Chat เปลี่ยนโลก

    บทที่ 107

    “เออ.. ไม่เป็นอะไรครับ แล้วทางคุณเป็นอะไรหรือเปล่าครับ..” นทีถามกลับไป เพราะคนที่ชนเขานั้นคือคนที่เขาคิดถึงเมื่อวานก่อนนี้เอง ‘ขวัญข้าว’ หลานสาวของท่านผบ.ตร.ภาค5 ตอนนี้เขาถึงกับทำตัวไม่ถูกเลยทีเดียว..“ต้องขอโทษด้วยนะคะ ช่วงนี้ฉันนอนน้อยไปหน่อย ถ้าจะให้รับผิดชอบยังไงก็บอกได้เลยนะคะ ว่าแต่คุณเข้าไปตรวจร่างกายก่อนก็ได้ค่ะ แน่นอนว่าฉันจะเป็นคนออกค่าใช้จ่ายทั้งหมดให้เองนะคะ..” ขวัญข้าวแสดงตัวรับผิดชอบอย่างเต็มที่ แน่นอนว่าช่วงนี้เธอนอนน้อยเป็นอย่างมาก จะเรียกว่ามันนอนไม่หลับซะมากกว่า คุณตาของเธอกำลังนอนป่วยอยู่ และหมอยังบอกให้เธอกับครอบครัวทำใจ มันยิ่งทำให้เธอเครียดเป็นอย่างมากในช่วงนี้ และมันอาจทำให้สติไม่อยู่กับเนื้อกับตัวจนเกิดอุบัติเหตุอย่างนี้“ไม่เป็นไรครับ ไม่ต้องถึงขนาดนั้นก็ได้ครับ .. เอาเป็นแค่ซ่อมรถให้ผมก็น่าจะพอแล้วครับ..” นทีไม่ค่อยอยากจะรบกวนมากเท่าไร และไม่อยากจะกลับไปสนิทเหมือนเมื่อก่อน เรื่องบางเรื่องมันควรจะปล่อยให้มันเป็นแค่อดีตไปก็พอ.. เพราะปัจจุบันสำหรับเขาในตอนนี้มันก็ดีมากอยู่แล้ว“…เออ เอาอย่างนี้ได้ไหมคะ ตอนนี้ฉันรีบมากจริงๆ คุณสามารถนำรถไปซ่อมเองได้หรือเปล่าคะ ฉันจะให้เบอร์โทรไว้กับคุณ ซ่อมเสร็จแล้วฉันจะจ่ายให้กับคุณ หากยังไม่ไว้ใจว่าฉันจะโกงฉันสามารถโอนเงินไว้ให้กับคุณก่อนได้สัก 5000 บาทเป็นยังไงคะ..” ตอนนี้ข้าวค่อนข้างรีบจริงๆ เพราะเธอกำลังจะกลับบ้านเพื่อไปเปลี่ยนชุดเสื้อผ้าของตัวเอง คืนนี้เธอจะต้องมานอนเฝ้าคุณตาที่น่าจะนอนโรงพยาบาลอีกหลายวัน“..ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมเชื่อคุณครับ... งั้นผมขอรับเบอร์โทรเอาไว้นะครับ ถ้าซ่อมเสร็จแล้วยังไงผมจะโทรไปหาครับ...” นทีกล่าว พวกเขาคุยกันต่ออีกสักนิดสักหน่อย ยกรถมอเตอร์ไซค์ขึ้น ก่อนที่ขวัญข้าวจะขอตัวไปทำธุระของเธอต่อ เมื่อเห็นว่าทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว“ต้องขอโทษอีกครั้งนะคะ... เดินทางปลอดภัยค่ะ..” เธอเลื่อนกระจกมาขอโทษอีกครั้งก่อนจะรีบขับรถออกไปในทันที นทีที่เห็นอย่างนั้นก็ได้แต่ถอนหายใจพร้อมกับส่ายหน้าเล็กน้อย“คนที่จะต้องเดินทางให้ปลอดภัยน่ะมันเธอต่างหากเล่ายัยบื้อ...” นทีสตาร์ทรถของตัวเองก่อนจะขับมันไปจอดที่ทางโรงพยาบาลจัดไว้ให้ โชคดีที่มันไม่ถึงกับขั้นเสียหายมากนัก ล้มลงไปเมื่อกี้ก็มีแค่พวกเฟรมกับกระจกไฟแตกร้าวนิดหน่อยเท่านั้นเอง จากนั้นเขาก็เดินตรงไปยังหน้าเคาน์เตอร์ของโรงพยาบาลเพื่อสอบถามเกี่ยวกับห้องพักของท่านผบ. ‘..