ราชาไร้บัลลังก์

    บทที่43:โล้นน้อย

    ภายในตระกูลอิกเนสตอนนี้สมิธที่ได้รับการรักษาเบื้องต้นกำลังนอนอยู่บนพื้นอยู่กลางห้องที่ใช้สำนึกผิด โดยมีเดลตั้นที่อารมณ์ไม่ดีนั่งอยู่ด้านหน้าของมัน
    ''เจ้ารู้มั้ยว่าเจ้าผิดอะไร ครั้งนี้เรื่องทั้งหมดล้วนเกิดจากตัวของเจ้า''
    ''ท่านพ่อเรื่องนี้ข้าไม่ผิด ข้าก็แค่คิดว่ามันเป็นเด็กที่อ่อนแอและรังแกได้ง่ายๆแต่...''
    ''แต่เจ้าคิดไม่ถึงว่าเด็กคนนั้นจะมีพลังที่เยอะกว่าเจ้าใช่มั้ย''เดลตั้นหนักใจมากขนาดเรื่องมาถึงขนาดนี้แล้วลูกชายของมันก็ยังไม่ยอมรับว่าเรื่องทั้งหมดล้วนเริ่มต้นที่มัน
    ''ข้า...''
    ''พอตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปเจ้าจะถูกขังเอาไว้ในห้องมืดเป็นเวลา1เดือนระหว่างนั้นจงทบทวนสิ่งที่เจ้าได้ทำมาตลอดทั้งชีวิตของเจ้าซะ''
    ''ไม่! ข้าไม่อยากเข้าไปในนั้นจะทำอะไรข้าก็ได้แต่อย่าขังข้าไว้ในห้องมืด''สมิธอ้อนวอนเดลตั้นพร้อมน้ำตาเพราะตั้งแต่อดีตมาจนถึงตอนนี้คนที่ถูกขังอยู่ในนั้นมีน้อยคนมากที่จะออกมาแบบปกติ
    ''ครั้งนี้เจ้าต้องถูกขังและจะไม่มีใครช่วยเจ้าได้''พูดจบเดลตั้นก็เรียกคนมาลากตัวสมิธออกไปขังไว้ในห้องมืดจากนั้นมันจึงนั่งบ่นพึมพัมอยู่คนเดียว
    ''ขอโทษด้วยสมิธพ่อจำเป็นต้องทำและข้าหวังว่าเจ้าจะเจอกับเทคนิคที่ท่านบรรพชนทิ้งเอาไว้ในนั้นแล้วตอนนี้ข้าควรจะไปตามท่านพ่อออกมาจากการฝึกเพื่อจัดการกับโรงประมูลใบหยกและยึดที่นั่นมาเป็นของตัวเองดีหรือไม่?''เดลตั้นกำลังคิดไม่ตกมันแหงนหน้ามองไปที่เพดานจากนั้นจึงเดินออกนอกห้องเพื่อไปพบกับผู้อาสุโสคุมกฎในตระกูล
    ''ผู้อาวุโสข้ามีเรื่องให้ทำ ส่งมือดีของตระกูลออกไป10คนจับตาดูเจ้าเด็กบัดซบนั่นไว้หากมันออกนอกเมืองเมื่อไหร่ให้จับมันขังไว้ที่เมืองอื่นจากนั้นให้มารายงานข้า''เดลตั้นไม่มีทางปล่อยมิคาเอลไปง่ายๆแน่เป็นเพราะมิคาเอลมันถึงสูญเสียอะไรหลายๆอย่างในวันเดียวกัน
    ขณะที่เดลตั้นกำลังโกรธแค้นตัวต้นเหตุกลับกำลังเดินเตร็ดเตร่ไปตามเมือง การค้าขายที่นี่คึกคักมากเพราะเป็นแหล่งรวมการค้ามากมาย มิคาเอลเดินต่อไปเรื่อยๆโดยไม่ค่อยสนใจดูของที่ขายอยู่มากมายแต่อยู่มิคาเอลก็ได้ยินคนที่จับกลุ่มคุยกันอยู่และดูเหมือนเรื่องนั้นจะน่าสนใจมากด้วย
