หยางจื่อราชันดาบพิชิตสวรรค์

    ความสามารถของมู่โหลว

            เมื่อหย่งจื่อกล่าวล้อเลียนหยางเทียนอวี้เเล้วจึงเดินตามซูชิงไปซูชิงนำหยางจื่อไปที่สนามประลองซึ่งทำให้หยางจื่อแปลกใจหยางจื่ออดไม่ได้ที่จะหันไปถามซูชิง

            "ท่านแม่ท่านพาข้ามาที่สนามประลองด้วย" หยางจื่อกล่าว

            "เพื่อแสดงผลของการฝึกยังไงละ" ซูชิงกล่าว

            ก่อนที่หยางจื่อจะทันมีปฏิกิริยาเจตจำนงกระบี่ที่หนักอึ้งลงโจมตีลงมา หยางจื่อตื่นตระหนกและรีบหลบในทันทีเกิดการระเบิดขนาดใหญ่ตรงพื้นที่ที่หยางจื่อเคยยืนอยู่

            "นี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ยโหลวเอ๋อ" หยางจื่อหันไปกล่าวกับมู่โหลว

            แต่มู่โหลวไม่ได้ตอบและยืนยิ้มออกมาอย่างสดใสแต่ไม่นานมู่โหลวก็ยกกระบี่หขนาดใหญ่ขึ้นมาอีกครั้งเจตจำนงแห่งกระบี่ระดับ 4พุ่งตรงมายังหยางจื่ออย่างรวดเร็วพลังปราณของมู่โหลวระเบิดขึ้นทำให้สีหน้าของหยางจื่อเปลี่ยนไป

            "เจ้าห้ามใช้พลังของดาบมังกรสวรรค์ เจ้าใช้ได้แค่ฝีมือตัวเองเท่านั้น"ซูชิงกล่าว

            หยางจื่อจึงไม่ได้ปลดปล่อยพลังของดาบมังกรสวรรค์คืออกมาแต่พลังของมู่โหลวที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและหยุดอยู่ที่ปราณราชันสวรรค์ขั้นที่ 2ก็สามารถทำให้หยางจื่อแปลกใจอย่างมากเขาไม่คิดว่าเพียงเวลาไม่นานพลังของมู่โหลวจะเพิ่มขึ้นรวดเร็วเช่นนี้

            "เจ้าเอาจริงสินะโหลวเอ๋อ" หยางจื่อกล่าวอย่างจริงจัง

            "แน่นอนข้าจะแสดงผลของการฝึกฝนให้เจ้าดู" มู่โหลวกล่าว

            "ย่อมได้ ข้าเองก็คงจะไม่สามารถออมมือให้เจ้าได้"หยางจื่อกล่าวอย่างเย็นชา

            ปราณมังกรของหยางจื่อปะทุขึ้นทำให้สีหน้าของมู่โหลวตื่นตระหนกและรู้สึกกดดันราวกับนางกำลังเผชิญหน้ากับมังกรอยู่จริงๆ จากนั้นไม่นานเจตจำนงดาบระดับ 6 ก็ฉีกกระชากท้องฟ้าทำให้ใบหน้าของซูชิงฉายแววประหลาดใจ

            "นี่เขากะจะเอาจริงกับคู่หมั้นของตนเลยงั้นหรือ" เหยาเซียนกล่าว

            "นี่แหละนิสัยของจื่อเอ๋อ หากเป็นเรื่องการประลองต่อสู้เขาจะไม่มีทางออมมือให้เด็จขาดต่อให้อีกฝ่ายจะเป็นใครก็ตาม "หยางเทียนอวี้กล่าวด้วยรอยยิ้ม

            "เข้าเกิดมาเพื่อเป็นนักสู้โดยแท้จริงจิตต่อสู้ของทั้งสองกำลังเพิ่มขึ้นคงจะเป็นการตัดสินกันในกระบวนท่าเดียว"เมิ่งต้วนกล่าว

