ตอนที่ 122 ฝ้ายเธอกำลังทำให้รดาเสียคนนะ
กลุ่มของพีทและนักศึกษาได้เดินเข้ามายังโรงงานผลิตแห่งหนึ่ง ตามที่ได้รับแจ้งจากเฉินสือหม่า โดยวันนี้มีพนักงานเข้ามาประจำการในโรงงานแห่งนี้ค่อนข้างมากกว่าปกติ ทุกคนต่างใส่ชุดป้องกันการป่นเปื้อนอย่างแน่นหนา รัดกุม
ทุกคนต่างปฏิบัติหน้าที่กันด้วยความชำนาญเพื่อไม่ให้มีขั้นตอนไหนต้องผิดพลาด
[ตอนนี้นานาประเทศสามารถขุดและสกัดแร่แรร์เอิร์ธกันได้แล้วสินะ?] เมื่อพีทเห็นการขนย้ายแร่แรร์เอิร์ธจำนวนมากจากชั้นบนอาคาร ทางด้านของเออร์เบน ผีจากระบบที่พีทได้ปลดล็อกเข้ามาเมื่อคืนก่อน ก็ดูจะกระตือรือร้นกับสิ่งที่เห็นตรงหน้าของพีทเช่นเดียวกัน
[เธอรู้ไหมการสกัดแร่แรร์เอิร์ธพวกนี้ มันเหมือนกับสิ่งที่ฉันเคยคิดค้นและวิจัยเลย แม้จะไม่ได้เหมือนกันแบบร้อย% แต่ฉันสามารถสกัดมันได้สมบูรณ์มากกว่านี้] เออร์เบนพูดให้พีทได้รู้เรื่องเกี่ยวกับตน
แน่นอนในฐานะที่เป็นผีระดับ B เออร์เบนย่อมรู้ว่าตัวเองไม่ได้มีชื่อเสียงโด่งดังเหมือนกับผีระดับ S และ A ดั่งเช่นสตีเฟ่น จ๊อบส์และผู้พันแซนเดอรอส
ถึงอย่างนั้นเขาเองก็อยากจะบอกเล่าถึงความเก่งกาจของตัวเองให้กับพีทได้รับรู้ เพื่อที่สักวันหนึ่งจะเรียกใช้เขาเหมือนกับผีตัวอื่นๆ ในระบบเช่นเดียวกัน
[จริงเหรอครับ? ถ้าอย่างนั้นคงต้องฝากคุณด้วย] พีทเข้าใจดีว่าเออร์เบนอยากที่จะแสดงความสามารถของตัวเองให้กับพีทได้เห็นเร็วๆ เพียงแต่ตอนนี้ที่เขามาที่นี่ก็เพื่อที่จะให้เอไออัลฟ่าได้เรียนรู้การทำงานของแร่แรร์เอิร์ธเสียก่อน
การมีจอร์จ เออร์เบนเข้ามาช่วยอีกแรง จึงเป็นเหมือนตัวเร่งให้กับเอไออัลฟ่าได้ก้าวหน้าเร็วยิ่งขึ้น สังเกตได้จากหลอดค่าประสบการณ์การเรียนรู้ของเอไออัลฟ่าที่ตอนนี้มันได้ทะลุไปมากกว่า 80% แล้ว เมื่อได้เห็นแร่แรร์เอิร์ธบริสุทธิ์ที่กำลังถูกนำเข้าใส่เครื่องผลิตเป็นชิปเทคโนโลยี
[การสกัดแร่ยังมีข้อผิดพลาด มันยังไม่สมบูรณ์] เออร์เบนนั่งสูบไปป์ไปพร้อมกับๆ พร่ำบ่นถึงแร่แรร์เอิร์ธที่ดูไม่สมบูรณ์ของบริษัทโนวา
ซึ่งระหว่างนั้นเออร์เบนก็ได้สอนเอไออัลฟ่า ถึงการสกัดแร่ที่สามารถทำให้แร่บริสุทธิ์ได้มากกว่านี้ ในฐานะครูอีกคนหนึ่ง
