จอมยุทธ์คนอื่นๆ มองอี้เฉินด้วยสายตาแปลกๆ ในทันที แม้แต่บางคนยังกระซิบกระซาบ ออกมาเสียงดัง อย่างไม่เกรงใจอี้เฉิน มองอี้เฉินเป็นเพียงเด็กน้อยเท่านั้น “ไอ้เด็กเวรนั้น ยังไม่ทันเข้าหอคอยร้อยชั้น มันก็คิดจะเอาบัตรเทียบเชิญล้ำค่า มาทิ้งขว้างแล้วเช่นนั้นหรือ คิดจะหาเรื่องคุณชายฟู่เทียนเช่นนี้ ช่างโง่เง่า ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงเสียจริงๆ”
ชายหนุ่มอีกทิศทางหนึ่ง กล่าวพูดออกมาเช่นกัน “ข้าละส่งสาร ตระกูลของมันจริงๆ ที่ต้องจ่ายของล้ำค่ามากมาย เพื่อแลกบัตรเทียบเชิญ ให้กับเด็กน้อยมาแข่งขัน รับสิ่งสืบทอดเช่นนี้”
หลายคนได้ยินต่างก็พยักหน้า พากันเดินสืบฝีเท้าเข้าไป ภายในมิติสีม่วงที่เปิดแยก ไม่สนใจอี้เฉินอีกต่อไป ด้านของอี้เฉินเองเขาก็ไม่ได้ใส่ใจ สายตาเย้ยหยัน พูดจาถากถางเหล่านั้น ครั้นลงไปยังมิติ สีม่วงที่เปิดแยกในเสี้ยวฉับพลัน
ร่างอี้เฉินก็มาโผล่อีกด้านหนึ่ง ของมิติที่เป็นเอกเทศ พร้อมหอคอยสูงเสียดฟ้าที่อยู่เบื้องหน้า ตั้งตระหง่านโดดเด่น ส่งกลิ่นอายความเก่าแก่ ออกมาแผ่ไพศาล ราวกับอี้เฉินหวนคืน กลับสู่ยุคสมัยเบิกฟ้า มายังยุคสมัยบรรพกาล ให้เขาต้องเงยหน้ามอง หอคอยเก่าแก่ขนาดใหญ่ สูงเสียดฟ้านั้นอย่างไม่วางตา ไม่คิดว่ากาลเวลา จะผ่านไปยาวนานมากโข แต่สิ่งสืบทอดภายในหอคอยร้อยชั้น จะยังคงหลงเหลือ มาจนจวบถึงปัจจุบันเช่นนี้
ชายหนุ่มกล่าวพูดเย้ยหยัน อี้เฉินออกมาทันใด เมื่อเขาเห็นปฏิกิริยา สายตาของอี้เฉิน “ดูไอ้เด็กบ้านนอกนั้นซิ มันมองหอคอยร้อยชั้น อย่างไม่วางตาเชียว ฮ่าๆ”
ก่อนหญิงสาวจะส่ายหัวออกมา พร้อมชี้มือออกไป บริเวณลานกว้างมีสนามประลอง กลุ่มคนกำลังต่อสู้ “พวกเราไปดูตรงนั้นเถอะ” เสียงผู้คน ต่างก็เฮโลไปบริเวณที่ เกิดเรื่องสนุกในทันใด เมื่อเสียงต่อสู้ดังก้อง ขึ้นมาไม่ขาดสาย
อี้เฉินปรายตา มองการต่อสู้ของชนรุ่นหลัง ขั้นเซียนสวรรค์อยู่ชั่วครู่ ก่อนเขาจะหันปรายตาไปมอง กลุ่มคนที่เฝ้าประตูหอคอยร้อยชั้น แต่งเครื่องแต่งกายของคนนิกายสูงสุด อี้เฉินจึงมั่นใจว่า เขาอยู่ส่วนใดส่วนหนึ่ง ของดินแดนจักรพรรดิ อย่างไม่ต้องสงสัย “อย่างไรข้าต้องหาข้อมูลต่างๆ ก่อนตอนนี้” อี้เฉินกล่าวพูดพึมพำ ออกมาทันที
ในระหว่างที่อี้เฉินเตรียมจะสืบฝีเท้า ไปยังทิศทางโรงน้ำชา อยู่ไม่ห่างจากที่เขายืนอยู่มากนัก เตรียมจะไปสืบหาข้อมูลข่าวสารต่างๆ เขาที่เห็นร่างชายหนุ่มที่ประลอง ถูกหมัดเพลิงชายหนุ่ม อีกคนอัดกระแทกเข้าอย่างจัง จนเสียงปัง!! ดังออกมาก้องสนั่น พร้อมร่างชายหนุ่มเป็นรูโหว่ใหญ่ ตายตกลงไปในเสี้ยวพริบตา
