ตอนที่ 152 ไม่สบอารมณ์
ตอนที่ 152 ไม่สบอารมณ์ “แบบนี้มันหมายความว่ายังไง พวกเจ้าคิดว่าสงครามเป็นสนามเด็กเล่นที่อยากจะออกมาก็ออก อยากไปก็ไปกันหรือไง???”“มะ ไม่ใช่แบบนั้นครับท่านบารอน”“โห่ว! ถ้าไม่ใช่แบบนั้นก็อธิบายเหตุผลที่ฟังขึ้นมาหน่อยสิ ถ้าเหตุผลที่เจ้าบอกมามันฟังไม่ขึ้น ข้าจะสั่งประหารพวกเจ้าทั้งหมดตอนนี้แหละ”เมื่อไมล์พูดจบทหารที่ล้อมพวกจอมเวทย์อยู่ต่างก็ชูปืนขึ้นมากันทั้งหมด และเล็งมันตรงไปยังพวกจอมเวทย์ที่นั่งรวมกลุ่มกันอยู่ตรงกลางตามคำสั่งที่ไมล์กำลังพูดออกมา‘-นี่มันอะไรกันจะฆ่ากันเลยงั้นเหรอ บารอนนี้มันอะไรกัน???’‘-ไหนข่าวลือบอกว่ามันเป็นคนของพระเจ้าไง ทำไมถึงได้พูดเรื่องการจะฆ่าพวกเราออกมาตั้งแต่ยังไม่ได้ฟังอะไรแบบนี้’‘-บารอนนี้มันเป็นปีศาจหรือไงยังไม่ได้ฟังเหตุผลอะไรเลย’เหล่าจอมเวทย์ต่างคิดด้วยความกังวลเพราะอย่างที่รู้ตัวของไมล์นั่นถูกพูดถึงแต่ในชื่อเสียงที่ดีแบบปากต่อปากไปทั่วประเทศ และทุกคนก็คิดว่าไมล์เป็นแบบที่ข่าวลือพูดจึงหวังเอาไว้สูงมากกับการต้อนรับของไมล์ เมื่อพวกตนเดินทางออกมาจากป้อมได้สำเร็จแต่สถานการณ์ตอนนี้ไม่ต่างออกไปอย่างสิ้นเชิงแต่ว่าในระหว่างที่พวกจอมเวทย์กำลังเต็มไปด้วยความกังวลตัวของแวนสันกลับต่างจากคนอื่นเพราะกำลังมองไปที่ไมล์แบบตาไม่กระพริบ ‘ได้เห็นแบบนี้แล้วเข้าใจเลยทำไมชายคนนี้ถึงได้สร้างอาณาเขตตัวเองให้แข็งแกร่งได้ เพียงแค่พูดออกมาคำเดียวพวกทหารก็เตรียมพร้อมฆ่าคนแล้ว ชายคนนี้ใช้วิธีควบคุมคนได้สุดยอดจริงๆ’หลังจากคิดสักพักแวนสันก็เริ่มอธิบายเรื่องทั้งหมดให้กับไมล์ฟังเกี่ยวกับเรื่องที่เฮอร์เมสวางแผนอาไว้ทั้งหมด เรื่องเห็นพวกจอมเวทย์เป็นเพียงเครื่องสังเวย เรื่องที่วางแผนหนีเอาไว้หลังจากที่สู้ไม่ไหว แล้วก็เรื่องที่จำเป็นอีกหลายอย่างเกี่ยวกับป้อมรักษาการณ์เกี่ยวกับจุดสำคัญที่ถ้าโจมตีจะสามารถสร้างความเสียหายให้กองทัพของเฮอร์เมสได้มากกว่าการโจมตีปกติแบบที่ไมล์ได้วางแผนเอาไว้‘เป็นแบบที่คิดเอาไว้จริงๆ ทำเรื่องอย่างการฆ่าทูตเอาไว้แบบนั้นมันยังมีหน้าคิดหนีอีก นี่มันคิดออกมาได้ยังไงคิดว่าตัวเองเป็นพระเจ้าหรือไงที่คิดจะทำอะไรก็ทำแล้วทุกอย่างจะเป็นแบบที่คิดเอาไว้ หึ!’ไมล์คิดในใจด้วยความรู้สึกไม่สบอารมณ์ หลังจากที่ได้ฟังเรื่องทั้งหมดจากนั้น“เอาปืนลงก่อนเจ้าพวกนี้ไม่ได้มีเจตนาโจมตีพวกเรา”ไมล์ก็เริ่มออกคำสั่งกับพวกทหารโดยรอบ พวกทหารเมื่อได้รับคำสั่งของไมล์ก็เริ่มลดปืนลงตามคำสั่งทันที ทำให้สีหน้าของพวกจอมเวทย์จากกำลังวิตกกังวลแสดงสีหน้าดีใจออกมาอย่างเห็นได้ชัด“ถ้าเรื่องที่พูดมาเป็นเรื่องจริงก็เท่ากับว่าเจ้าที่เป็นหัวหน้าจอมเวทย์และพวกลูกน้องทั้ง 