สกายโร้ด เกมโลกเสมือนพลิกชะตาเทพเกม (天行)

    เล่มที่ 1 บทที่ 41 ปรมาจารย์แห่งการคำนวณ


    ผมมองเห็นถึงความตื่นเต้นและความคลั่งไคล้ในสายตาของซานโหย่วฝูซูได้อย่างชัดเจน เพราะผมเองก็รู้สึกไม่ต่างกัน เซียนเกมเมื่อได้เจอกับเซียนเกมอีกคน ความรู้สึกที่อยากจะเอาชนะคู่ต่อสู้มันก็ล้นทะลักออกมา การเอาชนะคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งมันเป็นการท้าทายตัวเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่คู่ต่อสู้ตรงหน้าผมคือ ซานโหย่วฝูซู ยอดฝีมือผู้โด่งดังคนนี้



    เขากำลังเป็นดาวรุ่งพุ่งแรง สถานะของเขาได้รับการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง เขาเป็นมือสังหารติดหนึ่งในสามของเทียนจ้ง และตอนนี้เขาได้เข้าสู่ยุคของเกมสกายโร้ด และดูเหมือนว่าโอกาสที่จะก้าวขึ้นเป็นมือสังหารอันดับหนึ่งของประเทศ


    “จินซีเหอซี……”


    ซานโหย่วฝูซูขณะที่เผยรอยยิ้มเย็นออกมาจึงพูดขึ้นว่า “ฉันเคยเห็นคลิปวีดีโอที่นายต่อสู้กับหั่วเยี่ยนฉู่ ท่วงท่าและกระบวนท่าของนายคล้ายกับคนๆหนึ่งมาก เป็นไปได้ไหมที่นายจะเปลี่ยนรูปลักษณ์ภายนอก?”


    “เหมือนใคร?”


    “เขาคนนั้นเป็นที่รู้จักในนามของเป่ยเฉินมู่ซิง 'เทพยุทธ์ดาวเหนือ' อัศวินคนสุดท้ายของประเทศ"


    ขณะที่พูดเขาก็ลดจุดศูนย์ถ่วงลง ร่างกายเขาราวกับสัตว์ร้ายที่กำลังจะกระโจนออกไป ร่างของเขาค่อยๆหายไป ขณะที่ระลอกคลื่นสั่นกระเพื่อม เขาก็ได้เคลื่อนไหวร่างกายหายไปแล้ว ทว่าท่ามกลางสายลมนั้น คำพูดหนึ่งก็เล็ดลอดออกมาว่า “นายจะใช่หรือไม่ใช่เขา จบการต่อสู้นี้ก่อนค่อยพูดกันก็ยังไม่สาย วันนี้ฉันกับนายจะมีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่สามารถก้าวออกจากหุบเขาสุสานโครงกระดูกได้ และถ้าหากนายชนะ ทรัพยากรที่นี่จะเป็นของนาย!”


    “ดี!”


    ในเวลานั้นผมกระชับดาบพิรุณดาราไว้ในมือ กระตุ้นสายบังเหียนลาป่า ควบข้ามออกไปในระยะ 2-3 เมตรอย่างรวดเร็ว  ขณะที่ดาบยาวตวัดผ่านท้องฟ้ายามค่ำคืน “ชิ้ง” ปรากฏเป็นร่องรอยเส้นโค้ง ทว่ากลับไม่โดนคู่ต่อสู้ อีกฝ่ายไม่ได้อยู่ตรงนั้น การเผชิญหน้ากับมือสังหารฝีมือดีระดับประเทศนับเป็นเรื่องที่ยุ่งยากจริงๆ ซานโหย่วฝูซูเป็นที่รู้จักในฐานะมือสังหารที่มีความสามารถรอบด้านที่แข็งแกร่งที่สุดในประเทศ การต่อสู้ในป่านับเป็นเรื่องธรรมดามาก และวิธีการในการ PK ของเขาก็มีอยู่ไม่น้อยเลย


    หลังจากใช้ความพยายามติดต่อกันหลายครั้ง ก็ยังไม่สามารถบังคับให้เขาออกจากสถานะพรางตัวได้เลย เรียกได้ว่าไม่มีทาง