ในขณะเดียวกันร่างชายหนุ่มที่น่าจะตายตก กลับถูกแสงพร่างพราว โอบล้อมทั่วสารพางค์กาย ส่งร่างเขาออกไปภายนอกทันที มันจึงทำให้อี้เฉินคลี่ยิ้ม ออกมากว้าง ครั้นรับรู้ว่า เขาสามารถ ออกจากสถานที่แห่งนี้ ได้ตลอดเวลา เกรงว่ามันจะเป็นกฎเกณฑ์ของสถานที่แห่งนี้ จากบัตรเทียบเชิญ ที่พวกเขาเหล่านั้นถือครอง
ก่อนที่ร่างชายวัยกลางคน ผู้ทำหน้าที่เฝ้าประตูหอคอยร้อยชั้น จะสืบฝีเท้าเหยียบอากาศ เข้ามาห้ามปรามชนรุ่นหลัง ทว่าเมื่อกวาดตามอง เห็นรอยยิ้มกว้างของอี้เฉินในเสี้ยววินาที ทำให้เขาไม่สบอารมณ์ขึ้นมาน้อยๆ “พวกเจ้าอย่าพึ่งรีบร้อน อีกสองวันหอคอยร้อยชั้น ก็จะถูกเปิดขึ้นอีกครั้ง พวกเจ้าเป็นชลรุ่นหลังกลุ่มสุดท้าย หวังว่าพวกเจ้า จะไล่ตามยุคสมัยที่บ้าคลั่งของผู้ยิ่งใหญ่ กลายเป็นความหวัง ของคนดินแดนจักรพรรดิ ขึ้นมาได้”
หลายคนได้ยินคำพูด ของชายวัยกลางคน พวกเขาต่างก็พยักหน้าขานรับ ออกมาเสียงดังด้วยความเชื่อมั่น ว่าพวกเขาจะได้รับสิ่งสืบทอด ภายในหอคอยร้อยชั้น ทว่าเมื่อชายวัยกลางคน หันปรายตาไปมองอี้เฉิน สืบฝีเท้าจากไป ไม่แม้จะสนใจคำพูด ของผู้อาวุโสอย่างเขาเสียด้วยซ้ำ ห่างคิ้วเขาพลันสั่นกระตุก ขึ้นมาถี่ยิบ ก่อนจะผ่อนโทสะลง กลับไปเฝ้าประตูหอคอยร้อยชั้นเฉกเช่นเดิม ทว่าชายวัยกลางคน อดที่จะคลี่ยิ้มออกมาน้อยๆ ไม่ได้ ครั้นเห็นความโอหัง ของอี้เฉินน้อย
...ภายในโรงน้ำชา ที่เต็มไปด้วยกลุ่มจอมยุทธ์ ชนรุ่นหลังผู้โอหัง อี้เฉินมานั่งไม่นาน เขาก็ได้ยินเสียงผู้คนพูดคุยออกมาไม่ขาดสาย จนได้รับรู้ ชื่อที่เขาคุ้นหู เมื่อรับรู้ว่า หอคอยร้อยชั้น เต็มไปด้วยทรัพยากรล้ำค่า ตามชั้นต่างๆ ถูกสร้างโดยจักรพรรดิเก้าภพ
วิชาสังสารวัฏ ที่อี้เฉินเรียนรู้ศึกษามันก็เป็นวิชาส่วนหนึ่ง ของจักรพรรดิเก้าภพเช่นกัน เกรงว่าในยามที่เขารุ่งโรจน์ จักรพรรดิเก้าภพ ผู้นี้จะเป็นที่น่าหวาดเกรงไม่น้อย ถึงกับมีสมบัติล้ำค่าเคลื่อนที่ อยู่กับตัวเช่นนี้
ก่อนบนโรงน้ำชาบนชั้นที่สอง จะเกิดความเดือดดาล วางถ้วยชาออกมาเสียงดัง ปัง! ครั้นคุณชายฟู่เทียน สัมผัสได้ถึงการมาเยือนของอี้เฉิน เด็กหนุ่มผมสีขาว อายุ14-15ปี ไม่รู้เหตุใด แวบแรกที่พวกเขาพบเจอกัน ก็รับรู้ถึงความเป็นศัตรู ออกมาอย่างแจ่มชัด แม้แต่ผู้คนที่อยู่ใกล้ตัวอี้เฉิน พวกเขายังพากันถอยห่าง ไม่อยากจะซวยไปพร้อมกับอี้เฉิน
ก่อนเสียงกระแอมไอ ชายหนุ่มที่โบกพัดนามว่า หยวนฟ่าน คนเผ่ามังกรฟ้า จะกล่าวพูดขึ้นมา “คุณชาย ฟู่เทียน ท่านพ่อเจ้าจักรพรรดิ ฟู่เฉินสบายดีหรือไม่ ..ข้าว่าคุณชาย อย่าใจแคบหน่อยเลย รังแกเด็กเช่นนั้น มีอะไรให้น่าสนุก”
