ก่อกำเนิด : เทพเซียน 9 วิบัติ [จบ]

    เล่มที่ 5 ตอนที่ 144 ประสานร่าง

            ในที่สุดเสิ่นเสวียนก็หายันต์แผ่นนั้นเจอ

            ปรากฏว่าเขาเอายันต์ไปทำเป็นจี้ห้อยคอให้เสี่ยวเหยียน

            ก่อนหน้านี้หลังจากได้ยันต์นี้มาเสี่ยวเหยียนดีใจมาก เขาจึงมอบให้มันไว้เพราะบนยันต์แผ่นนี้มีไอพลังของเซียนวิญญาณหม่าเมี่ยนผสมผสานอยู่ด้วยซึ่งไอพลังนี้เสี่ยวเหยียนสามารถดูดซับได้ห้อยไว้ที่คอของมันยังช่วยเพิ่มพลังให้มันได้อีกด้วย

            ต่อมาเสี่ยวเหยียนช่วยงานเสิ่นเสวียนอย่างหนักอยู่ในผังเมืองซานเหอมาตลอดที่สามารถหลอมรวมหยวนก่อกำเนิดขึ้นมาได้ เสี่ยวเหยียนต้องเสียพลังไปไม่น้อยนอนหลับอยู่บนพื้นและทับยันต์แผ่นนั้นไว้พอดี เสิ่นเสวียนจึงมองไม่เห็น

            “เจ้าตัวน้อยข้าขอยืมใช้หน่อยนะ”

            ร่างจิตวิญญาณของเสิ่นเสวียนปรากฏขึ้นตรงหน้าของเสี่ยวเหยียนเสี่ยวเหยียนยื่นคอให้เสิ่นเสวียนหยิบไปได้เลยโดยไม่ส่งเสียงใดๆ

            เสิ่นเสวียนมองยันต์แผ่นนั้นอยู่นานบนนั้นสลักอักขระยันต์วิญญาณไว้เต็มไปหมด แล้วเสิ่นเสวียนก็ยิ้มออกมา

            แล้วเขาก็กระตุ้นยันต์แผ่นนั้นทันที

            ทว่ารอยยิ้มของเสิ่นเสวียนกลับแข็งทื่อไป

            ยันต์แผ่นนั้นระดับสูงเกินไปทำให้เขากระตุ้นมันขึ้นมาไม่ได้

            อยากกระตุ้นยันต์นี้อย่างน้อยต้องถึงขั้นเปิดทวารเสียก่อนเขาเพิ่งหลอมรวมหยวนก่อกำเนิดขึ้นมาจึงยังทำไม่ได้

            “เป็นเรื่องแล้วสิ”

            เสิ่นเสวียนไม่รู้จะกล่าวอะไรดีแล้ว

             

            ส่วนภายนอกนั้นทุกคนกำลังตะลึงอยู่กับที่

            ผู้ศักดิ์สิทธิ์จื่อกวงที่นั่งอยู่บนบัลลังก์สีม่วงมองเริ่นเสี้ยวเทียนด้วยแววตาสงสัย

            “เจ้าเป็นศิษย์ของตาแก่นั่นหรือ”

            “ไม่แปลกใจเลยที่รู้จักข้า”

            เขากล่าวถามเริ่นเสี้ยวเทียนด้วยเสียงพึมพำ

            เมื่อครู่นี้ตอนที่ผู้ศักดิ์สิทธิ์จื่อกวงยิงลำแสงออกมาพลันมีไข่มุกแสงสีขาวจางๆ พุ่งออกมาจากแหวนของเริ่นเสี้ยวเทียนต้านทานลำแสงของเขาไว้ได้

            ทั้งสองสิ่งปะทะกันจนเกิดเสียงระเบิดดังก้องแล้วไข่มุกแสงเม็ดนั้นก็แสดงม่านพลังปกคลุมทุกคนด้านหลังเอาไว้

            แม้ไข่มุกจะหายไปแล้วแต่ก็สามารถต้านทานพลังโจมตีของผู้ศักดิ์สิทธิ์ได้จริงๆ

            “ผู้อาวุโสโปรดปล่อยพวกข้าไปด้วย”

            เริ่นเสี้ยวเทียนรู้ว่าการร้องขอครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องน่าขายหน้าไม่อย่างนั้นคงต้องทิ้งชีวิตไป

            “เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นใครตาแก่นั่นมาที่นี่ด้วยตนเองยังไม่แน่เลยว่าข้าจะไว้หน้าเขา หลีกไปเถอะ”

