ตอนที่ 9 ความเชื่อมโยง
เื่ าาปีศาจกลับมาจากต่างโลก
ณ นครวาติกัน สำนักงานใหญ่ของเหล่านักปราบปีศาจ
สายเรียกเข้าดังขึ้น มีรายงานแจ้งมาจากเ้าหน้าที่ที่ไปสืบเื่กลิ่นอายปีศาจที่กระจายไปทั่วโลก
อีฟนั้นเอง เธอมารายงานเื่ที่ค้นพบปีศาจตัวหนึ่งที่ถูกสะกดอยู่ในป่าบนูเาที่เธอไปเข้าค่าย
มีกลิ่นอายแบบเดียวกันติดอยู่บนผนึกของปีศาจตัวนั้น
“กลิ่นอายอาจจะมีการเชื่อมโยงกับปีศาจที่ผนึกอยู่ ช่วยตรวจสอบปีศาจที่ผนึกอยู่ใน
ห้องขังของวาติกันด้วย พวกมันอาจจะรู้บางอย่าง” อีฟรายงานเื่ที่เธอสงสัย
ทางสำนักงานนักปราบปีศาจก็ตกลงจะสืบเื่ที่อีฟ้าให้
กลับมาทางด้าน เรน ที่พึ่งย้ายกลับมาที่เมืองเดิมที่เคยอาศัยอยู่ เธอเคยอยู่ที่นี่ในวัยเด็ก
หลังจากนั้นตอน8ขวบได้ย้ายไปอยู่เมืองนอกประมาณ7ปี ก่อนที่จะกลับมายังเมืองนี้อีกครั้ง
เธอเป็เพื่อนสมัยเด็กกับแม็กม่า แต่เหมือนว่าจะมีเพียงเธอที่จำเขาได้
ซึ่งเธอคิดผิดเมื่อเธอได้พบกับเขาอีกครั้ง เขาคนนั้นโผเข้ามากอดโดยที่เธอไม่ทันตั้งตัว
เพื่อนสมัยเด็กของเธอเหมือนว่าจะจำเธอได้ ทำให้เธอมีความสุขขึ้นมา
เช้าวันถัดมา หลังจากเข้าค่ายฤดูร้อน วันนี้เป็วันเสาร์แม็กม่าได้หยุดอยู่บ้าน
แมวสาวที่คิดถึงนายท่านของเธอก็เข้ามาเล่นกับเขาั้แ่เช้า แม็กม่าก็นั่งเล่นกับแมวสาว
วันนี้พ่อของแม็กม่าได้รับงานพิเศษจากทางบริษัท ซึ่งพ่อคงไม่กลับบ้านวันนี้
ทำให้แม็กม่าต้องไปซื้อของที่เมืองแทนพ่อ แม่กำลังเขียนรายการซื้อของให้เขาเป็คนไปซื้อ
แมวสาวขอนายท่านของเธอไปด้วย แม็กม่าก็ตอบตกลง แต่ห้ามทำอะไรสะดุดตาคนอื่น
แม็กม่าเดินไปห้างที่อยู่ใกล้กับหมู่บ้านของเขา แมวสาวตามไปห่างๆ
หลังจากเดินออกจากไปได้สักพัก แมวสาวก็โดนหญิงสาวคนหนึ่งอุ้มไปเล่น
“แมวงั้นเหรอ มานี่สิเ้าเหมียว”
เรนได้อุ้มแมวสาวไปเล่นตอนที่แมวสาวเดินอยู่บนรั้วบ้านของเธอ
“บ่อยเรานะเ้านะมนุษย์” แมวสาวทำได้แค่คิดในใจ ถ้าพูดออกไปต้องเป็เื่แน่นอน
เธอจะใช้แรงดิ้นให้หลุดเลยก็ได้แต่จะทำให้คนที่อุ้มอยู่าเ็
ซึ่งคำสั่งของนายท่านคือห้ามทำร้ายคนอื่น แม็กม่าเองก็ไม่ได้สนใจแมวสาว
เพราะแมวสาวสามารถดูแลตัวเองได้อยู่แล้วและในโลกนี้ก็ไม่มีใครจะทำร้ายเธอได้
