第五十八章
จื่อหลงใช้มือไขว้หลังเดินจากมาตามด้วยปู้เฉิน หากแต่เขาก้มหน้าระหว่างเดินไร้คำพูดแม้เพียงคำเดียวหลุดออกจากปาก ปู้เฉินมองแผ่นหลังของผู้เป็นนายด้วยความเข้าใจ แม้ว่าจื่อหลงนั้นจะเย็นชาเฉยเมยกับทุกสรรพสิ่งทว่าแท้จริงแล้วเป็นคนที่มีจิตใจอ่อนไหวกับคนที่มักคุ้นกับเขา
"นายท่าน"ปู้เฉินเอ่ยเรียกผู้เป็นนายหากจื่อหลงเพียงตอบรับแต่ไม่หมุนตัวกลับมามองด้านหลังสักนิด
"ข้ารู้.."น้ำเสียงสั่นพร่าเล็กน้อยตอบกลับ ปู้เฉินถอนหายใจ
"หาใช่ความผิดของนายท่านไม่ ไห่เปียวผู้นั้นละโมบโลภมากเกินไปอีกทั้งทะเยอทะยานไม่รู้ผิดถูกชั่วดี นั่นคือผลกรรมที่เขาได้รับขอรับ จื่อหลงถึงขั้นถอนหายใจ
"อย่างไรเขาก็มีฐานะเป็นศิษย์น้องของข้า"จื่อหลงพูดด้วยน้ำเสียงแผ่วจาง
"ศิษย์น้อยใหญ่ในสำนักของเรา มีคนใดบ้างกระหายเลือดอย่างเขา เข่นฆ่าคนเช่นเขา ทำร้ายผู้คนอย่างอำมหิตเช่นเขา"ปู้เฉินบอกเสียงเข้ม จื่อหลงหยุดก้าวเท้าหันทั้งตัวกลับมามองปู้เฉิน
"ข้าจะบอกท่านอาจารย์เช่นไร"
"บอกตามจริงสิขอรับ"ปู้เฉินที่เลี้ยงดูจื่อหลงมาตั้งแต่เล็ก เป็นทั้งเพื่อน พี่และบ่าวรับใช้บอกด้วยน้ำเสียงจริงจัง
"ท่านมิได้ทำร้ายโดยไม่มีสาเหตุ ท่านมิได้ลงมือกับคนไม่มีทางสู้เสียหน่อยขอรับ"ปู้เฉินยืนยันหนักแน่น จื่อหลงนิ่งตรึกตรองแล้วพยักหน้า
"นั่นสินะ เขากล้าทำร้ายดวงใจของข้าอย่างไม่ปราณี ใช้เล่ห์เพทุบายทำร้ายคนรอบข้างโดยไม่สนสักนิด"
"ขอรับ"ปู้เฉินพยักหน้าอีกครั้ง จื่อหลงถอนหายใจ
"เอาเถอะ เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว จะมาเสียใจีหลังก็ป่วยการ เรื่องขุนนางทรราชก็กำจัดหมดสิ้นแล้ว เรื่องในสำนักก็คลี่คลายแล้ว เรื่องชาติกำเนิดของข้าและตระกูลของท่านพ่อก็ขาวสะอาดแล้ว.."จื่อหลงยกยิ้มมุมปากดวงตาแวววับ
"ยังค้างแค่เรื่องของเสี่ยวเสวียน ข้าจะกราบบังคมทูลเสด็จพ่อให้ออกราชโองการสมรสพระราชทาน เจ้าว่า...ท่านพ่อตาจะว่าอย่างไร"
"จะให้ว่าอย่างไรได้ล่ะขอรับ ราชโองการจากฮ่องเต้มีผู้ใดกล้าขัดขืน"ปู้เฉินบอกด้วยน้ำเสียงปนขบขัน
"ก็ไม่แน่ คนที่ขัดขืนมิใช่อัครเสนลู่ แต่เป็นท่านเสนาคนนั้นต่างหากเล่า"จื่อหลงบอกกึ่งยิ้มกึ่งบึ้ง
