ยากูซ่าพลังผู้กล้า

    เหมันต์ที่ 22 : สงบสุขริมหาด

            แสนแดดยามบ่ายสาดส่องกระทบสะท้อนผิวน้ำเหล่านกนางนวลส่งเสียงขับร้องไพเราะ สายลมพัดพาความเย็นผสมกลิ่นเค็มให้ได้สัมผัสจินหยุดยืนมองภาพตรงหน้าด้วยหัวใจเปี่ยมสุข ไม่ต่างจากผองเพื่อนตนก่อนจะหันหลังมองสถานที่พักผ่อนในค่ำคืนนี้

     

            บังกะโลเรียบง่ายแต่แฝงไปด้วยความหรูหราตั้งอยู่กลางสวนความร่มรื่นของแมกไม้ปกคลุมคอยให้ความเย็นมองดูตำแหน่งการปลูกสร้างคลับคล้ายโอเอซิสกลางทะเลทรายถัดจากพวกเขาออกไปก็มีอีกโอเอซิสหนึ่งที่ถูกจับจองไว้แล้ว

     

            ในกลุ่มมีการตกลงแบ่งห้องพักกันเรียบร้อยโดยจินกับสแตนนอนด้วยกันหลังหนึ่งด้านซ้ายของห้องใหญ่ตรงกลางเทนตะและมาโคโตะก็อีกหลังหนึ่งด้านขวาของหลังใหญ่ตรงหน้าส่วนหลังสุดท้ายที่ใหญ่ที่สุดก็เป็นของ มากิ เรย์กะ และอากิโนะนอนรวมกันซึ่งทั้งสามหลังหันหน้าเข้าหากัน พร้อมกับมีสระว่ายน้ำสะท้อนกลุ่มเมฆอยู่ตรงกลาง

     

            จินเดินเข้าไปยังจุดเช็กอินที่เขาสังเกตเห็นใกล้ๆซึ่งมีเหล่าพนักงานยืนต้อนรับอยู่สองคนด้วยท่าทางเรียบร้อยพอแว่นตากันแดดถูกถอดออกผิวพรรณขาวนวลเรียบเนียนคล้ายไม่เคยออกกลางแจ้งโดดเด่นยามต้องแสงแดดสองพนักงานสาวต่างเหม่อลอยคล้ายต้องมนต์สะกด พวกเธอเห็นภาพหลอนซ้อนทับร่างของจินมันไม่ได้น่ากลัว แต่เจิดจรัสเกินกว่าจะบรรยายได้

     

            “เอ่อ...ขอโทษนะครับ”

     

            จินพูดประโยคเดียวซ้ำอีกครั้งก่อนพวกเธอจะรู้ตัวลนลานหยิบยื่นเอกสารลงทะเบียนการเข้าพักและขอบัตรประจำตัวของจินสำรองข้อมูลชายหนุ่มยิ้มเล็กน้อยแล้วกรอกกับค่าห้องทั้งสามห้องเป็นจำนวนสองคืน

     

            เทนตะที่เดินมาข้างๆ “ใจป้ำจริงๆพ่อหนุ่มหน้ามนคนหน้าหล่อ ชิ!”เขาทำท่าเล่นใหญ่ใส่จินที่ยอมควักเงินอาสาเลี้ยงพวกเขา ตอนแรกทุกคนก็ไม่ยอมกันหรอกแต่จินก็โน้มน้าวได้สำเร็จอย่างไม่น่าเชื่อ

     

            จินไม่สนใจท่าทางของเทนตะเขายื่นกุญแจห้องให้เขาไป “พูดมากน่า เอาไป! เจอกันกลางลาน”

     

            เทนตะตอบแบบขอไปทีพยักหน้าให้มาโคโตะแล้วลากสัมภาระเข้าห้องด้านขวาไปส่วนจินเดินเข้าหาสามสาวแล้วยื่นกุญแจให้กับมากิ อาวุโสสุดของกลุ่ม

