แพรเลือกที่จะนิ่ง
ไม่ส่งข้อความ ไม่เดินตาม ไม่แสดงออกอะไรให้ใครเห็น
แพรนั่งที่โต๊ะทำงานของตัวเอง ก้มหน้าก้มตาเปิดเอกสารต่อ แต่สายตาเหลือบมองทางประตูตึกออกไปเป็นระยะ ๆ
มือจับเมาส์แน่นจนข้อนิ้วซีด แต่ใบหน้ายังคงทำเป็นปกติที่สุดเท่าที่จะทำได้
เวลาเดินช้า ๆ
แพรแอบเช็คเวลาในโทรศัพท์บ่อยขึ้นเรื่อย ๆ
12:15 น.
12:30 น.
12:45 น.
จนกระทั่งใกล้บ่ายโมงกว่า ๆ
พี่กรเดินกลับเข้ามาในตึกคณะคนเดียว (อ.วิภาไม่ได้เดินเคียงข้างกลับมา)
พี่กรเดินตรงมาทางห้องตัวเอง แต่สายตาเหลือบมองไปทางโต๊ะแพรแวบหนึ่ง
แพรรีบก้มหน้าลงทันที ทำเป็นกดคีย์บอร์ด แต่หัวใจเต้นแรง จนแทบได้ยินเสียงตัวเอง
พี่กรเดินผ่านโต๊ะแพรไปไม่ไกล แล้วหยุดก้าวชะงักนิดหนึ่ง
พี่กรหันมามองแพร แล้วยิ้มอ่อน ๆ (ยิ้มแบบที่แพรรู้จักดี ยิ้มที่บอกว่า “พี่เห็นหนูแล้วนะ”)
พี่กรยกมือขึ้นโบกเบา ๆ ให้แพร
แต่แพรสังเกตเห็นว่าพี่กรยกนิ้วโป้งให้อีกข้างเบา ๆ (แบบที่คนอื่นไม่เห็น) แล้วเดินเข้าห้องตัวเองต่อ
แพรรู้สึกโล่งอกนิดหนึ่ง แต่ก็ยังไม่หายหวง
พี่กรไม่ได้ไปนานเกินไป (แค่ชั่วโมงกว่า ๆ) และกลับมาคนเดียว ไม่มีท่าทีอะไรผิดปกติ
แต่ภาพที่เห็นพี่กรเดินเคียงข้างอ.วิภาออกไปเมื่อตอนเที่ยงยังติดตาแพรไม่หาย
แพรสูดหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา พิมพ์ข้อความสั้น ๆ แต่หัวใจเต้นแรงจนนิ้วสั่นนิด ๆ
**แพร:**
พี่กร... วันนี้พี่ไปกินข้าวกับอ.วิภาเหรอคะ
กดส่งแล้ววางโทรศัพท์ลงหน้าจอคว่ำทันที
แพรก้มหน้าก้มตาทำงานต่อ แต่สายตาเหลือบมองโทรศัพท์ทุก 30 วินาที หัวใจเต้นรัวไม่หยุด
ไม่กี่นาทีต่อมา โทรศัพท์สั่นเบา ๆ
**ธนากร:**
ครับ แพร... พี่ไปกินข้าวกับอาจารย์วิภา เธอชวนคุยเรื่องงานด่วน แล้วก็ชวนไปกินข้าว พี่เลยไปด้วยสักพักครับ
แต่พี่กลับมาคนเดียว แล้วก็ไม่ได้คุยอะไรเกินเลยนะครับ
พี่ขอโทษที่ทำให้หนูไม่สบายใจ... หนูเห็นตอนพี่เดินออกไปเหรอครับ
ตามด้วยข้อความต่อทันที
**ธนากร:**
พี่ไม่ได้ตั้งใจให้หนูไม่สบายใจเลยนะครับ
ถ้าหนูรู้สึกไม่ดี พี่สัญญาว่าจะระวังมากกว่านี้
หรือถ้าหนูอยากคุยเรื่องนี้ตอนนี้ พี่ไปหาหนูที่โต๊ะได้เลยนะ
พี่ไม่อยากให้หนูคิดมากคนเดียว... พี่รักหนูคนเดียวนะครับ ❤️
แพรอ่านจบแล้วรู้สึกโล่งอกขึ้นนิดหนึ่ง แต่ก็ยังมีอะไรจุก ๆ อยู่ที่อก
แพรแอบมองไปทางห้องพี่กร ประตูยังเปิดแง้มอยู่เหมือนเดิม
พี่กรกำลังยืนคุยโทรศัพท์อยู่ข้างใน แต่หันมามองแพรแวบหนึ่ง แล้วยิ้มให้เบา ๆ (ยิ้มที่ทำให้แพรรู้ว่าพี่กรเห็นข้อความแล้วจริง ๆ)
ตกบ่ายประมาณ 14:30 น.