แม็กม่าเดินซื้อของอยู่ในห้างสักพัก ทางด้านแมวสาวก็พึ่งออกมาจากบ้านของเรนได้
แมวสาววิ่งออกจากบ้านของเรน ซึ่งเรนก็เดินตามออกมา เธออยากจะออกมาเดินเล่นอยู่แล้ว
“เ้าเหมียวไปไหนแล้วนะ” เรน ออกมาเดินเล่นพร้อมหาแมวที่เธอพึ่งเล่นด้วยไป
แมวสาวก็กำลังมุ่งหน้าไปหานายท่านของเธอ
ระหว่างทางเรนได้เดินสวนกับหญิงสาวรุ่นราวคราวเดียวกัน เหมือนเธอมาเดินซื้อของ
หญิงสาวคนนั้นหลังจากเดินสวนกันหญิงสาวคนนั้นหันมามองเรนอย่างสงสัย
คนที่เดินสวนเหมือนจะจับััได้บางอย่าง
“กลิ่นเหมือนแมวปีศาจตัวนั้นเลย” จิน่าพูดกับตัวเองหลังจากเดินสวนกับใครบางคน
“ครบหมดแล้วมั่ง” แม็กม่ากำลังดูรายการที่แม่เขียนให้ เขาซื้อของครบทั้งหมดแล้ว
และกำลังเดินกลับบ้านอยู่ แม็กม่าเดินมาถึงทางน้ำของเมือง ตอนนี้ไม่มีน้ำอยู่ในทางน้ำ
มันจึงเป็เหมือนสนามหญ้าโล่งๆ มีพวกเด็กๆ มาเล่นอยู่แถวนี้ แม็กม่าจึงนั่งเล่นอยู่สักพัก
ในขณะที่นั่งเล่นอยู่ แมวสาวก็ตามนายท่านของเธอทัน แมวสาวเดินเข้ามาเล่นกับแม็กม่า
ในขณะที่นั่งเล่นอยู่กับแมวสาวและมองไปยังพวกเด็กๆ ที่วิ่งเล่นกันอยู่ในทางน้ำ
ความทรงจำบางอย่างก็ไหลมา ภาพของเด็กผู้ชายคนหนึ่งกำลังถูกเพื่อนๆ แกล้ง
เด็กคนนั้นนั่งร้องไห้อยู่ตัวคนเดียว แต่มีเด็กผู้หญิงคนหนึ่งเดินเข้ามาปลอบใจและเล่นกับเขา
ทางด้านเรนก็พึ่งตามแมวสาวมาถึงทางน้ำของเมือง เธอเห็นแมวสาวเล่นอยู่กับแม็กม่า
“มาทำอะไรที่นี่เหรอ แม็กม่า” เรนทักทายแม็กม่าที่นั่งเล่นอยู่กับแมวสาว
“แค่มาแวะนั่งเล่นนะ กำลังจะกลับบ้านพอดี” แม็กม่าลุกขึ้นพร้อมอุ้มแมวสาวไปด้วย
“แมวนายงั้นเหรอ” เรนเดินเข้ามาอุ้มแมวสาวไปจากมือของแม็กม่า
“ฉันจำไม่ได้แล้วละ ว่าทำไมเธอถึงจากไปตอนที่พวกเรายังเป็เด็ก”
แม็กม่ายังจำเื่ราวทั้งหมดไม่ได้ เวลาพันปีในต่างโลกก็ทำให้เขาลืมบางอย่างไป
“งั้นเหรอเดี๋ยวฉันทำให้นายจำได้ทีหลังแล้วกัน กลับบ้านก่อนดีกว่า” เรนไม่อยากตอบคำถาม
เรนเดินอุ้มแมวสาวกลับบ้าน แม็กม่าก็เดินตามไป ทั้งสองแทบไม่ได้คุยกันเลยตลอดทาง
แมวสาวเองก็ััได้ถึงความสัมพันธ์บางอย่างระหว่างทั้งสอง
เมื่อกลับถึงบ้านเรนก็ปล่อยแมวสาวและเดินเข้าไปบ้านไป