            ผู้ศักดิ์สิทธิ์จื่อกวงกล่าวกับเริ่นเสี้ยวเทียนเสียงเรียบแต่ฟังจากน้ำเสียงของเขาค่อนข้างอ่อนลงแล้ว เขาไม่อยากสังหารเริ่นเสี้ยวเทียน

            “พวกข้าเป็นสหายกันร่วมสู้ร่วมถอย”

            เริ่นเสี้ยวเทียนแววตามุ่งมั่นไม่มีความคิดจะล่าถอยไป เขามีไข่มุกแสงอยู่ในแหวนสองเม็ด เมื่อครู่ใช้ไปแล้วหนึ่งเม็ดยังเหลืออยู่อีกหนึ่งเม็ด

            แต่เม็ดนี้มีอานุภาพด้อยกว่ามิอาจต้านทานอีกฝ่ายได้

            “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ข้าจะส่งพวกเจ้าไปพร้อมกัน”

            ผู้ศักดิ์สิทธิ์จื่อกวงสีหน้าอำมหิตคนที่เขาคิดสังหารไม่มีใครที่เขาสังหารไม่ได้ อย่าว่าแต่แค่ศิษย์คนหนึ่งต่อให้ตาแก่นั่นมาที่นี่ด้วยตนเองเขาก็กล้าลงมือ และเขารู้ด้วยว่าตาแก่นั่นไม่มีทางคิดเป็นศัตรูกับผู้ศักดิ์สิทธิ์คนหนึ่งเพียงเพราะศิษย์คนเดียว

            “ตาย!”

            ผู้ศักดิ์สิทธิ์จื่อกวงตะโกนออกไปอีกครั้งพลางปรายตามองทุกคนในบริเวณนั้น

            ลำแสงครั้งนี้ต่างจากก่อนหน้านี้มากก่อนหน้านี้พุ่งตรงไปที่เสิ่นเสวียนเพียงคนเดียวแต่ครั้งนี้พุ่งเข้าใส่ทุกคนที่อยู่กับเสิ่นเสวียนแสดงให้เห็นว่าครั้งนี้เขาต้องการสังหารทุกคนในคราวเดียว

            ส่วนเสิ่นเสวียนยังคงหาวิธีกระตุ้นยันต์แผ่นนั้นอยู่

            “ช่วยข้าที!”

            เริ่นเสี้ยวเทียนที่ยืนอยู่ด้านหน้าสุดเอาไข่มุกแสงออกมาอีกครั้งซึ่งเป็นเม็ดสุดท้ายของเขาแล้ว อีกทั้งพลังโจมตีของอีกฝ่ายยังรุนแรงมากไข่มุกแสงเม็ดเดียวมิอาจต้านทานได้ จำเป็นต้องขอความช่วยเหลือจากคนอื่นด้วย

            ตูม!!!

            ไข่มุกแสงพุ่งเข้าใส่ลำแสงเบื้องหน้าก่อให้เกิดเสียงระเบิดดังก้องม่านพลังขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นเหมือนกับก่อนหน้านี้ ปกป้องทุกคนเอาไว้เหมือนเดิม

            ราชามารตะวันตกเดินหน้าไปหนึ่งก้าวพลันทาบฝ่ามือลงบนหลังของเริ่นเสี้ยวเทียนโคจรพลังของตนเองเข้าสู่ร่างของเริ่นเสี้ยวเทียนอย่างต่อเนื่องเพื่อเสริมอานุภาพให้กับม่านพลังนั้น

            ราชามารทิศเหนือก้าวเดินออกไปเช่นกันและโคจรพลังเข้าสู่ร่างของเริ่นเสี้ยวเทียนเหมือนกับราชามารตะวันตก

            เมื่อทั้งสองคนเข้าช่วยเหลือรวมเข้ากับพลังของไข่มุกแสงทำให้สามารถต้านทานพลังโจมตีของผู้ศักดิ์สิทธิ์จื่อกวงได้

            “เฮอะ! เจ้าพวกมด”

            ผู้ศักดิ์สิทธิ์จื่อกวงส่งเสียงเย็นยะเยือกออกมามดไม่ว่าอย่างไรก็คือมด ต่อให้มีมดมากมายแค่ไหนก็ไม่มีทางกลายเป็นช้างได้

            เขาจึงยกมือขึ้นแล้วปล่อยพลังใส่ไข่มุกแสงเบาๆ

            ตึง!!!

            รอยประทับฝ่ามือขนาดใหญ่โจมตีใส่ไข่มุกแสงอย่างรุนแรงก่อให้เกิดเสียงดังสะท้านไปทั่วในขณะเดียวกันพลังรุนแรงยังทำให้สามคนด้านหลังไข่มุกแสงเม็ดนั้นกระอักเลือดออกมาทันที

            ทว่าม่านพลังยังไม่แตกสลายไปมันยังคงยืนหยัดต่อไปได้

            ตึง!