อ.วิภาเดินมาที่ห้องพี่กรอีกครั้ง (ถือแฟ้มเอกสารหนา ๆ แต่ดูเหมือนจะเป็นข้ออ้างอีกแล้ว)
เธอยืนยิ้มหวานที่หน้าประตูห้อง แล้วพูดเสียงใส ๆ แต่ชัดเจน
“อาจารย์ธนากรคะ วันนี้ฉันมีนัดลงพื้นที่สำรวจโครงการวิจัยร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่นแถวปทุมธานีค่ะ อยากชวนอาจารย์ไปด้วยกันนะคะ เพราะอาจารย์เคยทำวิจัยคล้าย ๆ กันมาก่อน ฉันคิดว่าอาจารย์คงให้คำแนะนำดีมากเลยค่ะ
เราออกเดินทางตอนบ่ายสามกว่า ๆ แล้วน่าจะกลับมืดนิดนึงค่ะ อาจารย์ว่างไหมคะ?”
พี่กรที่นั่งเซ็นเอกสารอยู่ หันมามองอ.วิภา แล้วยิ้มสุภาพเหมือนเคย
“ลงพื้นที่เหรอครับ... ได้ครับ เรื่องงานแบบนี้ผมไปด้วยได้ถ้าเป็นประโยชน์กับโครงการ เดี๋ยวผมเตรียมตัวแป๊บนึงนะครับ”
พี่กรลุกขึ้น จัดเอกสารใส่กระเป๋า แล้วเดินออกจากห้องตามอ.วิภาไป
ทั้งคู่เดินเคียงข้างกันออกจากตึกคณะอีกครั้ง (อ.วิภายิ้มกว้าง พูดอะไรบางอย่างกับพี่กรตลอดทาง)
แพรที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ (กำลังจะไปห้องน้ำ) เห็นภาพนั้นชัดเจน
หัวใจแพรหล่นวูบลงอีกครั้ง
*ลงพื้นที่... แล้วกลับมืด...*
แพรยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น มองหลังทั้งคู่จนลับสายตา
เพื่อนร่วมงานบางคนแอบกระซิบกันเบา ๆ
“ทุกคนดูอ.วิภา กับอ.กร ไปด้วยกันอีกแล้ว”
“วันนี้ลงพื้นที่ด้วยกันอีกแล้วเหรอ กลับมืดด้วย 555”
แพรรู้สึกเหมือนมีอะไรมาจุกที่คออีกแล้ว
แพรรีบเดินกลับโต๊ะทำงาน นั่งลง แล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาด้วยมือสั่นนิด ๆ
แพรเปิดไลน์ แล้วพิมพ์ข้อความหาพี่กร (แต่ยังไม่กดส่งทันที)
**แพร (ยังไม่ส่ง):**
พี่กรคะ... วันนี้พี่ลงพื้นที่กับอ.วิภาเหรอคะ กลับมืดเลยเหรอ
หนู... ไม่ค่อยสบายใจเลยค่ะ
แพรลบข้อความนั้น แล้วพิมพ์ใหม่
**แพร (ยังไม่ส่ง):**
พี่กรคะ... เย็นนี้พี่กลับกี่โมงคะ หนูรอพี่อยู่ที่บ้านนะคะ
แพรยังไม่กดส่ง
