วายุเทพเซียวเหลิ่งเหวินวางร่างหงลู่เสียนลงบนโต๊ะทำอาหารของพ่อครัวที่ถูกทำความสะอาดเรียบร้อยแล้วสายตามองดูร่างของสาวงามที่กำลังหายใจรวยรินหลับตาพริ้ม ใบหน้าที่เคยงดงามเ็าบัดนี้ซีดเซียวไปบ้างแล้วหากไม่ได้รับลมปราณบริสุทธิ์จากเผ่าพันธุ์เดียวกันเส้นชีพจรที่ขาดสะบั้นจะไม่มีวันกลับคืนมาดังเดิม คนจะเหี่ยวเฉาหมดสิ้นเรี่ยวแรงและสิ้นใจในที่สุด
วายุเทพเซียวเหลิ่งเหวินถกอาภรณ์สีขาวของหงลู่เสียนขึ้นมาถึงเอวผิวขาวนวลเนียนในที่ลับปรากฏแก่สายตาเขาต้องรวบรวมสมาธิและดึงสติของตนเองให้อยู่ในสภาวะเหนือโลกีย์การร่วมรักในครั้งนี้เป็การช่วยชีวิตหาใช่การแสวงหาความสุขสมหรือสนองตัณหาแก่ตนเองการพาตัวเกลือกกลั้วอยู่ในกามารมณ์มีแต่จะชักนำให้อาการของนางแย่ลงและลมปราณเหือดแห้งในที่สุดคนเราเมื่อไร้ซึ่งลมปราณภายในร่างก็มิอาจมีชีวิตสืบต่อไปได้ ย่อมเหี่ยวเฉาตกตายอย่างทรมาน
เขาปลดเปลื้องอาภรณ์ของตนเองออกจนหมดจากนั้นก็ทำการรุกล้ำเข้าสู่ดินแดนลึกลับของหญิงสาวแม้ว่าปากทางเข้าจะคับแคบไปบ้าง แต่ด้วยกำลังที่เขาทุ่มเทผลักดันก็สามารถบุกฝ่าทะลวงเข้าไปข้างในได้ในที่สุดร่างของหงลู่เสียนสั่นสะท้านพร้อมกับส่งเสียงครางอันรัญจวนออกมาในลำคอวายุเทพเซียวเหลิ่งเหวินรวบรวมสมาธิปลดปล่อยลมปราณเข้าสู่ร่างของหญิงสาวอย่างใจเย็นเขาใช้ลมปราณของตนเองสำรวจชีพจรของหญิงสาวอย่างละเอียด พบว่าเส้นชีพจรเสียหายหกจุดเขารีบผนึกลมปราณของตนเองแล้วถ่ายเทเข้าสู่เส้นชีพจรของหญิงสาวใช้ลมปราณนั้นซ่อมแซมเส้นชีพจรที่เสียหาย ซึ่งแต่ละตำแหน่งที่เสียหายต้องใช้เวลาเกือบครึ่งธูปไหม้จึงจะแล้วเสร็จ
เวลาผ่านไปเกือบหนึ่งชั่วยามภารกิจซ่อมแซมเส้นชีพจรที่เสียหายจึงแล้วเสร็จ วายุเทพเซียวเหลิ่งเหวิน ต้องหลั่งเหงื่อโทรมกายการซ่อมแซมและถ่ายเทลมปราณของตนเองเพื่อรักษาชีวิตของหงลู่เสียนนั้นต้องใช้สมาธิและสิ้นเปลืองพลังลมปราณจำนวนมากั้แ่ออกท่องยุทธภพมาเขายังไม่เคยเหนื่อยแทบขาดใจเช่นนี้มาก่อน เพิ่งจะเข้าใจประโยคที่ว่าการฟื้นฟูยากกว่าการทำลายตอนนี้เอง