     

            หางคิ้วของจินกระตุกขึ้นหนึ่งทีเมื่อพบกับดวงตาดื้อรั้นเข้า “ทำไมไม่ให้ฉันนอนกับนายท่านละคะ”

     

            “หา!” จิน เรย์กะและอากิโนะพูดพร้อมกันสุดตกใจ

     

            ภาพเหตุการณ์ล่าสุดหวนกลับมาจนร่างกายรู้สึกร้อนรุ่น“พูดอะไรอย่างนั้นมากิ ผู้หญิงกับผู้ชายนอนด้วยกันได้ยังไง”เขารีบเดินออกจากจุดอันตรายทันที

     

            มากิกล่าวปนน้อยใจ“อะไรกัน...พวกเราเคยนอนด้วยกันออกจะบ่อย”

     

            ยังไม่ทันที่คิดหนีเขาต้องหยุดเท้าแล้วหันตามเสียง อาการชารุกรานไล่จากเท้าถึงหัวใจเหงื่อเม็ดโตผุดกลางหลังตัวจินไม่เคยเจอเหตุการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออกเท่านี้มาก่อนเลย

     

            “ว่าไงนะ!”สองสาวพูดพร้อมเพรียงกันอย่างไม่ได้นัดหมายสายตาพิฆาตส่งไปยังจินราวกับมีแสงเลเซอร์ออกจากตาของพวกเธอทั้งสอง

     

            จินรีบปฏิเสธจนมือพัลวันกันอย่างถึงที่สุด“ไม่ใช่อย่างที่พวกเธอคิด”

     

            อากิโนะบิดตัวไปมาเงยหน้ามองจินสลับมองพื้นที “หะ หากคุณมากินอนกับจินได้ ฉะฉันก็นอนได้ด้วยเช่นกัน!”

     

            “ฉันด้วย!” เรย์กะพูดแสนสั้นแต่ใบหน้าแสดงอารมณ์ที่ยิ่งใหญ่อันเด็ดขาด

     

            ชายหนุ่มกึ่งลากกึ่งดึงทั้งสามคนเข้าห้องของพวกเธอ“เข้าห้องของพวกเธอไป”

     

            สามสาวต่างไม่ยอมลดละความพยายามยื้อสู้แรงจินเรย์กะกับอากิโนะทวงความยุติธรรมคืนอยู่อย่างต่อเนื่องแต่ได้คำตอบเป็นเพียงบานประตูปิดอัดหน้าในจังหวะต่อมา

     

            ชายหนุ่มปาดเหงื่อออกพลางถอนหายใจ“เฮ้อ…”

     

            ต่อสู้ศึกเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายมานับไม่ถ้วนกลับมาเหนื่อยล้าโดยง่ายกับเรื่องแบบนี้ เขาส่ายหน้าไม่เข้าใจจริงๆร้อยเรื่องราวอุปสรรคเลวร้าย ไม่ยุ่งยากเท่าใจสตรีนางหนึ่งประโยคคำพูดของสหายร่วมรบในศึกครั้งหนึ่งดังขึ้นภายในหัวในตอนนั้นเขาไม่เข้าใจคำพูดนี้เท่าไหร่นัก แต่ตอนนี้กลับเห็นด้วยจนสุดใจ

     

            ชายหนุ่มรู้สึกพอใจกับสถานที่แห่งนี้เป็นอย่างมากไม่ว่าจะเป็นการออกแบบแสนกลมกลืนธรรมชาติ เครื่องไม้แสนมีคุณค่าแฝงเรื่องราวในตัวโทนสีของห้อง สำคัญสุดคือความปลอดโปร่งซึ่งสแตนได้ทำการเปิดรับลมไว้ทุกบานจนลมพัดผ่านผ้าม่านสีขาวให้ปลิวไปปลิวมากับสายลมแสนเย็นสบายคลายความกังวลก่อนหน้านี้ให้หายสิ้น

     

