เช้าวันอังคารที่อากาศทึบทึมบริเวณรั้วไม้บ้านศิลา ปลูกดอกมะลิส่งกลิ่นหอมสดชื่นทำให้ผู้พบเห็นมักจะขอดอกมะลิไว้ใช้ทำพวงมาลัยในวันสำคัญๆ คุณริษาเธอไม่เคยตระหนี่ผู้ที่มาขอเลยแม้แต่ครั้งเดียว คุณประสงค์เองก็ทำงานที่บริษัทจนแทบจะไม่มีเวลาให้กับครอบครัวเลย จึงเป็นเพื่อนบ้านและผู้ที่แวะเวียนมาขอดอกมะลิเป็นเหมือนเพื่อนคุยของคุณริษาในยามว่าง
เกือบเจ็ดโมงเช้าศิลาแต่งชุดนักศึกษาออกจากบ้านแต่เช้าเขาหันมายกมือไหว้คุณริษาผู้เป็นแม่ก่อนจะเดินออกจากหน้าประตูบ้านไปเพียงแค่เสียงประตูปิดคุณประสงค์เดินลงมาจากห้องนอนก็รู้ได้ทันทีว่าลูกชายของเขาออกไปมหาวิทยาลัยแล้ว
ศิลาเดินไปยืนรอรถประจำทางบังเอิญเห็นนายชายเพื่อนสนิทของเขายืนรออยู่ป้ายรถประจำทางก่อนหน้าเขาจะมาถึง นายชายหรือที่ศิลามักจะเรียกว่ายอดชายบ้านของชายอยู่ห่างออกไปเพียงซอยเดียว ชายเป็นลูกคนเดียวของตระกูลคงทรัพซึ่งพ่อของชายเป็นเจ้าของบริษัทที่พ่อของศิลาหรือคุณประสงค์เป็นผู้ช่วยและผู้ถือหุ้นของบริษัทอยู่นั่นเอง
"ยอดชาย" ศิลาโบกไม้โบกมือ ชายได้ยินคนเรียกชื่อเขาแต่เติมแต่งคำนำหน้าว่ายอดจึงรู้ได้ทันทีว่าเป็นศิลาเพื่อนรักของเขา"แกเลิกเรียกฉันแบบนี้ได้แล้วตั้งแต่เด็กยันโตคนอื่นไม่รู้เขาจะคิดว่าฉันเป็นเกย์หมดน่ะสิ" ศิลายืนหัวเราะเพราะคำพูดนี้เป็นคำพูดครั้งที่เท่าไหร่แล้วไม่อาจทราบได้เพราะทุกครั้งที่ศิลาเรียกยอดชายคำๆ นี้มักจะออกมาจากปากของชายแทบทุกครั้ง"เออ... เอาน่าแกก็คิดสะว่าชายได้ชายเป็นยอดชาย... ชายได้ตุ๊ดเป็นยอดมนุษย์เลยนะเพื่อน""แกไปเป็นยอดมนุษย์คนเดียวเถอะฉันขอเป็นคนธรรมดาดีกว่า" ศิลาเหลือบไปเห็นแผ่นกระดาษขนาดเอสี่ที่ชายถืออยู่"แผ่นอะไรวะชาย" ศิลาถามโดยไม่มีคำนำหน้าว่ายอด"แผ่นรายงานอ่ะ... วันนี้แกก็ต้องทำส่งในคาบสังคมหนิ" ศิลายืนนิ่งเงียบเพราะว่าเขาลืมทำรายงานมัวแต่เล่นเกมส์จนเกือบห้าทุ่ม"ฉันว่าแล้วแกลืมจริงๆด้วย แต่อย่าคิดมากเพราะนี้เป็นรายงานกลุ่มฉันใส่ชื่อแกลงไปละ" ศิลาแทบยกมือไหว้ชายเพราะรายงานชิ้นนี้เป็นตัวชี้วัดเลยว่าเขาจะได้คะแนนเก็บถึงสี่สิบหรือเปล่า
