[22:30 น.]
ป่าชายเลนยามค่ำคืนคือดินแดนแห่งความตาย
รากโกงกางที่บิดเบี้ยวโผล่พ้นโคลนเลนขึ้นมาราวกับนิ้วมือของปีศาจ
เสียงลมหวีดหวิวผ่านใบไม้ฟังดูเหมือนเสียงกรีดร้องโหยหวน
แต่อคินกลับรู้สึก 'เป็นธรรมชาติ' อย่างน่าประหลาด
สายตาของเขามองทะลุความมืดได้ดีกว่าตอนกลางวันเสียอีก
ทุกการเคลื่อนไหวของใบไม้ แมลงตัวเล็กๆ ที่ไต่ตามเปลือกไม้... เขาเห็นทุกอย่างชัดเจน
แกรก!
เสียงเปลือกแข็งกระทบกันดังแว่วมาจากดงไม้ด้านหน้า หูของอคินกระดิกเล็กน้อยโดยอัตโนมัติ ร่างกายของเขาย่อต่ำลงทันที
"ศัตรู... 12 นาฬิกา ระยะ 20 เมตร ฝูงปูกระดองหิน"
เขากระซิบเสียงเบาหวิว สัญญาณมือถูกส่งออกไป เหล่าสหายสี่ขาแยกย้ายเข้าประจำตำแหน่งทันทีราวกับรู้ใจ
"เอาล่ะ... เริ่มปาร์ตี้กันเถอะ! โบ้! แทงค์!"
สิ้นเสียงคำสั่ง หมาหลังอานผู้กล้าหาญก็พุ่งตัวออกไป
แสงสีแดงจางๆ อาบไล้ขนของมัน เสียงเห่ากรรโชกดังสนั่นดึงดูดความสนใจของฝูงปูยักษ์ให้หันมาเป็นตาเดียว
[ยั่วยุ] !
"ส้มซ่า! ปลาเผา! จัดการปีกซ้ายขวา!"
เงาสีส้มและสีเทาพุ่งวาบผ่านความมืด รวดเร็วจนตาเปล่ามองแทบไม่ทัน กรงเล็บที่มีแสงเรืองรองตะปบเข้าที่ข้อต่อก้ามปูอย่างแม่นยำ
ของเหลวสีเขียวข้นพุ่งกระฉูด ปูยักษ์ร้องเสียงแหลมด้วยความเจ็บปวด
"ตาฉันบ้างล่ะนะ"
อคินพึมพำ แรงบีบที่ด้ามดาบแน่นจนข้อนิ้วขาว เขารู้สึกถึงพลังงานบางอย่างที่ไหลเวียนมาจาก 'ระบบ'
ชายหนุ่มถีบตัวพุ่งเข้าไปกลางวงล้อม ไม่ใช่การวิ่ง... แต่มันคือการ กระโจน เขาลอยตัวข้ามหัวปูตัวแรก ร่างกายบิดเกลียวกลางอากาศ ใบดาบวาดเป็นวงพระจันทร์เสี้ยว
" [ฟาดฟัน] !"
ฉับ!
คมดาบตัดผ่านช่องว่างระหว่างกระดองอย่างแม่นยำราวกับจับวาง
เลือดสีเขียวสาดกระจายเปรอะเปื้อนชุดเกราะ อคินลงสู่พื้นอย่างนิ่มนวลบนปลายเท้า แล้วดีดตัวออกไปหาเป้าหมายต่อไปทันที
ความรู้สึกในตอนต่อสู้นั้นช่างยอดเยี่ยม... ด้วยผลจากสกิลจิตแน่วแน่
หัวใจเต้นรัวแรง อะดรีนาลีนหลั่งไหล เขารู้สึกเหมือนตัวเองเกิดมาเพื่อสิ่งนี้... เกิดมาเพื่อเป็นนักล่าในยามวิกาล
การกวาดล้างดำเนินต่อไปนานหลายชั่วโมง จนกระทั่งหน้าต่างแจ้งเตือนสีแดงกะพริบเตือนขึ้นมาในสายตา
[ระยะเวลาเชื่อมต่อ: 00:00:15]
อคินหอบหายใจแฮกๆ ร่างกายเริ่มหนักอึ้งเหมือนถูกถ่วงด้วยหิน เขาและเหล่าสัตว์เลี้ยงขนวัตถุดิบกลับมาถึงห้องพักได้ทันเวลาพอดี
เขาทิ้งตัวลงนอนบนเตียงไม้ สองตาจ้องมองเพดาน ความเหนื่อยล้าที่สะสมมาเริ่มถาโถม
"วันนี้ก็ปกป้องโลกได้อีกวัน...แต่ฉันก็ยังไม่เจอเบาะแสของแต้มเลย..."
เสียงของเขาแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน
เจ้าบัวลอยกระโดดขึ้นมาบนเตียง นั่งลงข้างๆ หมอน จ้องมองเขาด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก อคินยื่นมือไปลูบหัวมันเบาๆ
"ฝันดีนะ... บัวลอย... ฝากบอกแต้มด้วยว่าฉันคิดถึง"
แมวสามสีหลับตาลงรับสัมผัสนั้น
[พักผ่อนเถอะ... เจ้าทึ่ม พรุ่งนี้ค่อยเจอกันใหม่]
เสียงในหัวนั้นฟังดูอบอุ่นและคุ้นเคยอย่างประหลาด ราวกับไม่ได้มาจากโปรแกรมคอมพิวเตอร์
อคินยิ้มมุมปากก่อนที่สติจะดับวูบไปทันทีที่ตัวเลขแตะศูนย์
ติ๊ง!
[ระยะเวลาเชื่อมต่อ: 07:59:59]
[ขณะนี้เวลา 19:00 น. ของวันที่ 28 มีนาคม]
ความมืดมิดที่เคยมั่นคงราวกับกำแพงคอนกรีตแตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ อีกครั้ง
แสงสว่างวาบเข้ามาแทนที่พร้อมกับความรู้สึกที่เหมือนถูกดึงปลั๊กเครื่องจักรออกแล้วเสียบใหม่
อคินลืมตาโพลง
"เอาล่ะ..."
ชายหนุ่มดีดตัวลุกขึ้นนั่ง สลัดความมึนงงที่ตกค้างอยู่ในสมอง
ความทรงจำช่วงกลางวันยังคงเป็นสีเทาจางๆ เหมือนเดิม
เขาจำไม่ได้ว่าตัวเองหลับไปตอนไหน หรือฝันถึงอะไร รู้เพียงแค่ว่าตอนนี้เขาคือ 'อคิน' ผู้แข็งแกร่ง
กิจวัตรเดิมๆ เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง สวมเกราะ ตรวจสอบดาบ แต่ทว่าวันนี้... ความรู้สึกบางอย่างมันเปลี่ยนไป
เมื่อเขาเดินมาถึงโรงอาหาร กลิ่นที่ลอยมาแตะจมูกกลับยั่วยวนเขามากกว่ากลิ่นอาหารสัตว์
"กลิ่นกะเพรา...?"
กลิ่นฉุนกึกของพริกแห้งและใบกะเพราที่ผัดกับน้ำมันร้อนๆ ปลุกความทรงจำบางอย่างในความเป็นมนุษย์ของเขาให้ตื่นตัว
"เปลี่ยนบรรยากาศบ้างดีกว่า"
อคินเดินตรงไปยังเคาน์เตอร์
"ป้าครับ! วันนี้ขอผัดกะเพราเนื้อออร์คครับ!"
ป้าแม่ครัวมองหน้าเขาด้วยความแปลกใจ แต่ก็ตักราดข้าวให้พูนจาน
อคินรับจานข้าวมา นั่งลงข้างๆ สัตว์เลี้ยงที่กำลังกินอาหารเม็ดอยู่ เขาตักข้าวคำโตที่มีเนื้อออร์คสับและพริกแห้งเข้าปาก
"อ้าก!!"