            ก่อนหน้าที่จินจะเข้าห้องพักสแตนได้ขอตัวออกไปซื้อวัตถุดิบทำอาหารและข้าวของเครื่องใช้จำเป็นเปิดโอกาสให้เขามีเวลาส่วนตัวบ้างเล็กน้อย

     

            เห็นดังนั้นจินจึงล้มตัวลงนอนเริ่มปรับอารมณ์กับตัวเองใหม่ ช่วงนี้ไม่รู้ว่าเพราะอะไรความหงุดหงิดปรากฏได้ง่ายมากขึ้น เพียงมีความขัดใจเข้ามาสายหนึ่งสติเริ่มไม่ค่อยอยู่กับเนื้อกับตัวเหมือนตัวตนของเขาเลือนรางคล้ายหมอกจางลงไปเสียทุกที

     

            จินลุกขึ้นจากเตียง“รอพวกนั้นข้างนอกดีกว่า”

     

            ห้วงเวลาแห่งความดีร้ายประเดประดังเข้ามาทุกขณะที่เขาหลับตาอากาศเย็นสบายของทะเลยังไม่คลายความเจ็บปวดจากจิตใจของจินได้เลยแม้แต้อนเหม่อมองผิวน้ำเบื้องหน้าโดยใช้ความคิดอยู่คนเดียวภายใต้เงาของร่มขนาดใหญ่สีครีมเบื้องหลังเป็นสระน้ำประจำโอเอซิสนี้

     

            จินเอามือทั้งสองข้าไขว้หลังทำเป็นที่รองหัวไว้“สุดท้ายแล้ว...เราจะยังเป็นเราอยู่หรือเปล่า ช่างมันแล้วกัน”เขาสะบัดความคิดถึงกลับมาอยู่ในปัจจุบัน สูดอากาศแห่งมหาสมุทรเข้าเต็มปอด

     

            “มานานแล้วเหรอจิน”อากิโนะเดินนำสองสาวมายังจุดนัดพบ

     

            โดยทั้งสามคนสวมชุดเดรสที่มีกระดุมเช่นเดิมพอมองออกว่าสวมใส่อะไรบางอย่างไว้ด้านในไหล่คลุมด้วยผ้าผืนบางสีสันสวยงามไว้ราวกับนัดหมายกันมา

     

            ชายหนุ่มตอบกลับมาเพิ่งมาอย่างผ่อนคลายแต่พอคิดถึงเหตุการณ์การก่อนหน้านี้ การหาตัวช่วยคงเป็นวิธีที่ดี

     

            จินพูดเสียงดัง “เทนตะ มาโคโตะเหลือพวกนายสองคนเท่านั้นนะ!!!”

     

            โดยเขาไม่จำเป็นต้องสงวนท่าทีในการใช้เสียงเพราะแต่ละที่จะค่อนข้างห่างไกลกันพอสมควรเพื่อให้ความเป็นส่วนตัวแก่ลูกค้าที่มาพัก ถือว่าเป็นข้อดีเยี่ยมข้อหนึ่ง

     

            หากนับตามลำดับโอเอซิสบังกะโลของพวกเขาเป็นลำดับที่ 11ซึ่งมีราคาแพงที่สุด เพราะอยู่ใกล้และรับลมจากทะเลอย่างใกล้ชิดหากมองจากที่สูงจะเป็นส่วนที่ยื่นออกมาใกล้กับทะเลนั่นเอง

     

            เทนตะตอบอย่างเสียงดังพร้อมกับวิ่งออกประตูมาด้วยความรีบร้อน“มาแล้วๆ” ซึ่งเจ้าตัวอยู่ในชุดเดียวกับจินแต่อยู่ในโทนสีเหลืองพร้อมกับหมวกไหมพรมผู้ชายสีน้ำตาลอ่อนอยู่บนหัว สวมแว่นกันแดดถือได้ว่าจัดเต็มกันเลยทีเดียว

     

