ตอนที่ 93 พลังพรสวรรค์ของบอสตัน
หลังจากการล่มสลายของเมืองปลายฝนผู้รอดชีวิตส่วนใหญ่ไม่เห็นความหวังในใช้ชีวิตต่อในซากเมืองปลายฝนอีก พวกเขาพาครอบครัวขึ้นเครื่องบินอพยพไปหาโอกาสในเมืองใหม่ๆ
แม้การเดินทางไปเมืองใหม่ ๆ จะเป็นอะไรที่น่ากลัวเพราะเท่ากับการเริ่มใหม่แต่ทุกคนเชื่อว่ามันมีโอกาสมากกว่าที่นี่แถมพวกเขาไม่อยากอยู่ในเมืองที่ต้องสูญเสียคนที่รักไปการจากไปช่วยให้ใจพวกเขาบรรเทาลงได้
มีคนคิดแบบนี้มากขึ้นเรื่อย ๆทำให้ศูนย์ช่วยเหลือที่ก่อนหน้านั้นมีคนมากกว่า 20,000 คนเหลือคนไม่ถึง 8,000แล้วด้วยซ้ำ
ส่วนคนที่อยู่พวกเขาหลายคนไม่มีทางเลือกหรือบางคนก็ยังมองเมืองปลายฝนเป็นบ้านการอยู่ในที่หนึ่งมาทั้งชีวิตยากที่จะทิ้งมันไปได้ และบางคนคิดว่ามีโอกาสบางอย่างอยู่ในเมืองพวกเขาแค่ต้องคว้ามันไว้แต่ทุกคนรู้ดีว่ากว่าที่เมืองปลายฝนจะฝืนกลับมาได้อาจจะต้องใช้เวลา 20-30 ปี
สหพันธรัฐเองก็ไม่อาจจะทอดทิ้งเมืองปลายฝนได้ แม้ว่าเมืองจะเสียหายแต่ยังมีรากฐานที่ฟื้นฟูได้มันดีกว่าไปสร้างใหม่ นอกจากนั้นยังมีอีกเหตุผลสหพันธรัฐไม่ต้องการทิ้งให้เมืองและอาณาเขตของเมืองปลายฝนกลายเป็นรังของมอนสเตอร์มันจะทำภัยพิบัติไปยังเมืองรอบ ๆ ด้วย
ซึ่งสหพันธรัฐเคยเรียนรู้มันมาจากบางเมืองที่เคยทิ้งร้างไว้ แค่ 5ปีมอนสเตอร์ก็เพิ่มจำนวนอย่างบ้าคลั่งและรวมตัวกันบุกเมืองอื่น ๆ
ทำให้สหพันธรัฐยังให้ความสำคัญกับเมืองขนาดเล็กพวกนี้มันเป็นเหมือนตาข่ายในการควบคุมจำนวนประชากรของมอนสเตอร์
ลุคที่นั่งรถมากับพวกกำลังออกไปนอกเมืองในฐานะฮันเตอร์ซึ่งจากคำสั่งลุคมีสิทธิ์ออกไปล่าจากเมืองระหว่างที่รอการตรวจสอบลุคก็มองดูผู้คนที่ลดน้อยลงไปด้วย
ตอนนั้นเองก็มีสายตาหลายคู่มองมาที่ลุคกับพวกที่นั่งอยู่ในรถ
“คนของพวกกิลด์กะโหลกดำ” นิโคลพูดขึ้นมา เธอจำบางคนในกิลด์ได้ก่อนจะกล่าวต่อว่า “กิลด์กะโหลกดำไม่พอใจกับคำตัดสินมากที่สุดและแอบตั้งค่าหัวนายแม้มันจะไม่เป็นทางการเพราะถ้าเหนือมนุษย์ฆ่ากันเองภายใต้กดพวกเขาจะเป็นอาชญากรทันทีแต่ว่านอกเมืองมีแต่ซากความเสียหาย ไฟฟ้าเข้าไม่ถึง ไม่มีภาพวงจรปิดฉันว่าพวกเขาจะลงมือในตอนที่เราออกไป”
“ระดับ D จะมาไหม” ลุคสอบถาม
“ไม่ ในเมืองขาดกำลังคนระดับ D ขึ้นไปถูกดึงไปช่วยกันฆ่ามอนสเตอร์อันตรายในเมืองมีผู้อำนวยการอีคอนคอยสั่งการคนพวกนี้อยู่พวกเขาไม่มีทางหลบออกมาได้”นิโคลพูดขึ้นมา