            พลังโจมตีเดียวยังไม่เป็นผลเขาจึงโจมตีออกไปอีกครั้ง ทำให้ทั้งสามคนอาการแย่ลงกว่าเดิม

            “ไม่รู้พวกเราจะทนได้หรือเปล่าเจ้าคิดว่าอย่างไร”

            ข้างๆกัน จี๋เล่อน้อยกล่าวถามซูเหยียนที่ยืนอยู่ด้วยกัน

            “ไปกัน”

            ซูเหยียนพยักหน้าน้อยๆ

            “หลังจากนี้ชื่อของพวกเราจะได้บันทึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์”

            จี๋เล่อน้อยยิ้มด้วยความรู้สึกได้ปลดปล่อย

            พวกเขาตัดสินใจแล้ว

            ตัดสินใจทำในสิ่งที่ไม่แน่นอนแต่ถ้าไม่ทำคงต้องเสียใจไปตลอดชีวิต

            “ประสานร่าง”

            หลังจากจี๋เล่อน้อยตะโกนออกไปร่างของเขาพุ่งทะยานขึ้นไปด้านบนในชั่วพริบตา จากนั้นก็หมุนวนไม่หยุดปราณกระบี่ที่รุนแรงมากมายกระจายออกมาจากร่างของเขา

            เขามีชื่อว่าเจี้ยนซึ่งแปลว่ากระบี่จึงหยิบเอากระบี่มาเป็นไม้ตายขั้นสูงสุดของตนเอง

            ตอนนี้เขาเปิดเผยความลับของไม้ตายสุดท้ายออกมาแล้วจะเป็นหรือตายค่อยคิดแล้วกัน!

            ซูเหยียนมองจี๋เล่อน้อยที่ค่อยๆกลายเป็นกระบี่เล่มหนึ่งบนท้องฟ้า พลางเปิดเผยรอยยิ้มออกมา

            “เหยียนเอ๋อร์อย่า!”

            ราชามารทิศเหนือที่กำลังต้านทานพลังอย่างยากลำบากเห็นดังนั้นสีหน้าพลันเปลี่ยนไปรีบตะโกนห้ามซูเหยียนทันที

            “ท่านพ่อข้าโตแล้ว โตพอที่จะเลือกได้ด้วยตนเอง”

            ซูเหยียนกล่าวจบก็กระโจนขึ้นไปด้านบนร่างของเขาหมุนวนไม่หยุด หลอมรวมเข้ากับจี๋เล่อน้อยอย่างรวดเร็ว

            นี่คือทักษะร่วมประสานที่พวกเขาได้เรียนรู้มาจากในสุสานหากบอกว่าก่อนหน้านี้ทักษะร่วมประสานของพวกเขาเพียงประสานพลังเข้าด้วยกันอย่างนั้นในตอนนี้คือการประสานร่างกายให้เป็นหนึ่งเดียวกัน

            ทั้งยังแผดเผาไปถึงต้นกำเนิดอีกด้วย

            ราชามารทิศเหนือรู้สึกได้ถึงหัวใจเด็ดเดี่ยวของจี๋เล่อน้อยจึงเอ่ยปากห้ามซูเหยียนไว้

            “เอ๋? ดูเหมือนพวกเจ้าจะได้รับการสืบทอดแท้จริงของตาแก่นั่นมาจริงๆ”

            ผู้ศักดิ์สิทธิ์จื่อกวงมองจี๋เล่อน้อยและซูเหยียนที่กำลังประสานร่างกันด้วยความรู้สึกประหลาดใจเขาไม่ได้เข้าขัดขวาง แต่เขาต้องการใช้พลังทำลายความกล้าหาญของอีกฝ่าย

            วิ้งๆ!!!

            ในขณะที่ทั้งสองกำลังประสานร่างอยู่บนท้องฟ้ากระบี่ขนาดใหญ่เล่มหนึ่งได้ปรากฏขึ้นกลางอากาศ

            มันเหมือนกับกระบี่พิพากษาสามารถพิพากษาสิ่งชั่วร้ายทั้งหมดในโลกได้

            กระบี่เป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาผู้ศักดิ์สิทธิ์จื่อกวงโบกมือเรียกแม่ทัพเทพบางส่วนที่อยู่ด้านหลังให้แม่ทัพเทพเหล่านั้นออกไปทดสอบพลัง

            แม่ทัพเทพสองคนเพิ่งเข้าไปในอาณาเขตรอบๆตัวกระบี่ กลับโดนพลังน่ากลัวที่แผ่ซ่านออกมาบดขยี้ร่างแหลกละเอียด

            สามารถทำลายร่างของผู้ฝึกตนขั้นราชันระดับสูงสุดคนหนึ่งได้ในพริบตาเช่นนี้แสดงให้เห็นแล้วว่าอานุภาพของกระบี่แข็งแกร่งเพียงใด

            จากนั้นกระบี่เล่มนี้ก็พุ่งตรงไปอยู่เหนือหัวของผู้ศักดิ์สิทธิ์จื่อกวงด้วยอานุภาพไร้เทียมทานแล้วพุ่งดิ่งลงไปด้านล่างทันที

            ชี่ๆ!!!