"ไหนว่าพูดจากันเข้าใจแล้วมิใช่หรือขอรับ"ปู้เฉินมองด้วยความสงสัย จื่อหลงส่งเสียงครางในลำคอเบาๆ
"เข้าใจของข้ามิเท่าเข้าใจของเขา ใครจะรู้ว่าคนผู้นั้นคิดสิ่งใดอยู่ในใจ อีกอย่างข้าก็ไม่กล้าขัดใจเขาเท่าใดนัก"ประโยคท้ายทำเอาปู้เฉินกุมท้องหัวเราะด้วยความขบขันส่งเสียงลั่นป่า
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า อย่าบอกว่านายท่านของข้าเกรงกลัวผู้เป็นฮูหยิน"ปู้เฉินหัวเราะร่าด้วยความสะใจ
"หนอย อย่าทำเป็นปากเก่งกับข้าหน่อยเลย เจ้าเองก็ไม่ต่างกันมิใช่เหรอ"จื่อหลงเยาะเย้ย
"จริงสิ ข้ามีเรื่องจะถามเจ้า บอกความจริงกับข้ามา"คราวนี้จื่อหลงเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง ปู้เฉินยืดตัวขึ้นตรงเป็นเชิงให้รู้ว่าไม่มีสิ่งใดปิดบัง
"เจ้ารักอวี้หนี่หรือไม่"ปู้เฉินที่ยืดอกรอรับคำถามถึงกับหน้าแดง
"ทะ..ท่าน..ท่านถามอะไรเช่นนี้"
"เฮ๊อะ! ที่ข้าถามมิใช่ว่าห่วงหรอกหรือ ยังจะมาทำปกปิด"ปู้เฉินกำมือรองใต้คางส่งเสียงกระแอมครั้งหนึ่ง
"ขอรับ"น้ำเสียงของปู้เฉินหาได้มีความขัดเขินบนใบหน้าไม่ ทั้งน้ำเสียงยังจริงจังจนจื่อหลงพอใจ
"ข้ารักนางด้วยใจจริง อีกทั้งยังสงสารนางมิใช่น้อย เรื่องราวหนหลังข้าไม่เอ่ยถึงคนเราย่อมเดินพลาดกันได้"จื่อหลงพยักหน้าขึ้นลงเห็นด้วย
"ถูกของเจ้า มีอีกเรื่องที่ข้าอยากเอ่ยกับเจ้า"
"ขอรับ"
"เรื่องของเด็กในท้องของนาง"คราวนี้ปู้เฉินชะงักไปเพียงครู่
"ท่านหมายถึง.."
"ใช่เรื่องนี้แหละที่ข้ากังวล นางจะยินยอมหรือไม่ อย่างไรเขาก็คือลูกของศิษญ์น้องของข้าทั้งคู่ ข้าอยากจะให้เขาได้รับในสิ่งชดเชย เขาเสียบิดาไปเพราะนาง เติบโตขึ้นเขาจะเข้าใจนางได้จริงหรือ มิสู้ยกให้ข้าและเสี่ยวเสวียนเลี้ยงดูกล่อมเกลา เขาจะมียศเทียบเท่าบุตรที่ข้าถือกำเนิดหาใช่บุตรบุญธรรม"
"ซื่อจื่อหรือขอรับ"ปู้เฉินเบิกตากว้าง
"ใช่ เขาจะเป็นซื่อจื่อ หากเป็นหญิงก็จะเป็นท่านหญิงที่มิอาจมีใครดูแคลนนางได้แม้แต่น้อย"ปู้เฉินดวงตาแดงก่ำย่อมรู้ดีว่าหากคนผู้นี้รับปากสิ่งใดแล้วย่อมไม่ผิดสัญญาเป็นแน่
"ข้าจะค่อยๆคุยกับนางเชื่อว่านางจะเข้าใจในสิ่งที่นายท่านหวังดีขอรับ"จื่อหลงถอนหายใจ