“ฉันจะไม่ลงมือ แต่ถ้าพวกเขาลงมือก็เท่ากับเป็นไอเทมให้ฉัน”ลุคกล่าวด้วยแววตาเย็นชาเขามั่นใจว่าตัวเองสามารถฆ่าเหนือมนุษย์ที่อยู่ต่ำกว่าระดับ D ได้ทุกคนและเหนือมนุษย์ที่รนหาที่ตายเป็นเพียงไอเทมให้กับเขาเท่านั้น
พอคิดถึงไอเทมลุคก็นึกไปถึงสองพรสวรรค์ที่เขาได้มาจากการฆ่าเหนือมนุษย์ที่เขาฆ่าในการไต่สวนคดีลุคถูกกล่าวว่าฆ่าเหนือมนุษย์ไป 19 คนแต่ที่จริงมันมากกว่านั้นและมีเพียงแค่ลุครู้จำนวนที่แน่นอนเพราะส่วนใหญ่ที่ลุคฆ่าคนพวกนั้นจะเป็นตามมุมในหลืบหรือข้างตึกที่อับสายตาไม่มีกล้องหรือสิ่งใดมาบันทึกภาพ
ทำให้ไม่มีใครรู้ว่าลุคฆ่าพวกเขาและคิดว่าเหนือมนุษย์ที่หายไปได้ตายไปจากการโจมตีของมอนสเตอร์เช่นเดียวกับเหนือมนุษย์คนอื่นๆ อีกนับพันคนที่ตายไป
ในบรรดาเหนือมนุษย์ที่เขาสังหารมี 2คนที่มีพลังพรสวรรค์และมันถูกเก็บไว้ในรูปแบบร่างพลังพรสวรรค์ซึ่งอยู่ในตัวลุคจึงไม่ได้ถูกค้นพบและยึดไปตอนเขาโดนจับ
พรสวรรค์แรกคือ พรสวรรค์ฝ่ามือเพลิง กับอีกพรสวรรค์คือพรสวรรค์ควบคุมสายน้ำ
และลุคก็มอบพรสวรรค์ฝ่ามือเพลิงให้กับบอสตันได้บอสตันไม่มีพลังพรสวรรค์ของตัวเอง ดังนั้นเขามีสิทธิ์ในการผสานกับร่างพรสวรรค์ของฝ่ามือเพลิง
“นายผสานมันเรียบร้อยแล้วใช่ไหม” ลุคหันไปถามบอสตันที่ทำหน้าที่ขับรถ
“เรียบร้อยแล้ว” บอสตันชูนิ้วชี้ขึ้นมาก่อนที่มันจะมีเปลวไฟขนาดเล็กติดขึ้นมา
“แบบนี้ก็เท่ากับว่าพวกเราทั้ง 4คนก็เป็นเหนือมนุษย์ที่มีพลังพรสวรรค์ครบทุกคนแล้วใช่ไหม”ไอกะกล่าวด้วยความตื่นเต้น
“ก็คงอย่างนั้น” บอสตันเผยรอยยิ้มพอใจที่ผ่านมาเขารู้ว่าตัวเองอ่อนแอที่สุด และกดดันไม่น้อยเพราะทีมพวกเขาทุกคนมีพลังพรสวรรค์กันหมด แต่บอสตันก็อดเป็นห่วงไม่ได้เรื่องหนึ่ง
“แต่จะไม่เป็นอะไรใช่ไหมที่เอาร่างพรสวรรค์นี้มา”
นิโคลนั่งอยู่เบาะหลังข้างไอกะกล่าวขึ้นมาด้วยท่าทางผ่อนคลาย
“ไม่เป็นไรหรอกฉันเช็กมาแล้วในประกาศตามหาศพของเหนือมนุษย์ที่มีพลังพรสวรรค์หนึ่งในพรสวรรค์ฝ่ามือโดนฆ่าตายโดนลุคแต่พวกเขาหาร่างพรสวรรค์ไม่เจอและก็ไม่ได้สงสัยลุคอีก เพราะพวกเขาเคยค้นตัวลุคแล้วหลังจากวันนี้เราออกไปก็ทำเป็นขับผ่านแถวนั้นหน่อย แล้วอ้างว่าเจอมันก็ได้เจ้าของคนก่อนของพลังพรสวรรค์ฝ่ามือเพลิงไม่มีคนในครอบครัวรอดชีวิตพลังพรสวรรค์นี้จึงถือว่าไร้เจ้าของ ใครเก็บได้ก็ได้ไป”
“แบบนั้นก็ดี”
“เราไปกันเถอะ พวกเขาเปิดทางแล้ว” ลุคกล่าวขณะที่ชี้ไปด้านหน้าประตูศูนย์ช่วยเหลือเปิดออกรถจำนวนมากพากันเคลื่อนขบวนออกจากศูนย์
...