    ช่วงเวลาต่อมา ผมจึงหยุดการค้นหาและเปลี่ยนมาใช้วิธี “เงียบสงัดสกัดศัตรู” แทน ขณะที่ผมยืนนิ่งเงียบและเงี่ยหูฟังเสียง รับฟังเสียงสรรพสิ่งรอบตัว ทว่าภูมิประเทศนี้สำหรับผมแล้วมันแย่เกินไป ถ้าหากมีใบไม้บนพื้นหญ้าแล้วล่ะก็ ผมก็จะสามารถกำหนดตำแหน่งของคู่ต่อสู้ได้อย่างง่ายดาย แต่ที่นี่เป็นพื้นหินขรุขระ ต่อให้มือสังหารเหยียบลงไปบนหินมันก็ไม่มีสัญญาณใดๆเกิดขึ้น อีกทั้งด้วยความสามารถของซานโหย่วฝูซูแล้ว การเคลื่อนไหวต่างๆ นั้นเงียบสนิท ย่อมไม่ปรากฎตำแหน่งเสียงให้ได้ยินเป็นแน่


    สกิลควักนี้ คงเป็นสิ่งที่ต้องเผชิญหน้าเข้ารับกระมัง


    ทันทีที่คิดถึงเรื่องนี้ ก็สัมผัสได้ถึงไอความร้อนขึ้นมา ขณะนี้ลำแสงสกิลควักได้เบ่งบานออก ก่อนที่ผมจะได้โต้ตอบใดๆ ก็ติดสถานะมึนงงไปก่อน ดวงตาเย็นชาของซานโหย่วฝูซูทอประกายและปรากฎตัวอยู่ที่ด้านข้างผมอย่างรวดเร็ว และใช้กริชในมือแทงเข้าใส่ ทันใดนั้นผมก็รู้สึกราวกับว่าที่ด้านหลังของผมกำลังจะระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ สกิลแทงหลังได้ระเบิดค่าความเสียหายที่น่ากลัวออกมา!


    “2148!”


    สกิลแทงหลังในสถานะควัก จะเพิ่มค่าคริติคอล 30% และความเสียหายจากคริติคอลอีก 30% นั้น มันไม่น่าแปลกใจเลยที่ความเสียหายที่เกิดขึ้นจะน่ากลัวขนาดนี้และความเสียหายจากการโจมตีพื้นฐานก็เสริมเข้ามา ทำให้เลือดของผมลดจนอยู่ก้นหลอดในทันที ลดเหลือต่ำกว่า 10% นี่มันน่ากลัวเกินไปแล้ว โดยทั่วไปค่าความเสียหายที่ซานโหย่วฝูซูทำได้สูงไม่ธรรมดา!


    อย่างไรก็ตาม เมื่อสถานะมึนงงหมดฤทธิ์ ผมก็ควบลาป่ากระโดดถีบขาหลังคู่ใส่เขาไปทันที!


    “หึ!”


    “MISS!”


    ดูเหมือนว่าซานโหย่วฝูซูจะเข้าใจถึงความสามารถของผมพอตัว เขารู้ถึงทักษะสัตว์ขี่ เขาจึงไถลตัวเคลื่อนไหวไปด้านข้างเพื่อหลบหลีกมัน และคมกริชนั่นยกขึ้นอย่างรวดเร็ว นี่คือจู่โจมจุดอ่อน


    โดยไม่รอช้าผมจึงควบลาป่าทะยานไปข้างหน้าสามก้าวอย่างไม่คิด ขณะที่ด้านหลังปรากฏตัวอักษรคำว่า “MISS” ออกมานั้น หลบเลี่ยงการโจมตีที่ร้ายแรงนี้ได้ หากถูกสกิลจู่โจมจุดอ่อน และยังเป็นถึงมือสังหารยอดฝีมือทำดาเมจต่อเนื่องใส่สองครั้งซ้อน...... ต่อให้เป็นเทพเซียนก็คงหนีไม่รอดเช่นกัน


    “หืม?”