หงลู่เสียนลืมตาขึ้นมาช้าๆ สิ่งแรกที่ปรากฏในสายตาเป็ร่างอันเปลือยเปล่าของบุรุษในฝันนางจ้องมองดูร่างนั้นด้วยความเอียงอาย นี่เป็ครั้งแรกของหญิงสาวและเวลายามนี้เป็่กลางวันที่แสงส่องสว่างเต็มที่ แม้ในห้องครัวจะทึบไปบ้างแต่ก็สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนอยู่ดี
วายุเทพเซียวเหลิ่งเหวินสบตากับสายตาที่เอียงอายของหงลู่เสียนเขารู้สึกถึงชีวิตผ่านการััที่ลึกซึ้งที่กำลังดำเนินอยู่ เทพหนุ่มบรรจงจุมพิตหญิงสาวอย่างดูดดื่มคราหนึ่งจากนั้นก็ดำเนินการเคลื่อนไหวร่างกายท่อนล่างตามสัญชาตญาณของบุรุษเมื่อมาถึงจุดนี้ไม่มีผู้ใดสามารถหันหลังกลับมีแต่เดินหน้าไปจนสุดทางแม้แต่เทพวายุผู้เกรียงไกรก็ไม่มีข้อยกเว้นเสียงครวญครางด้วยความสุขใจของหงลู่เสียนเป็หลักประกัน
คลื่นกระทบฝั่งครั้งแล้วครั้งเล่าก็ต้องมี่เวลาที่ชายฝั่งพังทลายยามที่น้ำแห่งชีวิตพวยพุ่งเป็่เวลาสุขหรรษาที่ทั้งคู่มิลืมเลือนน้ำข้นใสไหลรินเปรอะเปื้อนโลหิตพรหมจรรย์ที่คล้ายเหือดแห้งไปแล้วร่างอันแข็งแกร่งของเทพหนุ่มพังพาบลงบนร่างอันอ่อนนุ่มของหญิงสาว เทพผู้ทรงฤทธาล้มลงแล้วในสภาพนี้
หงลู่เสียนยกมือมาเช็ดเหงื่อบนใบหน้าของชายหนุ่มอย่างอ่อนโยนหล่อนไม่เคยสุขสมอารมณ์หมายเฉกเช่นยามนี้มาก่อนการได้ร่วมสัมพันธ์และซึมซับพลังชีวิตจากชายอันเป็ที่รักเป็เช่นนี้เอง สตรีใดในแผ่นดินจะยินดีปรีดาไปมากกว่านางคงไม่มี
วายุเทพเซียวเหลิ่งเหวินพยุงกายยืนขึ้นเขายังไม่ลืมที่จะโน้มตัวบรรจงจูบหน้าผากหงลู่เสียนคราหนึ่ง ั้แ่บัดนี้เป็ต้นไปนางเป็สตรีของตนเองจวบจนชีพมลายดับสิ้นสตรีคนแรกของจอมเทพอย่างเขากลับเป็เทพสตรีรุ่นหลังที่มีอายุห่างกันเกือบสามเท่า ชีวิตอิสระเสรีที่เขาเฝ้าทะนุถนอมมานับร้อยปีได้สิ้นสุดลงจนได้แต่นี้ไปจะทำสิ่งใดคงต้องนึกถึงหญิงสาวผู้นี้ก่อนเป็อันดับแรก
วายุเทพเซียวเหลิ่งเหวินดึกอาภรณ์ของหญิงสาวที่ถูกถกขึ้นถึงเอวลงมาปกปิดร่างกาย่ล่างเช่นเดิมเขาสวมใส่เสื้อผ้าด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนแปรไปจากเดิม การร่วมรักทำให้สมองของชายหนุ่มปลอดโปร่งโล่งสบายอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนเขานึกเสียดายที่เคยมองข้ามเื่ราวความสัมพันธ์ระหว่างบุรุษสตรีมาตลอด หากรู้ว่ามันสุขสมใจเช่นนี้เขาคงไม่ปฏิเสธหลบหลีกมันมานานถึงเพียงนี้
