Antimage Master

    บทที่ 10 ​ปราชญ์​แห่ง​วิญญาณ​ พาร์ท 3

    บทที่ 10 ปราชญ์แห่งวิญญาณ พาร์ท 3

     “ความหยิ่งยโสเช่นนั้น… มันคือความเขลาที่จะทำให้เจ้าตาย” ปราชมังกรกล่าว

     หมอกจำนวนมากเริ่มปกคลุมในบริเวณที่อาคอนยืนอยู่จนในที่สุดมันก็ท่วมทั้งตัวอาคอน หมอกดูเหมือนจะเริ่มกลั่นตัวและหนาขึ้นเรื่อยในขณะที่อาคอนยังไม่ขยับจนในที่สุดหมอกดังกล่าวก็กลายเป็นของหนืดๆและเริ่มบีบรัดร่างกายของอาคอนอย่างรุนแรง

     “ภาพแห่งคำทำนายนั้นช่างแม่นยำ โชคชะตาไม่ใช่สิ่งที่คนอย่างเจ้าสามารถเปลี่ยนแปลงได้”ปราชญ์มังกรในร่างกระดูกกล่าวขณะที่ยืนมองร่างของอาคอนซึ่งถูกบีบรัดและบดจนแหลกทีละนิด

     *แพละ*

     เสียงแตกราวกับเครื่องบดเนื้อสามารถได้ยินออกมาจากภายใน เวทมนตร์ป้องกันที่อาคอนเคยร่ายไว้เริ่มสลายไป มีรอยแตกยาวปรากฏบนชั้นน้ำแข็งจนในที่สุดมันก็แตกละเอียดและกลายเป็นประกายระยิบระยับราวเศษแก้ว หนังสือเวทสีแดงของอาคอนที่เคยลอยอยู่ปัจจุบันเริ่มหล่นลงกับพื้น

     “จบแค่นี้สินะ.. ถ้าข้าไม่ใช้ความสามารถเต็มที่ก็คงไม่ง่ายที่จะกำจัดหมอนี่” โครงกระดูกกล่าวขณะมองไปกองเจลหนืดๆ ซึ่งตอนนี้หดเล็กลงจนแทบจะกองเป็นก้อนอยู่บนพื้น เขายังคงหันไปมองสิ่งต่างๆรอบตัว บ้านหลังนี้.. ไอเท็มเวทมนตร์อีกมายมายที่ยังคงทำงานและอาจจะทำให้เขาขยับตัวได้ลำบาก

     ‘หากเจ้านี่ไม่เห็นคำทำนายและระวังกับการต่อสู้ระยะประชิดจนร่ายเวทโล่ออกมาผูกขาตัวเองแม้ข้าจะไม่แพ้แต่ก็คงยากที่จะฆ่าเจ้านั่น’ ปราชญ์มังกรคิดพลางมองไปที่ชั้นหนังสือซึ่งมีตำราเวทมากมายที่เป็นของยุคปัจจุบัน

     ‘คงต้องลองศึกษาโครงสร้างและกับดักทั้งหมดที่อยู่ในบ้านหลังนี้ก่อน เจ้านั่นเตรียมกับดักไว้มากมายในบ้าน คิดว่าคงกระตุ้นการทำงานไปแล้วบางส่วน หากไม่ใช่เพราะเป็นห่วงเด็กนั่นเจ้านักเวทคงจะไม่ยอมให้ตัวเองเสี่ยง.. โชคยังเข้าข้างข้า.. ที่เหลือข้าแค่ต้องใจเย็น’

     ปราชญ์มังกรคิดจะตรวจดูชั้นหนังสือและศึกษาเวทมนตร์ที่อยู่ภายใน แน่นอนนั่นเป็นเพราะความชอบทางเวทมนตร์ด้วยส่วนหนึ่งอย่างไรก็ตามเมื่อเขาไล่ดูหนังสือเหล่านี้อย่างละเอียดเขาก็เล็งเห็นความเป็นไปได้สองสามอย่างที่อาจจะเป็นกับดักที่ซ่อนเอาไว้ในบ้านหลังนี้ นั่นทำให้ปราชญ์มังกรอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจชื่นชมอาคอน