    ''นี่เจ้าได้ข่าวมามั้ยที่เมืองฟ้าคำรามได้มีธิดาศักดิ์สิทธิ์ถือกำเนิดขึ้นมา รู้สึกจะอยู่ที่สำนักมังกรโลหะ''
    ''หะ ใช่คนที่ได้รับมรดกจากราชาแห่งแสงใช่มั้ย ข้าว่าอนาคตนางต้องสดใสแน่ๆเลย''
    ''ฮ่า ฮ่า ฮ่า แต่ข้าว่าอาจจะอยู่ได้ไม่นานมากกว่าเพราะเท่าที่รู้มานางไปฆ่าองค์ชาย3เข้าน่ะสิถึงตอนนี้จะมีสำนักต่างๆหลายสำนักไปเข้าร่วมกับสำนักมังกรโลหะเพราะธิดาศักดิ์สิทธิ์ก็เถอะแต่ข้าคิดว่าคงสู้ราชวงค์ไม่ได้แน่''
    ''ข่าวของพวกเจ้ามันเก่าไปแล้ว ของข้านี่สิของจริง ที่สำนักชะตาฟ้าได้มีธิดาอสูรถือกำเนิดขึ้นมาเหมือนกันว่ากันว่านางใช้เคียวเป็นอาวุทและที่หน้าผากของนางมีรูปเปรวเพลิงสีฟ้าประดับอยู่และนางมีพลังอย่างต่ำก็35ชั้นบรรยากาศไปแล้วทั้งที่อายุยังน้อยอยู่แท้ๆ ธิดาศักดิ์สิทธิ์อะไรนั่นมันก็แค่พูดกันไปเองแค่นั้นแหละ''
    ''จริงงั้นหรือ? นี่เป็นข่าวที่น่าตกใจจริงๆ แล้วเจ้ารู้มาจากไหน''
    ''วันนั้นข้าเดินทางออกไปนอกเมืองและได้เห็นฉากที่นางกำลังทำลายกองโจรอยู่ ข้าบอกได้เลยว่านางแข็งแกร่งมาก และข้าคิดว่านางจะต้องงดงามมากแน่ๆเพราะข้าเห็นมากับตาถึงจะไม่ได้เห็นใบหน้าของนางทั้งหมดเพราะนางใส่ผ้าปิดหน้าเอาไว้''คนที่จับกลุ่มคุยกันพูดออกมาต่างๆนาๆ มิคาเอลที่ยืนฟังอยู่นั้นรู้ได้ทันทีว่าคนกลุ่มนี้พูดถึงใครแต่มิคาเอลก็ไม่ได้สน มันแค่เดินผ่านไปเป้าหมายของมันคือร้านขายอาวุทและเสื้อผ้าการซื้อเสื้อผ้าของมิคาเอลเป็นไปอย่างง่ายดายเพราะมันเลือกชุดของเด็กชายและเด็กหญิงที่มีขนาดต่างๆอย่างละ200ชุด จากนั้นจึงเดินไปที่ร้านขายอาวุทต่อ
    ''สวัสดี ข้ากำลังมองหากริชและดาบที่นี่พอจะมีมั้ย''มิคาเอลถามเจ้าของร้านหลังจากเดินเข้ามาในร้านแล้วเดิมทีมิคาเอลคิดจะซื้อกริชอย่างเดียวแต่พอคิดดูแล้วมันจะสอนการต่อสู้แบบซึ่งๆหน้าให้กองกำลังหลักด้วยมันจึงต้องซื้อดาบเพิ่มเติม
    ''มี แต่มันมีเยอะมาก เจ้าตามข้ามาสิเดี๋ยวข้าจะพาไปดู''เจ้าของร้านมองไปที่มิคาเอลพลางคิดว่ามิคาเอลอาจจะเป็นคุณชายจากตระกูลไหนซักตระกูลและที่มาซื้ออาวุทก็คงเอาไปอวดเพื่อนๆเท่านั้นเมื่อมิคาเอลเดินเข้ามาด้านในที่ใช้เก็บกริชมันเดินดูและใช้มือสัมผัสกริชต่างๆไปเรื่อยๆจนในที่สุดมันก็หยุดลงที่กิชเล่มหนึ่งก่อนจะหยิบขึ้นมาแล้วหันไปถามเจ้าของร้าน