เวลาเกือบเที่ยงตรง
ลุคและกลุ่มขับรถกันมาถึงที่เขตพวกเขาแวะไปยังจุดที่ลุคเคยฆ่าเหนือมนุษย์แถว ๆนั้นและปะทะกับมอนสเตอร์หนอนริบบิ้นลิ้นตาข่ายอยู่ฝูงหนึ่งซึ่งจัดการไม่ยากเพราะพวกมันเป็นเพียงมอนสเตอร์ระดับ F เท่านั้น
“คุณได้รับไอเทมปืนยิงตาข่ายระดับ F เกรดสีส้ม จำนวน 3 ชิ้น”
“คุณได้รับไอเทมปืนยิงตาข่ายระดับ F เกรดสีม่วง จำนวน 5 ชิ้น”
“ไอเทมปืนยิงตาข่ายผลพิเศษสามารถยิงตาข่ายที่มีความเหนี่ยวสูงใช้จับมอนสเตอร์ระดับ F ได้เป็นอย่างดี”
‘ไอเทมชิ้นนี้เหมาะกับการจับมอนสเตอร์มากเพราะมันสามารถเอามาใช้ซ้ำได้ แค่เอามอนสเตอร์ออกจากตาข่ายที่จับไปก่อนหน้านั้นก็พอพวกร้านอสูรกายคงชอบไอเทมชิ้นนี้’
ขณะที่ลุคหลับตาตรวจสอบข้อมูลของไอเทม บอสตันที่ขับรถก็เรียกทุกคน
“เรามาถึงแล้ว”
คนทั้งหมดพากันลงจากรถมายืนอยู่หน้าบ้านหลังหนึ่งที่มองดูแล้วยังอยู่ในสภาพดีบ้านของลุคในเขต 4 ลุคอยากจะมาที่อีกครั้งอย่างน้อยมันก็มีของหลายอย่างที่ให้เขาเก็บได้
ลุคยกกระถางหน้าบ้านที่ยังอยู่ดีออก เผยให้เห็นกุญแจเปิดเข้าไปด้านในแต่ทันทีที่เปิดประตูบ้านออกไปภาพตรงหน้าก็ทำให้ลุคและทุกคนชวนตะลึงไม่น้อย
ปรากฏว่าที่จริงแล้วบ้านที่มองเหมือนจะยังอยู่ดีกลับมีเพียงแค่ตัวบ้านกำแพงด้านหน้าเท่านั้นส่วนบ้านด้านในจนไปถึงข้างหลังพังราบไปหมดแล้ว มันราวกับว่ามีฝูงมอนสเตอร์นับร้อยๆ ตัววิ่งเหยียบบ้านพวกนี้พังเป็นทางยาว
พวกเขามองดูทางที่ทอดยาวจากการทำลายของฝูงมอนสเตอร์มันไปยังเขต 3ก็เดาไม่อยากว่าเกิดในช่วงเวลาไหน
“ตรงนั้นเป็นห้องแช่เย็นใช่ไหม”บอสตันพูดขึ้นมาและอดที่จะเดินไปดูไม่ได้ มันซากของห้องแช่เย็นอยู่แต่พังหมดเหมือนกัน
ห้องแช่เย็นเป็นเหมือนสถานที่ในการเพิ่มพลังแบบก้าวกระโดดของพวกเขาพอเห็นมันพังลงทุกคนก็ใจหวิวไม่น้อย
ลุคเองก็รู้สึกแบบนั้น เขาเริ่มค้นหาอะไรสักอย่างที่ยังเหลือในบ้านคนอื่น ๆ ก็ช่วยลุคด้วยเช่นกัน
สุดท้ายก็ได้ของมาไม่กี่อย่างเป็นพวกรูปที่อยู่ในกรอบแม้กรอบจะแตกแต่รูปก็ไม่เสียหายมากลุคยังเจอกองซากตรงลิ้นชักที่ยังมีเอกสารและจี้ห้อยคอที่มีร่างพรสวรรค์ไอเทมมอนสเตอร์ซ่อนไว้อยู่ที่จริงมันน่าจะมีหินพลังงาน 2 ก้อน แต่ว่ามันหายไปเขาเดาว่าคงโดนมอนสเตอร์สักตัวที่ค้นพบกินไปแล้ว
ฟู่...
