เมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์

    เล่มที่3 ตอนที่ 77 : สิ่งผิดปกติของแผนกประชาสัมพันธ์

            "นี่เป็นผู้มีพระคุณของหนูหนูเกือบถูกรถชน แล้วเขาก็ช่วยชีวิตหนูไว้"

            "อะไรนะ"

            ได้ยินดังนั้นเหล่าบอดี้การ์ดต่างเคร่งเครียดน้ำเสียงถังถังไม่ได้กังวลอะไร แต่เหล่าบอดี้การ์ดต่างหลั่งเหงื่อเย็นเยียบถ้าหากถังถังเป็นอะไรไปล่ะก็ พวกมันคงไม่อาจดำรงอาชีพนี้ได้อีก

            เสี่ยวหยงมองหยางเฉินด้วยสายตาอันแปลกประหลาดเขาเดินไปหาหยางเฉินพลางกล่าวว่า

            "ขอบคุณที่ช่วยคุณหนูพวกเราไว้นะครับคุณหยางเป็นไปได้ไหมว่าพวกเราขอเชิญคุณไปพบกับนายท่านเพื่อแสดงความขอบคุณน่ะครับ"

            หยางเฉินเข้าใจดีถึงเจตนาที่แฝงเร้นแต่เขาไม่อยากเสียเวลาไร้สาระกับพวกนี้ถึงแม้ว่าเขาจะว่างเขาก็ไม่อยากอธิบายอะไรให้พวกนี้ฟังอยู่แล้ว หยางเฉินโบกมือกล่าวว่า

            "ฉันรู้ว่าพวกนายคิดจะทำอะไรฉันไม่เกี่ยวอะไรกับครอบครัวของเด็กคนนี้ แค่บังเอิญช่วยเธอไว้เท่านั้น"

            "คุณหยางใจเมื่อคุณมีเจตนาที่ดี อย่างนั้นคุณก็ไม่จำเป็นต้องกลัวนายท่านไปหรอกครับ"

            หยางเฉินหัวเราะกล่าวว่า "ไม่เกี่ยวกับว่ากลัวหรือไม่กลัวฉันต้องไปพบกับนายท่านอะไรนั่นเพราะเขาบอกงั้นหรือทำไมพวกนายไม่เรียกเขามาคุยกับฉันที่นี่ล่ะ"

            "คุณหยาง ถ้าคุณไม่ไปดีๆอย่าหาว่าพวกเราทำรุนแรงไปล่ะ"

            เมื่อเห็นหัวหน้าตัดสินใจใช้กำลังพวกบอดี้การ์ดที่เหลือต่างล้อมหยางเฉินไว้ไม่ให้ไปไหนได้

            ทันใดนั้นเองถังถังที่ยืนอยู่ข้างๆไม่อาจทนได้อีกต่อไป

            "พี่เสี่ยวหยงเกิดเรื่องอะไรกัน ทำไมทำกับคนที่ช่วยชีวิตฉันอย่างนี้ล่ะคะถ้าเขาจะทำร้ายหนูจริงๆ เขาทำไปนานแล้ว"

            "เด็กตัวเล็กๆยังฉลาดกว่าพวกนายซะอีก" หยางเฉินถอนหายใจ

            ใบหน้าเสี่ยวหยงเต็มไปด้วยความเคารพ

            "คุณหนูอาจไม่รู้มีคนมากมายต่างเข้าหาคุณหนูเพื่อหวังผลประโยชน์ คุณหนูไม่สมควรทำให้พวกเราลำบากใจ"

            หยางเฉินได้ยินดังนั้นก็หัวเราะเสียงดัง

            "นายดูหนังมากไปหรือเปล่าฉันไม่มีเวลามาเล่นกับพวกนายหรอกนะ หลีกทางไปก่อนที่นายจะเสียใจ"

            "นั่นก็ขึ้นอยู่อยู่กับความสามารถของคุณหยางแล้วล่ะครับ"เสี่ยวหยงกล่าวพลางสั่งลูกน้อง