[หากแร่ของที่จีนยังไม่บริสุทธิ์มากพอ งั้นก็คงไม่มีที่ไหน ที่จะมีแร่ที่บริสุทธิ์อีกแล้ว] พีทต้องบอกความจริงนี้ให้เออร์เบนได้รู้ ในโลกบลูสตาร์หรือโลกเก่าของเออร์เบน ประเทศที่ครอบครองแร่แรร์เอิร์ธที่บริสุทธิ์ขนาดนี้มีเพียงประเทศจีน ตามด้วยอเมริกาและรัสเซีย ซึ่งทั้งสามประเทศคือประเทศมหาอำนาจที่ต่างหมายปองแร่ชนิดนี้กันไม่วางตา
[ฉันรู้ว่าประเทศทั้งสามครอบครองแร่บริสุทธิ์นี้เอาไว้ได้มากที่สุดและฉันก็รู้ว่าประเทศไทยของเธอมีแร่แรร์เอิร์ธอยู่ที่ระดับไหนเช่นกัน] เออร์เบนนั้นเป็นคนประเทศฝรั่งเศส ในชีวิตของเขาทุ่มเทให้กับเรื่องของแร่แรร์เอิร์ธมาโดยตลอด
ไม่ว่าประเทศไหนในโลกที่เขาเคยได้ยินว่ามีการขุดพบแร่แรร์เอิร์ธ หรือมีการคาดการณ์ว่าจะมีสายแร่นี้ เขาย่อมไม่อาจปล่อยผ่าน
ประกอบกับข้อมูลที่ได้มาจากเอไออัลฟ่า ที่เขาได้ใช้เวลาพูดคุยกันมาตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา เออร์เบนก็รู้แล้วว่าประเทศไทยครอบครองแร่แรร์เอิร์ธชนิดไหนและมีความเข้มข้นมากแค่ไหน
แร่แรร์เอิร์ธที่ประเทศไทยครอบครอง ไม่ใช่แร่บริสุทธิ์เหมือนกับของประเทศจีน มีการป่นเปื้อนค่อนข้างมาก อีกทั้งความเข้มข้นของแร่ก็ต่ำมาก
ถ้าให้เปรียบเทียบให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือ แร่ของจีน หากขุดมาได้ 10 หน่วย อาจจะสามารถนำมาใช้ได้ทั้งหมด 10 หน่วยเลยหรือหากไม่ถึง 10 ก็จะอยู่ที่ปริมาณ 5-10 ไม่ต่ำไปกว่านี้
ส่วนของประเทศไทยขุดขึ้นมา 10 หน่วย อาจจะใช้ได้แค่ 1-2 ส่วนนี้ก็ถือว่ามากแล้ว บางครั้งอาจจะได้เพียง 0.5 ด้วยซ้ำ
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นแม้จะเล็กน้อยและมีปริมาณที่ต่ำมากเพียงใด แร่แรร์เอิร์ธก็เป็นสิ่งล้ำค่าทางเทคโนโลยีที่ประเทศมหาอำนาจหมายปอง
ยิ่งในอนาคต แร่แรร์เอิร์ธเริ่มหายาก เพราะสิ่งเหล่านี้มันคือการนำทรัพยากรของโลกมาใช้เฉกเช่นเดียวกับน้ำมัน ที่มีแต่จะลดน้อยลงทุกวัน
ต่อให้จะขุดมาใช้ได้เพียง 0.1 หน่วย ประเทศมหาอำนาจก็จะขอเข้ามาข้องเกี่ยวและแย่งชิงกันอยู่ดี
