บทที่ 20 ไปเดินเล่นกับคุณ
จางอ้ายกั๋วไม่อยากทะเลาะกับต่งฮุ่ยเจวียน ดังนั้นเขาจึงปรับทัศนคติของตนให้อ่อนลงอย่างรวดเร็ว
"ผมไม่ได้เข้าข้างพวกเขา เพียงตอนนั้นฉางชิงอยู่ด้วย ผมก็แค่ให้เกียรติเขาหน่อย อีกอย่าง ถ้าจิงจิงได้รับการยอมรับจากตระกูลฮั่ว มันก็เป็เื่ดีกับเราไม่ใช่เหรอ? ในอนาคตอาจมีวันที่เราต้องพึ่งพาเธอก็ได้"
จางอ้ายกั๋วเป็คนที่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน ใครก็ตามที่เป็ประโยชน์กับเขา เขาจะพยายามสร้างสัมพันธ์อันดีด้วย ขนาดคนนอกยังขนาดนี้ เพราะงั้นยิ่งไม่ต้องพูดถึงลูกสาวของตัวเอง
ได้ยินเขาพูดแบบนี้ สีหน้าของต่งฮุ่ยเจวียนและจางจือจือก็ไม่สู้ดีนัก การที่จางจิงจิงจะได้รับการยอมรับจากตระกูลฮั่วไม่ใช่สิ่งที่พวกเธออยากเห็นเลยสักนิด
"คุณคิดอะไรอยู่? ดูนังลูกสาวตัวดีของคุณสิ ไม่ต้องพูดถึงว่าไม่มีอนาคตหรอก ต่อให้มีอนาคต หล่อนก็ไม่ใช่คนที่เชื่อฟัง วันแต่งงานยังมาไถเงินเรา วันนี้กลับมาก็พูดจาดูถูก ในสายตาหล่อนจะมีคุณที่เป็พ่ออยู่หรือไง? คุณหวังพึ่งเธอ ไม่งั้นสู้หวังพึ่งจือจือของเรายังดีกว่า"
ต่งฮุ่ยเจวียนไม่้าให้สามีให้ความสำคัญกับลูกนอกคอกคนนี้ ยิ่งไม่ยอมให้จางจิงจิงมาแย่งชิงสิ่งของของลูกสาวตัวเอง
"พอแล้ว ไม่ต้องพูดเื่นี้แล้ว ก็แค่เื่ที่หล่อนขอเงินเราในวันแต่งงาน ถ้าไม่ใช่ว่าคุณพูดไม่ชัดเจนกับหล่อนั้แ่แรก หล่อนจะก่อเื่แบบนั้นเหรอ? อีกอย่าง สินสอดทองหมั้นที่ตระกูลฮั่วให้ก็ไม่ใช่เราที่เป็คนเก็บไว้รึไง? พอได้แล้วน่า"
จางอ้ายกั๋วพยายามพูดแทนจางจิงจิงอยู่สองสามประโยค
ต่งฮุ่ยเจวียนไม่ยอมเลิกรา น้ำตาคลอเบ้า เริ่มร้องไห้ฟูมฟาย จางอ้ายกั๋วทนไม่ไหวและรำคาญอย่างมาก เลยออกไปเดินเล่นข้างนอก
เห็นสามีเป็แบบนี้ ภายภรรยาเองก็โมโหจนแทบจะปาชามทิ้ง
ต่งฮุ่ยเจวียนหันหลังกลับไปจับแขนจางจือจือไว้แน่น สีหน้าดุร้าย "จือจือ ลูกต้องสร้างความแตกต่างให้ได้นะ ให้พ่อของลูกได้รู้ว่าใครคือคนที่พึ่งพาได้ในบ้านหลังนี้ ต่อไป อย่าให้นังลูกนอกสมรสสารเลวนั่นมาข่มเหงรังแกเราได้ ได้ยินที่แม่พูดไหม?"
จางจือจือมองแม่ของเธออย่างตกตะลึง ขมวดคิ้วโดยไม่รู้ตัว "แม่คะ ปล่อยหนูสิ หนูเจ็บนะ"
ต่งฮุ่ยเจวียนพลันได้สติ และรีบปล่อยมือจากลูกสาว
"ที่แม่พูด ลูกฟังเข้าใจไหม?"