            "จับเขามัดแล้วนำขึ้นรถ"

            "รนหาที่ตาย" หยางเฉินโกรธเข้าจริงๆ เดิมทีเขาไม่อยากแสดงความสามารถให้ใครเห็นที่นี่

            แต่พวกโง่พวกนี้ทำให้เขามีน้ำโมโห

            ไม่รอให้บอดี้การ์ดตั้งตัวหยางเฉินขว้างบุหรี่ออกไปดั่งกระสุน ปักเข้าที่หัวของบอดี้การ์ดคนหนึ่ง

            เพียงแค่ก้นบุหรี่ก็ทำให้ชายคนนั้นเห็นดาวกระเด็นร่วงลงไปกองกับพื้น

            หยางเฉินออกหมัดจู่โจมด้วยวิชาคาราเต้พื้นฐานธรรมดา หากแต่ว่าทรงพลัง ดีที่เขาไม่ค่อยได้ฝึกคาราเต้อย่างต่อเนื่องตลอดครึ่งปีที่ผ่านมามิเช่นนั้นหยางเฉินคงฆ่าพวกมันไปแล้ว

            เสี่ยวหยงตื่นตระหนกเป็นอย่างยิ่งเขารู้ขีดความสามารถของลูกน้องตัวเองดีว่าสามารถสู้กับนักคาราเต้สายดำได้อย่างสบายๆแล้วชายคนนี้สามารถใช้วิชาคาราเต้ระดับพื้นๆ จัดการกับลูกน้องเขาได้อย่างไร

            "คุณต้องไม่ใช่คนธรรมดาแน่ๆ"เสี่ยวหยงโพล่งออกมาพร้อมหลั่งเหงื่อเย็น ดึงถังถังมาไว้ข้างหลัง

            หยางเฉิงมองเสี่ยวหยงเหมือนมองคนปัญญาอ่อนคนหนึ่งเขาหัวเราะเสียงเย็นเยียบกล่าวว่า

            "ใช่ ฉันไม่ใช่คนธรรมดาถ้าฉันต้องการทำร้ายคุณหนูของนาย แล้วนายจะทำอะไรได้ นายหยุดฉันได้หรือไง"

            "ถึงผมจะตายผมก็จะปกป้องคุณหนูไว้ให้ได้"เสี่ยวหยงเกร็งกล้ามเนื้อบนร่างกาย กล่าวกับถังถังทางด้านหลังว่า

            "คุณหนูรีบหนีไปเถอะครับคนผู้นี้อันตรายมาก"

            ถังถังกล่าวว่า "พี่เสี่ยวหยงหยุดเถอะ พี่เอาชนะเขาไม่ได้หรอกหยางเฉินไม่ได้จะทำร้ายหนูด้วย"

            เป็นครั้งแรกที่หยางเฉินรู้สึกอยากสังหารคนเพียงเพราะว่ามันไม่ใช้สมองหยางเฉินยิ้มเหี้ยมเกรียมกล่าวว่า

            "ถึงแม้ว่าหากการว่าใครว่าโง่นั้น จะต้องย้อนมาดูตัวเองเสียก่อน แต่ฉันต้องยอมรับว่าคนอย่างแกนี่มันน่าด่านักไอ้โง่เอ๊ย"

            หยางเฉินชูนิ้วกลางใส่เสี่ยวหยงแล้วหันหลังเดินออกไปในทันทีบอดี้การ์ดที่เหลือต่างชี้นิ้วเกี่ยงกันไปขวางหยางเฉินแต่ไม่มีสักคนที่กล้าขวางทางเขา

            เมื่อเห็นหยางเฉินจากไปแล้วเสี่ยวหยงก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก และรีบพาถังถังขึ้นรถทันที

            "คุณหนูเร็วเข้าครับมันจะแย่เอาได้หากเขากลับมา พวกเราต้องรีบออกจากที่นี่ให้เร็วที่สุด"