เออ.. ชื่ออะไรวะ เคยเรียกแต่ท่านผบ.ตร.มาตลอด..’ นทีทำท่านึกว่าชื่อจริงของท่านผบ.นั้นชื่ออะไร เมื่อก่อนเองเขาก็เอาแต่เรียกอย่างนั้นมาตลอด ไม่เคยที่จะเรียกชื่อจริงๆออกมาเลยสักครั้ง เขาจึงได้แต่บอกพยาบาลตรงนั้นไปว่าต้องการทราบห้องของท่านผบ.ตร.เท่านั้น แม้ว่าพยาบาลจะสงสัยแต่ก็ยังให้ข้อมูลมาอยู่ดี นทีก็ยิ้มรับให้กับพยาบาลคนนั้นอย่างเป็นกันเอง ก่อนจะเดินออกมาหลังจากกล่าวขอบคุณ ภายในลิฟต์ที่นทีกำลังขึ้นมานั้น จู่ๆความคิดของเขาก็เกิดขึ้นเกี่ยวกับการแอบมารักษาในครั้งนี้ ถ้ามาแบบตรงๆอย่างนี้จะใช้คำว่าแอบได้อย่างไรกัน ดังนั้นเขาจะต้องปลอมตัว หรือไม่ก็ต้องหาทางอื่นเพื่อเข้าไปรักษาแทน และทางที่เขาเลือกก็คือการเข้าทางระเบียงด้วยการปีน เมื่อคิดได้อย่างนั้นเขาก็ไม่รอช้า รีบลงไปยังชั้นที่ก่อนจะถึงชั้นของท่านผบ.ตร. และเดินออกไปทันที“..โอ้..บรรยากาศของชั้นนี้สุดยอดพลังงานด้านลบเลยแฮะ..” ภาพที่เขาได้เห็นในตอนนี้มันเหมือนกับเป็นชั้นโล่งๆที่ไม่มีแม้แต่หลอดไฟที่ส่องสว่าง หญิงสาวที่มาพร้อมกับเขามองเขาอย่างพิจารณา ประกอบกับมองไปยังชั้นอย่างหวาดกลัว เธอคิดได้เพียงว่าชายคนนี้เป็นผีหรือเปล่า และทำไมเขาถึงลงชั้นนี้“..มันเป็นเขตที่กำลังปรับปรุงน่ะครับ มันเป็นทางลัดไปอีกลิฟต์หนึ่งที่เป็นโซนเจาะเลือดครับ ไม่ต้องกลัวไปนะครับ...”  นทีกล่าวเพื่อไม่ให้หญิงสาวคนนั้นขวัญผวา จริงๆเขาก็ไม่รู้ว่าชั้นนี้มันมีไว้ทำอะไร แต่ถ้าเดาไม่ผิดมันก็เคยมีตำนานเรื่องเล่าเกี่ยวกับโรงพยาบาลด้วยเช่นกัน ที่ว่ากันว่าทุกโรงพยาบาลจะมีชั้นหนึ่งที่ว่างเอาไว้ เพื่อให้พวกเหล่าวิญญาณที่ยังไปไหนไม่ได้อยู่ชั่วคราวไปก่อน และแน่นอนว่าเขาก็กำลังสัมผัสได้ถึงวิญญาณเหล่านั้น ดูเหมือนว่ามันจะเป็นเรื่องจริง หญิงคนนั้นก็ได้แต่พยักหน้าก่อนที่ประตูลิฟต์จะปิดตัวลง “..ออกมาไวเกินไปหรือเปล่า.. แต่ถ้าอยากจะไปนรกเลยก็บอกได้นะ ฉันสามารถทำได้..” นทีที่หันหลังให้กับวิญญาณเหล่านั้นอยู่ เอ่ยขึ้นมาพร้อมกับปล่อยแรงกดดันทางวิญญาณออกไปทั่วบริเวณ มันส่งผลให้วิญญาณเหล่านั้นต้องถอยห่างไปคนละทิศละทาง“…ไปดีกว่า..” นทีเดินไปตามทางอย่างชิลๆ ไม่มีผีตนไหนกล้าเข้าใกล้เขาอีกเลย เมื่อมาถึงจุดที่เป็นวิญญาณที่คุ้นเคยอยู่ด้านบนหัวแล้ว เขาก็หยุดลง และมองไปทางหน้าต่างที่ปิดไว้อย่างมิดชิดก่อนที่เขาจะเปิด และเริ่มปีนมันออกไปทันที ก่อนจะปีนเขาก็หันมาบอกกับห้องโถงที่ว่างเปล่านี้อีกครั้ง“ข้านับจำนวนเจ้าไว้ทุกตนหมดแล้ว ...