            ม่านพลังป้องกันปรากฏขึ้นบนร่างของผู้ศักดิ์สิทธิ์จื่อกวงเสียงเสียดหูนั้นดังขึ้นเนื่องจากการต้านทานพลังของกระบี่

            “ไม่เลวเลยทีเดียว”

            ผู้ศักดิ์สิทธิ์เผยสีหน้าเคร่งเครียดเขาหยุดโจมตีไข่มุกแสงแล้วหันกลับมายื่นมือออกไปหมายจะคว้ากระบี่ให้ได้

            พลังทำลายล้างสรรพสิ่งแผ่ซ่านออกมาจากฝ่ามือของเขาค่อยๆ เข้าใกล้กระบี่เล่มนั้นไปทีละน้อย ปลายกระบี่อันแหลมคมถูกทำลายไปในพริบตา

            “ไม่!!!”

            ราชามารทิศเหนือตะโกนออกไปทันทีที่เห็นภาพนั้น

            “ตายเสียเถอะ!”

            เสียงของจี๋เล่อน้อยและซูเหยียนดังขึ้นพร้อมกันที่ด้านบนทำให้อานุภาพของกระบี่รุนแรงยิ่งกว่าเดิม

            พลังที่ปะทุออกมาทำให้แขนของผู้ศักดิ์สิทธิ์จื่อกวงถอยกลับไปเส้นผมที่เกล้ารวบไว้สยายออก ดูยุ่งเหยิงราวกับเป็นจอมมาร

            ผู้ศักดิ์สิทธิ์จื่อกวงแววตาเคร่งเครียดขึ้นเรื่อยๆอีกฝ่ายเข้าสู้กับเขาอย่างสุดชีวิต ทำให้เขาจัดการได้ยากขึ้นกว่าเดิมมาก

            “นี่ก็คือบรรทัดฐานของผู้ศักดิ์สิทธิ์พวกเราตัดสินใจได้คุ้มค่าแล้ว”

            ภายในกระบี่เล่มนั้นเสียงของจี๋เล่อน้อยดังออกมาอย่างมีความสุข

            จากนั้นพลังที่น่ากลัวยิ่งกว่าพลันปะทุออกมาอีกครั้ง

            ผู้ศักดิ์สิทธิ์จื่อกวงที่กำลังต้านทานพลังอยู่รับรู้ได้ถึงรสหวานภายในปากจากนั้นเขาก็กระอักเลือดออกมา

            “เฮือก!!!”

            ไอพลังบนร่างของเขาเบาบางลงกว่าเดิมมาก

            “ข้าจะสับร่างของเจ้าให้แหลก!”

            โดนกระบี่โจมตีจนกลายเป็นแบบนี้ไปได้ไม่สง่างามเอาเสียเลย นี่คือสิ่งที่ผู้ศักดิ์สิทธิ์จื่อกวงทนไม่ได้เขาลุกขึ้นยืนแล้วหายตัวไปปรากฏตัวขึ้นภายในกระบี่

            จากนั้นก็ใช้พลังหมัดโจมตีใส่ตัวกระบี่อย่างรุนแรง

            เคร้ง!!!

            พลังที่แข็งแกร่งของเขาทำให้ตัวกระบี่แหลกละเอียดในพริบตา

            กระบี่ที่ทั้งสองคนประสานร่างเข้าด้วยกันสูญสิ้นอานุภาพไปแล้วด้วยหมัดเดียวของผู้ศักดิ์สิทธิ์จื่อกวง

            เป็นพลังที่น่ากลัวมาก!

            “หม่าเมี่ยนออกมา!”

            ที่ด้านหลังเสิ่นเสวียนพยายามทำความเข้าใจยันต์แผ่นนั้นมาตลอดตอนนี้ร่างจิตวิญญาณกลับคืนเข้าร่างแล้ว

            หลังจากที่เขาตะโกนเรียกออกไปไอพลังน่ากลัวก็ปรากฏขึ้นทันที

    คล้ายกับเรื่องก่อกำเนิด : เทพเซียน 9 วิบัติ [จบ] ที่คุณอ่าน