"เรื่องนี้อย่าฝืนใจนาง ยังไงก็เป็นเด็กที่นางอุ้มท้องถึงสิบเดือน สายใยแม่ลูกย่อมผูกพัน"
"ข้าคิดว่านางต้องยกให้ท่านแน่นอน อีกอย่างข้าไม่คิดจะให้นางมีลูกคนเดียวเสียหน่อย"ปู้เฉินงึมงำอยู่ในลำคอ มีหรือจื่อหลงจะไม่ได้ยินชัดเจน เขาเงยหน้าหัวเราะเต็มเสียง
"ปู้เฉินหนอปู้เฉิน เจ้านี่นะไม่เบาจริงๆ"
"หึหึ ข้าคิดว่านายท่านเองก็ไม่ต่างหรอกขอรับ แต่ว่า เรื่องทั้งหมดนี่ท่านคิดการเช่นไรต่อขอรับ"
"ข้าจะเข้าเฝ้าเสด็จพ่อ กราบบังคมทูลเรื่องทั้งหมดก่อนแล้วจะขอทูลฝ่าบาทให้กรมวังออกสามหนังสือหกพิธีการโดยเร็วที่สุด"ปู้เฉินส่ายหัวไปมา
"ต่อให้เร่งรีบปานใดก็ยังต้องอยู่ในพระราชพิธีอยู่ดีขอรับ"จื่อหลงได้ยินเช่นนั้นก็ถอนหายใจเฮือก
"เร่งรัด อย่างไรก็ต้องเร่งรัด"
"นายท่าน..เรื่องพวกนี้เร่งรีบได้ที่ไหน การสู่ขอก็ยังไม่มี อีกทั้งท่านอัครเสนลู่จะยินย่อมง่ายๆหรือขอรับ อย่างลืมว่าลู่กุ้ยเฟยก็ยังอยู่ ง่ายดายอย่างที่ท่านคิดก็ดีหรอก"ปู้เฉินบ่นเบาๆอีกครั้ง จื่อหลงสายตาเข้มขึ้นริมฝีปากหนาเม้มแน่น
"ข้าจะรีบไปทูลเสด็จพ่อ"จื่อหลงเตรียมขับพลังเพื่อจะใช้กำลังภายในเหินย่นระยะเวลาติดที่ว่าปู้เฉินจับข้อศอกเอาไว้เสียก่อน
"นายท่านประเดี๋ยวก่อนเถอะขอรับ อย่าลืมว่าคุณชายฟ่านอาการพึ่งทุเลานะขอรับ"เรื่องของฟ่านเสวียนสามารถหยุดความใจด่วนใจเร็วของจื่อหลงเอาไว้ เขาชะงักแล้วหันมามองหน้าปู้เฉิน
"เรื่องนี้ข้าจัดการเอง เจ้าไปหาอวี้หนี่ก่อนเถอะ คุยกับนางให้เข้าใจ ถ้าไม่ได้จริงๆไม่ต้องฝืน ข้าจะให้จิวฮุ่ยเป็นบุตรสายตรงของข้าเอง"
"เรื่องนี้ก็ไม่ต้องรีบร้อน นางต้องยอมยกให้ท่านแน่ๆ เรื่องที่สำคัญยิ่งกว่าคือกลุ่มคนที่นอนตายตรงโน้นต่างหากล่ะขอรับ นายท่านกลับเข้าไปถวายฏีกากับฝ่าบาทก่อนเพื่อเอาความดีความชอบจากนั้นค่อยคุยเรื่องนี้นะขอรับ"ปู้เฉินเอ่ยเตือน
"อืม..ข้ารู้แล้ว"ปู้เฉินยืนมองร่างสูงใหญ่ที่หายวับไปกับตาก่อนจะส่ายหน้าไปมาช้าๆ
"เรื่องความรักไม่เข้าใครออกใครจริงๆ"เขาถอนหายใจก่อนจะหมุนกายแล้วเหินกลับไปยังถ้ำอีกครั้ง ยามมาหยุดหน้าปากถ้ำเขาก็เห็นอวี้หนี่เดินไปมากระวนกระวายไม่หยุด ครรภ์ของนางอีกไม่กี่วันก็ครบสิบเดือนแล้ว เขาเพียงหวังแค่ว่านายท่านไม่เร่งร้อนจนเสียการ หากจื่อหลงเอ่ยเรื่องนี้ย่อมต้องนำบุตรสายตรงไปให้ฝ่าบาททอดพระเนตรเพื่อจะยืนยันว่ามีผู้สืบเชื้อสายแน่นอน