            พลังของทั้งสองปะทุขึ้นจนถึงขีดสุดถึงแม้หยางจื่อจะไม่ได้ใช้พลังของดาบมังกรสวรรค์แต่พลังของหยางจื่อก็ยังเหนือกว่ามู่โหลวอยู่ดีและไม่จำเป็นต้องกล่าวถึงประสบการณ์ต่อสู้ของหยางจื่อ

            มู่โหลวยกกระบี่ขนาดใหญ่ของตนขึ้นพลังมหาศาลที่สามารถทำลายขุนเขาปรากฏ

            "ทลายภูผา" มู่โหลวกล่าว

            กระบี่ขนาดใหญ่ของมู่โหลวฟาดฟันใส่หยางจื่อหยางจื่อแสดงสีหน้าจริงจังและรวมรวมพลังของตนไว้ที่ดาบมังกรสวรรค์เปลวเพลิงเทวะลุกโหมกระหน่ำ

            "ดาบเพลิง" หยางจื่อกล่าว

            พลังมหาศาลของทั้งสองเข้าปะทะกันอย่างรุนแรงทำให้เกิดการระเบิดขึ้นสนามประลองได้รับความเสียหายผู้คนในตระกูลหยางที่ยืนดูอยู่อดไม่ได้ที่จะแสดงสีหน้าประหลาดใจและตกตะลึงออกมา

            "พอแค่นั้นแหละ" ซูชิงกล่าว

            หยางจื่อและมู่โหลวจึงดึงพลังปราณของตนกลับเข้าร่างและหยุดจิตต่อสู้ของตนลงซูชิงหัยไปหาเหล่าผู้อาวุโสในตระกูลก่อนจะกล่าว

            "ทีนี้มีใครจะคัดค้านเรื่องของโหลวเอ๋อและจื่อเอ๋อหรือไม่"ซูชิงกล่าวอย่างเย็นชา

            เหล่าผู้คนในตระกูลต่างก็แสดงสีหน้าละอายในตอนที่มู่โหลวขึ้นมาบนดินแดนเทวะครั้งแรกผู้คนพากันดูถูกในพลังของนางและกล่าวว่านางนั้นไม่เหมาะสมกับหยางจื่อและโม่หงเย่ก็เช่นกัน แต่หลังจากนั้นไม่นานพรสวรรค์ของโม่หงเย่ก็ปรากฏทำให้ผู้คนในตระกูลยอมรับแต่กับมู่โหลวที่ออกไปฝึกกับซูชิงทำให้พวกเขาไม่รู้ความคืบหน้าในการฝึกของมู่โหลว

            แต่ในครั้งนี้มู่โหลวได้แสดงความสามารถของนางออกมาให้ผู้คนในตระกูลหยางได้ประจักษ์จึงทำให้พวกเขาไม่มีอะไรจะกล่าวและได้แต่ยืนก้มหน้าด้วยความละอายใจพวกเขาไม่มีใครคิดว่าในเวลาแค่ 1 ปีกว่าๆพลังของมู่โหลวจะเพิ่มขึ้นรวดเร็วขนาดนี้

            หยางจื่อเองก็แปลกใจเช่นกันแต่เมื่อเข้าใจการกระทำของมารดาตนเขาก็รู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อยที่ผู้คนในตระกูลมายุ่งเรื่องความสัมพันธ์ของตนกับมู่โหลวและโม่หงเย่

            "ข้าหยางจื่อ ไม่ได้คิดจะที่จะมีผู้ครองเพียงเพราะหญิงสาวคนนั้นแข็งแกร่งและมีพรสวรรค์แค่เป็นเพราะข้าและนางนั้นรักกัน อย่างอื่นข้าไม่สนเพราะฉะนั้นในอนาคตหากใครคิดจะว่าร้ายผู้หญิงของข้าอีกก็อย่าหาว่าข้าไม่เตือน" หยางจื่อกล่าวพร้อมกับเผยจิตสังการอันรุนแรงออกมา

            มู่โหลวที่ได้ยินคำกล่าวของหยางจื่อก็ทำให้นางรู้สึกอบอุ่นหัวใจตลอดหลายปีมานี้นางพยายามเพื่อที่จะทำให้ตนเองนั้นเหมาะสมกับหยางจื่อและทำให้ผู้อาวุโสในตระกูลหยางยอมรับแต่เพียงแค่คำกล่าวของหยางจื่อดังออกมาผู้คนในตระกูลต่างก็ก้มหน้าและคารวะมาทางหยางจื่อก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงเดียวกัน

            "ขอรับนายน้อย เรื่องเช่นนี้จะไม่เกิดขึ้นอีก"ผู้คนในตระกูลหยางกล่าวขึ้น

            ในใจของคนในตระกูลหยางหยางจื่อคือแสงสว่างที่จะพาตระกูลหยางไปสู่จุดสูงสดและหยางจื่อคือประมุขตระกูลหยางในอนาคต

            "หญิงสาวคนนี้มีพรสวรรค์ไม่ธรรมดา และยังมีซูชิงคอยฝึกสอนอีกในอนาคตนางจะเป็นกองกำลังหลักที่จะต่อกรกับจักรพรรดิปีศาจได้"เมิ่งต้วนกล่าว

            "ไม่ใช่แค่นางเท่านั้นหรอกนะ หงเย่เองก็มีพรสวรรค์เช่นเดียวกันก่อนที่นางจะเข้าไปฝึกฝนในมิติลับ พลังของนางก็พุ่งทะยานสู่ปราณราชันสวรรค์ขั้นที่1 เเล้ว และเจตจำนงแห่งลมและเจตจำนงแห่งสายฟ้าของนางก็บรรลุระดับ3 ทั้งสองหยาง นี่ยังไม่รวมถึงเจตจำนงแห่งดาบระดับ 4 เมื่อไหร่ที่นางออกมานางจะมีพลังมากพอที่จะสามารถท้ามายอัจฉริยะจากดินแดนเทวะได้อย่างง่ายดายพวกเจ้าทั้งสองระวังตัวเอาไว้ให้ดีๆ " หยางเทียนอวี้กล่าวด้วยรอยยิ้มภาคภูมิ

            "สามเจตจำนงงั้นรึ นี่มันออกจะไม่ธรรมดาซะเเล้ว"เมิ่งต้วนกล่าวอย่างตื่นตระหนก

            แม้แต่หว่านเจียงอี้และเหยาเซียนเองก็รู้สึกตกตะลึงเมื่อได้ยินคำกล่าวของหยางเทียนอวี้สายตาของเหยาเซียนเปล่งประกายก่อนที่จะหันไปหาหยางเทียนอวี้

            "ท่านประมุขหยาง ข้าอยากจะขออยู่ฝึกที่ตระกูลหยางได้หรือไม่ ตัวข้าในตอนนี้มีความรู้เรื่องทักษะดาบน้อยนิดและยังไม่สามารถเข้าถึงเจตจำนงแห่งดาบได้ข้าจึงอยากจะขอร้องท่านประมุขหยางช่วยชี้แนะข้าด้วย" เหยาเซียนกล่าว

            "ไม่จำเป็นต้องสุภาพขนาดนั้นพวกเราจะเป็นครอบครัวเดียวกันในอนาคตเรียกข้าว่าท่านพ่อก็พอส่วนเรื่องการสอนเจ้าข้าจะให้ผู้อาวุโสสูงสุดที่เคยสอนหงเย่มาสอนเจ้าอีกแรงเพราะข้ามีเรื่องสำคัญที่จะต้องเก็บตัวบ่มเพราะพลัง" หยางเทียนอวี้กล่าว

            "หืมนี่เจ้ากำลังจะทะลวงระดับงั้นรึ" เมิ่งต้วนกล่าวด้วยความแปลกใจ

            "ฮี่ ฮี่" หยางเทียนอวี้หัวเราะออกมา

            "ท่านพ่อข้าเองก็อยากจะอยู่ฝึกที่นี่เช่นกัน" หว่านเจียงอี้กล่าว

            "ใครให้แกเรียกข้าว่าท่านพ่อห๊ะ ไอ้เด็กเหลือขอ"หยางเทียนอี้กล่าวด้วยความโกรธ

            "......."หว่านเจียงอี้

            -------------------------------------------------------------------------------------