    ''กริชเล่มนี้เท่าไหร่ แล้วใครเป็นคนสร้างมันขึ้นมา''หลังจากสัมผัสกริชเล่มนี้มิคาเอลสามารถรับรู้ได้ว่ามันเป็นกริชระดับสูงผิดกับรูปลักษณ์ภายนอกที่ดูธรรมดาและบนกริชยังมีอักษรคำว่า 'หัวแข็ง' สลักเอาไว้
    ''10เหรียญทองเท่านั้นแหละเพราะมันแค่ของธรรมดาๆเท่านั้น ส่วนคนที่ตีมันขึ้นมาคือขี้เหล้าคนหนึ่งบ้านของมันอยู่ท้ายเมืองหากเจ้าจะไปดูเมื่อไปถึงเจ้าจะรู้เองว่าหลังไหน''
    ''ตกลงข้าเอาเล่มนี้เล่มเดียวพอ''มิคาเอลจ่ายเงินขณะที่เจ้าของร้านมองไปที่มิคาเอลด้วยสายตาดูถูก
    มิคาเอลเดินทางไปที่ท้ายเมืองเพื่อพบกับคนที่ตีกริชเล่มนี้อย่างเร่งด่วนและเมื่อมันมาถึงท้ายเมืองมิคาเอลก็เข้าใจคำพูดของเจ้าของร้านทันที เพราะแถวนี้มีบ้านอยู่แค่หลังเดียวมิคาเอลพลางใช้สายตากวาดมองไปรอบๆบ้านกลับพบว่าไม่มีเหล็กหรืออะไรก็ตามที่ใช้ตีอาวุทขึ้นเลยแต่มันก็ไม่ได้สนใจกลับกันมันเดินเข้าไปในบ้านโดยไม่บอกกล่าวเจ้าของบ้านก่อนและเมื่อเข้ามามิคาเอลก็พบเข้ากับชายวัยกลางคนหัวโล้นกำลังนอนกอดขวดเหล้าอยู่
    ''ข้าว่าแล้วต้องเป็นเจ้า โล้นน้อยตื่นได้แล้ว''มิคาเอลเดินเข้าไปใกล้ๆจากนั้นจึงใช้เท้าเขี่ยชายคนนั้น
    ''...''ไม่มีการตอบรับ ชายหัวโล้นยังคงนอนกอดขวดเหล้าต่อ
    ''สงสัยเจ้าจะคิดถึงวันเก่าๆสินะโล้นน้อย''มิคาเอลค่อยๆก้มลงจากนั้นก็อัดพลังลงไปที่ฝ่ามือจากนั้นจึงใช้ออกด้วยเทคนิคฝ่ามือพิเศษเพรี๊ย! มิคาเอลตบเข้าไปที่หัวโล้นๆของชายคนนั้นจนเกิดรอยแดงขึ้นภายในเสี้ยววิ
    ''อ๊าก บัดซบใครกล้าตบหัวที่แข็งแกร่งของข้า ไม่...ใครกันที่ตบหัวข้าจนข้ารู้สึกเจ็บได้''ชายหัวโล้นเอามือกุมไปที่หัวขณะหันไปรอบๆจนเจอมิคาเอล
    ''เจ้า...''มันพยายามจะพูดอะไรบางอย่างแต่ถูกมิคาเอลตบเข้าที่หัวอีกที
    ''นี่ เทคนิดการตบแบบนี้มีเพียงท่านราชาของข้าเท่านั้นที่ทำได้เจ้าเป็นใครกันแน่''ชายหัวโล้นตะโกนออกมาเดิมทีมันเป็นลูกของผู้ติดตามของมิคาเอล ตัวมันเกิดมาพร้อมกับหัวที่แข็งแกร่งจนไม่มีใครสามารถทำให้มันเจ็บบริเวณที่หัวได้แต่แล้ววันหนึ่งมันกลับไปท้าทายมิคาเอลเข้า มิคาเอลจึงคิดค้นเทคนิคการตบนี้ขึ้นเพื่อมันโดยเฉพาะ
    ''เงียบซะเจ้าโล้นน้อย ทำไมเจ้าถึงได้ทำตัวเหลวไหลแบบนี้แถมยังมาอยู่ในทวีปเล็กๆนี่อีก''มิคาเอลถามโล้นน้อยเพราะมันรู้ได้ว่าเจ้าโล้นน้อยจะต้องรู้ว่ามันคือใคร