หลังจากสวมใส่เสื้อผ้าเสร็จสิ้นวายุเทพเซียวเหลิ่งเหวินก็นั่งลงข้างกายหงลู่เสียนทั้งสองกลายเป็เคอะเขินไม่รู้ว่าสมควรเริ่มต้นเช่นไรดี ความสัมพันธ์ที่ข้ามขั้นตอนเช่นนี้ยากที่จะทำให้มันเป็เื่ปรกติธรรมดาได้
“ร่างกายของเ้าจะฟื้นตัวและหายดีในเวลาหนึ่งร้อยวันดังนั้น่เวลาที่พักฟื้นไม่สมควรใช้วรยุทธ์ในการต่อสู้ มิฉะนั้นแล้วเส้นชีพจรที่เคยได้รับาเ็จะเสียหายมากกว่าเดิมและอาจจะไม่สามารถ...รักษาซ่อมแซมได้อีก”
เมื่อพูดถึงการรักษาซ่อมแซมทั้งสองถึงกับหน้าแดงเนื่องจากคิดถึงการร่วมรักที่ผ่านเมื่อสักครู่กลิ่นอายของความสุขหรรษายังคงไม่จางหายไปจากใจ เป็วายุเทพเซียวเหลิ่งเหวินที่ดึงสติกลับมาได้ก่อนจึงหันไปกล่าวกับหงลู่เสียนว่า
“ข้างนอกนั่นยังมีคนเฝ้ารอเราอยู่พวกมันไม่สมใจที่ได้กระบี่ไปยัง้าดาบของเราอีกหนึ่งเล่มน่าเสียดายที่เ้าไม่อาจใช้วรยุทธ์ได้เหมือนยามปรกติ ข้าจะได้ลงมือเข่นฆ่าให้สมใจสักคราไม่เคยมีคราใดที่จิตสังหารของข้าจะมีมากถึงเพียงนี้มาก่อน”
วายุเทพเซียวเหลิ่งเหวินหยิบดาบมาถือไว้ไม่แปลกที่จิตสังหารของเขาจะสูงถึงเพียงนี้ ที่ผ่านมาไม่เคยมีใครหน้าไหนทำให้เขาเสียหน้าเช่นนี้มาก่อนการถูกเหยียบย่ำศักดิ์ศรีในครั้งนี้ทำให้ไฟแค้นสุมอก จำต้องลงมือฆ่าฟันรอบหนึ่งจึงจะทำให้จิตใจสงบลงได้
“เ้าเกาะหลังข้าให้แน่นที่สุดไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ห้ามปล่อยมือเด็ดขาด หลับตาแล้วสวมกอดข้าไว้ให้แน่นได้เวลากลับบ้านแล้ว”
หงลู่เสียนไม่มีข้อสงสัยอันใดนางเอื้อมมือมากอดรอบคอของบุรุษผู้พิชิตทั้งร่างกายและจิตใจของตนเองสองขาเกี่ยวรัด่เอวของเขาไว้แน่น แผ่นหลังอันแข็งแกร่งของบุรุษผู้นี้ทำให้นางวางใจว่าการเดินทางครั้งนี้จะราบรื่นกว่าเดิม
วายุเทพเซียวเหลิ่งเหวินรวบรวมลมปราณอีกครั้งเขาสามารถฟื้นฟูพลังลมปราณที่สูญเสียไปได้บางส่วน แต่นั่นก็เพียงพอสำหรับการพาหงลู่เสียนกลับไปยังถิ่นฐานเขาสาบานกับตัวเองว่านี่จะเป็ครั้งสุดท้ายของการหลบหนีเขาหลบหนีก็เพราะเพื่อคนที่รัก บางครั้งคนเราก็ต้องปล่อยวางศักดิ์ศรีเพื่อสิ่งที่สำคัญกว่าหากดื้อรั้นดึงดันอาจประสบความสูญเสียจนมิอาจอภัยให้ตนเองได้