    ซานโหย่วฝูซูแสดงท่าทีประหลาดใจเล็กน้อย ในขณะที่ผมรีบพุ่งตัวไปข้างหน้า เขาก็ได้ใช้โกสต์สเต็ปและโจมตีด้วยกริชคู่ ไม่เปิดโอกาสให้ผมทิ้งระยะห่างได้เลย นั่นเพราะระยะสกิลชาร์จอยู่ที่ 5-40 หลา และหากผมต้องการชาร์จโจมตีให้เขาติดสถานะมึนงงก็ต้องลากระยะห่างออกไป 5 หลา ไม่อย่างนั้นก็ไม่สามารถใช้สกิลนี้ได้ ซานโหย่วฝูซูรู้ข้อมูลในส่วนนี้ดี เขาถึงได้ 'สติ๊ก' เอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นฝีมือการโจมตีหรือแม้แต่สัมผัสรับรู้ มือสังหารคนนี้ล้วนอยู่ในระดับที่เหนือกว่ามือหนึ่งของเซิร์ฟเวอร์ทั้งหมดเลยทีเดียว


    กลอรี่ชิลด์ถูกเรียกใช้งานอย่างกะทันหัน จากนั้นผมจึงกระดกยาฟื้นเลือดและยาเม็ดฟื้นโลหิตเข้าไปพร้อมกัน หลังจากที่เลือดฟื้นกลับคืนแล้ว ดาบยาวกตวัดขึ้นไปกลางอากาศ ดาบพิรุณดาราจึงส่องประกายแสงขึ้น และฟันลงมา เฮฟวี่สแลช!


    ซานโหย่วฝูซูรีบร้อน ยกกริชคู่ในมือซ้อนทับกันเป็นรูปกากบาทกลางหน้าอก และขณะที่ร่างกายนั้นหดตัวลงไป...... การป้องกันจึงถูกเปิดใช้งาน


    “เคร้งงง!”


    “148!”


    ดาบหนึ่งตกลงมา กระแทกเข้าใส่การป้องกัน ทว่าความเสียหายที่ทำได้นั้นไม่มากนัก ในขณะที่ซานโหย่วฝูซูหลังจากทำการป้องกันเฮฟวี่สแลชได้ เขาจึงหยัดกายขึ้นมาทันที กริชคู่ในมือวาดภาพเป็นรูปตัวอักษรฉือ (ไม้กางเขน) ขึ้นกลางอากาศ ทันใดนั้นการโจมตีสามครั้งติดต่อกันก็พุ่งออกไป



    ในขณะเดียวกัน อีกฝั่งหนึ่ง โล่ได้ถูกยกขึ้นมาอย่างรวดเร็วนั้น ผมจึงรีบใช้การป้องกันอย่างรวดเร็ว ในเวลานั้นทั่วร่างรู้สึกเหมือนหลอมรวมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ขณะที่การโจมตีด้วยกริชทั้งสามครั้งของซานโหย่วฝูซูกระแทกลงมาบนโล่ ตัวเลขความเสียหายเป็นชุดก็ลอยออกมา


    “324!”


    “1!”


    “116!”


    การโจมตีของมือสังหารนั้นรวดเร็วมาก โจมตีเข้ามาถึง 5 ครั้งในเวลาเพียงพริบตา และถ้าหากการป้องกันพังทลายลงพร้อมๆกับผมที่ติดสถานะมึนงง... ผมคงแพ้ไปแล้ว ผมตวัดคมดาบที่สั่นสะท้านออกไปจึงพุ่งแฉลบออกจากพื้นดิน เวลานั้นเลือดของซานโหย่วฝูซูก็ถูกหักไปบ้าง ทว่าก็เพียงแค่ 812 แต้มเท่านั้น และเขาก็เพิ่มความเร็วในการโจมตีขึ้น หลังจากผมและเขาแลกเลือดกันอีกครั้งหนึ่ง เลือดของผมก็ลดลงไปจุดต่ำสุดอีกครั้ง ในขณะที่ซานโหย่วฝูซูกลับยังเหลือเลือดอยู่ถึง 57%