ลุคเป่าฝุ่นออกจากซองกระดาษที่ค่อนข้างยับเยินโชคดีที่เอกสารด้านในยังไม่เสียหาย เขาเดินไปนั่งลงบนซากโซฟาก่อนจะหยิบเอาจี้ห้อยคอขึ้นมาและเทียบดูกับในเอกสาร
ตอนนั้นลุคค้นพบตราบนเอกสาร ซึ่งก็คุ้นเคยมากตอนนั้นเขาไม่มีเวลาตรวจสอบจึงได้เก็บไว้ในตู้ลิ้นชักก่อนตอนนี้เมื่อได้กลับคืนมาเขาก็มั่นใจว่าตราสัญญาลักษณ์ในเอกสารเหมือนกับตราสัญญาลักษณ์บนจี้ห้อยคอ
ถึงจะมีส่วนที่เสียหาย แต่มองดูดี ๆ แล้วพวกมันนั้นเหมือนกัน
“นายเป็นอะไรหรือเปล่า”นิโคลเดินเข้ามาพร้อมกับยื่นรูปอีกใหม่ที่เป็นรูปของลุคและเจนถ่ายคู่กันในวันที่ไปกินหมูกระทะกันในวันที่ลุคมีพลังตื่นขึ้นมาเจนปริ้นรูปนี้มาใส่กรอบไว้
“ขอบใจนะ ฉันไม่เป็นอะไรหรอก แค่พึ่งรู้ว่าครอบครัวตัวเองเหมือนจะมีความลับบางอย่าง”ลุคตอบด้วยรอยยิ้มยื่นมือไปรับเอารูปมา
“นี่ทุกคนมานี่หน่อย” ไอกะเรียกทุกคนไปยังมุมหนึ่งก่อนที่พวกเขาจะพบว่าในซากบ้านของลุคมีคนตายอยู่สองคนเป็นผู้ใหญ่คนและอีกคนเหมือนจะเป็นเด็ก
“สองคนนี้คงทุบหน้าต่างเขามาหลบมอนสเตอร์ แต่สุดท้ายก็โดนเหยียบตาย”นิโคลกล่าวข้อสันนิษฐานของตัวเอง
“บอสตัน คุณช่วยเผาบ้านหลังนี้ทิ้งหน่อยได้ไหม” ลุคกล่าวเขาในเมื่อมันมีคนมาตายที่นี่เขาก็คิดว่าควรจะเผาทิ้งไปเลยพร้อมกับศพดีกว่าปล่อยให้ศพเน่าที่นี่
“ได้ไม่มีปัญหา” บอสตันนั่งลงมือทั้งสองลุคเป็นไฟ ก่อนที่ไฟจะลุคไหมซากบ้านอย่างรุนแรงบ้านนี้เป็นไม้จึงเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี
ทุกคนกลับออกมามองดูเพลิงที่เผาบ้านทั้งหลัง โดยไม่พูดอะไร
“กำหนดเขตล่ากันก่อนก็แล้วกันก่อนแล้วก็หาที่ตั้งแคมป์พักค้างคืนนี้กัน”ลุคพูดขึ้นมาพร้อมกับเปิดแผนที่ จุดหมายตอนแรกคือจะพักที่บ้านของลุค แต่ตอนนี้ต้องเปลี่ยนแล้ว
“เริ่มจากโรงพยาบาลไหม ที่นั่นอาจจะยังมีคนรอดอยู่”ไอกะเสนอความคิดของเธอ
คนอื่น ๆ ก็คิดว่ามันเข้าท่าดี แม้โรงพยาบาลจะเป็นเป้าหมายแรก ๆในการช่วยเหลือ แต่การช่วยเหลือพวกเขาก็ไม่ได้ทั่วถึงทั้งเมืองปลายฝนมีโรงพยาบาลเกือบ 20 แห่งและส่วนใหญ่ที่ได้รับการช่วยก็เป็นในเขต 1และ 2 ในเขต 4 มีบางส่วน เขต 5 ค่อนข้างยากเพราะเป็นจุดที่ไกลที่สุดเนื่องจากกำลังคนมีน้อย
“เราจะไปโรงพยาบาลเขต 4 หรือ 5” นิโคลถามขึ้นมา
“ถ้าไม่ว่าอะไรฉันอยากไปที่เขต 5 โรงพยาบาลที่รักษาเจน”ลุคจำได้ว่าคืนวันกินเลี้ยงอีลิกพูดเรื่องที่ตนให้คำแนะนำกับหมอที่เคยช่วยเจนไว้ตอนนั้นมันวุ่นวายมากและรู้ว่ามอนสเตอร์จะตามเขาและเจนลุคจึงไม่ได้ให้คนธรรมดาตามมาด้วย
ถ้าหมอและพยาบาลพวกนั้นยังรอดอยู่ลุคก็อยากจะไปช่วยอยู่เหมือนกันที่สำคัญคือในเขต 5 ค่อนข้างห่างไกลจากเหนือมนุษย์ทุกคนดังนั้นลุคจะลงมือได้อย่างเต็มที่
“ฉันไม่มีปัญหาอะไร”
“ฉันเหมือนกัน”
“ไปที่นั่นกันเถอะ”
ทั้งสามคนตอบรับพร้อมกัน ก่อนจะพากันขึ้นรถไปที่โรงพยาบาลส่วนหนึ่งเพื่อไปพักที่นั่นและอาจจะเจอกับคนที่ยังรอดชีวิตอยู่