แพรแค่นั่งนิ่ง ๆ มองโทรศัพท์ค้างไว้ หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ
แพรรู้ว่าพี่กรไปเรื่องงานจริง ๆ แต่ภาพที่เห็นพี่กรเดินเคียงข้างอ.วิภา แล้วหายไปด้วยกันแบบนี้ ทำให้แพรรู้สึกหวงและไม่มั่นใจขึ้นมาอีกแล้ว
แพรขับรถกลับบ้านคนเดียว
ตลอดทาง ใจแพรหนักอึ้งจนแทบจะกดคันเร่งแรงเกินไปโดยไม่รู้ตัว
ภาพพี่กรเดินเคียงข้างอ.วิภา หายลับตาไปด้วยกันยังวนเวียนอยู่ในหัวไม่หยุด
แพรพยายามบอกตัวเองว่า
“เป็นงาน... พี่กรไปเรื่องงานจริง ๆ”
แต่ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกไม่มั่นใจ
ถึงบ้าน แพรเปิดประตูเข้าไปเงียบ ๆ เปิดไฟห้องนั่งเล่นแค่ดวงเดียว แล้วทรุดตัวลงบนโซฟา
โทรศัพท์วางข้างตัว แต่ไม่มีสายเข้า ไม่มีข้อความจากพี่กรเลยสักข้อความ
ปกติพี่กรจะทักมาถามว่าถึงบ้านหรือยัง กินข้าวเย็นหรือยัง หรือแค่ส่ง “ฝันดีนะครับ” ก่อนนอน
แต่คืนนี้... ไม่มีอะไรเลย
แพรนั่งกอดเข่า มองโทรศัพท์ค้างอยู่นาน
น้ำตาค่อย ๆ ไหลลงมาเงียบ ๆ
ไม่ใช่ร้องไห้โวยวาย แต่เป็นน้ำตาที่ไหลออกมาเพราะความรู้สึกอัดอั้น
*พี่กร... พี่ไปกับเธอแล้วพี่ลืมหนูเลยเหรอคะ*
แพรยกแขนเสื้อขึ้นปาดน้ำตา แต่ยิ่งปาดยิ่งไหล
สุดท้ายแพรหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา พิมพ์ข้อความสั้น ๆ ด้วยนิ้วที่สั่นเทา
**แพร:**
พี่กร... ทำไรอยู่
กดส่งแล้ววางโทรศัพท์ลงทันที
แพรซุกหน้าลงกับเข่า ร้องไห้เบา ๆ เงียบ ๆ คนเดียวในห้องมืด ๆ
รอ... รอคำตอบจากพี่กร
แต่โทรศัพท์ยังเงียบอยู่
แพรนั่งกอดเข่าอยู่นาน จนน้ำตาแห้งติดแก้ม
โทรศัพท์ยังเงียบสนิท ไม่มีข้อความตอบกลับ ไม่มีสายเข้า
ความเงียบยิ่งทำให้หัวใจหนักอึ้ง
แพรสูดหายใจเข้าลึก ๆ แล้วยกโทรศัพท์ขึ้นมา กดโทรหาพี่กร ด้วยนิ้วที่ยังสั่นอยู่เล็กน้อย
วินาทีที่ตัดสินใจกดโทรออก เสียงสัญญาณที่ดังลากยาวแต่ละครั้งเหมือนเข็มที่ทิ่มลงบนใจ
เสียงเรียกดัง 1-2-3-4-5 วินาที...
แพรเริ่มคิดว่าพี่กรอาจไม่รับแล้ว
แต่พอจะวาง ปลายสายรับทันที.....!