ตอนที่ 07 การแนะนำตัวที่หยิ่งยโสของฮารุ
ณ ตึกวิชาการ โรงเรียนอินเตอร์ลั่วซินเฉิง
ฮารุเดินมาหยุดอยู่หน้าประตูห้องวิชาการ เธอเดินเข้าไปข้างในทันที โดยที่ไม่ได้เคาะประตู
ฮารุมองซ้ายแลขวาเห็นพวกอาจารย์นั่งอยู่ตรงโต๊ะก้มหน้าก้มตาบ้างก็ถือปากกาเขียนรายงาน บ้างก็ก้มหน้าก้มตั้งใจอ่านรายงาน
บางโต๊ะว่างไม่มีอาจารย์นั่งคงไปสอนแล้ว
ไม่มีใครเงยหน้าขึ้นมามองเธอสักคน จึงจำต้องเคาะประตูอย่างเลี่ยงไม่ได้
ก๊อก ก๊อก
ฮารุเคาะประตูไปสองที อาจารย์พวกนั้นก็เงยหน้าขึ้นมาจากกองรายงาน
อาจารย์ผู้หญิงหน้ากลม ๆ ค่อนข้างเ้าเนื้อ ยกมืออวบ ๆ ขึ้นมานิ้วป้อม ๆ นั่นขยับแว่นเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยถามฮารุด้วยน้ำเสียงเหมือนกับครูใจดี “นักเรียนมาทำอะไร มาส่งงานเหรอคะ”
“อ่า คือหนูเป็นักเรียนใหม่ อยู่มัธยมปลาย ปีหนึ่ง ทางโรงเรียนให้มารายงานตัววันนี้” ฮารุตอบกลับอย่างสุภาพ
เสียงทุ้มแหบพร่าของชายวัยกลางคนก็ดังขึ้นถามเธอทันทีหลังจากที่ได้ฟังเธอพูดจบ
“เธอคือ เฟยฉี นักเรียนใหม่ชั้นมัธยมปลายปีหนึ่ง ห้อง หก ใช่หรือไม่” ฮารุเงยหน้าหันไปมองตามเสียงก็พบว่าคนที่ถามเธอ เป็ครูผู้ชายวัยกลางคนท่านหนึ่งที่ดูท่าทางแล้วน่าจะดุไม่เบา
เธอเห็นแบบนั้นก็จิ๊ปากเบา ๆ ไปทีนึง ก่อนจะผงกศีรษะรับแบบงง ๆ “เอ่อ…คงใช่มั้งคะ” เธอรู้แค่ว่าตัวเองอยู่ชั้นมัธยมปลาย ปีหนึ่ง แต่ไม่รู้ว่าอยู่ห้องอะไรนี่สิ…
ครูวัยกลางคนผู้นั้นเดินมาข้างหน้าพลางมองพิจารณาเด็กสาวตรงหน้าครู่นึง ก่อนจะเอ่ยพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบแกมดุดัน “ตามครูมา” เขาพูดจบก็เดินนำหน้าออกไปทันที
ส่วนเธอก็สาวเท้าตามครูวัยกลางคนคนนี้ไปติด ๆ
ครูชายวัยกลางคนนั้นเดินไวมาก ฮารุแทบจะวิ่งตามเขารอมร่ออยู่แล้ว
ครูวัยกลางคนพาเธอเดินมาตึกไม่ไกลจากตึกวิชาการสักเท่าไหร่
เป็ตึกสูง 5 ชั้น ตึกนี้เป็ตึกของนักเรียนมัธยมปลายปี 1 ทั้งหมด
ดูแล้วท่าทางโรงเรียนนี้คงจะรวยไม่หยอก
มัธยมปลาย ปี 1 ห้อง 6 อยู่ชั้น 3
ครูไม่พาเธอเดินขึ้นลิฟต์แต่เดินบันไดไปยังชั้น 3 ซึ่งเธอมาถึงห้องก็หอบแห่ก ๆ แล้ว
นี่คือผลกรรมของการที่ไม่ชอบออกกำลังกายสินะ….