     เขาเริ่มพิจารณาหนังสือสองสามเล่มจนในที่สุดสายตาของเขาก็ล็อกไปที่เวทบทหนึ่งซึ่งทำให้หัวใจของเขาสั่นสะท้าน

     “ค่ายกลลวงตา”นั่นคือชื่อของบทเวทที่ปราชญ์มังกรพบ เขารีบหยิบหนังสือดังกล่าวขึ้นมาเปิดอ่านทันที หนึ่งหน้า สองหน้า จนกระทั่งหมดทั้งเล่ม.. หากปราชญ์มังกรในปัจจุบันไม่ได้อยู่ในสภาพโครงกระดูก คงจะสามารถเห็นหน้าตาที่เคร่งเครียดและคิ้วที่ขมวดบนใบหน้าของเขาได้ในปัจจุบัน

     หลังจากเปิดอ่านจนจบเล่มเขาพลิกหน้ากลับมาและพบเพียงกระดาษเปล่าและหน้าว่างๆทั้งเล่ม

     “ไอ้…… บัดซบ!!!!!!!!! “

     โครงกระดูกกรีดร้องราวกับเป็นบ้า สิ่งที่เขาได้พบในหนังสือนั้นบอกบางอย่างกับเขา “เขาติดกับ”

     *กรึก… *

     โครงกระดูกบดฟันด้วยความแค้น”ตั้งแต่เมื่อไหร่!!? …. ไอ้มนุษย์เจ้าเล่ห์!!! ย้ากกกกก… ฮึ.. ม.. “ความโกรธของปราชญ์มังกรทำให้เขาปลดปล่อยพลังจนทำลายทุกอย่างรอบข้าง อย่างไรก็ตามเขาไม่ได้ทำลายอะไรจริงๆนอกจากสิ่งของที่อยู่ในภาพลวงตา

     “ไม่น่าจะใช่ตั้งแต่ตอนแรกแน่นอน เพราะข้าสัมผัสถึงเวทโบราณได้จริงๆตอนที่เจ้านั่นใช้เวทพยากรณ์.. ตอนที่มันตัดความเชื่อมต่อของข้ากับยัยเด็กนั่นก็น่าจะยังเพราะนั่นคือข่วงเวลาที่ข้าสัมผัสได้อย่างแท้จริงเกี่ยวกับความหนาแน่นของเวทมนตร์ที่เชื่อมโยงกับความเป็นจริง หากข้าติดกับตั้งแต่ก่อนนั้นข้าคงรู้สึกตัวได้ทันทีว่าข้าถูกเวทมนตร์มายาสะกดอยู่ในตอนที่เจ้านั่นวุ่นวายกับพลังเวทของยัยเด็กนั่น”ปราชญ์มังกรยังคงมองไปรอบๆอย่างระมัดระวังในขณะวิเคราะห์

     “ถ้างั้นมันก็ควรจะเป็นตอนก่อนที่ข้าจะบดขยี้เจ้านั่น.. แต่ตอนนั้นสัมผัสของเวทเอกลักษณ์ของข้าไม่ควรผิดพลาด... มันหมายความว่าข้าอาจจะบดบางอย่างไปจริงๆ แต่ไม่ใข่นักเวทคนนั้น… “

     “ถูกต้อง…ท่านบดบางอย่างไป… ก็เป็นถึงปราชญ์นี่นะ ทักษะการเดาก็เลยยอดเยี่ยมใช้ได้ทีเดียว.. แต่ถ้าจะตอบคำถามว่าภาพลวงตานั้นเกิดขึ้นตอนไหนข้าคงต้องให้ท่านศูนย์คะแนนสำหรับการเดา”อาคอนจู่ก็โผล่ออกมาพร้อมกับเก้าอี้จากนั้นเขาจึงนั่งลงในเก้าอี้ไขว่ห้างและกล่าวอย่างสบายใจ