บัดนี้ปรากฏพายุหมุนเหนือห้องครัวหลังเล็กมีเสียงผิวปากเป็จังหวะดังมาจากรอบทิศ ผู้ที่มาอย่างหลบ ๆ ซ่อน ๆ ไม่ใช่มิตรสหายแน่นอนศัตรูคล้ายจะล้อมสถานที่แห่งนี้ไว้หมดแล้วสาเหตุที่พวกมันยังไม่กล้าบุกจู่โจมเข้าเพราะไม่มีผู้ใดกล้ารับมือกับวายุเทพเซียวเหลิ่งเหวินเป็คนแรกพวกมันกำลังรอคอยให้รัตติกาลมาเยือน แต่คนพวกนี้คงคิดไม่ถึงว่าเขามีวิธีรักษาชีวิตที่พิสดารเช่นนี้
ห้องครัวและร้านสุราแตกเป็เสี่ยงๆ ด้วยแรงะเิของพายุหมุน เศษไม้ปลิวว่อนไปทุกทิศทาง ร่างของวายุเทพเซียวเหลิ่งเหวินก็เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วพุ่งตัวไปยังทิศเหนือปรากฏยอดฝีมือสวมใส่ชุดดำยี่สิบคนทะยานออกมาสกัดเขาเอาไว้
วายุเทพเซียวเหลิ่งเหวินฟาดฟันดาบอย่างบ้าคลั่งจนต้นไม้ใบหญ้าปลิวฟุ้งกระจายท่ามกลางพายุหมุนที่ตนเองสร้างขึ้นเหล่าคนชุดดำมือไม้ปั่นป่วนวุ่นวายไม่นึกว่าวายุเทพที่ทระนงหยิ่งในศักดิ์ศรีตลอดมาจะใช้วิธีการเช่นนี้แผนที่พวกมันวางเอาไว้คือกลุ้มรุมจู่โจมโดยเน้นไปที่หงลู่เสียนที่ได้รับาเ็เพื่อทำลายสมาธิของวายุเทพเซียวเหลิ่งเหวินแต่พวกมันกลับนึกไม่ถึงว่าเขาจะแบกคนาเ็ไว้กลางหลังยิ่งกว่านั้นความรวดเร็วของเขาไม่ได้ลดน้อยลงแม้แต่นิดเดียว
วายุเทพเซียวเหลิ่งเหวินอาศัยความชุลมุนวุ่นวายที่เกิดขึ้นแทรกระหว่างกลางคนชุดดำสองคนเขาฟันดาบวายุสลาตันในมือออกไปอย่างรวดเร็วสองครา เสียงร้องด้วยความเ็ปดังขึ้นสองคราเช่นกันคนชุดดำที่โชคร้ายทั้งสองถูกดาบขาดครึ่งตัวตายคาที่ในทันที เขายังคงโลดแล่นท่านกลางคนชุดดำอีกหลายรอบเสียงร้องด้วยความเ็ปดังขึ้นมาหลายครา ทุกครั้งก็มีคนตายเช่นกัน
วายุเทพเซียวเหลิ่งเหวินได้ฆ่าคนสมใจอยากแล้วจึงทุ่มเทวิชาตัวเบาหลบหนีไปตามต้นไม้ใหญ่น้อยในป่าโปร่งไม่มีผู้ใดสามารถตามติดเขาทัน ชายชุดดำจากทุกสารทิศราวหกสิบคนทะยานตามติดเข้ามาหากตกอยู่ในวงล้อมของคนพวกนี้แม้แต่เขาเองก็ไม่แน่ใจว่าจะสามารถจากไปได้โดยสวัสดิภาพนอกจากนี้เขายังรู้สึกได้ว่ายังมียอดฝีมือที่แท้จริงอีกสองคนที่ยังไม่เผยโฉม นี่เป็สำนึกภัยของยอดฝีมือระดับเดียวกับเขาเท่านั้นที่ทำได้