[เธอไม่ต้องว่าปริมาณความเข้มข้นของแร่ที่ประเทศของเธอมี จะมีน้อยสักแค่ไหน ต่อให้มันน้อยจนแทบไม่มีค่า ฉันคนนี้จะช่วยทำให้มันกลายเป็นแร่บริสุทธิ์ 100% ได้อย่างแน่นอน] เออร์เบนพูดด้วยความมั่นใจ ควันจากไปป์ที่พ่นออกมาล้วนอัดแน่นไปด้วยมวลแห่งความสุข
มันเหมือนกับว่าเออร์เบนได้กลับมายังโลกใบนี้ พร้อมกับเครื่องมือที่ตัวเองขาดไปในสมัยก่อน ที่ในตอนนั้นไม่อาจทำให้ตัวเขาเข้าใจแร่แรร์เอิร์ธได้เท่าที่ควร แต่ทว่าจากการได้มาเห็นข้อมูลกับทางเอไออัลฟ่า
เออร์เบนเชื่อว่า หากเขาได้ร่วมมือกับเอไออัลฟ่า เขาสามารถที่จะเปลี่ยนหินธรรมดาให้เป็นทองคำได้เลย
แร่แรร์เอิร์ธที่มีความเข้มข้นต่ำของไทย มีสิ่งปนเปื้อนอยู่มากมายจนเสียความบริสุทธิ์ไปแล้วยังไง…เออร์เบนและเอไออัลฟ่าจะช่วยกันทำให้แร่นี้กลับมาบริสุทธิ์และสมบูรณ์อีกครั้ง
[คุณทำได้จริงเหรอ?] ตอนแรกพีทก็ฟังไปอย่างนั้น คิดว่าเออร์เบนคงจะพูดเพ้อเจ้อ แต่ทว่ากับเอไออัลฟ่าของเขา มันไม่เคยโกหก…พีทได้ลองเปิดดูการทดลองของเจ้าเอไอที่ได้ประมวลผลแร่แรร์เอิร์ธของไทยให้กับพีทได้ดูเป็นตัวอย่าง
เขาเห็นแร่แรร์เอิร์ธที่มีเพียง ไม่กี่กรัม ถูกวางไว้อยู่ในเครื่องจักรที่เจ้าเอไออัลฟ่าและเออร์เบนช่วยจำลองสร้างกันขึ้นมาในระบบประมวลผลของเจ้าเอไออัลฟ่า โดยแร่ก้อนนั้นมีทั้ง แร่ป่นเปื้อนเต็มไปหมด แต่ทว่าหลังจากที่เออร์เบนได้ทำการใส่สารบางอย่าง เติมแร่บางอย่างเข้าไป พร้อมกับเปิดเครื่องสกัดให้มันทำงาน
ภายในไม่กี่นาที แร่แรร์เอิร์ธที่มีขนาดเล็กเท่านิ้วก้อยกลับกลายเป็นแร่แรร์เอิร์ธที่มีขนาดใหญ่เท่ากับ ลูกฟุตบอลเลยทีเดียว อีกทั้งมันยังเข้มข้นบริสุทธิ์ 100% มากกว่าแร่ที่อยู่ตรงหน้าของพีทเสียอีก
[ฉันได้ยินความฝันของเธอมาจากรุ่นพี่ผีในระบบมาหมดแล้ว เอาสิ ฉันขอเอาด้วย ฉันเองก็อยากเห็นเหมือนกันว่าเธอจะทำให้ประเทศไทยกลายเป็นมหาอำนาจโลกได้จริงๆ หรือไม่] เออร์เบนพูดจบก็กลับเข้าสู่ห้องส่วนตัวของตัวเองอีกครั้ง เพื่อที่จะเตรียมสิ่งที่ต้องทำในอนาคตให้กับพีท ร่วมกันกับน้าผี สตีเฟ่น จ๊อบส์และเอไออัลฟ่า
พีทยังคงเฝ้าดูการทำงานของการผลิตชิปเซตต่างๆ ด้วยความตื่นเต้นเฉกเช่นเดียวกับวันแรก จวบจนกระทั่งถึงเวลาที่ทุกคนต้องเดินทางกลับเซี่ยงไฮ้ในตอนบ่าย