"มายืนทำอะไรตรงนี้"ปู้เฉินเดินเข้าไปหาสาวงามที่หน้าท้องโป่งนูนอย่างเห็นได้ชัด นางยืนนิ่งใช้มือดันช่วงเอวตัวเองเอาไว้ข้างหนึ่งอีกข้างวางแปะไว้ตรงหน้าท้องสีหน้ากังวล
"ข้าห่วงท่าน"
"เหลวไหล เจ้าก็รู้ว่าข้ากับนายท่านฝีมือใช่อ่อนด้อยเสียหน่อย"
"ยังไงข้าก็ยังห่วงอยู่ดี ไห่เปียวนั่นเจ้าเล่ห์แสนกลเกินไปกลัวพวกท่านตกหลุมพราง"
"หึหึ เขาตายแล้วเจ้าสบายใจได้แล้ว"นางชะงักเบิกตากว้าง
"ตายแล้ว!"
"ใช่ ตายแล้ว เจ้าคิดว่านายท่านจะละเว้นคนผู้นี้หรือ"นางส่ายหน้าไปมา
"ข้ารู้ว่าศิษย์พี่ไม่ปล่อยเอาไว้แน่ แต่ไม่คิดว่าจะถึงคาดเร็วเช่นนี้"
"เขาเลวร้ายเกินไป นับว่านายท่านยังปราณีให้เขาได้ตายไวขึ้น จริงสิ ข้ามีเรื่องจะคุยกับเจ้า"ปู้เฉินประคองร่างบางเข้าไปด้านในถ้ำช้าๆแล้วไปหยุดนั่งที่โถงกว้างมีโต๊ะเก้าอี้หินสี่ตัว นางใบ้เดินเอาประคองถาดน้ำชามาวางไว้ให้แล้วเดินจากไป
"มีอะไรหรือ"ปู้เฉินมองสบตางามของนางแน่วแน่
"เรื่องของลูกคนนี้ของเจ้า คิดจะทำเช่นไร"นางชะงักมือที่ลูบไปมาบนท้องแล้วถอนหายใจ
"ข้า..."ปู้เฉินรู้ดีว่าคนเป็นแม่ย่อมลังเลเพราะรักลูกผูกพัน แต่หากเด็กคนนี้ได้เป็นบุตรสายตรงของนายท่านและคุณชายฟ่านเขาจะยิ่งใหญ่เกรียงไกรแน่นอน
"เจ้าห่วงลูกคนนี้และรู้สึกผิดกับเขาข้าเข้าใจ แต่เจ้าลองคิดดีๆเถอะ เขากำพร้าบิดาตั้งแต่อยู่ในครรภ์ ข้าย่อมไม่รังเกียจเขาเพราะข้ารักเจ้า แต่เราสองคนจะไปได้ไกลเพียงใด มิสู้ให้เขาได้เป็นโอรสสายตรงของท่านอ๋อง มีคุณชายฟ่านเลี้ยงดูสั่งสอน เจ้าไม่คิดว่าจะเป็นการดีหรอกหรือ หากเจ้ากังวลว่าเขาทั้งคู่ไม่ให้พบหน้าลูกย่อมเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว ข้ายังคิดเสียด้วยซ้ำว่าเขาไม่ปิดบังเด็กคนนี้หรอกว่าใครเป็นมารดาที่แท้จริง ไม่ว่าเขาจะเป็นซื่อจื่อหรือท่านหญิงไม่มีทางเสียเปรียบแล้ว นับว่าเด็กคนนี้มีบุญจริงๆ"อวี้หนี่ได้ยินดังนั้นน้ำตาหยดเผาะลงบนหลังมือที่วางทาบหน้าท้องเด่นนูน
"ท่าน.."