            จินยกนิ้วโป้งให้เพื่อนของเขา“หล่อเฟี้ยว” เทนตะได้ยินจึงเอานิ้วปาดจมูกเก๊กหล่อทันที

     

            เทนตะทำเสียงหล่อพูด“ผมเป็นยังไงบ้างพี่มากิ หล่อพอจะเป็นผู้ชายของพี่ได้ไหมครับ”

     

            “หล่อค่ะแต่พี่เป็นผู้หญิงของนายท่านไปแล้ว”ประโยคสองแง่สองง่ามทำเอาเทนตะหัวขวับมองจินตกตะลึง

     

            จินถอนหายใจไปทีหนึ่งเมื่อพบเข้ากับรังสีอำมหิตแผ่ขยายจากตัวเรย์กะและอากิโนะ

     

            เทนตะเอามือป้องปากทำหน้าตกใจเดินถอยหลัง “หรือว่า…ไม่นะ!”

     

            จินเอารองเท้าเหวี่ยงใส่เทนตะนึกอดไม่ได้“ไม่นะบ้าอะไร! มากิก็หยุดพูดแปลกๆ ได้แล้ว” เขาหันไปดุมากิที่นั่งข้างๆ

     

            มากิหน้าแดงกล่าวเสียงเบา“ก็จริงนี่คะ... ฉันเป็นของนายท่านแล้ว”

     

            “นายไม่ร้อนหรือยังไงมาโคโตะ!ฉันเห็นละร้อนแทน! ไปกันเถอะฉันหิวข้าวแล้ว”จินรีบแถเปลี่ยนเรื่องใช้มาโคโตะเป็นจุดเบี่ยงประเด็นไม่รอช้าจึงเดินนำทุกคนไปร้านอาหารที่เล็งกันไว้ก่อนหน้า

     

            มาโคโตะแต่งกายด้วยชุดสีดำทั้งตัวเช่นเคยผิดแปลกแค่กางเกงขาสั้นกับเสื้อเชิตแขนสั้นพร้อมกับมีเสื้อยืดสีขาวด้านในเขายืนเงียบอยู่ด้านหลังเทนตะ กำลังทำหน้ามึนงงกับคำพูดของจิน

     

            เรย์กะกับอากิโนะส่งเสียงในลำคอขู่มากิแล้วลุกขึ้นเดินตามจินไปทิ้งให้มากิยิ้มตอบพวกเธอราวกับผู้ชนะ

     

            เทนตะทำหน้าละห้อย“ฉันละอยากเป็นแกจริงๆ ไอบ้าจิน ว่าไหมเพื่อน” เขาหันไปถามความคิดเห็นเพื่อนข้างๆซึ่งก็พยักหน้าเห็นด้วย

     

            ร้านกาแฟท้องถิ่นชื่อดังเนืองแน่นไปด้วยนักท่องเที่ยวกลิ่นหอมของกาแฟลอยกระทบเป็นระลอกเหมือนหาดทรายด้านข้างของหวานและอาหารถูกตั้งโชว์ให้เลือกสรรตามใจปรารถนากลุ่มจินจับจ่ายเลือกทานกันอิ่มหมีพีมันกันจนพึงพอใจความปลอดโปร่งของร้านทำให้เผลอเพลิดเพลินกับการกินและการผ่อนคลายส่งผลให้เวลาเริ่มล่วงเลยผ่านเข้าสู่ช่วงเย็นของวัน

     

            หาดทรายสีขาวบริเวณใกล้ถูกจับจองโดยกลุ่มผู้คนหลากวัยเหล่าเด็กน้อยต่างวิ่งเล่นไล่จับกันส่งเสียงหัวเราะ บางคนเริ่มก่อสร้างปราสาททรายบางคนหยิบกล้องขึ้นถ่ายรูป บางคนนั่งมองภาพตรงหน้าบันทึกไปยังความทรงจำและบางคนกำลังมองพวกเขาอย่างมีความสุข

     