    กระตุ้นลาป่าให้เคลื่อนไหว ภายใต้แนวราบ ดาบยากถูกยกขึ้นและโจมตีพื้นฐาน+เฮฟวี่สแลช+โบลวสไตรค์เข้าใส่พร้อมกัน ในขณะที่กำลังโจมตีใส่เขา มันเห็นได้ชัดว่าปฏิกิริยาในการโต้ตอบของซานโหย่วฝูซูเร็วอย่างน่าอัศจรรย์ เพียงแค่วางเท้าข้างหนึ่งลงบนพื้น การป้องกันของเขาก็ทำงานในทันที ในขณะที่เสียง 'เคร้ง' ดังขึ้นสามครั้งติด สามดาบที่ฟาดฟันออกไปนี้ราวกับว่าถูกฟันลงบนเพชรอย่างไรอย่างนั้น แต่ถ้าหากเป็นแบบนี้ต่อไป ผู้ที่แพ้จะต้องเป็นซานโหย่วฝูซูแน่นอน เพราะการฟื้นเลือดของผมนั้นรวดเร็วและพลังป้องกันสูง ในด้านพลังโจมตี ผมก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าเขาเลย ตราบใดที่ผมไม่โดนสกิลควัก สกิลจู่โจมจุดอ่อน และสกิลแทงหลังสามสกิลนี้เท่านั้น โดยทั่วไปแล้วผมก็ไม่แพ้


    ทว่าตั้งแต่เริ่มแรกซานโหย่วฝูซูก็คอยจู่โจมเข้าใส่เสมอ ทั้งยังไม่ยอมงัดเอาสกิล “แขวนคอ” ของมือสังหารที่มีสร้างความเสียหายได้มากที่สุดมาใช้ นั่นก็เพราะเขารู้อยู่แล้วว่าผมเองก็มีไพ่ตายสังหารอย่างดาบสองคม ถ้าหากผมใช้ดาบสองคม นั่นก็เท่ากับว่าต้องมีการตัดสินผลแพ้ชนะเกิดขึ้นทันที


    ภายใต้การสูญเสียเลือดของทั้งสองฝ่าย แถบเลือดของผมยังคงรักษาระดับอยู่ที่ 20% มาโดยตลอด อีกทั้งตั้งแต่เริ่มต้นผมก็พึ่งพาการเคลื่อนไหวและการป้องกันมาต้านทานการโจมตีของซานโหย่วฝูซูได้เสมอ ในขณะที่แถบเลือดของเขากลับค่อยๆลดลงไปเรื่อยๆ และในชั่วพริบตา เลือดของเขาก็ลดลงมาเหลือ 34% ขณะนี้หัวใจของผมสั่นไหวมาก ในที่สุดเวลาอันสุกงอมนี้ก็มาถึงแล้ว และในตอนนี้นี่เองที่ซานโหย่วฝูซูกำลังจะลงมือนั้น กริชในมือขวาของเขาตวัดผ่านแสงไฟที่กำลังส่องสว่างอยู่นั้น ฉับพลันสกิลแขวนคอก็จู่โจมมาที่ลำคอของผมราวกับไฟฟ้าที่แทงทะลุเข้ามาทันที


    มาแล้ว!


    และในนาทีนี้เอง ราวกับว่าผมคาดเดาทิศทางของกริชนั้นได้ ผมใช้ท่าโจมตีพื้นฐาน+ดาบสองคมที่ปะทุออกไปในทิศทางนั้นทันที จากนั้น “ฉัวะ ฉัวะ” ก็ดังขึ้น ประกายแสงสีเลือดก็สาดกระจายออกไปรอบบริเวณพร้อมกับค่าตัวเลขขนาดใหญ่หลายตัวก็บินออกมาในทันที——


    “780!”


    “+1,200!”


    “1,587!”


    ซานโหย่วฝูซูพ่นลมเบาๆ  จากนั้นร่างกายของเขาก็ค่อยๆไร้ซึ่งเรี่ยวแรง เขาคุกเข่าลงกับพื้นและระเบิดกลายเป็นแสงสีขาวที่ลอยกลับไปที่เมืองทันที  ในขณะเดียวกันกริชที่อยู่ในมือขวาของเขาก็ถูกดรอปออกมา เมื่อผมหยิบขึ้นมาดู ที่แท้ก็เป็นกริช อุปกรณ์ระดับเงินเลเวล 30 นี่เอง มิน่าพลังในการโจมตีจะแข็งแกร่งมาก เพียงแค่สกิลแทงหลังคริติคอลเพียงครั้งเดียวก็ทำเอาเลือดของผมลดลงไปครึ่งหนึ่งได้แล้ว!


