ไป่ฉีเดินมาถึงประตูรั้วบ้าน เขาทำการกระโดดข้ามไปอย่างง่ายดาย เมื่อไป่ฉีเปิดประตูส่วนตัวบ้านเข้าไปเขาก็เห็นว่าพ่อกับแม่กำลังออกกำลังกายช่วงเย็นกันอยู่
“กลับมาแล้วครับ” ไป่ฉีกล่าว
“โอ้ ไอ้ลูกชาย ไปไหนมาตั้ง 2-3 วัน หนูชิงชิงตาคล้ำเป็นหมีแพนด้าแล้ว” ไป่ชิงหยุนกล่าว
“ไปเที่ยวป่ามาน่ะครับ” ไป่ฉีกล่าว
“พี่ฉี พี่ไปไหนมา ทำไมไม่ชวนผมไปด้วยล่ะ” ไป๋หู่ที่ได้ยินเสียงไป่ฉี ก็กระโดดลงมาจากชั้น 2 ทันที
“เฮ้ย นายอย่าโดดลงมาสิวะ เกิดพี่ชิงชิงเห็นก็ตกใจกันพอดี” ไป่ฉีกล่าว
“อาซ้อไม่อยู่หรอก เห็นว่าจะไปหาคุณปู่น่ะ” ไป๋หู่กล่าว
“แล้วซีหยานล่ะ” ไป่ฉีถาม
“หมอนั่นบอกว่าจะไปซื้อของใช้เพิ่มน่ะ พี่ว่าแปลกมะ มีทั้งครีมโกนหนวด โฟมล้างหน้า สบู่เหลวอาบน้ำ น้ำหอม สเปรย์ดับกลิ่นกาย กับสเปรย์ดับกลิ่นรองเท้าอีก นี่ยังไม่นับครีมบำรุงผิวมือกับครีมบำรุงผิวที่มือกับเท้าอีกนะ” ไป๋หู่บ่น
“นั่นมันก็เรื่องของเขา นายเองก็ควรซื้อมาใช้บ้างนะ โดยเฉพาะสเปรย์ระงับกลิ่นกายน่ะ” ไป่ฉีกล่าว
“อะไรกัน พี่ก็ว่าผมตัวเหม็นเหรอ” ไป๋หู่ทำหน้าเศร้า
“ถ้าให้พูดตรง ๆ นะ นายน่ะตัวเหม็นมากหลังออกกำลังกาย นายควรดูแลตัวเองเหมือนซีหยานรู้ไหม” ไป่ฉีกล่าว
“แต่ผมไม่ชอบอะไรที่มันยุ่งยากนี่พี่” ไป๋หู่กล่าว
“เดี๋ยวฉันหาวิธีให้ก็แล้วกัน หลังซีหยานกลับมานายไปตามฉันที่ห้อง เดี๋ยวจะได้คุยพร้อมกันทีเดียวเลย” ไป่ฉีกล่าว
“ได้เลย เดี๋ยวถ้าเจ้าหัวสีน้ำยาล้างส้วมกลับมาผมจะบอกเขาให้” ไป๋หู่กล่าวจบก็วิ่งเข้าไปหาไป่เหลียนฮวาทันที
“แม่ครับ แม่ว่าผมตัวเหม็นมั๊ย” ไป๋หู่เข้าไปเกาะขาแล้วบีบนวดที่น่องของไป่เหลียนฮวาเบา ๆ
“เด็กผู้ชายมีกลิ่นตัวเป็นธรรมดา แต่ก่อนไป่ฉีเองก็มีกลิ่นตัวแรง แต่ช่วงหลังไม่มีแล้ว” ไป่เหลียนฮวากล่าว
“ก็มันไม่ได้ทำงานหนักเหมือนแต่ก่อน มันจะไปมีกลิ่นตัวแรงได้ไงล่ะ” ไป่ชิงหยุนกล่าว
“ผมดูแลตัวเองต่างหากล่ะพ่อ” ไป่ฉีกล่าว
“แม่ครับ วันนี้มีอะไรกินบ้างครับ” ไป๋หู่อ้อนไป่เหลียนฮวาราวกับตนเองเป็นลูกแท้ ๆ ของเธอ
“อยากกินอะไรล่ะเรา หืม” ไป่เหลียนฮวาใช้มือลูบหัวไป๋หู่
“แม่ ไม่ต้องตามใจมากก็ได้ นั่นเพื่อนผมนะไม่ใช่ลูกแม่ซะหน่อย” ไป่ฉีกล่าว
“แต่แม่เห็นไป๋หู่เป็นเหมือนลูกชายแม่อีกคนหนึ่งเลยนะ” ไป่เหลียนฮวายิ้ม
“เฮ้อ ตามใจแล้วกันครับ ผมไปอาบน้ำก่อนดีกว่า” ไป่ฉีกล่าวจบก็เดินขึ้นห้องไป