            ถังถังได้ยินดังนั้นก็ถึงกับพูดไม่ออกสีหน้าเศร้าหมองลงกล่าว

            "เคยมีคนบอกกับพี่บ้างไหมว่าพี่บื้อขนาดไหน"

            เสี่ยวหยงพยักหน้ากล่าวว่า "ไม่มีนะคุณหนู ทำไมเหรอครับ"

            "งั้นหนูขอบอกพี่ไว้เลยนะคนโง่!!!" ถังถังตะโกนออกมาเสียงดังลั่นเดินหนีไปทางอื่นทันที

            เสี่ยวหยงมองลูกน้องที่นอนกองเกลื่อนอยู่บนพื้นสลับกับถังถังที่เดินห่างไกลออกไป ด้วยสีหน้ามึนงงไม่รู้จะทำอย่างไรต่อไปดี

            เมื่อวันจันทร์มาถึงอีกครั้งหยางเฉินยังคงทำหน้าที่ส่งอาหารเช้าอีกเช่นเคย เขาส่งอาหารหลายต่อหลายครั้งจนมีประสบการณ์ได้เพียงพอที่จะสามารถสั่งซื้อก๋วยเตี๋ยวหรือน้ำเต้าหู้ได้มากกว่าเดิม

            รายละเอียดเล็กๆ เหล่านี้ ถ้าในสายตาของคนอื่นก็ดูเหมือนจะเป็นเรื่องธรรมดา แต่สำหรับหยางเฉินนั้นถือว่าเป็นสิ่งที่เขาภูมิใจเสียเหลือเกิน ซึ่งแน่นอนว่าถ้าพูดออกไปเขาก็จะโดนผู้คนดูถูกเอาได้

            วันนี้จางไช่มาสายเล็กน้อยดูเหมือนวันนี้เธอจะอารมณ์ดีมากเป็นพิเศษเธอมาในชุดเดรสสีฟ้าสั้นช่วยขับเน้นรูปร่างให้เห็นเอวบาง และอวดทรงสะโพกให้ยิ่งดูอวบอิ่มยิ่งขึ้นขาเรียวยาวใส่ถุงน่องสีขาวบริสุทธิ์

            หลังจากยิ้มให้หยางเฉินแล้วเธอก็หยิบถุงเกี๊ยวลังเลเล็กน้อยก่อนจะหยิบปาท่องโก๋อีกสองอันพร้อมกล่าวว่า

            "ขอบใจสำหรับอาหารเข้าแสนอร่อยนะคะน้ำหนักฉันขึ้นไปสองกิโลเรียบร้อยแล้ว"

            หยางเฉินกัดขนมเปี๊ยะพร้อมแนะนำว่า

            "วันนี้มีไอเทมใหม่ ได้แก่ขนมเปี๊ยะไส้ผัก รสชาติไม่เลวทีเดียว คุณจะลองหน่อยไหมล่ะ"

            "นายกินเถอะฉันไม่ค่อยชอบกินขนมเปี๊ยะ"

            ทันใดนั้นจ้าวหงเยี่ยนก็โผล่มาแซวจากด้านข้าง "จางไช่ เก็บปากไว้บ้างนะระวังสามีเธอจะรับไม่ได้ล่ะ"

            "ฮึ่มถ้าสามีฉันไม่ต้องการเมื่อไหร่ ฉันก็แค่หาใหม่เท่านั้นเอง" จางไช่หัวเราะอย่างอารมณ์ดีพลางมองไปที่หยางเฉิน

            "ใช่ไหม พี่หยาง"

            เมื่อได้ยินคำว่า 'พี่หยาง' จากปากจางไช่นั้นทำให้หยางเฉินแทบสำลักอาหารเขารีบพยักหน้ากล่าวว่า "ใช่แล้ว ถ้าเขาไม่ต้องการคุณล่ะก็ผมต้องการเอง"