            รอยยิ้มน้อยๆของชายหนุ่มขับให้เลือดกายของหญิงสาวหลายคนเผลอมองเคลิ้มลอยแม้จะรับรู้ถึงสายตาแต่เขากลับไม่สนใจ ยังคงตักตวงบรรยากาศตรงหน้าช่วงเวลาสงบสุขเช่นนี้ ใช่จะหาได้โดยง่าย อย่างน้อยก็สำหรับเขา

     

            สงบสุขงั้นเหรอ...ไม่หรอกมั้งคงคิดมากไปเอง

     

            จินขยับตัวบิดขี้เกียจอยู่กับเก้าอี้พูดขึ้น“เป็นแบบนี้ตลอดไปคงดีนะ แล้วเจ้าเทนตะไปไหนแล้วมาโคโตะ”มองด้านซ้ายกลับไม่เห็นเทนตะ

     

            “…” ชายหนุ่มหน้ามึนไม่ตอบกลับเขาชี้ไปยังทิศทางหนึ่ง

     

            จินเห็นเทนตะสวมหมวกไหมพรมกำลังเดินไปหาสองสาวหน้าตาสละสลวยรูปร่างดีในชุดบีกินีสีเขียวกับสีฟ้าพร้อมตัดกับผิวอันขาวนวลชวนท้าแสงแดด

     

            ชายหนุ่มส่ายหน้าให้กับเทนตะไปหลายที“เอาอีกแล้ว...มันจะขยันจีบสาวไปถึงไหน”

     

            มาโคโตะพยักหน้าเห็นด้วยส่วนสามสาวต่างนั่งพักเหนื่อยพักหายใจกันหลังจากการใช้พลังจิตสะกดเหล่าสาวๆไม่ให้เข้ามาหาจิน

     

            ตลอดเวลาหลังจากเข้ามายังร้านเทนตะไม่เคยหยุดนิ่งและไม่เคยยอมแพ้กับการจีบสาวเลยแม้แต่น้อย ถึงจะคว้าน้ำเหลวแต่มันกลับเป็นน้ำเหลวแสนมีคุณค่าของเทนตะเสียอย่างนั้น

     

            อากิโนะช่วงชิงโอกาสปลดกระดุมเสื้อเมื่อเห็นจังหวะเหมาะ“ไปเล่นน้ำกันเถอะ แดดเริ่มอ่อนแล้ว”

             

            จินแทบไม่เปลี่ยนท่าทีเขามองพวกเธอด้วยความเป็นห่วง “ระวังตัวกันด้วยนะ”

     

            แต่ละคนธรรมดาเสียที่ไหนส่วนมากิเขานั้นไม่ได้ห่วงตัวเธอเสียเท่าไหร่ ห่วงแต่คนที่หาญกล้าเข้ามาจีบมากกว่า

     

            มากิสวมบีกินี่ทรงระบายลายหมากรุกสีแดงด้วยเนื้อผ้าผืนเล็กจึงไม่อาจปิดบังความยิ่งใหญ่ของเธอได้ชายหนุ่มมากมายต่างมองรูปร่างเธอด้วยใจคล้ายต้องมนต์

     

            เรย์กะทำเช่นเดียวกันเธออยู่ในชุดบีกินี่คอสูงสีน้ำเงิน สวมกางเกงขาสั้นลายเดียวกับส่วนบนโดยรวมดูน่ารักไปอีกแบบ เธอวิ่งตามอากิโนะไปด้วยใบหน้าอันแดงก่ำเขินอาย

     

            ไม่สิ้นความตื่นเต้นฉับพลันเสียงร้องอุทานของเหล่าหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่เกิดดังขึ้นมากิถอดชุดเดรสเผยให้เห็นชุดบีกินี่แสนเซ็กซี่สีดำบนเรือนร่างของเธอซึ่งขับผิวขาวซีดได้น่าพิศวง หญิงสาวยิ้มพราวเสน่ห์ให้จินแต่จินกลับทำหน้าเหนื่อยใจแทน