ครูวัยกลางคนนั้นพาเธอเดินมาหยุดที่ห้องห้องนึงของชั้น 3 เธอเงยหน้าขึ้นไปมองก็เห็นป้ายที่ติดประตูไว้
ห้องเรียนมัธยมปลายปี 1 ห้อง 6
ก๊อก ก๊อก
ครูวัยกลางคนคนนั้นเคาะประตู “ขออนุญาตรบกวนเวลาคุณครูจางหน่อยครับ” คุณครูจางที่กำลังสอนนักเรียนอยู่ชะงักเล็กน้อย เขาวางปากกาทัชสกรีนลงที่ไว้บนโต๊ะ ก่อนจะหันหน้าไปพูดกับอีกฝ่ายที่อยู่ด้านหน้าประตูด้วยน้ำเสียงสุภาพ “อ่า ไม่เป็อะไรครับ คุณครูสวีมีเื่ด่วนอะไรจะชี้แจงกับนักเรียนห้องผมเหรอครับ หรือห้องผมไปก่อเื่อะไรมาอีก”
ประโยคสุดท้ายที่ครูจางเอ่ย นักเรียนในห้องได้ยินก็โห่ร้องโวยวายด้วยความไม่พอใจทันที
“ครู พวกผมไม่ได้ก่อเื่อะไรเลย จะมาใส่ร้ายกันแบบนี้ไม่ได้นะ” เสียงโวยวายของนักเรียนที่น่าจะเป็หัวโจกของห้องดังขึ้นมา ก็ตามมาด้วยเสียงโห่ร้องเกรียวกราวดังขึ้นเรื่อย ๆ
เพิ่มความปวดหัวให้กับฮารุเป็อย่างมาก จนเธอต้องเอามือขึ้นมาปิดหู สีหน้าก็ดูไม่สบอารมณ์ถึงที่สุด
สิ่งที่ฮารุเกลียดที่สุด คือ เสียงดัง!
“เอาล่ะ ทุกคนเงียบได้แล้ว! ครูแค่ล้อพวกเธอเล่น ให้คุณครูสวีได้พูดก่อน ค่อยโวยวาย” คุณครูจางปรามนักเรียนของตัวเองด้วยน้ำเสียงดุระคนระอา เ้าพวกนี้จะทำให้ดูแย่ จากนั้นก็หันไปยิ้มแหย ๆ พูดขอโทษขอโพยคุณครูสวีหัวหน้าฝ่ายวิชาการของโรงเรียน “ขอโทษด้วยนะครับครูสวี เ้าเด็กพวกนี้ชอบตื่นตระหนกไปก่อนเื่”
คุณครูสวีได้ยินการแก้ตัวอันย่ำแย่ของคุณครูจางครูหนุ่มที่มาใหม่ก็ยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย นี่แหละหนามือใหม่ ยังหาทางรับมือกับเด็กแสบพวกนี้ไม่ได้
“ไม่เป็ไรครับ ผมมาก็เพราะห้องคุณครูจางมีนักเรียนใหม่มาเรียนที่ห้องนี้ครับ”
คุณครูหนุ่มแซ่จางได้ยินว่าจะมีนักเรียนมาเพิ่มก็เป็กังวลทันที นี่มันกลางเทอมแล้ว ใกล้จะสอบกลางภาคถ้ามีนักเรียนที่เรียนไม่ทันคนในห้องก็จะยิ่งฉุดคะแนนของห้องให้ต่ำลงอีกน่ะสิ แบบนี้ห้องที่เขาเป็ครูประจำชั้นจากรองบ๊วยก็เป็ห้องบ๊วยมัธยมปลายปีที่หนึ่งเต็มตัวเลยน่ะสิ
“อ๋อ แบบนี้นี่เอง แล้วนักเรียนมาเพิ่มกลางคันแบบนี้จะเรียนทันเพื่อนมั้ย ใกล้จะสอบกลางภาคแล้วด้วย” เขาอดพูดในสิ่งที่กังวลออกไม่ได้
“ไม่ต้องห่วงครับ นักเรียนคนนี้มาจากประเทศ J หลักสูตรของโรงเรียนในประเทศ J นั้นนำพวกเราไปหนึ่งก้าวแล้วครับ” คุณครูสวีเอ่ยอธิบายอย่างใจเย็น
คุณครูจางถึงกับโล่งอก เมื่อรู้ว่านักเรียนคนใหม่มาจากประเทศ J
ประเทศ J นั้นเป็ประเทศขึ้นชื่อเื่โรงเรียนและมหาวิทยาลัยมีคุณภาพอันดับต้น ๆ ของโลก
แบบนี้เขาก็ไม่ต้องห่วงว่านักเรียนคนใหม่จะเรียนตามไม่ทัน เพราะเธอเรียนนำหน้าไปมัธยมปลายปีที่สองของที่นี่แล้ว…
ครูหนุ่มแซ่จางกวาดสายตามองไปรอบ ๆ บริเวณทางด้านประตูก็ไม่พบนักเรียนคนใหม่เลย ก็อดที่จะถามออกมาได้ “อยู่ที่ไหนล่ะครับ นักเรียนใหม่คนนั้น”