จางจือจือพยักหน้า "วางใจเถอะค่ะแม่ นังนั่นเป็แค่เด็กบ้านนอก ไม่รู้อะไรสักอย่าง จะมาสู้กับหนูได้ยังไง ก็แค่ทำงานบ้านทำกับข้าวเป็ เวลาผ่านไปก็กลายเป็ยายเพิ้งหน้าเหลืองแล้วแหละ ผู้ชายอย่างฮั่วฉางชิงชอบคนที่มีระดับเป็คู่ชีวิต ไม่ใช่แม่บ้านอย่างหล่อนหรอกค่ะ รอวันที่หล่อนเลี้ยงเด็กทั้งสามคนโตแล้ว คำว่าโดนเฉดหัวออกจากบ้านคงไม่เกินจริง"
จางจือจือมีความกระตือรือร้นมากขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่เธอพูด หลังจากคิดอย่างรอบคอบแล้ว เธอก็ตระหนักว่าฮั่วฉางชิงเป็คนรักษาหน้าตา การที่ยอมกลับบ้านพร้อมกับจางจิงจิงคงเป็เพราะรักษาหน้า ไม่ใช่เพราะเห็นค่าจางจิงจิง
"ใช่แล้ว ลูกพูดถูก ฮั่วฉางชิงเป็ใครกัน ยกเว้นเื่อดทนทำงานหนัก หล่อนจะมีอะไรดีอีกกันล่ะอีกฝ่ายถึงได้ยอมแต่งงานด้วย คงอีกไม่นานก็โดนเฉดหัวออกจากบ้านแล้วล่ะ"
ต่งฮุ่ยเจวียนบ่นพึมพำ
แม่ของฮั่วฉางชิงเป็คนเ้าระเบียบ คงไม่ใช่แม่ผัวที่พูดจาดีคุยง่าย อีกทั้งพ่อของฮั่วฉางชิงก็เป็ผู้ชายที่เห็นโลกมาแล้วมากมาย คงไม่มองจางจิงจิงอยู่ในสายตา ส่วนฮั่วฟางฟางที่ผ่านมามีสัมพันธ์อันดีกับจางจือจือ คงไปร่วมมือกับจางจือจือกลั่นแกล้งจางจิงจิงที่บ้านแน่
ชีวิตในสภาพแวดล้อมแบบนี้ จะมีชีวิตที่ดีได้อย่างไร มันเป็เื่ตลกสิ้นดี
ใจของต่งฮุ่ยเจียนสงบลงเล็กน้อย และพูดต่อว่า "จือจือ ลูกไปเป่าหูฟางฟางบ่อยๆ ให้ไปหาเื่จางจิงจิงซะนะ"
เมื่อพูดถึงเื่นี้ จางจือจือก็แสดงท่าทางภูมิใจ
"หนูไม่จำเป็ต้องเป่าหูเลย ฟางฟางก็มาหาแล้ว ดูท่าทางเธอแล้ว คงจะรำคาญจางจิงจิงจะแย่"
"ดีแล้ว อย่างนี้แม่ก็วางใจ"
แม่ลูกคู่นี้ซุบซิบกันอีกสองสามประโยค จากนั้นก็แยกย้ายกันไปทำธุระของตนเอง
ส่วนตอนนี้ ฮั่วฉางชิงก็ขี่จักรยานพาจางจิงจิงกลับไปแล้ว
หลังจากที่ขี่ไปได้สักพัก จางจิงจิงก็รู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ เส้นทางนี้ดูเหมือนจะไม่ใช่ทางกลับบ้าน เธอจึงถามขึ้นว่า "นี่จะไปไหนคะ?"
จางจิงจิงดึงชายเสื้อของฮั่วฉางชิงเบาๆ
เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนเอ่ยถาม "คุณอยากไปไหนล่ะ? เดี๋ยวผมพาไปเดินเล่น"
เขานึกถึงท่าทีของคนในตระกูลจางที่มีต่อหญิงสาว คงเพราะเธอมาจากชนบท พวกเขาถึงไม่ได้พาเธอไปไหนเลย
ดวงตาของจางจิงจิงเป็ประกาย เธอเองก็อยากจะไปเดินเล่นเหมือนกัน สองสามวันที่ผ่านมาต้องวุ่นวายกับการซักผ้า ทำอาหาร และดูแลเด็กๆ หลังจากนั้นก็ต้องไปสัมภาษณ์งาน หางาน และทำเสื้อผ้า ไม่มีเวลาว่างเลยสักนิด
พรุ่งนี้เขาต้องกลับกองทัพแล้ว มีเวลาว่างก็แค่วันนี้เท่านั้น
"ฉันเองก็ไม่ค่อยรู้จักที่นี่เท่าไหร่ ให้คุณแนะนำแล้วกันค่ะ"
ฮั่วฉางชิงรู้สึกเสียใจจริง ๆ เมื่อเขาพูดคำเ่าั้ แต่เขาไม่สามารถดึงมันกลับมาได้แม้ว่าเขาจะพูดไปแล้วก็ตาม
เขาคิดอย่างรวดเร็วว่าจะไปที่ไหนได้บ้าง สุดท้ายก็ตัดสินใจได้
ไม่นาน เขาก็ปั่นจักรยานพาเธอมาถึงบริเวณใกล้เคียงกับห้างสรรพสินค้า นอกจากห้างแล้ว ยังมีโรงภาพยนตร์ ร้านอาหารของรัฐ และร้านถ่ายรูป เรียกได้ว่าครึกครื้นไม่น้อย
เมื่อมาถึง เขาก็จอดจักรยานไว้ข้างทาง ก่อนจะเดินตามหลังหญิงสาวไป ดูว่าเธออยากไปที่ไหน
เธอรู้สึกตื่นตาตื่นใจมาก คิดอยู่ครู่หนึ่งก็ตัดสินใจไปที่ทำการไปรษณีย์เพื่อซื้อแสตมป์ ตอนนี้แสตมป์บางรุ่นมีราคาแพงมากในอนาคต เธออยากลองดูว่าพอจะมีให้เก็บตกได้บ้างหรือไม่
พอเห็นหญิงสาวเดินเข้าไปในไปรษณีย์ ฮั่วฉางชิงก็อดแปลกใจไม่ได้
"คุณจะเขียนจดหมายกลับบ้านเหรอ?"