     

            หลากคนอยากจะออกตัวเข้าหาทักทายมากิแต่กลับหยุดชะงักเมื่อสบความกับนัยน์ตาโลหิตคู่นั้นร่างกายสั่นกลัวคล้ายเจอสิ่งเลวร้ายอันฝังใจพอได้สติกลับพบว่ามากิเดินไปเล่นน้ำกับพวกสองคนก่อนหน้าแล้ว

     

            เหตุการณ์ยังคงวนเวียนอยู่กับการอยากทักทายและหยุดชะงักอยู่ต่อเนื่องไม่มีใครคิดหาญกล้าท้าทายสิ่งที่ใจปราถนาได้สำเร็จ

     

            จินและมาโคโตะต่างก้มเก็บชุดเดรสกับผ้าคลุมไหล่ของพวกเธอ“เฮ้อ…ทำไมต้องมาเก็บของพวกนี้ให้พวกเธอด้วยเนี้ย”

             

            หลังจากจัดเก็บข้าวของเสื้อผ้าของสามสาวเสร็จชายหนุ่มทั้งสองเลือกเดินไปนั่งบนทรายหาดขาวมองภาพตรงหน้าสลับกับอาการผิดหวังของเทนตะ

     

            “จินมาเล่นด้วยกันสิ!”อากิโนะพูดเสียงเชิญชวนจินอย่างอารมณ์ดีพร้อมกับสาดน้ำใส่เรย์กะกับมากิราวกับเด็กน้อย

     

            จินพูดปฏิเสธพร้อมกับมีมาโคโตะนอนหลับกลางแดดอยู่ข้างๆ

     

            ลางสังหรณ์ของบางอย่างใกล้เข้ามาเหงื่อเย็นผุดกลางหลังที่แนบกับเม็ดทราย คิ้วทั้งสองขมวดเข้าหากัน

     

            แป้นนน! แป้นนน!

     

            เสียงบิดเครื่องยนต์ของรถจักรยานยนต์ดังขึ้นเรียกร้องความสนใจทำเอาเหล่านักท่องเที่ยวที่มาพักผ่อนต่างผ่านกันสะดุ้งมองตามเสียงกันเป็นตาเดียว

     

            ชายคนหนึ่งในทรงผมจิ๊กโก๋หลังวังเสยเป็นเนินท้าทายแสงพระอาทิตย์พูดขึ้นกับลูกพี่ด้วยเสียงดัง“ลูกพี่ดูนั่น!”

     

            ส่วนตัวลูกพี่ที่อยู่ในทรงผมเดียวกันกับชายคนเมื่อกี้แต่สีผมเป็นสีเหลือง“แม่เจ้าโว้ย!” เขาอ้าปากค้างทันทีเมื่อมองไปยังอากิโนะกับมากิด้วยแววตาหื่นกระหายควันออกจมูก

     

            ขบวนรถของเหล่าจิ๊กโก๋ท้องถิ่นต่างสวมชุดสีขาวกันทั้งหมดกลางปักด้วยรูปแปลกประหลาดและตัวหนังสือพวกเขาขับรถมอเตอร์ไซต์ที่ดัดแปลงมากันนับยี่สิบคันได้ทำเอาเหล่านักท่องเที่ยวกับผู้คนต่างพากันไปหาที่หลบด้วยความหวาดกลัว

     

            ลูกพี่หัวเหลืองหันมาพูดอย่างอารมณ์ดีกับลูกน้อง“สงสัยคืนนี้มีสาวซ้อนท้ายแล้ววะพวกเรา”

     

            เสียงเครื่องยนต์ประสานกับเสียงหัวเราะสะใจพวกเขาแลบลิ้นเลียริมฝีปากมองไปยังเป้าหมายเมินสายตาเหนื่อยหน่ายจากจินที่นั่งใกล้

     

            “สงบสุขไหมล่ะ”