หากมีตัวไหนมันกล้าที่จะหนีไปแล้วล่ะก็.. ข้าสาบานได้เลยว่าจะออกตามล่าพวกเจ้าทุกตนด้วยตัวเอง..” ตามกระจกต่างๆนั้นนทีรู้ดีว่ามันมียันต์ที่เขียนด้วยน้ำมัน และหากเขาเปิดออกแล้วล่ะก็ วิญญาณพวกนี้สามารถหนีออกไปได้ ด้วยแรงกดดันจากนทีนั้นพวกวิญญาณก็ต่างรู้ได้ทันทีว่ามันคือแรงระดับยมทูต หากยังไม่อยากไปลงนรกแล้วล่ะก็อย่าหนีไปจะดีที่สุด การปีนมันก็ยากลำบากไม่น้อย กับการปีนตึกที่ตอนนี้อยู่ยังชั้น 13 ไปชั้น 14 มันก็สูงอยู่พอประมาณ แต่มันก็ไม่ยากเกินความสามารถของเขาเลย ไม่นานนทีก็มายืนอยู่หน้าประตูตรงระเบียงแล้ว เขาเช็กเพื่อความชัวร์เล็กน้อย ว่าตอนนี้ไม่มีใครอยู่ภายในห้อง ไม่อย่างนั้นอาจจะเป็นเซอร์ไพรส์พวกเขาได้“..คนเฝ้าหน้าประตู 1 คน ภายในห้องมีแต่ท่านผบ.ตร. โอเคทางสะดวกแล้ว...” นทีเปิดประตูเข้าไปพบกับท่านผบ.ตร.ที่ตอนนี้มีเครื่องช่วยหายใจระโยงระยางเต็มไปหมด นทีไม่รอช้า เขาถอดเสื้อนอกของตัวเองออก ก่อนจะลงมือจับชีพจรก่อนเลยเป็นอันดับแรก“..อาการหนักกว่าที่คิดเอาไว้แฮะ....” ก่อนที่เขาจะนึกถึงตัวยาวิเศษที่เขาเคยใช้รักษาท่านผบ.ตร.เมื่อครั้งก่อน ตอนนี้ในตัวเขายังมีอีกนับสิบเม็ด แต่อาการหนักขนาดนี้จะต้องรักษาให้สติของเขากลับมาก่อน แล้วค่อยกลืนเม็ดยานี้ในภายหลัง นทีลงมือฝังเข็มตามวิชาแพทย์เทวาที่เขามี แต่มันก็กินพลังวิญญาณใช่ย่อย เพราะมันเป็นอะไรที่ฝืนธรรมชาติเป็นอย่างมาก เหงื่อของเขาเริ่มที่จะไหลออกมาเป็นทาง เกิดจากที่เขาสูญเสียพลังไปจำนวนมาก ไม่นานนิ้วของท่านผบ.ก็เริ่มกระดิก นทีเองก็รู้ว่าชายคนนี้ใกล้จะฟื้นแล้ว เขาจึงเดินออกมาก่อนท่านผบ.จะลุกขึ้นมาอย่างรวดเร็ว และอ้วกเลือดเสียออกมาจำนวนหนึ่ง นทีค่อยๆกลับไปลูบที่หลังของท่านก่อนจะกระซิบบอกกับท่านให้ทานเม็ดยาที่เขาเตรียมเอาไว้ก่อนหน้านี้“ทานนี่ก่อนนะครับ...” แน่นอนว่าท่านผบ.ที่คิดว่าชายคนที่อยู่ข้างๆเขา อาจจะเป็นลูกน้องตำรวจ หรือไม่ก็หมอ เขาจึงทานไปอย่างไม่คิดอะไร สักพักท่านผบ.ตร.ก็ยิ่งอ้วกออกมาเป็นเลือดเหม็นไปทั่วทั้งห้อง ภาพมันไม่ค่อยจะโฟกัสได้ในขณะที่อยากจะมองหน้าของชายคนนี้ที่ให้เขากินเม็ดยา..“โชคชะตามักจะเล่นตลกเสมอ.. ท่านเป็นคนดี ถึงท่านจะไม่ทราบว่าผมเป็นใคร แต่ผมนั้นทราบดีว่าท่านเป็นใคร และทำอะไรเอาไว้บ้าง... ถือว่าเราหายกันแล้วนะ” นทีกล่าวเพื่อที่จะตัดขาดความสัมพันธ์ของตัวเองออกไป ผบ.ตร.มองไปยังแผ่นหลังของชายคนนี้ด้วยดวงตาพร่ามัวมองไปก็มีแต่เบลอๆ ในขณะที่นทีจะกลับไปทางระเบียงนั้นเอง เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นมา“..หนูกลับมาแล้วค่ะ คุณตา...... อ๊าย!!!!....”