มีการจัดงานเลี้ยงเล็กๆ ภายในโรงงานเพื่อเลี้ยงขอบคุณเหล่าพนักงาน ที่ช่วยพานักศึกษาและพนักงานของบริษัทสยามกรุปมาเปิดหูเปิดตา ซึ่งในขณะที่ทุกคนกำลังรับประทานอาหารกันอย่างเอร็ดอร่อยทางด้านของเฉินสือหม่าก็ได้ขอพูดคุยกับพีทและรดาเป็นการส่วนตัว
“เมื่อคืนพ่อของผมได้โทรมาบอกว่า ตัวเขาจะขอทำเรื่องย้ายไปทำงานที่ประเทศไทย ยังไงผมขอฝากคุณพ่อด้วยนะครับ” เฉินสือหม่าพูดกับรดา ซึ่งทันทีที่ได้ยินรดาก็แสดงออกถึงความตกใจกับเรื่องนี้ในทันที
“อะไรนะคะ หัวหน้าเฉิน หัวหน้าฝ่ายวิจัยจะย้ายไปทำงานที่ประเทศไทย?” รดาเองก็ทำตัวไม่ถูกเมื่อได้ยินเรื่องนี้ แน่นอนหากเป็นคนอื่นมาพูดเรื่องนี้กับเธอ เธอก็คงไม่เชื่อเพราะหัวหน้าเฉินเป็นเหมือนเสาหลักของศูนย์วิจัยมาตลอดหลายสิบปี
ไม่ต้องพูดถึงความสามารถ ลำพังแค่ประสบการณ์ของหัวหน้าเฉิน ก็ไม่มีทางที่บริษัทโนวากรุปของจางรุ่ยเทียนจะยอมปล่อย หัวหน้าเฉินมาที่บริษัทของเธอได้ แม้จะเป็นพาร์ตเนอร์กันก็ตาม
แต่ทั้งหมดทั้งมวลคำพูดนี้ออกมาจากปากของเฉินสือหม่า ลูกชายของหัวหน้าเฉิน หากเรื่องนี้ไม่มีมูล เฉินสือหม่าก็คงไม่มาพูดและฝากพ่อของตนกับตัวเองแบบนี้หรอก
ทั้งนี้พีทที่ได้ยินเรื่องนี้ก็แอบตกใจไม่น้อย เขาเหมือนจะรู้ตัวว่าเบื้องหลังที่ทำให้หัวหน้าเฉินตัดสินใจ ย้ายไปทำงานที่ประเทศไทย แม้จะบอกว่าเป็นการไปดูงานเป็นเวลา 3-6 เดือน แต่พีทเชื่อว่าสาเหตุหลักคือมาจากตัวเขา ไม่มากก็น้อยอย่างแน่นอน
และก็จริงดังคาด หลังจากเฉินสือหม่าพูดกับรดาจบ ทางด้านของเฉินสือหม่าก็ได้หันมาหาพีทและได้พูดคุยกับเขา “พ่อของฉันชื่นชมน้องชายเอาไว้มาก ในตอนแรกพี่เองก็ไม่คิดว่าพ่อจะชื่นชมใครได้มากถึงเพียงนี้ จนกระทั่งพี่ได้มาเห็นกับตาของตัวเอง พีทเป็นคนที่น่าสนใจจริงๆ หากในอนาคตเราได้มีโอกาสเจอกันอีกครั้ง คงจะดีไม่น้อย” เฉินสือหม่ากล่าวชมพีทจากใจจริง เขาไม่เคยเห็นเด็กหนุ่มที่ไหน ที่ให้ความสนใจกับการดูงานครั้งนี้มาก่อน
ขนาดตัวพนักงานบริษัทของรดาที่ส่งมาเป็นการเฉพาะ ก็ยังไม่มีใครให้ความสนใจกับการทำงานมากขนาดนี้ ฉะนั้นเฉินสือหม่าจึงบังเกิดความชื่นชมพีท เหมือนกับที่พ่อของตัวเองได้ชมให้ฟังเอาไว้