วายุเทพเซียวเหลิ่งทุ่มเทวิชาตัวเบาครู่หนึ่งก็ทอดทิ้งเหล่าคนชุดดำที่ตามมาแต่ไกลเขาสิ้นเปลืองพลังลมปราณไปไม่น้อยกับการหลบหนีครั้งนี้ ในขณะที่กำลังเริ่มผ่อนความเร็วลงนั้นเขารู้สึกได้ถึงอันตรายที่มาสองข้างทางซ้ายขวาปรากฏฝ่ามือที่มีแรงกดดันมหาศาลจู่โจมเข้ามาทางด้านซ้าย พร้อมกับหมัดอันรุนแรงที่ต่อยเข้ามาจากด้านขวาสองยอดฝีมือลงมือโดยพร้อมเพรียง ไม่มีที่ว่างให้เขาหลบหนีอีกแล้ว หากเขามีตัวคนเดียวยังสามารถใช้ยอดวิชาเคล็ดวาตะโจมตีตอบโต้ไปได้แต่ตอนนี้กลับมีคนเจ็บที่ฟุบอยู่กลางอีกคน ผู้ที่ไม่สามารถรับาเ็และแรงกระทบกระเทือนรุนแรงได้อีก
ฝ่ามือที่จู่โจมเข้ามาพร้อมกับภาพหลอนของภูตผีปิศาจทำให้เขาต้องรีบตั้งสติสลัดความหวาดกลัวออกไปในที่สุดวิชามารในตำนานก็ปรากฏขึ้นอีกครั้ง ฝ่ามือยมบาล ส่วนหมัดที่จู่โจมเข้าแฝงพลังวัตรอันลึกล้ำไม่อาจประมาทได้เช่นกัน
วายุเทพเซียวเหลิ่งเหวินตัดสินใจใช้ดาบฟันใส่ฝ่ามือที่เต็มไปด้วยภาพหลอนนั้นอย่างแยบยลเขาฟันถูกใจกลางฝ่ามือพอดี เ้าของฝ่ามือที่สวมใส่ชุดดำสะดุ้งคราหนึ่ง เซียวเหลิ่งเหวินเองก็ต้องกระอักเืลอยเข้าหาหมัดที่จู่โจมาจากอีกทางเขาวาดดาบฟันใส่ศีรษะของเ้าของหมัดโดยไม่หลีกเลี่ยงจากหมัดที่จู่โจมมา นี่เป็การสู้เสี่ยงตายแลกชีวิตคนชุดดำเ้าของหมัดถึงกับแตกตื่นคาดคิดไม่ถึง มันเปลี่ยนกระบวนท่าอย่างกะทันหันโดยใช้หมัดนั้นรับมือกับดาบที่จู่โจมมาแต่นั่นกลับเป็เพียงท่าจู่โจมหลอกเท่านั้น
วายุเทพเซียวเหลิ่งเหวินหัวร่อฮา ฮา พุ่งทะยานจากไปอย่างรวดเร็ว ด้วยวิชาตัวเบาของเขาไม่มีใครผู้ใดสามารถตามทันคนชุดดำทั้งสองเหม่อมองดูร่างของเขาที่จากไปจนลับตา
“พลาดจนได้พวกเราต้องตามต่อไปหรือไม่?”
“ไม่ต้องแล้วกลับไปเตรียมตัวให้พร้อมเสียเถอะ เพราะครั้งต่อไปที่มันกลับมาจะเป็พวกเราเองที่ถูกล่าวรยุทธ์ของคนผู้นี้คงมีแต่จอมมารเท่านั้นที่เทียบเคียงได้ โอ หรือว่าท่านเฉียวจะคิดผิดที่มายุ่งเกี่ยวกับคนผู้นี้ขนาดมันแบกคนาเ็ผู้หนึ่งอยู่กลางหลังยังสามารถทะยานจากไปได้”
คนชุดดำทั้งสองไม่มีวาจาใดจะกล่าวอีกพวกเขาพลาดโอกาสสำคัญในการสังหารยอดฝีมือแดนเทพผู้นี้ไปแล้วครั้งต่อไปที่พบพานจะกลายเป็พวกเขาที่ต้องเป็ฝ่ายถูกล่าเสียเอง