            "มักมาก" จ้าวหงเยี่ยนดุติดตลก

            ในขณะนั้นเองเงาร่างเล็กๆก็เดินมาด้านข้างหยางเฉิน กล่าวด้วยเสียงเบาว่า

            "หยางเฉินผมขอรบกวนคุณสักครู่ได้ไหม" คนที่พูดกับหยางเฉินนั้นน้อยครั้งนักที่จะพูดออกมาเฉินป๋อ ชายคนนี้

            "มีเรื่องอะไรหรือ"หยางเฉินยิ้มถาม

            เฉินป๋อหน้าแดงเล็กน้อย พูดตะกุกตะกักว่า "ผมมีเรื่องอยากรบกวนคุณน่ะ"

            เฉินป๋อรวบรวมความกล้าก่อนกล่าวต่อ

            "ผมได้ยินว่าคุณมีรถผมอยากให้คุณไปรับน้องสาวของผมจากสถานีรถไฟน่ะครับผมไม่ค่อยคุ้นเคยกับเส้นทางในเมืองจงไห่ และน้องสาวของผมก็เพิ่งเคยมาที่นี่เป็นครั้งแรกผมกลัวว่าเธอจะถูกโกงหากขึ้นแท็กซี่ เลยอยากจะถามว่าคุณว่างหรือเปล่า"เสียงในตอนท้ายนั้นแผ่วเบาจนแทบจะไม่ได้ยิน

            "เรื่องเล็กเช่นนี้ทำไมคุณทำเหมือนมันยากที่จะพูดนัก" หยางเฉินยิ้มกล่าวว่า"วันไหนบอกมาได้เลย ผมว่างทุกวันอยู่แล้ว"

            เฉินป๋อได้ยินดังนั้นก็เผยรอยยิ้มน่ารัก

            "ครับวันพุธนี้รถไฟจะมาถึงในตอนบ่าย ต้องรบกวนคุณแล้ว"

            "เมื่อถึงเวลาก็บอกผมก็แล้วกัน"หยางเฉินตอบตกลง

            พนักงานสาวในแผนกพีอาร์ต่างรู้สึกประหลาดใจน้อยนักที่เฉินป๋อจะเอ่ยขอความช่วยเหลือจากคนอื่น หลังจากเฉินป๋อกลับไปแล้วหยางเฉินก็กลับมาเล่นเกม วันนี้ไม่ใช่ตาของโปเกมอน แต่เป็นตาของมาริโอ้

            เห็นดังนั้นพนักงานสาวทุกคนต่างมองหยางเฉินอย่างไร้คำพูด

            "หยางเฉินสังเกตไหมว่าหัวหน้าดูผอมลงไปนะเธอเลิกกับแฟนมาหรือเปล่า" จ้าวหงเยี่ยนรีบมากระซิบกล่าวกับหยางเฉิน

            หยางเฉินเหมือนมีบางอย่างในใจเขายิ้มอย่างผ่อนคลายกล่าวว่า

            "ผมจะรู้ได้อย่างไรแต่ดูเหมือนเธอจะอารมณ์ดีขึ้นแล้วนะ อย่างน้อยเธอก็ขอบคุณเมื่อเธอหยิบอาหารของเธอไป" หยางเฉินพูดพลางเล่นเกมต่อ

            ช่วงบ่ายหยางเฉินเล่นเกมสักพักก็หมดเวลาทำงานเขาขับรถ BMW กลับบ้านฟังข่าววิทยุพลางคิดว่าป้าหวังจะเตรียมอาหารอะไรไว้ให้เขาเมื่อกลับไปถึง

            ในขณะนั้นเองหยางเฉินรู้สึกถึงสิ่งผิดปกติบางอย่าง จากประสบการณ์พิเศษอันโชกโชนเขามองไปที่กระจกหลัง แล้วทันใดนั้นหยางเฉินก็หัวเราะขึ้นในทันที

    คล้ายกับเรื่องเมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์ ที่คุณอ่าน