หลังอาบน้ำแต่งตัวเสร็จแล้ว ไป่ฉีนั่งเขียนนิยายของเขาต่ออีกสักครู่ใหญ่ ก่อนที่เสียงเคาะประตูจะดังขึ้นพร้อมกับเสียงของไป๋หู่ที่เรียกเขา
“พี่ฉี ซีหยานกลับมาแล้ว ผมไปรอที่ห้องก่อนนะ” ไป๋หู่กล่าวจบ ไป่ฉีก็ได้ยินเสียงฝีเท้าเดินไกลออกไป
เขาเก็บของทุกอย่างให้เรียบร้อย ก่อนจะเดินไปที่ห้องนอนของทั้ง 2 คนทันที เขาเคาะประตูและรอ เมื่อได้ยินเสียงของหลี่ซีหยานบอกให้เขาเข้ามาได้ ไป่ฉีก็เปิดประตูเข้าไปทันที
“มาคุยกันหน่อย” ไป่ฉีกล่าว
“ว่ามาเลย” หลี่ซีหยานกล่าว
“บอกมาเลยพี่ มีเรื่องอะไรเหรอครับ” ไป๋หู่ถาม
“ยังจะมาถามอีก ก็เรื่องกลิ่นตัวนายนั่นแหละ มันทำให้คนอื่นเดือดร้อน” ไป่ฉีกล่าว
“เห็นมะ ฉันบอกนายแล้วว่าหัดดูแลความสะอาดกับภาพลักษณ์ตัวเองบ้าง” หลี่ซีหยานกล่าวเสริม
“ก็ฉันไม่ชอบอะไรที่มันยุ่งยากนี่” ไป๋หู่กล่าว
“พอ ๆ พวกนายไม่ต้องเถียงกันเลย ถอดเสื้อกะกางเกงออก ให้เหลือแต่กางเกงในเดี๋ยวนี้เลย” ไป่ฉีกล่าว
ทั้ง 2 คนไม่ได้คิดอะไร เพราะคิดว่าไป่ฉีน่าจะทำอะไรบางอย่างที่จะช่วยแก้ปัญหาเรื่องกลิ่นตัวของพวกเขา สิ่งที่เห็นตอนนี้คือไป่ฉีเรียกเอาชุดเข็มเงินออกมาจากแหวนมิติ แล้วนำมาวางไว้ด้านหน้าของทั้ง 2 คน
“ฝังเข็มช่วยได้เหรอ” ไป๋หู่ถาม
“ตอนเข้าค่ายฝึกฝนก็เคยทำไปแล้วนี่” หลี่ซีหยานถาม
“ไม่เหมือนกัน เพราะฉันไม่ได้ให้โอสถสำหรับขับของเสียกับพวกนายในตอนนั้น” ไป่ฉีกล่าว
“โอสถอะไร” หลี่ซีหยานสงสัย
“โอสถชำระปราณกับโอสถชำระกาย 2 ชนิดนี้พวกนายกิน 1 เม็ด ต่อ 1 ชั่วโมง แล้วหลังจากนั้นพวกนายทิ้งของบำรุงผิวกับสเปรย์พวกนั้นไปได้เลย” ไป่ฉีกล่าว พร้อมกับเรียกถังใบใหญ่ที่เคยใช้ตอนไปเข้าค่ายออกมา
“ดี ๆ เริ่มกันเลยเถอะ ผมอยากตัวหอมเหมือนพี่” ไป๋หู่กล่าว
“ดีขนาดนั้นเลยเหรอ” หลี่ซีหยานยังคงสงสัย
“พวกนายนั่งลงในถังที่ฉันเรียกออกมา” ไป่ฉีกล่าว ซึ่งทั้ง 2 คนถอดเสื้อและลงไปนั่งในถังนั้น ก่อนที่ไป่ฉีจะใช้เข็มเงินฝังลงบนจุดชีพจรลมปราณทุกจุดบนตัวของทั้ง 2 คนอย่างรวดเร็วและแม่นยำ
“กินโอสถทั้ง 2 เม็ด แล้วเริ่มโคจรพลังปราณดูดซับมัน จากนั้นชักนำพลังจากโอสถไปตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย” ไป่ฉีกล่าว
หลี่ซีหยานกับไป๋หู่ทำตามอย่างว่าง่าย เพียงไม่นาน ตามจุดที่ฝังเข็มเงินก็มีของเหลวสีดำข้นไหลออกมาอย่างต่อเนื่อง พวกเขาตกใจมาก ของเหลวสีดำราวกับสีของน้ำมันดิบนี่มันอะไรกัน