ทันทีที่ลิ้นสัมผัสรสเผ็ด ความรู้สึกแสบร้อนรุนแรงก็แล่นพล่านไปทั่วปาก ไม่ใช่ความอร่อยแบบที่เขาคาดหวัง
แต่มันคือความทรมาน! น้ำตาและน้ำมูกไหลออกมาทันที ร่างกายของเขาต่อต้านอย่างรุนแรง จามออกมาเสียงดังสนั่น
ฮัดชิ้ว! ฮัดชิ้ว!
[คำเตือน: ตรวจพบสารระคายเคืองรุนแรง!]
[ระบบย่อยอาหารไม่รองรับ! หยุดกินเดี๋ยวนี้!]
หน้าต่างสีแดงเด้งขึ้นเตือนรัวๆ อคินพยายามจะกลืนแต่มันช่างยากเย็น
"โธ่เอ๊ย... ทำไมลิ้นเรามันบางจังวะเนี่ย สงสัยไม่ได้กินของเผ็ดนาน"
เขาบ่นอุบอิบ พยายามฝืนกินต่ออีกสองสามคำเพื่อไม่ให้เสียฟอร์มต่อหน้าลูกน้อง แต่สุดท้ายก็ต้องยอมแพ้
"เจ้าบัวลอย... อย่ามองฉันด้วยสายตาแบบนั้นนะ ฉันแค่... วอร์มร่างกายเฉยๆ"
บัวลอยมองดูมนุษย์ที่หน้าแดงก่ำน้ำตาไหลพรากด้วยสายตาเอือมระอา
มันร้อง เมี๊ยว สั้นๆ เหมือนจะบอกว่า 'สมน้ำหน้า'
...
[23:45 น.]
คืนนี้อคินตัดสินใจพาปาร์ตี้รุกคืบเข้าไปลึกกว่าเดิม
พื้นที่รอยต่อระหว่างป่าชายเลนและซากเมืองเต็มไปด้วยซากตึกคอนกรีตที่พังถล่ม
เหล็กเส้นสนิมเขรอะโผล่ออกมาจากเสาเหมือนกระดูกที่แตกหัก
บรรยากาศวังเวงจนน่าขนลุก เงาของตึกสูงทอดตัวยาวเหยียดดูคล้ายกรงเล็บของสัตว์ร้าย
"ระวังตัวด้วย... แถวนี้กลิ่นไม่ค่อยดี กลิ่นสาบสางมันแปลกๆ"
อคินกระซิบเสียงเครียด มือขวากระชับด้ามดาบจนข้อนิ้วซีดขาว
วูบ!
ไม่มีเสียงคำราม ไม่มีสัญญาณเตือน
เงามืดสายหนึ่งพุ่งวาบออกมาจากซอกตึกราวกับแส้ที่ฟาดลงมาด้วยความเร็วเหนือเสียง
ฉึก!
"เฮ้ย!"
เสียงอุทานของอคินยังไม่ทันขาดคำ แรงกระแทกมหาศาลก็ปะทะเข้าที่ไหล่ขวา
ร่างของเขาถูกผลักกระเด็นถอยหลังไปตามแรงปะทะ รองเท้าบูตครูดกับพื้นคอนกรีตจนเกิดเสียงดังครืด
อคินหลับตาปี๋ กัดฟันแน่น เตรียมรับมือกับคลื่นความเจ็บปวดแสนสาหัสที่จะต้องตามมา
เนื้อถูกแทงทะลุ... กระดูกอาจจะร้าว... เขาเคยชินกับคำบรรยายความเจ็บปวดในนิยายดี
หนึ่งวินาที... สองวินาที...
"..."
เงียบกริบ.