แม็กม่าก็พยายามนึกถึงตอนที่เรนย้ายบ้านไป แต่ไม่ว่าพยายามเท่าไรก็จำเื่ราวตอนนั้นไม่ได้
ทางด้านเรนเธอก็ร้องไห้อยู่ในห้องของตัวเอง ไม่ใช่เป็เพราะแม็กม่าที่จำเื่ตอนนั้นไม่ได้
“เป็ใครก็คงไม่อยากจะเื่แบบนั้นหรอก ฉันนี่มันโง่จริงที่คิดว่าเขาจะจำเื่แย่ๆ ในวันนั้นได้”
เธอโทษตัวเองที่เป็ต้นเหตุเื่ในครั้งนั้น
ตอนนี้จิน่ากำลังอยู่ในห้องของเธอ จิน่ากำลังนั่งอยู่หน้าหนังสือที่ได้มาจากหญิงชรา
เธอตกลงกับอีฟว่าเธอจะเป็คนเก็บหนังสือเล่มเอาไว้เองโดยสัญญากันว่าจะเปิดอ่านพร้อมกัน
และอีฟก็พึ่งมาถึงโบสถ์ เธอมาหาจิน่าตามที่ตกลงกันไว้ วันนี้ทั้งสองจะศึกษาหนังสือ
ตามคำบอกเล่าของหญิงชราที่บอกวิธีอ่านมันให้กับพวกเธอ
“ข้อแลกเปลี่ยนกับปีศาจและพันธสัญญา” มันคือคำที่เขียนอยู่ที่หน้าปกของหนังสือ
มันคือวิธีการทำสัญญากับปีศาจและจะได้สิ่งที่้าเป็การแลกเปลี่ยน
ด้านในมีรูปใบหนึ่งถูกสอดเอาไว้ ทั้งสองหยิบมันขึ้นมาดู เป็ภาพเก่าๆ ของหญิงสาวคนหนึ่ง
ใบหน้ามีหน้าตาสะสวย ทั้งสองสังเกตเห็นสีตาที่ไม่เหมือนใคร สีตาของคนในรูป
ดูเหมือนกับสีตาของหญิงชราที่อยู่ในวัดไม่ผิดเพี้ยน ทั้งสองคือคนคนเดียวกัน
จิน่าและอีฟนั่งอ่านมันด้วยกันโดยใช้เวลาแทบทั้งวันเพื่ออ่านอักษรที่อยู่ในหนังสือ
มันไม่ใช้อักษรที่มีอยู่บนโลก อีฟรู้สึกคุ้นเคยกับอักษรที่เขียนอยู่ในหนังสือแต่เธอจำไม่ได้
(เป็อักษรเดียวกันกับที่แม็กม่าใช้กับอีฟตอนที่เธอรู้ความจริง แต่โดนลบความทรงจำไปแล้ว
ทำให้อีฟจำมันไม่ได้ ทำได้แค่รู้สึกว่าเคยเห็น และไม่มีทางจำมันได้อีกเลย)
เวลาในวันหยุดได้ผ่านพ้นไป เมื่อถึงวันจันทร์ อดีตาาปีศาจก็ต้องไปโรงเรียน
แม็กม่าลุกจากเตียงตามเสียงปลุกของแม่เป็ประจำทุกวัน เขาลุกมากินอาหารเช้า
และไปโรงเรียนเมื่อเช่นเคย แต่วันนี้ดูแปลกไปอาจารย์บอกว่ามีคนย้ายเข้ามาใหม่
เนื่องจากห้องที่แม็กม่าเรียนอยู่เป็ห้องสุดท้าย นักเรียนจึงน้อยกว่าห้องอื่นๆ
ทำให้นักเรียนที่เข้ามาใหม่หรือย้ายมาต้องมาอยู่ห้องนี่ทั้งหมด หญิงสาวคนหนึ่งเดินเข้ามา
เธอแนะนำตัวเองกับเพื่อนในห้อง
“สวัสดีค่ะ เรียกฉันว่า เรน ก็ได้นะคะ” หญิงสาวกล่าวแนะนำตัวเอง
