]

            [พรสวรรค์: อักขระโบราณสลักไว้ในร่างค่ายกลสังหารที่สาม]

            [โชคชะตา:ได้รับมรดกของปรมาจารย์หยั่งรู้ต้นกำเนิดรุ่นที่สี่ (พัวพันกับสิ่งที่ไม่เป็นมงคลถูกสาป)]

            เมื่อเห็นเช่นนี้สีหน้าของมู่เสินฉวนก็เปลี่ยนไป

            ลูกหลานของเขากลับมีค่ายกลสังหารที่สามสลักอยู่ในร่างกาย!

            ยุคบรรพกาล!

            นั่นคือยุคสมัยที่ห่างไกล

            ผู้แข็งแกร่งปรากฏตัวนับไม่ถ้วนทุกเผ่าพันธุ์ต่างแย่งชิงอำนาจ เป็นยุคทองที่รุ่งโรจน์อย่างยิ่ง

            และค่ายกลสังหารที่ติดอันดับสามในยุคนั้นย่อมมีพลังที่น่ากลัวอย่างไม่ต้องสงสัย!

            เมื่อฝึกฝนจนสำเร็จย่อมเปี่ยมพลังอำนาจที่ไม่อาจหยั่งถึง

            ยิ่งไปกว่านั้นมู่อวี่เซิงยังได้รับมรดกของปรมาจารย์หยั่งรู้ต้นกำเนิดอีกด้วย

            พลังของสายนี้ก็พิสดารอย่างยิ่ง

            สามารถท่องไปในที่มืดมิดและรกร้างได้ตลอดคืนวันมีความเชี่ยวชาญในเรื่องค่ายกลเป็นพิเศษ

            กระทั่งกำหนดเส้นสายภูเขากับแม่น้ำและค้นหาเส้นชีพจรมังกรได้หนำซ้ำยังมีพลังอันยิ่งใหญ่ของฟ้าดินที่ยากจะจินตนาการ

            "ท่านผู้นำตระกูล พอจะมีวิธีหรือไม่?"เมื่อมู่ผิงหยางเห็นสีหน้าของมู่เสินฉวนเปลี่ยนไปก็รู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดี รีบถามด้วยเสียงเบา

            มู่เสินฉวนขมวดคิ้ว ครุ่นคิดชั่วครู่แล้วกล่าวแช่มช้า "ข้าจะลองดู"

            กายาศักดิ์สิทธิ์บรรพกาลของเขาได้ชื่อว่าต้านทานความชั่วร้ายได้ทั้งปวงและควบคุมปรากฏการณ์ประหลาดทั้งหมดได้

            แต่ก็ไม่รู้ว่าจะมีวิธีทำลายคำสาปของปรมาจารย์หยั่งรู้ต้นกำเนิดได้หรือไม่

            จากนั้นมู่เสินฉวนก็กรีดแขนโลหิตศักดิ์สิทธิ์สีทองที่เปล่งประกายพลังแห่งชีวิตหยดลงบนร่างกายของมู่อวี่เซิง

            ในชั่วพริบตาก็เกิดควันสีขาวฟุ้งกระจายในอากาศ สิ่งมีชีวิตอัปมงคลส่งเสียงร้องโหยหวนออกมาราวกับเสียงปีศาจกระซิบที่ชั่วร้ายอย่างยิ่ง

            ดวงตาของมู่เสินฉวนวูบไหวพลังจิตอันน่าสะพรึงกลัวพุ่งผ่านไป ทำลายร่างที่ไร้รูปร่างเหล่านั้นจนหมดสิ้น

            ภายในห้องค่อยๆ กลับคืนสู่ความสงบ

            "มี… มีสิ่งอัปมงคลจริงๆ ด้วย!!"

            มู่ผิงหยางตกตะลึงจ้องมองไปยังความว่างเปล่าด้วยความหวาดระแวง

            "ไม่เป็นไร ข้าสังหารพวกมันไปแล้ว"

            มู่เสินฉวนโบกมือจากนั้นก็มองไปยังเด็กหนุ่มบนเตียง

            ใบหน้าที่ซีดเผือดของมู่อวี่เซิงกลับมามีเลือดฝาดแล้วเพียงแต่ยังคงหลับตาอยู่ ดูเหมือนว่าจิตใจของเขาจะได้รับบาดเจ็บไม่น้อยต้องพักผ่อนสักสองสามวัน

            "ท่านผู้อาวุโสสามไปที่สำนักปรุงโอสถ นำโอสถบำรุงวิญญาณมาให้เขากินสักสองสามเม็ดก็น่าจะไม่เป็นอะไรแล้ว!"