     “อะไรนะ? ”ปราชญ์มังกรยังคงสงสัยกับสิ่งที่ตนพึ่งจะได้ยิน

     “ภาพลวงตาน่ะถูกจัดไว้ตั้งแต่แรกแล้วตั้งแต่ตอนที่เริ่มสู้”อาคอนกล่าว

     “แต่.. ถ้าเป็นแบบนั้นข้าก็ต้องรู้สึกตัวตอนที่เจ้าตัดความเชื่อมโยงของข้ากับยัยหนู่นั่นสิ.. ชัดเจนว่าตอนนั้นข้าไม่ได้รับผลกระทบอะไรจากเวทมนตร์เลย.. มันเป็นไปไม่ได้ที่เจ้าจะเริ่มใช้เวทลวงตาตั้งแต่ตอนนั้น”ปราชญ์มังกรแย้ง

     “ก็เพราะมันไม่ใช่เวทมนตร์ไง”หลังจากนั้นของหลายชิ้นก็ปรากฏในห้องที่ปัจจุบันว่างเปล่า

     “มีหลายอย่างที่สร้างภาพลวงตาได้.. ไม่จำเป็นที่จะต้องใช้เวทมนตร์เลย การใช้เวทมนตร์สร้างภาพลวงตามันก็แค่มีข้อได้เปรียบกว่าวิธีอื่นๆในด้านการควบคุมเพียงเท่านั้น”

     “มียาหลายชนิดที่ออกฤทธิ์หลอนประสาทซึ่งเป็นสิ่งที่นักเล่นแร่แปรธาตุหรือนักสมุนไพรวิทยาสามารถปรุงขึ้นมาได้.. ยังไม่รวมทักษะบางอย่างของพวกจิตรกรและพวกพิษของสัตว์อสูรหลายชนิดที่ให้ผลใกล้เคียงกัน.. หรือแม้แต่วิธีการทื่อๆที่สุดอย่างการอำพรางสายตา”

     อาคอนชี้ไปที่มุมหนึ่งของห้องซึ่งมีสิ่งของคล้ายกับรูปร่างมนุษย์ทำด้วยดินเหนียว”นั่นคือสิ่งที่เรียกว่าโกเลม มันเป็นเวทมนตร์แบบใหม่ เวทสรรค์สร้างแบบที่ท่านชอบ โดยทั่วไปลักษณะของมันก็เป็นอย่างที่ท่านเห็นแต่เมื่อผ่านมือศิลปินผู้เก่งกาจสิ่งที่ท่านจะได้อย่างต่อไปมันก็จะออกมาในลักษณะนี้”

     อาคอนผายมือเป็นการแนะนำก่อนที่รูปร่างหยาบๆของโกเลมจะเริ่มเกลี่ยนไปเป็นชายหนุ่มที่ละม้ายคล้ายคลึงกับอาคอน

     “ตัังแต่ที่ข้าสังเกตุเห็นสสารของท่านจากจากเวทย์[มุมมองแห่งสาวกผู้รอบรู้]ในตอนแรก ข้าก็มีสสารลี้ลับบางประเภทอยู่ในใจอยู่แล้ว มันเป็นสสารล้ำค่าที่นักทำโกเลมเหล่านี้ใฝ่ฝันมากที่สุด [สสารวิญญาณ] “

    “พวกเขาสร้างเวทมนตร์ลอกเลียนแบบสสารดังกล่าวซึ่งผลลัพธ์ที่ได้นั่นไม่ใกล้เคียงแม้แต่เศษเสี้ยวของสิ่งที่เรียกว่าวิญญาณที่พวกเขาปรารถนา.. ที่พวกเขาทำก็แค่ใส่สูตรคำสั่งง่ายๆให้กับโกเลม”