สาวสวยอีกคนได้เข้ามาเรียนห้องนี้ พวกผู้ชายที่แห้วในการเต้นรอบกองไฟในวันนั้น
ต่างเริ่มมีไฟอีกครั้ง เพราะพวกผู้ชายที่มีคู่เต้นก็ขอผู้หญิงที่เต้นด้วยเป็แฟนกันหมดแล้ว
“คนที่เดินสวนกันเมื่อวานนี่น่า วันนี้ไม่มีกลิ่นแมวปีศาจ แสดงว่าแมวนั้นไม่ได้อยู่บ้านเธอ
แต่คงจะอยู่แถวๆ นั้นสินะ ไปถามเธอดีกว่าว่าเจอแมวนั้นที่ไหน” จิน่าคิดในใจเื่ของเรน
“ย้ายมาเรียนโรงเรียนเดียวกัน แถมห้องเดียวกันอีก” แม็กม่าคิดในใจ
ในตอนเที่ยง แม็กม่ากับจิน่าก็ได้มานั่งกินข้าวบนดาดฟ้าเป็ประจำ แต่ครั้งนี้มีอีฟมาด้วย
เหมือนว่าอีฟกับจิน่าจะสนิทกันมากๆ ทั้งสามก็คุยกันได้ด้วยดี ยกเว้นในหัวแม็กม่า
เขายังระแวงว่าอีฟจะรู้ตัวอีกครั้งจนต้องลบความทรงจำเธออีกแต่อีฟก็ไม่ได้แสดงท่าทางผิดปกติ
“ฉันมีเื่บางอย่างต้องไปทำ อีฟไปด้วยกันหน่อย” สองสาวได้เดินจากไป
ปล่อยให้แม็กม่านั่งดูวิวอยู่บนดาดฟ้าคนเดียว
“ลากฉันมาด้วยทำไมเนี่ย” อีฟพูดเื่ที่จิน่าลากเธอมาด้วย อีฟยังกินข้าวไม่หมด
จิน่าต้องเล่าเื่แมวปีศาจที่เธอเคยเจอและเื่เมื่อวานด้วย
ทั้งสองได้เดินหานักเรียนที่พึ่งย้ายมาใหม่ เธอกำลังนั่งทำการบ้านอยู่ที่โต๊ะตัวเอง
“ขอคุยด้วยหน่อยสิ” จิน่าพานักเรียนใหม่ไปคุยในที่ไม่มีคนอยู่
“มีอะไรงั้นเหรอ” เรนถามทั้งสองที่ขอคุยด้วย
“เมื่อวานเราเดินสวนกัน อยากจะถามว่าเธอเล่นกับแมวตัวไหนแถวๆ นั้นหรือเปล่า”
จิน่าพูดเื่เมื่อวานที่ทั้งสองเดินสวนกัน แม้คำถามจะแปลกๆ เรนก็ตอบคำถามไป
“แมวของข้างบ้านนะ บ้านของแม็กม่านะ” เรนตอบกลับ เธอคิดว่าทั้งสองน่าจะรู้จักแม็กม่า
คำตอบนั้นทำให้จิน่าตัวเย็นวาบ เธอคิดว่าแมวปีศาจนั้นอาจจะทำร้ายแม็กม่าก็ได้
เธอจึงขอตัวกลับไปคุยกับแม็กม่าบนดาดฟ้า
“แม็กม่า นายเลี้ยงแมวหรือเปล่า” จิน่าถามแม็กม่าที่ยืนดูวิวอยู่
“เลี้ยงทำไมเหรอ” แม็กม่าตอบไปตามตรง มีบางอย่างสะกิดใจจิน่าถ้าแม็กม่าเลี้ยงแมวจริง
และถ้าแมวตัวนั้นเป็แมวปีศาจก็ต้องมีกลิ่นอายปีศาจติดตัวแม็กม่าด้วยสิ
แต่ตัวของแม็กม่าไม่มีกลิ่นปีศาจของแมวตัวนั้นเลย
“คนละตัวสินะ อาจจะมีแมวตัวอื่นอยู่แถวนั้นก็ได้” นักปราบปีศาจสาวไม่อยากคิดในทางแย่ๆ
เธอไม่อยากสงสัยในตัวแม็กม่า