“พวกนายคงสงสัยสินะ นี่คือสิ่งสกปรกที่อยู่ในตัวพวกนาย ต้นตอของกลิ่นตัว กลิ่นเท้า รวมถึงการเสื่อมสภาพของเซลล์ในร่างกายล้วนมาจากสิ่งนี้ทั้งนั้น หรือที่ทางวิทยาศาสตร์เรียกพวกมันว่า อนุมูลอิสระ ของพวกนี้สะสมมาตั้งแต่ตอนที่พวกนายเกิด ดังนั้นไม่ต้องแปลกใจ” ไป่ฉีอธิบาย
“พวกเราต้องทำแบบนี้นานขนาดไหน” หลี่ซีหยานถาม
“จนกว่าสิ่งที่ขับออกมาจากตัวพวกนายจะมีเพียงแค่เหงื่อใสไร้สีไร้กลิ่นเท่านั้น แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าพวกนายจะกำจัดพวกมันออกไปได้หมดหรอกนะ” ไป่ฉีตอบ
“แล้วต้องทำยังไงล่ะพี่ฉี ถึงจะกำจัดพวกมันออกไปได้จนหมด” ไป๋หู่ถาม
“กระบวนการผลัดกระดูกเปลี่ยนเส้นเอ็น ด้วยกระบวนการทำลายและสร้างใหม่เท่านั้นที่จะสามารถกำจัดสิ่งสกปรกที่แทรกตัวอยู่ลึกตั้งแต่เราเกิดได้อย่างแท้จริง กระบวนการที่ฉันให้พวกนายทำอยู่คือการขับของเสียออกบางส่วนเพื่อไม่ให้ร่างกายเกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์เท่านั้น” ไป่ฉีกล่าว
เวลาผ่านไปจนกระทั่งไป่ฉีได้ยินเสียงของไป่โม่ลี่เรียกให้ทุกคนลงไปรับมื้อเย็น ไป่ฉีหันไปสั่งให้ทั้ง 2 คนทำต่อไปเรื่อย ๆ จนกว่าสิ่งสกปรกจะถูกขับออกมาในระดับที่เขาพอใจ
“ฉันจะลงไปบอกให้ว่าพวกนายจะไม่รับมื้อเย็น” ไป่ฉีกล่าวก่อนจะออกจากห้องไป
“เดี๋ยวสิพี่ฉี โธ่ อดกินฝีมือพี่โม่ลี่เลย” ไป๋หู่บุ้ยปาก
“อย่าพูดมาก ขมคอโว๊ย” หลี่ซีหยานกล่าว เขาเป็นคนรักสะอาด การที่ต้องมานั่งแช่ในถังที่ตอนนี้เต็มไปด้วยของเหลวสีดำกลิ่นรุนแรงแบบนี้ เป็นอะไรที่ทำให้เขาหงุดหงิดมากทีเดียว
ด้านล่างไป่ฉีได้บอกทุกคนว่าไป๋หู่กับหลี่ซีหยานกำลังยุ่งอยู่ ห้ามเปิดห้องเข้าไปรบกวนเด็ดขาด โดยเฉพาะไป่ชิกับไป่เชอะ หลังมื้อเย็นเสร็จไปไม่นานเมิ่งชิงชิงก็กลับมา
“กินกันเสร็จแล้วเหรอคะ” เมิ่งชิงชิงถาม
“ครับ แต่เดี๋ยวผมให้พี่โม่ลี่ทำให้ใหม่เอาไหมครับ” ไป่ฉีถาม
“ไม่เอาอ่ะ นายทำให้ฉันกินหน่อยสิ” เมิ่งชิงชิงกล่าวน้ำเสียงออดอ้อนแบบนี้มีหรือที่ไป่ฉีจะไม่ทำให้
“ได้ครับ ที่รัก” ไป่ฉีกล่าว
ไป่ฉีเดินเข้าห้องครัวเพื่อไปทำอาหาร โดยมีไป่โม่ลี่ตามเข้าไปด้วยเพื่อเรียนรู้วิธีทำอาหารโดยใช้พลังปราณ ส่วนเมิ่งชิงชิงนั้นขึ้นไปอาบน้ำก่อนเพราะเธอเหนียวตัวมาก