            เมื่อมู่ผิงหยางได้ยินเช่นนั้นก็ดีใจเป็นอย่างยิ่งแล้วรีบคำนับเขา

            "ขอบคุณท่านผู้นำตระกูลที่ช่วย"

            "ไม่ต้องมากพิธี"

            "รอให้เขาตื่นแล้วบอกให้มาพบข้าที่ยอดเขาหลักด้วย"มู่เสินฉวนยิ้มเล็กน้อย

            "ขอรับ" มู่ผิงหยางตอบรับ

            จากนั้นทั้งสองก็เดินออกจากห้องคนหนึ่งไปยังยอดเขาหลัก อีกคนไปยังสำนักปรุงโอสถ

            ……

            สามวันต่อมา

            เด็กหนุ่มผู้หนึ่งเดินขึ้นไปยังยอดเขาหลักระหว่างทางก็มองซ้ายมองขวาอย่างอยากรู้อยากเห็น

            ไม่นานเขาก็มาถึงถ้ำของมู่เสินฉวนแล้วเปล่งเสียงดัง

            "มู่อวี่เซิง เข้าพบท่านผู้นำตระกูล"

            ร่างของมู่เสินฉวนวูบไหว ปรากฏตัวขึ้นนอกถ้ำและมองไปยังเด็กหนุ่มเบื้องหน้าด้วยรอยยิ้ม

            "เจ้าตื่นแล้วตอนนี้รู้สึกอย่างไรบ้าง?"

            มู่อวี่เซิงตบหน้าอกด้วยรอยยิ้มกว้าง

            "ขอบคุณท่านผู้นำตระกูลที่ช่วยเหลือ!"

            "ตอนนี้ข้ารู้สึกดีมากขอรับและพร้อมจะกำจัดสิ่งชั่วร้ายให้หมดแล้ว!"

            เด็กหนุ่มผู้นี้มีนิสัยขี้เล่นคล้ายมู่หลางแม้จะต้องเผชิญหน้ากับมู่เสินฉวนก็มิได้แสดงท่าทีเกรงกลัวกลับแสดงออกอย่างเป็นกันเอง

            มู่เสินฉวนยิ้มอย่างจนปัญญาแล้วส่ายหน้า

            "เจ้าติดคำสาปของปรมาจารย์หยั่งรู้ต้นกำเนิดได้อย่างไร?"

            เมื่อมู่อวี่เซิงได้ยินคำว่าปรมาจารย์หยั่งรู้ต้นกำเนิดดวงตาของเขาก็พลันแข็งค้าง หลุดอุทานด้วยความตกใจ

            "ท่านผู้นำตระกูลท่านช่างไม่ธรรมดาจริงๆ!"

            "รู้เรื่องปรมาจารย์หยั่งรู้ต้นกำเนิดด้วยไม่แปลกใจเลยที่ท่านปู่กับท่านพ่อกล่าวไว้ว่า ท่านมีพลังที่ไม่อาจหยั่งถึง"

            มู่เสินฉวนเอือมระอาต่อคำพูดติดตลกของลูกหลานสายตรงผู้นี้จึงแสร้งทำเป็นโกรธแล้วตบศีรษะอีกฝ่ายเบาๆ "อย่าขัดจังหวะรีบพูดมา"

            "อืม..."

            "จะว่ายังไงดี...คือช่วงนั้นข้าดวงไม่ดี"

            "ข้าเคยขุดหลุมศพเป็นหลุมศพที่มืดมาก ภายในมีร่างของปรมาจารย์หยั่งรู้ต้นกำเนิดรุ่นที่สี่"

            "เขามีขนสีแดงขึ้นเต็มตัวและต้องคำสาป"

            "แล้วข้าก็โดนเข้าให้เรื่องต่อจากนั้นท่านก็รู้!"

            ขณะกล่าวดวงตาของมู่อวี่เซิงก็ปรากฏแสงสีม่วง พลังหยินหยางไหลเวียนดวงตาคู่นั้นกลอกไปมาราวกับกำลังสังเกตมู่เสินฉวนด้วยความใคร่รู้

            ในอึดใจถัดมาเขาก็รู้สึกราวกับมีแสงสีทองส่องสว่างพุ่งเข้ามาในดวงตาทำให้เขาถอยร่นออกไปหลายจั้ง บนใบหน้าปรากฏความตกตะลึง!

            "หึ เด็กไม่มีสัมมาคารวะ"มู่เสินฉวนส่งเสียงเย็น แต่มิได้โกรธ "นี่คือดวงตาของปรมาจารย์หยั่งรู้ต้นกำเนิด?เจ้าเห็นอะไร?"

            "พลังโลหิตราวกับทะเล!"

            "ราวกับมีมังกรแท้จริงอยู่ตรงหน้า!"

            "และยังมีอะไรสีดำๆ ขุ่นๆที่มองไม่เห็น..."

            "แต่สิ่งนั้นไม่สำคัญ!"

            "สิ่งที่สำคัญคือ!!"

            "ท่านผู้นำตระกูลท่านเป็นกายาศักดิ์สิทธิ์หรือ!"

             

    คล้ายกับเรื่องระบบผู้นำตระกูลสุดแกร่ง 【จบ】 ที่คุณอ่าน

    ตำนานวิญญาณแฟนซี (Seirei Gensouki)

    ตำนานวิญญาณแฟนซี (Seirei Gensouki)

    นิยาย แฟนตาซี
    3.26M 1036
    อสูรมังกรฟ้า เล้งซาน [จบ]

    อสูรมังกรฟ้า เล้งซาน [จบ]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    4.85M 1165
    ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    นิยาย แฟนตาซี
    3.82M 1844
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    จักรพรรดิอักขระสยบฟ้า

    จักรพรรดิอักขระสยบฟ้า

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    142K 432
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    [นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

    [นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.77M 1648
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    จุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】

    จุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    3.06M 3586