    ……


    “ติ๊งง!”


    เสียงแจ้งเตือนข้อความหนึ่งถูกส่งมาจากซานโหย่วฝูซูว่า “นายชนะแล้วล่ะ กริชเล่มนั้นเป็นของนาย หุบเขาสุสานโครงกระดูกนั่นก็เป็นของนาย อย่างไรก็ตาม ฉันมีเรื่องคำถาม หวังว่านายจะตอบฉันได้”


    ผมที่ขมวดคิ้วยุ่งจึงพูดขึ้นว่า “คำถามอะไร?”


    “นายตัดสินใจได้อย่างไรว่าดาบสองคมที่ใช้ในรอบสุดท้าย แค่สกิลเดียวก็สามารถฆ่าฉันได้?” เขาถามขึ้น


    “คำนวณน่ะ”


    “เป็นไปไม่ได้หรอก ” ดูเหมือนว่าเขาจะสับสนมาก “การโจมตีผันผวนมาก ไม่มีทางคำนวณได้หรอก เมื่อครู่นี้ ฉันเห็นว่าค่าความเสียหายมันพอดีกับที่นายจะฆ่าฉันได้ มันเป็นเรื่องบังเอิญใช่ไหม?”


    “ไม่เลย”


    ผมครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะตอบไป “ก่อนที่เราจะเริ่มสู้กัน ฉันเข้าชาร์จนายหนึ่งครั้ง ทำความเสียหาย 624 แต้ม ขณะที่ค่าความเสียหายจากการเข้าชาร์จเท่ากับ 80%ของการโจมตีพื้นฐาน  นั่นเท่ากับว่า การโจมตีพื้นฐานของฉันจะสร้างความเสียหายให้นาย 780 แต้ม ขณะที่สกิลดาบสองคมของฉันอยู่ที่เลเวล 3 หลังจากการทดสอบหลายครั้ง ดาบสองคมนี้น่าจะมีความเสียหายเป็นสองเท่าของการโจมตีพื้นฐาน ดังนั้นเมื่อใช้โจมตีพื้นฐาน+ดาบสองคมจะสร้างความเสียหายได้ประมาณ 2340 แต้มและหากว่าฉันเดาไม่ผิด ทักษะการปรุงยาของนายอยู่ในเลเวล 3 แล้ว ดังนั้นฉันจึงคำนวณเลือด 1200 แต้มจากที่นายดื่มยาเข้าไปด้วย และในตอนท้ายนายเหลือเลือดอยู่ทั้งหมด 1140 แต้ม ในกรณีนี้ถึงแม้ว่านายจะกินยาเข้าไปแล้วทว่าโดยปกตินายก็จะต้องถูกฆ่าตาย อีกอย่างเลือด 1140 แต้มก็เท่ากับเลือด 36% ของเลือดทั้งหมด นอกจากนี้ระยะสกิลแขวนคออยู่ที่ 1 หลา ในขณะที่การโจมตีด้วยดาบยาวคือ 2 หลา ถ้าหากลงมือพร้อมกัน คนที่ตายยังไงก็ต้องเป็นนาย และโอกาสในการชนะของฉันมีมากกว่า 80%”


    ซานโหย่วฝูซูเงียบไปสักพัก ทว่าในที่สุดก็ส่งข้อความตอบกลับมาว่า “นับถือ... นายคงจะเป็นติงมู่เฉินสินะ”


    “ทำไมถึงคิดว่าอย่างนั้นล่ะ?”


    “ในบรรดาอัศวินชั้นนำของประเทศ สไตล์การเล่นของกุ๋ยกู่จึนั้นจะแตกต่างกันมาก ไม่ได้ละเอียดอ่อนแบบนาย ขณะที่เลี่ยเฟิงอิ่งก็ไม่มีความสามารถในการคิดคำนวณแบบนาย ส่วนเหล่ยเหยียนกับกั่วเจวี๋ยสองคนนี้ไม่ได้มีการเคลื่อนไหวแล้วก็ท่วงท่าที่สง่างามแบบนาย ฉะนั้นมีแค่ติงมู่เฉินเท่านั้นที่ทำได้ ซึ่งนั่นก็คือนาย ใช่ไหม?”