มื้ออาหารของเมิ่งชิงชิงคราวนี้เป็นข้าวปั้นที่ด้านในเป็นไส้ผัดผักกับเนื้อสัตว์ ไป่ฉีนั่งมองเมิ่งชิงชิงกัดข้าวปั้นเข้าปากคำแล้วคำเล่าด้วยรอยยิ้มที่ทำให้ไป่โม่ลี่ถึงกับเขินอาย ส่วนเมิ่งชิงชิงดูเหมือนจะชินกับรอยยิ้มดาเมจทำลายล้างสูงแบบนี้ไปซะแล้ว เธอทำแต่ยิ้มตอบกลับไปเท่านั้น
“อร่อยไหม” ไป่ฉีถาม
“นายทำให้ทั้งที ฉันจะกล้าเรื่องมากรึไงกัน” เมิ่งชิงชิงตอบ
“งั้นผมขอขึ้นไปจัดการงานก่อนนะครับ โม่ลี่ฝากเก็บจานด้วย ส่วนพี่ชิงชิง คืนนี้ผมจะเป็นตุ๊กตาให้พี่กอดทั้งคืนเลย” ไป่ฉีกล่าว
“ได้ค่ะ” ไป่โม่ลี่กล่าว
“ดีเลย ฉันจะได้หลับสนิทซักที” เมิ่งชิงชิงกล่าว
ไป่ฉีเดินขึ้นไปที่ห้องของหลี่ซีหยานกับไป๋หู่ เขาทำการกางเขตแดนเพื่อไม่ให้กลิ่นภายในห้องนั้นทะลักออกมาข้างนอก และใช้พลังปราณกางครอบตนเองเอาไว้ เมื่อเดินเข้าไป สภาพเลวร้ายกว่าที่คิดมาก ดอกไม้ในแจกันที่หลี่ซีหยานจัดไว้ เหี่ยวเฉาจนกลายเป็นสีน้ำตาล สีหน้าของทั้ง 2 คนในห้องเหมือนคนใกล้จะตายเต็มทีแล้ว โดยเฉพาะหลี่ซีหยานที่สภาพใกล้จะสลบแล้ว ไป่ฉีทำการใช้พลังปราณของเขากำจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ทั้งหมดทันที
“แฮก ๆ ๆ นึกว่าจะตายซะแล้ว” หลี่ซีหยานกล่าว เขารีบสูดเอาอากาศบริสุทธิ์เข้าไปทันที
“โอ๊ย ทำไมมันเหม็นอย่างงี้เนี่ย” ไป๋หู่กล่าว
“ของเสียใกล้จะหมดแล้วนี่” ไป่ฉีกล่าว เมื่อสังเกตเห็นว่าของเหลวสีดำที่ถูกขับออกมาตอนนี้น้อยลงมาก มีเพียงเล็กน้อยที่ถูกขับออกมาพร้อมกับเหงื่อสีใส จากนั้นก็ยื่นน้ำให้ทั้ง 2 คนดื่มเพื่อเติมน้ำในร่างกาย
“พี่ฉี ผมหิวแล้ว” ไป๋หู่เริ่มงอแง
“กินนี่ไปซะ” ไป่ฉีหยิบอาหารลมปราณชั้นสูงส่งเข้าปากไป๋หู่ทันที ส่วนอีกเม็ดก็ยื่นให้กับหลี่ซีหยาน
“อะไรอะพี่ ไม่เห็นมีรสชาติอะไรเลย” ไป๋หู่ถาม หลังจากพยายามอมไว้แล้วใช้ลิ้นชิมรสดู
“นั่นสิ ของกินเหรอ” หลี่ซีหยานถาม
“กลืนมันลงไป แล้วใช้พลังปราณดูดซับมัน” ไป่ฉีกล่าว
ทั้ง 2 คนทำตามและก็พบว่ามันช่วยเติมเต็มท้องที่ว่างเปล่าของพวกเขาได้ ซ้ำยังสัมผัสได้ถึงพลังสายหนึ่งไหลเข้าสู่ตันเถียนของพวกเขา
“นี่มัน.....” หลี่ซีหยานตกตะลึงกับสิ่งที่เกิดขึ้น
“สุดยอด นี่มันคืออะไรครับพี่ฉี” ไป๋หู่ถาม
“มันคืออาหารลมปราณชั้นสูง ปกติฉันกินสิ่งนี้แทนอาหารทั่วไป หากไม่จำเป็นต้องไปกินต่อหน้าคนอื่น” ไป่ฉีตอบ