อคินขมวดคิ้ว ทั้งที่เตรียมใจไว้แล้ว แต่ความเจ็บปวดที่รอคอยกลับไม่มาตามนัด
ไม่มีความร้าวระบม ไม่มีความรู้สึกแสบร้อน
มีเพียงความรู้สึก 'ตึงๆ' เหมือนมีใครเอานิ้วจิ้มไหล่แรงๆ แล้วกดค้างไว้
และอาการ 'ชาหนึบ' ที่แผ่ซ่านไปทั่วแขนขวาราวกับสัญญาณประสาทถูกตัดขาด
ติ๊ง!
[ได้รับสถานะเหน็บชา]
[คำเตือน: อสูรเถาวัลย์กินคนปล่อยพิษที่ทำให้เหยื่อไม่รู้สึกเจ็บปวด กว่าจะรู้ตัวเหยื่อก็ถูกยึดร่างแล้ว]
[ตรวจพบความเสียหายทางกายภาพระดับรุนแรง!]
[เฮ้ย! ยืนบื้อทำไม! รีบดึงออกสิ มันมีพิษ!]
ข้อความสีแดงเด้งรัวตรงหน้าพร้อมประโยคที่ดูตื่นตระหนกจนเกินเบอร์ ภาษาที่ใช้ดูเป็นกันเองจนน่าตกใจ
อคินลืมตาขึ้นมองไหล่ตัวเอง แล้วต้องเบิกตากว้าง
เถาวัลย์หนามสีแดงคล้ำขนาดเท่าท่อนแขนเจาะทะลุเกราะไหล่ของเขาจนมิดด้าม
ปลายอีกด้านทะลุออกไปด้านหลัง แต่ที่น่าแปลกคือ... เลือดที่ไหลออกมามีเพียงเล็กน้อย และมันดูข้นคลั่กผิดปกติ
เขาไม่รู้สึกเจ็บเลยแม้แต่นิดเดียว...
"อะไรเนี่ย..."
อคินพึมพำด้วยความงุนงง
"ทำไมไม่เจ็บ?"
มือซ้ายของเขาเอื้อมไปจับก้านหนามยักษ์นั้นไว้มั่น ก่อนจะออกแรงดึง
"ฮึบ!"
ปึด!
เขาดึงมันออกมาหน้าตาเฉย รูโหว่ขนาดใหญ่ปรากฏบนเนื้อแขนผ่านรอยขาดของชุดเกราะ
วินาทีนั้นเอง อคินเห็นบางสิ่งที่ชวนพิศวง
แสงสีฟ้าจางๆ คล้ายพิกเซลโปร่งแสงก่อตัวขึ้นรอบปากแผล เนื้อเยื่อที่ฉีกขาดเริ่มถักทอเข้าหากันด้วยความเร็วที่ตามองเห็นได้
[เปิดใช้งานสกิลอัตโนมัติ: ชำระล้าง]
[เปิดใช้งานสกิลอัตโนมัติ: ปฐมพยาบาล]
"ฟื้นฟูเร็วขนาดนี้เลยเหรอ..."
อคินตามองดูบาดแผลที่ปิดสนิทในเวลาไม่ถึงห้าวินาที ทิ้งไว้เพียงรอยแดงจางๆ
"สกิลของคลาสนักบวชนี่มันโกงชะมัด! ขอบใจนะระบบ!"
[คำแนะนำ: มันขยับไม่ได้! แต่อย่าประมาท เข้าไปฟันโคนต้นมันเลย!]
ข้อความระบบเด้งขึ้นมาชี้เป้าอย่างเกรี้ยวกราด
อคินไม่รอช้า เขาเหลือบไปเห็นกองซากไม้เก่าๆ ใกล้โคนต้นที่เถาวัลย์พุ่งออกมา
"ถ้าฟันไม่เข้า... ก็ต้องเจอนี่!"
เขาล้วงไฟแช็กน้ำมันออกมา จุดไฟแล้วโยนใส่กองใบไม้แห้งใต้โคนต้นอสูรพืช
พรึ่บ!