523 คน ต้องการที่จะย้ายฝั่งมาช่วยไค… ไม่สิ! ช่วยองค์ชายในการยึดประเทศคืนมาจากสหราชอาณาจักรและพวกขุนนางทรยศใช่ไหม”ไมล์ถามเพื่อยืนยันให้แน่ใจเพราะหลังจากที่ฟังแวนสันเล่ามาเรื่องมันก็เอนเอียงไปทางนี้หมด“ถูกต้องแล้วครับท่านบารอน พวกข้าพร้อมสู้เต็มที่เพื่อองค์ชาย เพื่อเอาประเทศของพวกเรากับคืนมา จอมเวทย์ที่อยู่นี้ทุกคนต่างก็มีความคิดแบบนี้ถึงได้เดินทางออกมาเพื่อช่วยเหลือองค์ชายไคเซอร์ครับ”ระหว่างตอบแวนดีก็เอนตัวเล็กน้อยให้ไมล์มองเห็นพวกจอมเวทย์ที่กำลังด้านหลังให้ชัดเจน ‘หึ! เพื่อองค์ชาย! เพื่อประเทศ! พูดออกมาสะสวยหรูเหลือเกิน ตามจริงที่พวกแกออกมาจากป้อมก็เพราะกลัวตายกันไม่ใช่หรือไง’ไมล์คิดในใจถึงแม้ว่าตอนนี้แวนสันมันจะใช้คำพูดให้ฟังสวยหรูเท่าไหร่ก็ตาม แต่ความจริงตรงหน้ามันก็ปรากฏออกมาอย่างชัดเจนต่อหน้าของไมล์ เพราะใจจริงแล้วของพวกจอมเวทย์ที่หนีออกมาก็เพราะกลัวตายกันทั้งนั้นไม่ได้มีความคิดที่อยากจะช่วยไคเซอร์แบบเต็มใจกันหรอก และที่ต้องทำก็เพราะสถานการณ์มันพามาต่างหากถึงจะรู้อยู่แก่ใจไมล์ก็ตอบกลับแวนดีว่า “ถ้าเจ้าบอกมาแบบนั้นข้าก็จะไว้ชีวิตเอาไว้ก่อนก็แล้วกัน เพราะยังไงสะที่เจ้าบอกมาก็มีเรื่องที่เป็นประโยชน์อยู่หลายอย่าง”“ขอบคุณครับ”“แต่ว่า… ถ้าข้ามารู้ทีหลังว่าเรื่องที่เจ้าเล่าให้ฟังเมื่อครู่เป็นเรื่องไม่จริงสักเรื่องละก็ พวกเจ้าทั้งหมดเตรียมตัวอยู่ในสภาพแบบที่เฮอร์เมสมันทำเอาไว้กับทูตที่ข้าส่งไปได้เลย”ไมล์พูดต่อด้วยน้ำเสียงจริงจังดวงตาทั้งสองมองเข้าไปในตาของแวนสันแบบไม่กระพริบ“เรื่องนั้นท่านไม่ต้องห่วงครับ เรื่องที่ข้าบอกท่านเป็นเรื่องจริงแน่นอน!”ถึงจะโดนพูดแบบกดดันใส่แต่ทางแวนสันก็ตอบด้วยน้ำเสียงมั่นใจ พร้อมกับก้มหน้าลงเล็กน้อยเพื่อแสดงความเคารพและจริงจัง‘พูดขนาดนี้แล้วมันยังไม่รนถ้ามันไม่โกหกเก่งมากจนพ้นสายตาเราได้ ก็แปลว่าเรื่องที่มันพูดออกมาเป็นเรื่องจริง งั้นข้อมูลตรงนี้ก็สามารถเชื่อถือได้เช่นกัน’ไมล์คิดในใจหลังจากทดสอบจิตวิทยาใสแวนดีไปเพราะตามปกติแล้ว ถ้าคนโกหกไมล์ที่เคยเจอพวกคนโกหกมานับไม่ถ้วนคุยด้วยแบบนี้ต้องสังเกตเห็นอาการแล้ว เพราะคนโกหกมีหลายอาการให้สามารถสังเกตได้เยอะ ถึงแม้ว่าจะพยามปิดจุดที่ 1 จุดที่ 2 ก็ปรากฏออกมาให้เห็นอยู่ดีแต่เมื่อทดสอบแวนสันกลับไม่มีให้เห็นเลยสักจุดไมล์เลยเชื่อเรื่องที่พูดออกมาจากนั้นไมล์ก็หันไปพูดกับทหารที่ยืนอยู่ด้านหลังของตนว่า “เอาพวกนี้ไปขังรวมกันเอาไว้ก่อน พรุ่งนี้องค์ชายก็จะเดินทางมาถึงข้าจะให้องค์ชายตัดสินพวกนี้เองว่าพวกมันจะได้เข้าร่วมกองทัพ หรือต้องตายเพราะทรยศต่อประเทศที่เคยอยู่กับพวกขุนนางทรยศ”“ครับท่าน!”