ฟู่เทียน เขาเผยรอยยิ้มกว้าง ออกมาอย่างชั่วร้าย “หยวนฟ่าน เจ้าอย่าพูดดีใส่ตัวหน่อยเลย ใครๆ ต่างก็รับรู้ เจ้ากำลังเหน็บแนมข้าอยู่”
ก่อนประกายตาที่แลบแปลบปลาบ ราวกับแสงกระบี่คมกล้า พวกเขาจ้องเขม็งเข้าใส่กัน ประหนึ่งว่าเป็นการเชือดเฉือน พวกเขาต่างก็รู้นิสัยใจคอกันเป็นอย่างดี ก่อนจะมี เสียงผู้เยี่ยมยุทธ์ คนอื่นๆ กล่าวพูดขึ้นพร้อมเข้ามาผสมโรง ทำให้บรรยากาศภายในโรงน้ำชายิ่งดูหนักอึ้ง เกิดความวุ่นวายเล็กๆ จากริ้วคลื่นรัศมี ที่พวกเขากดข่มกัน ชนิดที่ไม่มีใครยอมใคร เนื่องด้วยพวกเขาล้วนเป็นคุณชายเยี่ยมยุทธ์ จากตระกูลใหญ่ อิสตรีหญิงเองก็แข่งขันกันรุนแรงไม่น้อยหน้า
เมื่อเสียงสตรีเอ่ยเหยียดหยาม มาที่สตรีใบหน้างอตลอดเวลาผู้หนึ่ง ด้วยความอิจฉา “ข้าได้ยินว่าเจ้าเกิดมา ก็เป็นตัวซวยกำพร้าพ่อแม่ ตั้งแต่เด็กเลยหรือ อี้หลิน เจ้านี่ตัวซวยหายนะจริงๆ อย่าคิดว่า เป็นบุตรบุญธรรมของเซียนหญิงเยว่ชิงเซียน แล้วจะไม่มีใคร แตะต้องเจ้าได้นะ”
อี้เฉินได้ยินชื่อ เยว่ชิงเซียนอีกคราเขาอดไม่ได้ ที่จะส่งสายตาออกไปสำรวจสตรี ที่กำลังเป็นที่กล่าวขาน แม้ใบหน้านางจะบึ้งตึง ราวกับคนอมทุกข์น้อยๆ ทว่าใบหน้านางงดงาม ราวกับเซียนหญิง ที่หลุดออกมาจากภาพวาด คิ้วโค้งเป็นคันศร ดวงตากลมโต เปล่งแสงประกายวูบไหว ริมฝีปากอวบอิ่ม เผยอขึ้นมาเล็กน้อย แม้แต่หมู่ชนที่เห็นใบหน้านางชัดๆ ยังเอ่ยชมความงดงาม ของนางออกมาไม่ขาดปาก
ทว่าไม่รู้เหตุใด สตรีผู้นี้ให้ความรู้สึก ที่คุ้นเคยอี้เฉินแปลกๆ ชอบกล แล้วยิ่งเห็นรอยยิ้มบาง ที่หญิงสาวส่งมาให้ อี้เฉินเขาถึงกับต้องหลบเลี่ยงสายตา อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
ทางด้านผู้ติดตามของ คุณชายฟู่เทียน พวกเขาต่างก็มองหญิงสาว นามว่า อี้หลินอย่างไม่กะพริบตา พร้อมสะกิดคุณชาย เผื่อจะสนใจหญิงสาวผู้งดงาม ทว่ามันดันผิดคาดหลายคน ครั้นเห็นพวกเขา ต่างก็หน้าบูดบึ้งเข้าใส่กัน มีความรู้สึกแปลกๆ ตั้งแต่แรกเห็น
คุณชายตระกูลใหญ่ พวกเขาเริ่มพูดคุยสนทนา อย่างออกรสออกชาติ ทว่าอี้เฉินได้ยินแล้ว เขารู้สึกอยากจะสำรอกออกมาจริงๆ อี้เฉิน เขาจึงลุกพรวดพราด สืบฝีเท้าออกไปด้านนอก โรงน้ำชาในทันที
เหล่าคุณชายที่เห็นการกระทำของอี้เฉิน ในสายตาของพวกเขา ต่างก็แสยะยิ้มเย้ยหยันออกมาอย่างชั่วร้าย ทว่าที่ผิดคาดคือ แม่นางอี้หลิน นางเองก็จะสืบฝีเท้าออกไปด้วยเช่นกัน จึงทำให้เหล่าคุณชายไม่น้อย ที่อยากจะเกี้ยวพาราสีนาง รู้สึกเสียหน้ากันอย่างเห็นได้ชัด
แม้แต่เหล่าสตรีที่อยู่ภายในโรงน้ำชาแห่งนี้ พวกนางเองยังไม่ชอบอกชอบใจ ความโอหังของอี้หลิน ที่แสดงมันออกมา ต่อหน้าคุณชายตระกูลใหญ่ ของพวกนางเช่นนี้