เปลวไฟลุกโชนขึ้นอย่างรวดเร็ว ความร้อนเลียไล่ขึ้นไปตามลำต้น
เสียงหวีดร้องแหลมสูงเหมือนเสียงนกหวีดดังระงมออกมาจากต้นไม้นั้น
กิ่งก้านของมันดิ้นพล่านด้วยความทรมาน ก่อนจะค่อยๆ สงบนิ่งและกลายเป็นตอตะโก
"เรียบร้อย..."
อคินปัดมือที่เปื้อนเขม่า
"เล่นกับใครไม่เล่น มาเล่นกับนักล่ารัตติกาลอย่างฉัน"
...
[02:45 น.]
ใกล้เวลาหมดโควตา อคินเดินนำขบวนกลับมาที่ค่าย แสงไฟจากคบไฟสาดส่องลงมา
"หวัดดีครับพี่ตาม! วันนี้ได้ของดีเพียบ!"
อคินตะโกนทักทายเสียงใส
พี่ตาม ทหารยามกะดึกที่กำลังนั่งสัปหงก สะดุ้งเฮือก เขาหรี่ตามองชายหนุ่มที่เดินดุ่มๆ เข้ามา
"อะ... อคิน...?"
สายตาของทหารยามเลื่อนไปหยุดที่เกราะไหล่ขวาของอคิน
รอยขาดขนาดใหญ่ที่เกราะหนังและคราบเลือดแห้งกรังทำเอาพี่ตามหน้าซีดเผือด
"นั่น... เกราะนาย... ไปโดนอะไรมา? แผลใหญ่ขนาดนั้น..."
อคินก้มมองไหล่ตัวเองแล้วหัวเราะร่า
"อ๋อ โดนอสูรพืชเจาะครับ แรงดีชะมัด ทะลุหน้าหลังเลย"
"ทะลุหน้าหลัง!?"
พี่ตามร้องเสียงหลง
"แล้วนี่... นายยังเดินปร๋ออยู่ได้ไง? ไม่เจ็บเหรอ?"
"เจ็บนิดหน่อยครับ แต่ผมทายาแล้ว ระบบมันดี แผลหายไว"
อคินตอบปัดๆ ไปอย่างนั้น ทั้งที่ความจริงเขาแทบไม่รู้สึกอะไรเลยนอกจากความตึงๆ ตอนโดนแทง
"ผู้พิทักษ์ต้องอดทนครับพี่! ผมขอตัวไปพักก่อนนะครับ ใกล้หมดเวลาแล้ว"
อคินทำท่าวันทยหัตถ์อย่างแข็งขัน แล้วเดินฮัมเพลงกลับบ้านต้นไม้
ทิ้งให้พี่ตามยืนอ้าปากค้าง มองตามหลังพลางขนลุกซู่กับความ 'อึด' ที่ผิดมนุษย์มนาของชายหนุ่ม
...
ภายในห้องพักเล็กๆ บนบ้านต้นไม้
อคินวางอุปกรณ์ลง เขาถอดเกราะที่เสียหายออก เผยให้เห็นผิวหนังที่เรียบเนียนไร้รอยแผลเป็น ราวกับเหตุการณ์เมื่อครู่ไม่เคยเกิดขึ้น
[ระยะเวลาเชื่อมต่อ: 00:00:05]
อคินทิ้งตัวลงนอนบนเตียง ร่างกายเริ่มส่งสัญญาณประท้วง ความหนักอึ้งกดทับเปลือกตา
"พรุ่งนี้... ต้องหาเกราะใหม่ซะแล้วสิ..."
[ฝันดี... เจ้าทึ่ม]
วูบ!
ตัวเลขเวลานับถอยหลังแตะศูนย์
สติของเขาไม่ได้ค่อยๆ เลือนหายเหมือนคนง่วงนอน แต่มัน 'ดับ' ลงทันทีราวกับโทรทัศน์ที่ถูกดึงปลั๊ก
ความมืดมิดเข้าปกคลุมบ้านต้นไม้
เหลือเพียงร่างที่นอนนิ่งสนิทไร้การเคลื่อนไหว และเสียงลมหายใจแผ่วเบาของเหล่าแมวที่รายล้อม