"เอาเถอะ เจ้าอย่าได้ร้องไห้ไป หากไม่ยินยอมนายท่านก็ไม่ฝืนใจบังคับ อีกอย่างหนึ่งเจ้าคิดว่าเจ้าจะมีแค่เขาเป็นลูกคนเดียวหรือ ข้าไม่มีทางให้เป็นเช่นนั้นหรอก อย่างน้อยข้าก็ขอลูกชายสามคนที่หล่อเหลาเช่นข้าและลูกหญิงสองคนที่งดงามเช่นเจ้าเท่านั้นก็พอแล้ว"อวี้หนี่ใบหน้าแดงก่ำยามที่ปู้เฉินพูดถึงเรื่องนี้ราวกับพูดเรื่องดินห้าอากาศ
"ท่านนี่นะ ไม่อายปากเอาเสียเลย"ปู้เฉินยิ้มบางใช้มือข้างหนึ่งโอบไหล่นางมาชิดอก
"อวี้หนี่ ข้ากับนายท่านลำบากมามาก ทั้งหลบหนีการจับกุม ทั้งต้องปลอมตัวเป็นโจรภูเขาปล้นสะดมขุนนางโฉดและพ่อค้าหน้าเลือดมาเจือจานเหล่าผู้ยากที่ถูกกดขี่ข่มเหง หากมิได้ท่านอาจารย์รับไว้ดูแลให้การเลี้ยงดูยากที่จะมีชีวิตรอดจนถึงป่านนี้ นายท่านจึงรักเจ้าดุจน้องสาวคลานตามกันมา ถือเสียว่าข้าขอร้องเจ้า หากเจ้ายินยอมข้าปู้เฉินผู้นี้ขอรับใช้เจ้าตราบจนชีวิตจะหาไม่เพื่อทดแทนพระคะ.."อวี้หนี่น้ำตานองเต็มใบหน้าใช้มือเรียวงามปิดปากของปู้เฉินเอาไว้ก่อนจะจบประโยค
"เหลวไหล เจ้าคิดว่าข้าไม่รู้แจ่มแจ้งหรือว่าศิษย์พี่ดีต่อข้าเพียงใด เป็นข้าที่ปผิดต่อเขามาตลอด ทั้งเอาแต่ใจทั้งทำร้ายคน เด็กคนนี้ข้าเต็มใจยกให้เขาตั้งแต่แรกที่เขาเอ่ยปากแล้ว เพียงแต่ที่ข้าลังเลเพราะเกรงว่าเด็กคนนี้จะสร้างเรื่องเดือดร้อนให้เขายามเติบใหญ่ต่างหาก"ปู้เฉินได้ยินถึงยิ้มจากปากเลยถึงดวงตา
"คนโง่ จะเป็นเช่นนั้นไปได้อย่างไร นายท่านประเสริฐแค่ไหน คุณชายฟ่านดีเพียงเจ้ายังไม่รู้อีกหรือ มาเถอะเจ้ากลับเข้าไปดูแลคุณชายฟ่านก่อน ข้าจะรีบกลับไปบอกข่าวดีกับนายท่าน"ปู้เฉินหัวใจพองโตใช้สองมือปาดน้ำตาบนใบหน้างามของนางออกก่อนจะกดปากลงบนปากนางแรงๆสองสามทีจนเกิดเสียงดัง อวี้หนี่ใช้กำปั้นทุบหลังแข็งๆสามสี่ทีเพื่อให้เขาเลิกทำร้ายริมฝีปากนาง เสียงหัวเราะฮ่าๆดังลั่นถ้ำแล้วจางหายไปพร้อมกับเจ้าตัว อวี้หนี่ส่ายหน้าไปมาพร้อมกับรอยยิ้ม
"ยังไม่รู้ักโตจริงๆด้วย"