“แล้วมันช่วยอะไรล่ะ” หลี่ซีหยานถาม
“ช่วยให้เราไม่ต้องรับสิ่งสกปรกเข้าสู่ร่างกายเพิ่มไงล่ะ อาหารลมปราณนี้ผ่านไฟปราณ กำจัดสิ่งสกปรกที่แฝงอยู่จนหมด มันถึงไร้รสไร้กลิ่นไงล่ะ” ไป่ฉีอธิบาย
“งี้นี่เอง” ไป๋หู่พยักหน้า
“พวกนายเถอะ พรุ่งนี้จะไปร่วมงานประลองยุทธ์ที่สมาคมการค้าตะวันจันทรารึเปล่า” ไป่ฉีถาม
“อ๊ะ เกือบลืมไปเลย งานนี้ยังไงผมก็ต้องไปนะ ในฐานะลูกชายคนเดียวของผู้นำตระกูลไป๋ พี่กุ้ยอิงก็ไปด้วย” ไป๋หู่กล่าว
“ทางฉันเองก็ต้องไปเหมือนกัน ย่าทวดโจวโทรมาบอกเมื่อ 2 วันก่อน ครั้งนี้พี่ไป๋กับพี่เหมยอิงก็ไปด้วย แต่ฉันว่าพวกเราจะไปหรือไม่ไปก็ไม่มีอะไรเปลี่ยน ยังไงในรอบท้าย ๆ ก็ต้องเป็นการสู้กันของพวกตำหนักเทพอยู่แล้ว พวกเราตระกูลหลี่มีระดับปราณค่อนข้างต่ำ ดูอย่างไป๋หู่สิ พลังปราณเขาต่อให้ผ่านรอบแรกหรือรอบสองไปได้ ยังไงรอบสามอาจได้รับบาดเจ็บจนต้องถอนตัวก็ได้ เพราะตั้งแต่รอบสามคงเหลือพวกปราณชั้นนภาขึ้นไปทั้งนั้น” หลี่ซีหยานกล่าว
แต่สักครู่สีหน้าหลี่ซีหยานกับไป๋หู่ก็เปลี่ยนไป พลังปราณของทั้งคู่อยู่ ๆ ก็พุ่งสูงขึ้นแบบฉับพลัน ทำให้หลี่ซีหยานที่อยู่ในชั้นปราณขั้นต้น ขั้น 10 ทะลวงขั้นสู่ปราณแท้จริง ขั้น 1 ส่วนไป๋หู่ก็เลื่อนจากชั้นปราณนภา ขั้น 10 สู่ปราณราชันย์ ขั้น 1
“นี่มัน.......เป็นไปได้ยังไง” หลี่ซีหยานกำลังตกตะลึงกับสิ่งที่เกิดขึ้น
“สุดยอด ผมผ่านคอขวดได้ด้วยล่ะ” ไป๋หู่ดีใจมาก
“สิ่งสกปรกทั้งหลายที่ขับออกมาคือสาเหตุของคอขวดที่พวกนายเจอ ไม่ใช่แค่พวกนาย แต่ผู้ฝึกยุทธ์ทุกคนตอนนี้ก็เจอชะตากรรมแบบเดียวกัน” ไป่ฉีกล่าว
“ที่บอกว่าจะจัดการเรื่องกลิ่นตัวเราเป็นข้ออ้างสินะ แต่ที่จริงนายต้องการช่วยพวกเราทะลวงขั้นลมปราณใช่ไหม” หลี่ซีหยานถาม
“ไม่ เรื่องหลักคือกลิ่นตัวเหมือนเดิม พวกนายอยู่ขั้นสูงสุดของลมปราณชั้นนั้นแล้ว ดังนั้นการทะลวงชั้นปราณมันเป็นแค่ผลพลอยได้” ไป่ฉีตอบ
ทั้ง 2 คนดีใจกันใหญ่ ส่วนไป่ฉีขอตัวกลับห้องไปหาเมิ่งชิงชิงทันที ตอนนี้การเตรียมการสำหรับงานประลองให้เพื่อนทั้ง 2 ของเขาก็เสร็จเรียบร้อยแล้ว ครั้งนี้จางหนี่หวังขอให้เขาช่วยเป็นกรรมการทดสอบรอบแรกซะด้วย ไป่ฉีกำลังคิดวิธีคัดคนออกอยู่ เพียงไม่นานเขาก็ยกยิ้มขึ้น
_________________________________
+ฝากเพจนิยายด้วยครับ+