“มีอะไรงั้นเหรอ” แม็กม่าสงสัยที่อยู่ๆ จิน่ามาถามเื่นี้
“เปล่าไม่มีอะไรหรอก” จิน่าตอบปัดไป โดยได้เสียงหมดเวลาพักเที่ยงช่วยเอาไว้
ในตอนเย็นหลังเลิกเรียน จิน่ากับแม็กม่าก็กำลังเดินกลับบ้านด้วยกัน แต่มีเรนยืนรอแม็กม่าอยู่
เธอขอเดินไปด้วยเพราะยังไงก็อยู่บ้านข้างๆ แม็กม่า ทั้งสองแยกกับจิน่าตรงทางแยก
“ฉันจะโดนเทไหมเนี่ย” จิน่าที่เดินแยกกับทั้งสองก็พูดกับตัวเอง
เธอคิดว่าแม็กม่าอาจจะชอบเรนก็ได้ เพราะทั้งสองอยู่บ้านใกล้กัน แต่ที่เธอไม่รู้ก็คือ
ทั้งสองแทบไม่ได้คุยกันเลยในตอนที่เดินอยู่ด้วยกัน แม็กม่าไม่รู้ว่าจะพูดอะไร
เรนเองก็รู้สึกผิดและโทษตัวเองที่ทำแบบนั้นกับแม็กม่าตอนเด็กๆ
(ย้อนอดีต ในวันนั้น วันที่เรนต้องย้ายบ้านไป)
เรนรู้ล่วงหน้าว่าจะได้ย้ายบ้านไปเมืองนอก แต่ไม่รู้ว่าต้องกลับมาหลังจากนั้น
เธอคิดว่าคงไปอยู่เมืองนอกถาวร จึงคิดว่าจะตัดความสัมพันธ์กับเด็กผู้ชายที่ชอบเล่นด้วย
ในตอนที่กำลังจะย้ายบ้าน เรนได้ไปที่ทางน้ำของเมืองเพื่อหาเด็กผู้ชายคนนั้น
แต่ที่เธอไม่รู้อีกอย่างก็คือ เด็กผู้ชายคนนั้นชอบเธอมาก จึงพยายามจะบอกเธอเื่ที่เขาชอบเธอ
เด็กชายได้เข้ามาบอกชอบเธอตรงๆ เมื่อเธอเดินไปหาเขา แต่เรนต้องย้ายบ้านไปแล้ว
ถ้าไม่อาจจะตอบตกลงได้ แถมเธอยังปฏิเสธไปแบบไร้เยื่อใย เพราะไม่อยากให้เขาจำเื่ของเธอ
เธอไม่อยากให้เด็กชายต้องคิดถึงเธออยู่ตลอดเวลา ถ้าย้ายบ้านไปทั้งสองก็ไม่ได้พบกันอีก
เธอจะทำให้เขาเป็ทุกข์ถ้าเธอตอบตกลงและย้ายบ้านไป จะทำให้เด็กชายเสียใจไปตลอด
เรนจึงต้องทำให้เด็กชายลืมเื่ของเธอ แม้จะทำให้เขาต้องเ็ปก็ตาม
“ฉันไม่ได้ชอบนาย ที่มาเล่นกับนายก็เพราะสงสารต่างหาก” เด็กหญิงตอบกลับ
หลังจากได้ยินที่เด็กชายบอกชอบเธอ เด็กหญิงได้วิ่งออกไปพร้อมทั้งน้ำตา
ปล่อยให้เด็กชายยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น แม่ของแม็กม่าได้มาพาลูกกลับบ้าน
เพื่อนบ้านของพวกเขาจะย้ายไปแล้ว แม่ของแม็กม่าชวนเขาไปถ่ายรูปก่อนจาก
หน้าตาของหญิงสาวตอนถ่ายรูปไม่ได้ร้องไห้อยู่และไม่มองหน้าเด็กชายด้วยซ้ำ
ทำให้ตอนที่ถ่ายรูปแม็กม่าจึงร้องไห้ออกมา
******************************จบตอนที่ 9 **********************