เสียงไซเรนดังขึ้นศิลาชำเลืองมองต้นตอของเสียงมีรถตำรวจและรถพยาบาลจอดห่างจากจุดที่เขายืนรอรถประจำทางไม่ถึงสิบเมตร แต่แล้วเสียงดังเหมือนเสียงฟ้าผ่าทำให้ผู้คนในบริเวณนั้นตกใจจนก้มหัวหลบโดยไม่ได้นัดหมาย บางคนถึงขั้นหมอบลงกับพื้น ศิลายืนตัวเกร็งเพราะตกใจกับเสียงดังกล่าว... แต่แล้วเบื้องหน้าของศิลามีพายุลูกใหญ่กำลังพัดมาหาเขาอย่างรวดเร็ว ชายและผู้คนต่างที่ยืนอยู่บริเวณใกล้ๆ ศิลาต่างพากันวิ่งหนีไม่คิดชีวิตเหลือแต่ศิลาที่ยืนตัวแข็งเกร็งจนก้าวขาไม่ออก
"ศิลา..." เสียงของชายเรียกชื่อศิลาแต่ไม่ทันเสียแล้วเมื่อพายุดังกล่าวเข้าคลุมร่างของศิลาจนไม่อาจมองเห็นเขาได้อีก
เวลาผ่านไปเพียงไม่ถึงห้าวินาทีเมื่อพายุลูกใหญ่พัดผ่านมาก็ได้มลายหายไปราวกับไม่เคยมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นชายกวาดสายตามองเพื่อนรักแต่ก็ไม่พบ ผู้คนที่เห็นเหตุการณ์ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า เด็กหนุ่มคงถูกพายุพัดปลิวไปกับพายุแล้วแหละ ทำให้ชายถึงกับกลั้นน้ำตาของเขาไว้ไม่อยู่ ชายปล่อยให้น้ำตาไหลนองหน้าเพราะพึ่งจะสูญเสียเพื่อนรักเพียงคนเดียวของเขาให้กับภัยธรรมชาติ
ย้อนกลับไปสามร้อยกว่าปีสมัยกรุงศรีอยุธยา ณ ช่วงเวลาเดียวกัน ณ เมืองตากเกิดพายุลูกใหญ่ทำให้ผู้คนที่อาศัยอยู่ที่เมืองตากเดือดร้อนต้องวิ่งหนีหัวซุกหัวซุนจากพายุขนาดใหญ่ที่บังเอิญจู่ๆ ได้ก่อตัวกันเป็นลมบ้าหมูจนขนาดย้ายลุกลามกลายเป็นพายุขนาดใหญ่ทำให้ข้าวของและบ้านเรือนบางส่วนพังเสียหาย
"เมืองตากเกิดอาเพศหรืออย่างไร" บุรุษร่างกายกำยำผิวสีแดงดำฟันขาวนุ่งโจงกระเบนสีแดงสดมีนามว่าทองดีหรือที่รู้จักในชื่อพระยาพิชัยในเวลาต่อมาพูดขึ้น"เอ็งอย่าได้วิตกจริตไป" บุรุษใบหน้าดุดันหนังตาชั้นเดียวคล้ายคนจีนผิวพรรณผุดผ่องดูมีชาติตระกลูบอกนายทองดี บุรุษคนนี้มีนามว่าสินหรือที่รู้จักกันในนามสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีหรือสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
เจ้าเมืองตากคิดทบทวนถึงความฝันเมื่อตอนเช้ามืด ความฝันที่เขาประสบพบเจอมานั้นมีบุรุษร่างดำทมิฬถือดาบดูน่าพรั่นพรึงและที่อยู่ข้างๆ ของบุรุษร่างดำทมิฬนั้นคือช้างเผือกงาสีทองร่างของช้างเผือกเปร่งประกายขาวส้ม ... บุรุษที่แสนจะดูน่าพรั่นพรึงวางดาบลงพลางคุกเข่าให้กับเขาช้างเผือกเองก็ทำเช่นเดียวกับบุรุษผู้นั้น