    “จริงนั่นเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้ข้าต้องร่ายเวทย์ป้องกันนั่นตั้งแต่ตอนแรก.. เพราะโกเลมไม่สามารถขยับได้ดีเท่าใดนักและความจริงสีหน้าท่าทางต่างๆก็ยังห่างไกลจากมนุษย์จริงๆอยู่มากโข เพื่อปิดบังสิ่งเหล่านั้นข้าจึงต้องหาเหตุผลให้ต้องเคลื่อนไหวได้น้อย เวทโล่น้ำแข็งนั่นจึงเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดเพราะนอกจากจะจำกัดการเคลื่อนไหวของข้าแล้ววิสัยทัศน์ของท่านจะยังถูกรบกวนจากโล่น้ำแข็งนั่นด้วย”อาคอนยังคงอธิบายอย่างใจเย็น”น่าเสียดายที่ท่านทำมันพัง นั่นของค่อนข้างแพงทีเดียว”

    “แต่ถ้าเป็นแบบนั้น… แล้วตัวจริงของแกไปอยู่ไหน.. ไม่มีทางที่แกจะออกไปได้และสับเปลี่ยนทั้งหมดโดยที่ข้าไม่สังเกตได้หรอก”ปราชญ์มังกรตั้งคำถาม

    “การจะหลบจากสายตาของท่านมันง่ายกว่าที่ท่านคาดไว้มาก แค่ควันจากไฟที่ข้าใช้โจมตีใส่ท่านในตอนแรกก็มากพอแล้วที่จะทำให้ข้าออกจากห้องและขยับโกเลมมาอยู่ในตำแหน่งแทนที่ตัวจริงของข้า ไหนจะควันที่เกิดจากความเย็นตอนที่ข้าร่ายเวทโล่น้ำแข็งอีก ถึงมันจะชัดเจนว่าข้าไม่สามารถขยับไปไหนมาไหนได้ตอนร่ายเวทโล่น้ำแข็วนั่นเสร็จก็เถอะ”อาคอนตอบ

    ภาพของเชิงเทียนและขวดเหล้าที่จุดระเบิดเป็นเปลวไฟใส่เขาและสร้างควันตลบอบอวลปรากฏขึ้นในความคิดของปราชญ์มังกร นั่นเป็นการโจมตีครั้งแรกสุดของอาคอนก่อนที่เขาจะกระดกเหล้าเข้าปาก

    “เจ้าวางแผนทั้งหมดมาตั้งแต่แรก..?”ปราชญ์มังกรกล่าวกล่าวด้วยน้ำเสียงสงบ แม้จะโกรธแต่เขาก็ยังคงยอมรับว่าเขาพ่ายแพ้ในครั้งนี้

    สิ่งที่เขาได้อ่านและศึกษาทั้งหมดจากชั้นหนังสือคือสิ่งที่อาคอนต้องการให้เขาเห็น แน่นอนว่าเขาเห็นบทเวทที่สามารถจัดการกับเขาได้อยู่หมัดด้วย มันเป็นเวทแบบเดียวกับที่อาคอนใช้ปิดผนึกการเชื่อมต่อของเขากับอาเรีย เขาไม่คิดว่าข้อความหรือเวทมนตร์ที่ตนได้อ่านเป็นเรื่องหลอกเพราะเขาก็เป็นนักเวท

    เขาสามารถสัมผัสได้ถึงหลักการของเวทมนตร์ที่เขาได้อ่านและเขารู้ว่าข้อมูลจากหนังสือทั้งหมดคือของจริง มันสามารถใช้งานได้จริงๆและเขาทำได้เพียงยอมรับความพ่ายแพ้

    “ใช่ข้าวางแผนทั้งหมดไว้… วางแผนจากข้อมูลที่ข้าได้รับจากเวททำนาย.. อย่างที่ข้าบอกท่านว่ามันก็เป็นแค่สูตรคำนวณ”เก้าอี้ปรากฏขึ้นบนฝั่งที่ปราชญ์มังกรยืนอยู่จากนั้นอาคอนกล่าว”ได้เวลาที่ข้าจะยื่นข้อเสนอสำหรับท่าน”

    น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความสุขเมื่อพูด…


    คล้ายกับเรื่องAntimage Master ที่คุณอ่าน