จางจิงจิงถึงกับชะงัก เธอย้ายมาอยู่ในเมืองก็สักพักหนึ่งแล้ว ตอนที่แต่งงานเธอก็ไม่ได้บอกที่บ้าน นานขนาดนี้แล้วยังไม่ติดต่อพ่อแม่เลย มันก็ค่อนข้างจะใจดำอยู่เหมือนกันแหะ
"อื้ม ฉันจะเขียนจดหมายหาแม่น่ะ บอกเื่ราวที่นี่ให้แม่ฟัง"
ฮั่วฉางชิงมองเธอแวบหนึ่ง "เขียนจดหมายมันช้าไป ส่งโทรเลขดีกว่า"
จางจิงจิงกัดฟัน เธอแค่อยากจะซื้อแสตมป์เฉยๆ
"ไม่เป็ไร ฉันจะเขียนจดหมาย"
ฮั่วฉางชิง "..."
"ที่กองทัพเองก็มีโทรศัพท์เหมือนกันนะ คุณโทรมาให้ผมต่อสายให้ก็ได้"
จางจิงจิงเริ่มรู้สึกรำคาญ เธอหันขวับไปมองฮั่วฉางชิงด้วยสายตาตำหนิ
"ฉันแค่อยากซื้อแสตมป์"
"ได้สิ" ฮั่วฉางชิงตอบตกลง
ทั้งสองคนมาถึงที่ทำการไปรษณีย์ จางจิงจิงเลือกซื้อแสตมป์อยู่พักหนึ่ง จากนั้นก็เดินออกมาพร้อมฮั่วฉางชิงด้วยความพึงพอใจ
เมื่อออกมาก็พบกับสตูดิโอถ่ายภาพแห่งหนึ่งซึ่งเปิดประตูอยู่ ด้านในมีคู่บ่าวสาวคู่หนึ่งกำลังถ่ายรูป
ผู้ชายสวมชุดสูท ส่วนผู้หญิงสวมชุดแต่งงาน ผมของเ้าสาวดัดเป็ลอน แต่งหน้าสไตล์ฮ่องกงในยุค 80-90 ดูสวยงามมาก
จางจิงจิงอดไม่ได้ที่จะมองไปสองสามครั้ง ผู้หญิงสมัยนี้เป็ผู้หญิงที่สวยแบบธรรมชาติจริง ๆ
ฮั่วฉางชิงมองตามสายตาของเธอ ราวกับเข้าใจอะไรบางอย่าง
"เราไปถ่ายรูปกันเถอะ"
พูดจบ เขาก็เดินเข้าไป สอบถามราคาจากเ้าของสตูดิโอถ่ายภาพ
จางจิงจิงถึงกับตะลึง รีบวิ่งตามเข้าไปทันที ผู้ชายคนนี้ทำอะไรตามใจตัวเองชะมัด เธอไม่ได้อยากถ่ายสักหน่อย แค่อยากดูเฉย ๆ!
"ฮั่วฉางชิง ฉัน..."
"คุณผู้หญิง เชิญทางนี้ค่ะ ฉันจะแต่งหน้าให้คุณก่อนนะคะ พอคู่บ่าวสาวคู่นั้นถ่ายเสร็จแล้วก็ถึงคิวของคุณแล้วค่ะ"
จางจิงจิงยังพูดไม่ทันจบก็ถูกช่างแต่งหน้าข้างๆ ดึงตัวไปแต่งหน้าเสียแล้ว
ไม่รู้จริงๆ ว่าฮั่วฉางชิงคิดอะไรอยู่ ทั้งสองคนก็ไม่ได้มีความรู้สึกอะไรต่อกันสักหน่อย ทำไมต้องมาเลียนแบบคนอื่นเขาถ่ายรูปแต่งงานด้วยล่ะ
แต่พูดตามตรง เธอเองก็อยากเห็นตัวเองตอนแต่งหน้าทำผมเหมือนกันว่าจะเป็ยังไง