คุณครูแซ่สวีได้ยินอย่างนั้นก็มองไปรอบ ๆ ตัว ไม่เห็นอีกฝ่ายก็ขมวด จากนั้นสายตาเขาก็มองเห็นอะไรแวบ ๆ ที่พื้น ก็พบนักเรียนหญิงคนใหม่นั่งเหยียดขาสีหน้าไม่สบอารมณ์พิงผนังห้องอยู่
“ลุกขึ้น เข้าห้องเรียนได้แล้ว”
ฮารุได้ยินดังนั้นก็ดีดลุกขึ้นยืนพรวดพราด จากนั้นก็เอามือปัดฝุ่นที่ก้น แล้วก็กันไปฉีกยิ้มให้คุณครูแซ่สวีคนนั้น ที่พาเธอมาส่งห้องเรียน จากนั้นก็เอ่ยขอบคุณอีกฝ่าย “ขอบคุณค่ะที่มาส่ง”
ครูแซ่สวีตอบกลับฮารุด้วยน้ำเสียงราบเรียบเช่นเคย “มันเป็หน้าที่อยู่แล้ว” หลังจากนั้นเขาก็หันไปพูดกับคุณครูหนุ่มแซ่จาง “ขอตัวก่อนนะครับ คุณครูจาง นี่เด็กนักเรียนคนใหม่” ครูแซ่สวีพูดจบก็หมุนกายเดินออกไป
ส่วนฮารุก็ยืนกอดอกอยู่พิงกรอบประตูอยู่หน้าห้อง สีหน้าไม่แยแสสิ่งใด
การกระทำของเธอ เรียกความสนใจจากนักเรียนห้องนั้นได้เป็อย่างดี
เสียงฮือฮาดังขึ้นโดยมิได้นัดหมาย เด็กนักเรียนชายห้วโจกเป็คนแรกที่พูดชมออกมา
“เห้ย ๆ ดูนั่น ที่หน้าประตูห้อง นี่มันคนจริง ๆ เหรอวะ ฉันนึกว่าตุ๊กตาซะอีก”
จากนั้นก็มีเสียงที่ชื่นชม และเสียงนักเรียนหญิงที่อิจฉาคอยขัดคำพูดของนักเรียนที่ชมเธอ
“เด็กใหม่เหรอ น่ารักน่าเอ็นดูจริงงงงง”
“ก็ไม่เห็นจะน่าเอ็นดูตรงไหน คนสวยประเทศเรามีเยอะกว่าอีก เหอะ”
“ฉันอยากเอาเธอกลับบ้านไปเล่น”
“เป็คนประเทศ J ไม่แปลกใจเลยที่จะน่ารักเหมือนตุ๊กตาขนาดนี้”
“ไม่เห็นจะน่ารักตรงไหน ก็งั้นแหละ ๆ”
และอีกมากมาย เธอแทบจะอยากหาอถไรคมายัดหูกลบเสียงโหวกเหวกโวยวายของคนพวกนี้จริง ๆ
“เอาล่ะ ๆ เงียบ ๆ กันในหน่อย เดี๋ยวเพื่อนใหม่ใแล้วหนีไปยังไม่ทันได้เรียนซะก่อน ให้เพื่อนนักเรียนคนใหม่ได้เข้ามาแนะนำตัวในห้องหน่อยครับ!” คุณครูหนุ่มแซ่จางเอ่ยสับหยอก เรียกเสียงเฮฮาในห้องได้เป็ระยะ
ตลกตรงไหน คนพวกนี้เส้นตื้นเหมือนพวกปัญญาอ่อนจริง ๆ ฮารุคิดพลางกลอกตาอย่างเบื่อหน่ายแกมระอา
เธอเดินก้าวเท้าสับ ๆ เข้าไปยืนอยู่หน้าห้อง จากนั้นแนะนำตัวด้วยน้ำเสียงเย่อหยิ่ง “ฉันชื่อเฟยฉี เป็ลูกครึ่ง”
แนะนำแค่นี้เองเหรอ อะไรจะหยิ่งปานนั้น
ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบ คุณครูแซ่จางไม่คิดว่านักเรียนคนใหม่จะไม่มีความเฟรนด์ลี่ขนาดนี้
ก็กระแอมไอเบา ๆ ก่อนจะเอ่ยแก้สถานการณ์ให้กับนักเรียนคนใหม่ขึ้นมา “นักเรียนเฟยฉี ไม่มีอะไรจะพูดกับเพื่อน ๆ ในห้องมากกว่านี้เหรอครับ”
“ไม่มี” ฮารุตอบ คุณครูแซ่จางอึ้ง ก่อนจะเอ่ยพูดขึ้นอีกครั้ง “เอาล่ะ ยังไงก็ได้ทำความรู้จักกันแล้ว เฟยฉีเธอไปนั่งกับอันเล่อเล่อนักเรียนหญิงที่นั่งแถวสุดท้ายนั้นได้เลย เทอมหน้าจะมีการจัดที่นั่งใหม่อีกครั้ง ถึงคราวนั้นก็อยู่ที่ความสามารถเธอแล้วล่ะ จะได้ส่วนไหนของห้อง”
ฮารุทำเพียงแค่พยักหน้ารับ ก่อนจะเดินตรงไปหลังห้อง