    ผมยิ้มและตอบกลับไป “นายมาที่หุบเขาสุสานโครงกระดูกอีกครั้งสิ ฉันจะคืนกริชเล่มนี้ให้นาย อีกอย่างฉันทิ้งทรายชมจันทร์ไว้ให้นายร้อยชุด ก็ช่วยไม่ได้ล่ะนะ ตอนนี้ฉันเป็นเสาหลักของสตูดิโอเทียนเสวี่ยน ฉันจำเป็นต้องพึ่งพาสิ่งเหล่านี้เพื่อสร้างรายได้ ทรัพยากรบางอย่างต่อให้เป็นของเพื่อนแต่ฉันก็ไม่ยอมถอยให้หรอกนะ”


    “งั้นเหรอ? ” เขาตอบกลับมาอย่างสงบ


    “ใช่”


    “งั้น……รอฉันก่อน จริงๆแล้วกริชเล่มนั้นสำคัญมากกับการเก็บเลเวลของฉันในตอนนี้”


    “อื้ม ฉันจะรอนาย!”


    ……


    ขณะที่เก็บเลเวลอยู่นั้นผมก็รวบรวมทรายชมจันทร์ไปด้วย


    สิบนาทีต่อมา เงาร่างของซานโหย่วฝูซูก็ปรากฏขึ้นอีกครั้งในหุบเขาสุสานโครงกระดูก ขณะที่ใบหน้าปรากฎร่องรอยของความประหม่าจึงพูดขึ้นด้วยรอยยิ้มว่า “ติงมู่เฉิน ฉันแพ้แล้ว น่าขายหน้าจริงๆ……”


    ผมนำกริชคืนให้เขาจึงพูดขึ้นว่า “สู้หนึ่งครั้งเท่ากับเป็นเพื่อนกัน นายไม่เหมือนผู้เล่นคนอื่นที่แค่เจอกันในป่าก็ฆ่าคู่แข่งไปหมดทุกคนแล้ว”


    “นายเองก็แตกต่างจากพวกนั้น”


    ผมมองไปที่เขาและจากนั้นจึงพูดว่า “ซานโหย่วฝูซู ฉันรู้ว่านายเป็นหนึ่งในมือสังหารชั้นนำของประเทศ ทั้งยังเป็นผู้เล่นเดี่ยวอีกด้วย แต่ฉันก็ยังอยากถามนายอยู่ดีว่า นายไม่อยากลองเข้ามาอยู่ในทีมเทียนเสวี่ยนของพวกเราดูบ้างเหรอ หาเงินไปด้วยกันแล้วก็ต่อสู้ไปด้วยกัน เป็นอย่างไร?”


    “โทษทีที่ฉันคง... ไม่มีความสามารถพอ”


    ซานโหย่วฝูซูที่หัวเราะเยาะให้กับตัวเองจึงพูดขึ้นว่า “คนแบบฉัน...... เหมาะที่จะอยู่คนเดียวมากกว่า มันค่อนข้างสบายใจ ฉันไม่อยากถูกจำกัดมากเกินไป อีกอย่างสุขภาพของพ่อฉันไม่ค่อยดี ฉันต้องอยู่ดูแลท่านที่บ้าน ดังนั้นฉันจึงไม่สามารถเข้าร่วมกับสตูดิโอไหนได้เลย หวังว่านายจะเข้าใจ แต่ว่าต่อไปถ้าเทียนเสวี่ยนต้องการความช่วยเหลือใดๆก็บอกฉันได้ทันที ฉันเต็มที่อยู่แล้ว ”


    “งั้นก็โอเค ฉันเคารพการตัดสินใจของนาย”


    และจากนั้นผมที่ชี้มือไปทางเหนือจึงพูดขึ้นว่า “ตรงนั้นฉันเหลือทรายชมจันทร์ไว้สามจุด น่าจะมีประมาณร้อยชุด ให้นายแล้วกัน”


    “ขอบคุณมาก”


    เขายิ้มและจากนั้นจึงเพิ่มผมเข้าไปในบัญชีรายชื่อเพื่อนของเขา


    คล้ายกับเรื่องสกายโร้ด เกมโลกเสมือนพลิกชะตาเทพเกม (天行) ที่คุณอ่าน