“ขอบคุณสำหรับคำชมครับ ถ้าหากพี่เฉินมีโอกาสได้ไปที่ประเทศไทย สามารถติดต่อผมได้ทุกเมื่อ ผมขออาสาเป็นเจ้ามือเลี้ยงอาหารพี่สักมื้อนะครับ”
“แน่นอนต้องมีโอกาสนั้นแน่ๆ เพราะพี่เองก็คิดว่าจะหาวันลาพักร้อนไปเที่ยวต่างบ้านต่างเมืองบ้าง จะได้ชดเชยที่ไม่ได้กลับบ้านให้กับภรรยาและลูกๆ อีกอย่างพ่อของพี่ก็จะไปดูงานที่ประเทศไทยด้วย พี่คงจะตามไปเที่ยวกับท่านเร็วๆ นี้อย่างแน่นอน” พีทและเฉินสือหม่าได้แลกเปลี่ยนช่องทางการติดต่อกัน ก่อนที่เฉินสือหม่าจะนำพนักงานในโรงงาน มาส่งพีทและคณะเดินทางขึ้นรถเพื่อเดินทางกลับ
การเดินทางยังคงชวนง่วงนอนเหมือนเดิม กว่าจะกลับมาถึงเพ้นส์เฮ้าส์ของรดาก็มืดค่ำแล้ว
ทุกคนแยกย้ายกันกลับเข้าห้องด้วยความเหนื่อยล้าจากการเดินทาง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นที่มันแตกต่างไปจากวันแรก ที่ต่างคนต่างแยกย้ายกันไปพัก
วันนี้มันกลับแตกต่างไปจากเดิมตรงที่ ฝ้ายและรดา หลังจากอาบน้ำอาบท่าเปลี่ยนเป็นชุดนอนเสร็จ พวกเธอทั้งสองกลับเดินมานอนที่ห้องของพีทเสียอย่างนั้น
ราวกับว่าพวกเธอนั้นชินแล้ว ที่จะต้องนอนกันสามคนบนเตียงเดียวกัน “ห้องฉันหนาวไปหน่อย ขอมานอนด้วยนะ” ฝ้ายถือหมอนของเธอเข้ามาและทิ้งตรงลงนอนข้างขวาซึ่งเป็นที่ประจำของเธอ
ติดตามด้วยรดาที่ถือหมอนและผ้าห่มตามเข้ามา “วันนี้ฉันเหนื่อยมาก กลัวว่านอนคนเดียวแล้วจะนอนละเมอตื่นมากลางดึก หากมีเธอกอดไว้ฉันคงไม่ลุกเดินละเมอแน่” รดาพูดราวกับกำลังท่องบทละคร
ดูก็รู้ว่าเธอกับฝ้ายได้นัดแนะเตรียมตัวกันมาตั้งแต่แรกแล้ว ซึ่งรดาไม่ได้มีความแนบเนียนเลยสักนิด แต่กระนั้นเธอก็รีบสาวเท้ามุดเข้ามานอนทางด้านฝั่งซ้ายของพีทด้วยท่าทางน่ารักๆ
“ฝ้ายเธอกำลังทำให้รดาเสียคนนะ” พีทพูดขึ้นมาหลังจากที่ไฟบนหัวเตียงได้ถูกปิดลง
“เสียคน? หรือว่านายไม่ชอบ ถ้าอย่างนั้นฉันจะพาพี่รดากลับไปนอนห้องใครห้องมันเลยดีไหม?” ฝ้ายแสร้งทำเป็นจะลุกขึ้น แต่ก็ถูกพีทคว้าเอาไว้และพาเธอกลับลงมานอนบนไหล่ของเขาเช่นเดิม “ชอบสิ อบอุ่นดี…แค่กลัวว่ากลับไปแล้วจะโหยหาการนอนด้วยกันสามคนแบบนี้อีก” พีทได้หอมแก้มหญิงสาวทั้งสองคน พร้อมกับส่งพวกเธอเข้านอน
ก่อนที่ในเช้าวันต่อมา ซึ่งเป็นวันว่างที่ไม่ได้มีกำหนดการใดๆ ทุกคนสามารถออกไปเที่ยวเล่นในเมืองเพื่อซื้อของฝากกันได้อย่างอิสระ
หากแต่คนที่ตื่นเช้ามากที่สุดกลับเป็นรดา รดาได้รับโทรศัพท์ด่วนจากบริษัทให้เข้าร่วมประชุมเป็นการด่วน ซึ่งพีทคาดเดาว่าน่าจะเป็นเรื่องของหัวหน้าเฉินสืออี ที่จะขอย้ายไปดูงานที่ประเทศไทย
ดังนั้นหลังจากหอมแก้มส่งหญิงสาวไปประชุมแล้ว ตัวของพีท ฝ้ายและหญิงเล็กก็ได้ถือโอกาสนี้ เดินทางไปเที่ยวในตัวเมืองไปด้วยเลย
ซึ่งพีทเองก็มีกำหนดการที่ตั้งใจไว้ ตั้งแต่แรกแล้วว่าวันนี้เขาจะไปเยี่ยมพาร์ตเนอร์ทางธุรกิจของตัวเองเช่นเดียวกัน
และพาร์ตเนอร์ที่ว่าก็คือบริษัท จินเว่ยอินดรัสตี้ หรือบริษัทที่ขายเครื่องทอดให้กับร้าน Chicky CPF นั่นเอง
โดยบริษัท จินเว่ยอินดรัสตี้ก็มีสาขาอยู่ที่เมืองเซี่ยงไฮ้พอดี ส่วนสาขาหลักตั้งอยู่ที่ปักกิ่งซึ่งเป็นเมืองหลวงของจีน พีทได้ทำการติดต่อพี่จินเทียน ลูกชายคนโตของบริษัทจินเว่ยที่ดูแลบริษัทอยู่ที่ประเทศไทยเอาไว้แล้วว่าตัวเขาจะขอเข้าไปเยี่ยมชมบริษัทของอีกฝ่าย
ทางจินเทียน หลังจากได้ตรวจสอบดูแล้วก็พบว่าสาขาที่เซี่ยงไฮ้ มีน้องสาวของเขาดูแลอยู่พอดี ดังนั้นจึงนัดหมายให้ทั้งสองคนได้พบกัน
พีท ฝ้ายและหญิงเล็กมาถึงหน้าร้านค้าขนาดใหญ่ที่มีการตกแต่งที่สวยงาม ภายในมีเครื่องครัวและเครื่องจักรต่างๆ วางโชว์เป็นตัวอย่างจนเต็มพื้นที่ชั้นแรกที่เป็นกระจกรอบด้าน
พีท ฝ้ายและหญิงเล็กเดินเข้าไปในร้านค้าขนาดใหญ่ ก่อนจะยื่นนามบัตรของตัวเองให้กับอีกฝ่าย พร้อมกับบอกพนักงานต้อนรับว่าเขาเป็นใคร “ผมเป็นเจ้าของร้านไก่ทอด Chicky CPF จากประเทศไทย มีนัดพูดคุยกับคุณ จินหลิน ครับ” พีทพูดกับพนักงานต้อนรับที่ดูเหมือนจะฟังภาษาอังกฤษไม่ออก
แต่ทว่า ในขณะที่พีทกำลังจะแก้ปัญหาและเตรียมพูดภาษาจีนที่ปิดบังเอาไว้ ทันใดนั้นกระดิ่งกรุ๊งกริ๊งที่อยู่ด้านหน้าร้านก็พลันดังขึ้น ‘กรุ๊งกริ๊ง~ คุณจินหลิน มีแขกมาขอพบค่ะ!’
...โปรดติดตามตอนต่อไป...
นิยายลงทุกวันเวลา 18.00 นะครับ
สามารถติดตามผู้แต่งเพื่อติดต่อสอบถามได้ที่แฟนเพจเลยนะครับ
www.facebook.com/WritelazyV2
นามปากกา.Writelazy